บทที่ 85 สาวสวยช่วยข้า
เมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้า ฉินชูก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
ที่ผ่านมา ฉินชูไม่เคยคิดว่าจะมีใครที่พอช่วยตัวเองได้ เพราะเฉียนหลิงอู่แข็งแกร่งเกินไป นางเป็ผู้ฝึกตนขั้นที่หกหวางเจ่อ แต่สำนักชิงหยุนไม่มีผู้ฝึกตนขั้นนี้ แล้วใครจะช่วยเขาได้ ผู้ฝึกตนขั้นที่หกที่เขาเห็นเจอก็มีแต่อสูรสาวผู้ฝึกตนในโบราณสถานชิงหวาง แต่ก่อนหน้านี้เขาไม่รู้ว่านางอยู่ที่ไหน อีกอย่างอีกฝ่ายก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องช่วยเขา
แต่ตอนนี้โอกาสมาถึงแล้ว หญิงสาวคนนี้มีเื่ขัดแย้งกับเฉียนหลิงอู่ ทั้งสองจะต้องต่อสู้กันแน่นอน ดังนั้นนี่จึงเป็โอกาสของเขา
“เ้าเป็ใคร จงบอกชื่อมา” ดวงตาทั้งสองข้างของเฉียนหลิงอู่ลุกวาว นางรู้ขึ้นมาทันทีว่าตัวเองเจอคู่ต่อสู้แล้ว เพราะหญิงสาวในชุดกระโปรงสีม่วงด้านหน้านางเป็ผู้ฝึกตนขั้นหวางเจ่อเหมือนกับนาง
“ข้าชื่อ...” หญิงสาวในชุดกระโปรงสีม่วงตาลายไปชั่วขณะ จากนั้นก็มองไปที่ฉินชู “ข้าชื่อว่าจื่อหลวน”
เฉียนหลิงอู่มองพินิจจื่อหลวนสักพักก่อนเอ่ยถามขึ้น “เขตหุบเขาเทียนเซียงเป็ดินแดนของราชวงศ์เฉียน เกรงว่าคงไม่เหมาะสมหากเ้าจะเข้ายึดครองตามอำเภอใจ ซ้ำยังสังหารคนของราชวงศ์เฉียนไปอีก”
“เ้าพูดอะไรก็เหมาะสมไปหมดกระนั้นหรือ ตอนที่ข้ามาที่นี่ไม่มีใครอยู่ ดังนั้นที่นี่จึงเป็ถิ่นของข้าไปโดยปริยาย ใครกล้าแย่ง ข้าจะฆ่าทิ้ง” จื่อหลวนพูดอย่างไม่เกรงใจ เฉียนหลิงอู่เอ่ยปากพูดขึ้นก็ตั้งตัวเป็ใหญ่ ซ้ำยัง้าจะแย่งที่แห่งนี้ไปอีก นางไม่มีทางยอมเด็ดขาด
“เ้าไปรออยู่ตรงนั้น ข้าจะสู้ ไม่มีเวลามาสนใจเ้า ดังนั้นระวังตัวให้ดี” เฉียนหลิงอู่ปลดหอกยาวที่สะพายอยู่บนหลังลง จากนั้นก็ปล่อยเส้นเอ็นสัตว์อสูรในมือออก
พระเ้าช่วย โอกาสมาแล้ว ฉินชูดีใจและรีบวิ่งออกไปพร้อมกับเขย่งปลดเส้นเอ็นสัตว์อสูรที่ข้อเท้าออก แต่การที่เฉียนหลิงอู่กำชับให้เขา ‘ระวังตัว’ ถือว่าเป็คำพูดเหนือความคาดหมาย
เมื่อเริ่มต่อสู้ เฉียนหลิงอู่ก็ตวัดหอกในมือและพุ่งเข้าใส่จื่อหลวนทันที
มือข้างขวาของจื่อหลวนมีดาบโค้งปรากฏขึ้นมา นางใช้มันตั้งรับการโจมตีของเฉียนหลิงอู่ ทั้งสองต่อสู้กันั้แ่บนผืนดินจรดผืนฟ้าและจากผืนฟ้าสู่ผืนดิน
มวลพลังมหาศาลกระทบกันไม่หยุด ฉินชูพยายามวิ่งออกห่างให้มากที่สุด เพราะถ้าโดนคมแสงจากหอกหรือคมดาบ เขาต้องตายคาที่แน่นอน
ฉินชูพยายามวางแผนเอาตัวรอดออกจากที่แห่งนี้ เขาคิดว่าอุโมงค์ที่เข้ามาไม่มีประโยชน์ เพราะมีคนของราชวงศ์เฉียนรออยู่ หากพวกเขาเห็นฉินชูในสภาพไร้พันธนาการ จะต้องกรูเข้ามาจับตัวเขาแน่นอน ฉินชูมองตบะของทหารพวกนั้นไม่ออก ดังนั้นไม่มีทางสู้อีกฝ่ายได้แน่ แต่จะให้หนีออกไปทางอื่นก็ไม่ได้ เพราะถ้าเฉียนหลิงอู่จับได้ขึ้นมา ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม ความหวังเดียวของเขาในตอนนี้ก็คือเอาใจช่วยให้จื่อหลวนเอาชนะเฉียนหลิงอู่ให้ได้ หรือไม่ก็กุมความได้เปรียบเหนือกว่าก็ยังดี ครั้นแล้วเขาจึงวิ่งอ้อมไปด้านหลังจื่อหลวน เพราะเขาคิดว่าปลอดภัยกว่า
การต่อสู้ของเฉียนหลิงอู่กับจื่อหลวนยังคงดำเนินต่อไป
ฉินชูดูออกแล้ว พลังในการโจมตีของเฉียนหลิงอู่รุนแรงกว่า การตวัดหอกของนางทรงพลังเป็ที่สุด การตวัดหอกด้วยร่างกายอันยืดหยุ่นทำให้ผลลัพธ์น่าสะพรึงอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ทางฝั่งของจื่อหลวนก็ไม่เลว ดาบโค้งในมือของนางคมกริบ นอกจากกระบวนท่าฟาดฟัน นางสามารถผสมกระบวนท่าได้อย่างแพรวพราว อีกทั้งวิชากายยุทธ์ของนางก็รวดเร็วไร้เทียมทาน
“เ้าเป็ใครกันแน่” เฉียนหลิงอู่นึกสงสัย ทำไมอยู่ๆ ถึงมีผู้ฝึกตนขั้นที่หกหวางเจ่อโผล่มาในพื้นที่แห่งนี้ นี่เป็เื่ที่ไม่ควรเกิดขึ้น
“ข้าเป็ใครไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าพวกเ้าไม่ควรมาแย่งที่อยู่อาศัยของข้า” จื่อหลวนตอบกลับ
“วันหลังข้าจะมาใหม่” การต่อสู้กินเวลาเพียงหนึ่งเค่อ เพราะพลังของทั้งสองฝ่ายกินกันไม่ลง เฉียนหลิงอู่ถอยกลับหลังไปอย่างรวดเร็ว นางคิดว่าการต่อสู้แบบนี้ยากที่จะตัดสินผลแพ้ชนะ
ฉินชูรู้ดีว่าถึงเวลาที่เขาต้องวิ่งหนีแล้ว หากตอนนี้ไม่หนี เขาจะต้องถูกเฉียนหลิงอู่จับอีกครั้งแน่นอน
ฉินชูใช้วิชาก้าวไร้เงาวิ่งไปทางด้านหลังของจื่อหลวน
“เ้าเสียสติหรือไง อันตราย” เมื่อเห็นฉินชูวิ่งไปทางจื่อหลวน เฉียนหลิงอู่ก็รีบวิ่งตามทันที นางไม่้าให้ฉินชูตายคามือจื่อหลวน
ตอนนี้จื่อหลวนชักดาบออกมาอีกครั้ง แต่นางชักออกมาเพื่อเข้ามาขว้างเฉียนหลิงอู่ที่วิ่งตามมา และปล่อยให้ฉินชูอยู่ด้านหลังตัวเอง “ทำไมเ้าถึงมีสภาพดูไม่ได้แบบนี้”
“ข้าไม่อยากให้เป็แบบนี้เหมือนกัน ตบะของนางขั้นหวางเจ่อ ข้าจะสู้ไหวได้ยังไง” ฉินชูยิ้มเจื่อน
ทันทีที่เห็นเช่นนี้ เฉียนหลิงอู่ก็งงเป็ไก่ตาแตก ฉินชูกับจื่อหลวนคุยกันเหมือนคนรู้จัก และการที่จื่อหลวนเข้ามาขวางไว้แบบนี้ก็เห็นได้ชัดว่าไม่้าให้ฉินชูถูกจับ
“ฉินชู เ้ากล้าเล่นตุกติกงั้นหรือ เ้ารู้จักนางั้แ่แรก แต่จงใจปกปิด” เฉียนหลิงอู่มองฉินชูด้วยสีหน้าโกรธจัด ไม่มีใครกล้าวางแผนลับหลังนางมาก่อน
“ข้ารู้จักนางก็จริง แต่ก่อนที่จะเจอนางตัวเป็ๆ ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าใครเป็คนฆ่าเฉากั๋วกงของพวกเ้า อีกอย่าง ข้าไม่อยากมาที่นี่ั้แ่แรก แต่เ้าเป็คนลากข้ามาเอง ดังนั้นข้าจึงไม่มีแผนการใดๆ ั้แ่แรกแล้ว สาวสวย เ้าพอจะช่วยข้าอีกครั้งได้หรือไม่” หลังจากะโพูดกับเฉียนหลิงอู่เสร็จ ฉินชูก็พูดกับจื่อหลวน
จื่อหลวนพยักหน้าให้ฉินชู “ถึงแม้พวกเราเคยเจอกันแค่ครั้งเดียว แต่นับว่าพวกเรามีวาสนาต่อกัน มีข้าอยู่ นางทำอะไรเ้าไม่ได้”
เฉียนหลิงอู่โกรธกว่าเดิม นอกจากจะจัดการปัญหาที่หุบเขาเทียนเซียงไม่ได้แล้ว ยังปล่อยให้ฉินชูหลุดมือไปได้อีก นางทนไม่ไหวอีกต่อไป หอกในมือพลันยกตวัดขึ้นอีกครั้ง
เมื่อสัญญาณแห่งการต่อสู้ครั้งใหม่ดังขึ้น จื่อหลวนก็พุ่งความสนใจไปที่การปกป้องฉินชู นางแบ่งพลังปราณเข้ามาห่อหุ้มฉินชูเอาไว้และกันให้เขาอยู่ด้านหลังตัวเองตลอด
เฉียนหลิงอู่ที่โกรธจัด้าเผด็จศึกให้ได้ เมื่อครู่เป็แค่การต่อสู้หยั่งเชิง แต่ตอนนี้ไม่ใช่การหยั่งเชิงอีกต่อไป นางไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองเป็ฝ่ายเสียเปรียบแน่นอน ยิ่งไม่มีทางปล่อยให้ฉินชูหลุดรอดมือไปได้
“เ้าเล่นโหดร้ายเกินไปแล้ว ก็ได้ วันนี้ข้าจะถอยไปก่อน เอาไว้ซ่อนตัวฉินชูไว้อย่างมิดชิดแล้วค่อยกลับมาใหม่ เ้าไม่มีทางได้ที่แห่งนี้ไปแน่นอน” การที่ต้องต่อสู้ขณะที่ปกป้องฉินชูไปด้วย ทำให้จื่อหลวนค่อนข้างตึงมือ ดังนั้นนางจึงไม่อยากสู้ต่อ พลังปราณที่ห่อหุ้มฉินชูอยู่พลันสลายหายไป
เฉียนหลิงอู่พยายามไล่ตาม แต่เมื่อเริ่มไล่ตาม ก็เห็นได้ชัดว่าความเร็วของนางเทียบอีกฝ่ายไม่ติด
จื่อหลวนเหนือกว่าด้านความเร็ว นางพาฉินชูเหาะหนีออกห่างจากเฉียนหลิงอู่ไกลขึ้นเรื่อยๆ ไกลจนเฉียนหลิงอู่ไม่มีทางไล่ตามทัน
“ฉินชู ไอ้สารเลว” เมื่อรู้ว่าตามไม่ทัน เฉียนหลิงอู่ก็หยุดลงและะโด่าไล่หลัง นางโกรธมาก นางคิดว่า่หลังๆ มานี้ ตัวเองปฏิบัติกับฉินชูอย่างดี แต่ฉินชูกลับหนีไปกับอีกฝ่าย เป็เหตุให้เฉียนหลิงอู่รู้สึกเหมือนถูกหักหลัง
เมื่อจื่อหลวนพาฉินชูเหาะออกมาได้สักระยะ ในที่สุดก็มาถึงที่ปลอดภัย
“ขอบคุณเป็อย่างยิ่ง สาวสวย เ้าช่วยข้าถึงสองครั้ง ฉินชูผู้นี้จะจำให้ขึ้นใจ” ฉินชูโค้งตัวขอบคุณจื่อหลวน เขา้าขอบคุณจื่อหลวนจากใจจริงๆ มีวาสนาเจอกันเพียงครั้งเดียว แต่นางกลับเต็มใจช่วยเขา ดังนั้นนี่คือบุญคุณก้อนใหญ่
“ไม่ต้องเกรงใจ ตอนที่ข้าลำบากที่สุด เ้าเป็คนยื่นมือเข้ามาช่วยข้าโดยการมอบโอสถให้ข้า ข้าจำได้ขึ้นใจ เดิมทีข้า้าหาที่อยู่อันเงียบสงบ แล้วคิดจะไปเยี่ยมเ้าที่สำนักชิงหยุนอยู่เหมือนกัน แต่ทำไมเ้าถึงถูกจับได้” จื่อหลวนมองฉินชูพลางเอ่ยถาม
จากนั้นฉินชูก็เล่าเื่ที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขาออกจากโบราณสถานชิงหยุนให้จื่อหลวนฟังอย่างไม่ปกปิด เพราะเขารู้สึกได้ว่าจื่อหลวนเชื่อใจได้ คนที่มอบป้ายลัญจกรชิงหวางให้เขา ซ้ำยังเต็มใจช่วยเหลือเขาอีก เท่านี้ก็มากพอที่จะเชื่อใจแล้ว
