แสงดวงดาราส่องประกายกระทบลงมา แสงของพวกมันส่องสว่างขึ้นเรื่อยๆ ภายในปรากฏภาพนิมิตดวงดาวขนาดใหญ่ที่หนักอึ้ง ทำให้คนที่เห็นััได้ถึงแรงกดดันที่น่ากลัว
ข้างแม่น้ำดาราเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมาก พวกเขารอคอยไข่มุกดาราที่กำลังจะปรากฏขึ้นมา เหล่าจอมยุทธ์ของสำนักซิงเฉินนั่งขัดสมาธิอยู่รอบๆ พวกเขารู้ดีว่าคืนนี้จะต้องไม่สงบอย่างแน่นอน จึงได้ออกมาเตรียมการณ์ปกป้องดูแล ถ้ามีคนตายขึ้นมาจะต้องไม่ใช่เื่เล็กๆ แน่
ผึ้งทองคำเดินเตร็ดเตร่ไปรอบๆ พลางชักชวนหาแนวร่วม วิหคเพลิงชะโงกหัวออกมา ในตอนที่มันเห็นเต้าหลิง ร่างของมันก็พลันสั่นเทา ความทรงจำก่อนหน้านี้ผุดขึ้นมาในหัว มันเกือบถูกฝ่ามือของเขาฆ่าตายแล้วเสียไหมล่ะ
“ทำไมเ้าาาปีศาจนั่นถึงอยู่ที่นี่ได้?” วิหคเพลิงรีบผละตัวออก รักษาระยะห่างในทันที ในตอนนี้มันรู้ว่าเต้าหลิงมีวิชามหาอำนาจน่าหวั่นเกรง ซึ่งคนประเภทนี้อยู่ห่างๆ ไว้น่าจะดีกว่า
สายตาอิจฉาริษยาจ้องไปที่กลุ่มคนที่อยู่ข้างหน้า พวกเขารู้ว่าคนกลุ่มนี้จะต้องลงไปข้างล่างเป็แน่ ก่อนหน้านี้มีคนที่เคยทำเช่นนั้น และพวกเขาก็ได้ผลกำไรมหาศาล แต่ก็มีคนตายไปเป็จำนวนมากเช่นเดียวกัน
ว่ากันว่าไข่มุกดาราสุดแสนจะประหลาด มันสามารถช่วยกลั่นหลอมนิมิตนภาเปล่งดาราขึ้นมาได้ แต่จำนวนของมันมีอยู่น้อยมาก ไม่ใช่ว่ามีแค่สิบเม็ดจะทำนิมิตนั้นขึ้นมาได้
ในวันนี้ดวงจันทร์กลมโตส่องแสงสีเงินลงมา ดวงดาวแต่ละดวงปลดปล่อยแสงสว่างจ้าขึ้น พลังงานที่ร่วงหล่นค่อยๆ รวมตัวเข้าด้วยกัน ก่อนที่แม่น้ำดาราจะเริ่มสั่นไหว
“จะเริ่มแล้ว” มีคนเบิกตากว้าง พวกเขาต่างจดจ้องไปที่แม่น้ำอย่างไม่ละสายตาเพื่อรอคอยไข่มุกดาราที่จะลอยขึ้นมา
ครืน ครืน
คลื่นขนาดใหญ่ซัดสาดพลางม้วนตัวขึ้น เสียงของมันกระทบเข้ากับชายฝั่งดังตึ้งจนทำให้แก้วหูของผู้คนสั่นสะท้าน
แม่น้ำดาราสั่นไหวอย่างแรงกล้าราวกับว่าจะทรุดตัวลง เสียงครืนๆ ที่ดังขึ้น ภายในมีแสงสว่างจ้าของไข่มุกดาราส่องประกายออกมา
สถานการณ์โกลาหล มีเพียงกลุ่มคนกลุ่มเดียวที่รอคอยอย่างสงบ สายตาของพวกเขาจดจ้องไปยังเด็กหนุ่มที่มีแสง์ปกคลุมไปทั่วทั้งร่าง ดวงตาสีทองของเขาฉายแสงออกไป ในตอนนั้นตรงหน้าก็พลันปรากฏบันไดแสงดาราอันหนึ่งขึ้น
บันไดนี้ดูแล้วเก่าแก่มาก ขนาดของมันใหญ่แค่หนึ่งฝ่ามือเท่านั้น มันส่องแสงใสระยิบระยับดุจอัญมณี
“นี่มัน” ชายชราที่นั่งอยู่บนก้อนหินลุกยืนขึ้นพลางกล่าวเสียงหลงออกมา “ของล้ำค่าประหลาดโบราณ บันได์ดารา”
“ใช่แล้ว นี่จะต้องเป็บันได์ดารา ไม่ผิดแน่ มันถูกหลอมขึ้นจากทรายดาราและดวงดาราโบราณ สามารถก้าวผ่านได้ทั่วฟ้าดิน” ชายชราของสำนักซิงเฉินกลุ่มหนึ่งกล่าว พวกเขาต่างใจสั่นกับพลานุภาพของเขา์โบราณ ขนาดคนรุ่นหลังยังมีของล้ำค่ามากขนาดนี้เชียวหรือ?
บันได์ดาราลอยอยู่กลางอากาศ มันค่อยๆ ร่วงลงไปในแม่น้ำดารา จากนั้นบันไดก็ขยายใหญ่ขึ้นจนจมลงไปในแม่น้ำ ทั้งยังปลดปล่อยอักขระเต๋าที่ซับซ้อนออกมาเพื่อต่อต้านแรงกดดันที่อยู่รอบทิศ
การลงไปในแม่น้ำดาราได้ยากมาก เพราะแรงกดดันที่น่ากลัวเกินไป นอกเสียจากจะเป็จอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งจึงสามารถลงไปได้ ทว่าสำหรับพวกเขาแล้วไข่มุกดาราไม่ได้มีค่ามากมายอะไรนัก
“ของดี” เต้าหลิงก้าวฝีเท้าลงบนบันได เขาััได้ถึงเส้นอักขระเต๋าที่ซับซ้อน ทั้งยังแฝงไปด้วยคลื่นพลังน่าหวาดกลัว
เมื่อเดินลงไปด้านล่างแม่น้ำดาราได้ครู่หนึ่ง เต้าหลิงก็หรี่ตาลงก่อนอึ้งไป ด้านล่างมีสิ่งก่อสร้างอยู่ด้วยอย่างนั้นหรือ?
ด้านล่างนี้มีราชวังเก่าแก่อยู่ ทั้งยังเปล่งแสงล้ำค่าประกายออกมา และยังมีแม่น้ำดาราที่สูญสลาย เป็ภาพดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ที่ร่วงหล่น แต่ละราชวังเหมือนกับวิหาร์ดารา ทำให้คนที่เห็นขนลุกอย่างอดไม่ได้
แม่น้ำดาราสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง ทว่าใต้ล่างนั้นกลับเงียบสงบเหมือนกับดินแดนบริสุทธิ์
“สถานที่เหล่านี้อยู่มาั้แ่โบราณ ทว่าเกิดถูกแม่น้ำดาราท่วมใส่ แต่สุดท้ายแล้วก็ยังคงสภาพอยู่”
“ใช่แล้ว ข้างล่างนี้มีค่ายกลอักขระอยู่ ไข่มุกดาราจำนวนมากต่างลอยขึ้นไปข้างบนจากด้านล่างทั้งนั้น ไม่รู้ว่าจากครั้งก่อนที่ผู้าุโเก็บไปนั้นเวลาผ่านไปเท่าไรแล้ว”
ผู้คนโดยรอบกล่าวออกมาต่างๆ นานา แต่เดิมที สำนักซิงเฉินจะลงมาเก็บไข่มุกดาราเพื่อมอบให้กับอัจฉริยะของสำนัก ซึ่งนี่ถือว่าเป็ผลผลิตชั้นยอดของสำนัก มีคนหลายคนมาที่นี่เพื่อมาเอาไข่มุกดารา
ด้านล่างนี้มีขนาดใหญ่มากเหมือนกับโลกใต้สมุทร ทำให้เต้าหลิงใยิ่ง มีคนที่เหลือบไปเห็นไข่มุกดาราที่อยู่ในสถานที่โบราณ เขารีบทะยานเข้าไปเก็บมันอย่างบ้าคลั่ง
เขา์โบราณไม่ได้ใส่ใจคนต่ำต้อยเ่าั้ พวกเขาเดินเข้าไปข้างในสิ่งก่อสร้าง ซึ่งเต้าหลิงไม่ได้เดินไปกับพวกเขา แต่กลับทะยานเข้าไปข้างในเพื่อหาไข่มุกดารา
พลังงานที่อยู่ในนี้เข้มข้นมาก ทั้งยังเป็พลังดาราบริสุทธิ์ ซึ่งพลังงานเหล่านี้เป็ส่วนที่บริสุทธิ์ที่สุดของแม่น้ำดารา ว่ากันว่าอัจฉริยะของสำนักซิงเฉินบางคนได้รับโอกาสมาฝึกฝนอยู่ใต้ล่างนี้่ระยะเวลาหนึ่ง
สิ่งก่อสร้างพวกนี้ใหญ่มาก ทั้งยังมีลมหมุนเวียนอยู่ภายในที่คอยพัดไข่มุกดาราขึ้นไปข้างบน
สีหน้าของเต้าหลิงเต็มไปด้วยความปีติ ฝ่าเท้าของเขากระทืบลงพื้นทะยานฝ่าอากาศ ฝ่ามือคว้าเข้าไปในลมเพื่อเก็บไข่มุกดารา ซึ่งมีอยู่ด้วยกันทั้งหมดสามเม็ด
“ไม่รู้ว่าจะหาได้สักกี่เม็ด” สีหน้าของเต้าหลิงยินดียิ่ง ถ้าหาได้สักร้อยเม็ด คงไม่ต้องพูดถึงการฝึกฝนในขั้นสถิติญญาอีกต่อไป ที่นี่เป็สถานที่ล้ำค่าเสียจริงๆ
“พลังดาราที่อยู่ภายในวิหารแห่งนี้เข้มข้นมาก” เต้าหลิงเดินมาถึงวิหารซิงเฉินแห่งหนึ่ง พลังภายเปี่ยมล้นจนถึงขีดสุด บนท้องฟ้าของวิหารมีแม่น้ำดาราส่องแสงประกายออกมาระยิบระยับ ทำให้ผู้คนต้องหลุดเข้าไปอยู่ในห้วงของความฝันเหมือนกับอยู่ท่ามกลางวิหาร์ก็มิปาน
สายตาของเขาจับจ้องไปข้างในวิหาร เมื่อเห็นอักขระเต๋าซับซ้อนที่สลักอยู่ตรงกำแพง เขาก็กล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ “ข้าเข้าใจแล้ว ที่แท้วิหารซิงเฉินแห่งนี้ก็คือวิชาค่ายกล!”
เขารีบสาวเท้าเดินออกไปอย่างรวดเร็วเพราะไม่อยากเสียเวลา ไข่มุกดาราที่อยู่ข้างในนี้น่าจะถูก่ชิงจนใกล้หมดแล้ว
บริเวณใกล้ๆ นี้มีคนบุกเข้ามาแล้ว พวกเขาแผดเสียงร้องคำรามดังขึ้น เต้าหลิงที่เดินเข้ามาข้างใน ความเร็วของเขาไวมาก ในเวลาเดียวกันเขาก็พบไข่มุกดาราเม็ดหนึ่ง
“อันที่หก” เต้าหลิงหยิบมันขึ้นมาจากซอกหินด้วยความดีใจ
วิ้ง ทันใดนั้น ก็มีพลังดุร้ายพุ่งเข้ามา ธนูขนาดใหญ่สีทองได้พุ่งทะลวงฝ่าอากาศมาที่เขาราวกับแสงสายฟ้าสีทอง
เมื่อััได้ถึงพลังนั่น ที่หลังของเต้าหลิงก็เย็นวาบขึ้น ร่างกายของเขาหลบหลีกไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว
คนที่ลงมือลอบสังหารนั้นว่องไวมาก ถึงแม้ว่าเต้าหลิงจะหลบจนพ้นจากจุดสำคัญ ทว่าแสงธนูก็ได้เฉียดเข้าที่เอวของเขาจนมีเืไหลซึมออกมา
“หลบไวดีนี่” ชายหนุ่มผมสีทองขมวดคิ้ว เมื่อครู่ที่ฆ่าเขาไม่ตาย คงจะต้องใช้เวลาจัดการไม่น้อย
ั์ตาของเต้าหลิงประกายแสงเย็น ดวงตาเ็าของเขาจ้องมองไปที่ชายหนุ่มผมสีทอง พลังสังหารเย็นเอ่อล้นออกมาจากร่าง เขาก้าวเท้าออกไปอย่างไม่กล่าววาจา
“จะฆ่าข้างั้นหรือ?” ชายหนุ่มผมสีทองแสยะยิ้มพลางกล่าวออกมาอย่างไม่แยแส “อยากฆ่าข้าก็ต้องใช้พลังทั้งหมดที่เ้ามี”
เขาดึงคันธนูสีทองขนาดใหญ่ ซึ่งคันธนูนี้เป็อาวุธล้ำค่าระดับสูง คลื่นพลังที่แข็งแกร่งตลบอบอวลไปทั่วห้วงอากาศ ลูกธนูสีทองลูกหนึ่งถูกง้างออกก่อนยิงเข้าใส่คนที่เดินมาตรงหน้า
“อยากจะฆ่าข้า เ้าเองก็ต้องใช้พลังทั้งหมดที่มีเหมือนกัน” เต้าหลิงแผดเสียงคำราม พลังปราณทั่วร่างะเิออก ชั่วพริบตาเขาก็หลบหลีกการโจมตีแล้วทะยานออกไป
ชายหนุ่มผมสีทองแค่นเสียงฮึเย็น เขาง้างคันธนูออกมาอย่างต่อเนื่อง ลูกธนูสีทองห้าดอกะเิพุ่งออกไปเหมือนกับแสงสายฟ้าสีทอง แต่ละลูกสามารถะเิก้อนหินขนาดใหญ่ได้
ทั่วบริเวณตลบอบอวลไปด้วยพลังสังหาร เสียงปีศาจหวีดร้องดังขึ้นมา ลูกธนูทั้งห้าทำมาจากแร่หิน ถ้าถูกมันยิงโดนเข้าแล้วละก็ หากไม่ตายก็ต้องพิการ
เต้าหลิงนั้นว่องไวมาก ฝีเท้าของเขากระทืบลงพื้นพลางทะยานออกไปด้วยความเร็วจนถึงขั้นสุด ลมปราณที่บ้าคลั่งเข้าปกคลุมจนเกิดแรงกดดันเสียดสีซัดเข้ามา
“เร็วจริงๆ” ั์ตาของชายหนุ่มผมสีทองพลันหนักอึ้ง เมื่อเห็นร่างเงาที่พุ่งเข้ามา เขาก็ง้างคันธนูพลางปล่อยลูกธนูยิงออกไป
คันธนูสีทองทำขึ้นมาจากเส้นเอ็นของสัตว์อสูรดุร้าย พลานุภาพ์ที่ถูกปลุกขึ้นปรากฏร่างเงาของสัตว์อสูรขึ้นมาสลัวๆ คลื่นพลังดุดันพุ่งทะลักออกมา
ชายเสื้อของเขากระพือขึ้น ดวงตาเ็าจ้องไปที่ร่างเงาสัตว์อสูร หมัดของเต้าหลิงกำแน่น ร่างกายแปรเปลี่ยนเป็สีทองแดง พลังที่ดุดันเริ่มหนักแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ หมัดของเขาปะทะเข้าไปร่างของสัตว์อสูร
“ตายซะ” ในขณะที่ชายหนุ่มผมสีทองกำลังจะใช้สัตว์อสูรเข้าโจมตี เขาง้างคันธนูสีทองออก ซึ่งธนูนั้นอยู่ห่างกับอกของเขาไม่ถึงคืบ
ลูกธนูสีทองขนาดใหญ่พุ่งออกไป ด้วยระยะที่ใกล้ขนาดนั้น อกของเขาจะต้องถูกทะลวงจนเป็รูแน่
“แหลกไปซะ” เต้าหลิงแผดเสียงคำราม ผมยาวของเขาปลิวไสวอย่างบ้าคลั่ง ลมเืเดือดพล่านทั่วร่าง แขนเหวี่ยงออกไป ฝ่ามือสีทองแดงไร้เทียมทานปะทะเข้ากับลูกธนูสีทองจนกระเด็น
“อะไรกัน?” ชายหนุ่มผมสีทองใมาก อีกฝ่ายสามารถใช้ฝ่ามือปะทะเข้ากับธนูสีทองของตนได้อย่างนั้นหรือ? พลังกายนั่นน่ากลัวมากเกินไปแล้ว จากนั้น เขาก็สังเกตเห็นผิวที่อยู่ตรงฝ่ามือ หนังตาของเขากระตุกขึ้นก่อนกล่าวออกมาว่า “นี่มันวิชาที่อยู่ในหนังสัตว์อสูรสีทอง”
หัวใจของชายหนุ่มพลันลุกขึ้นเป็ไฟ เขาแหงนหน้าขึ้นฟ้าพลางหัวเราะดังลั่นออกมา “ไม่เลวเลย ผลกำไรในวันนี้มากมายเสียจริง เ้าหนูไปตายซะเถอะ วิชามหาอำนาจของเ้าข้าขอก็แล้วกัน”
