คำพูดจากการเจอกันเมื่อ่กลางวันของหลี่เยวี่ยซือทำให้เจียงเฉิงอยากไปหานางอีกครั้ง อยากไปถามเื่ที่หลี่อันหรานถูกข่มเหง เพราะตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมีเพียงนางที่รู้ความจริงของเื่ราว
ขืนยังมัวแต่สืบข่าวด้วยวิธีของเขาต่อไป เกรงว่าอีกนานก็ยังไม่ได้คำตอบ ยิ่งไปกว่านั้นคือ เขาไม่อยากให้เื่นี้ถูกนำกลับมาพูดถึงอีกครั้งจนเป็การทำร้ายหลี่อันหรานซ้ำสอง ไม่อยากให้ผู้ใดพูดถึงนางในทางไม่ดีอีก
ในใจเขารู้ว่าหลี่อันหรานไม่ชอบให้เขาไปหาหลี่เยวี่ยซือ หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจแอบออกไปหาหลี่เยวี่ยซือเพื่อสอบถามความจริงให้กระจ่างแน่ชัด
วันนี้ เขาอาศัยจังหวะที่หลี่อันหรานนำเต้าเจี้ยวเผ็ดไปส่งในเมืองไปหาหลี่เยวี่ยซือ เขาลังเลเล็กน้อยเมื่อมาถึงบ้านของหลี่เยวี่ยซือ ทว่าท้ายที่สุดก็ตัดสินใจเดินเข้าไป
เด็กรับใช้คนนั้นเห็นเขาเดินมาจากไกลๆ ยังไม่ทันจะเดินถึงบันไดหน้าบ้านด้วยซ้ำ เด็กรับใช้ก็ออกมาต้อนรับแล้ว “คุณชาย ท่านมาแล้ว! เชิญด้านในเลยขอรับ”
เจียงเฉิงใกับท่าทีกระตือรือร้นของเด็กรับใช้เล็กน้อย “เ้าไม่ต้องเข้าไปรายงานก่อนหรือ?”
เด็กรับใช้เช็ดจมูกด้วยแขนเสื้อแล้วฉีกยิ้มกว้าง “คุณหนูของข้าบ่นถึงท่านอยู่ตลอด ตั้งตาคอยให้ท่านมาหาทุกวัน ทุกครั้งที่ออกจากบ้านและกลับเข้าบ้านจะย้ำเตือนข้าเสมอให้เชิญท่านเข้ามาได้เลย วันนี้คุณหนูอยู่บ้านพอดี เชิญคุณชายเลยขอรับ”
เจียงเฉิงขมวดคิ้วมุ่น เขาเข้าใจเจตนาของหลี่เยวี่ยซือ แต่เขาไม่ได้คิดกับนางแบบนั้นแม้แต่น้อย ทว่าเพื่อเื่ของหลี่อันหรานแล้ว เขาจำยอมกัดฟันเดินเข้าไป “รบกวนช่วยนำทางด้วย”
เจียงเฉิงจำทางที่นี่ได้ บ้านของหลี่เยวี่ยซือจะถือว่าเป็ชาวนาที่ร่ำรวยสำหรับพื้นที่แถบนี้ แต่สำหรับตัวเขาผู้มาจากจวนแม่ทัพในเมืองหลวงแล้วนั้นไม่มีอะไรเทียบได้เลย เดินผ่านซุ้มประตูเพียงสองซุ้ม จากนั้นเดินตามระเบียงทางเดินไปก็ถึงห้องของหลี่เยวี่ยซือแล้ว
เจียงเฉิงกับเด็กรับใช้ยังไม่ทันจะเดินไปถึง หลี่เยวี่ยซือก็เร่งฝีเท้าเดินมาทางนี้แล้ว นางมาหยุดยืนตรงหน้าเขาด้วยรอยยิ้มหวานหยด มือจับผ้าเช็ดหน้ากุมหน้าอกหอบหายใจเบาๆ ดูแล้วเมื่อครู่คงรีบวิ่งมาทางนี้เกินไป
เจียงเฉิงประสานมือทักทายอย่างมีมารยาทเหมือนเคย “คุณหนูหลี่ ข้ามารบกวนอีกแล้ว”
“รบกวนอะไรกัน ข้ารอให้ท่านมาหาอยู่ตลอด รีบมาเถิด” ไม่พูดพร่ำทำเพลง นางคว้าข้อมือเจียงเฉิงเดินเข้าด้านในทันที
เด็กรับใช้เดินตามเข้าไปด้วยรอยยิ้มแต่กลับถูกนางทำตาขวางใส่ “ออกไปเฝ้าประตูให้ดี จะตามมาทำอันใด? รีบไปเสีย”
เด็กรับใช้ยู่ปากแล้วจำต้องเดินออกไปอย่างไม่เต็มใจ
เจียงเฉิงอยากดึงมือกลับแต่นางจับไว้แน่นมาก “คุณหนูหลี่ เกรงว่าทำเช่นนี้จะไม่เหมาะสม”
หลี่เยวี่ยซือตรงไปตรงมามาก นางพาเขาเข้าด้านในพลางว่า “ไม่เหมาะสมอย่างไร ท่านเป็แขก หรือว่าข้าเสียมารยาทต่อท่าน?”
“ไม่ใช่อย่างนั้น”
“เช่นนั้นก็ตามข้ามาที่ห้อง ท่านแม่ข้าก็อยู่ด้วย นางจะได้พบท่าน ข้าพูดถึงท่านให้นางฟังอยู่ตลอดแต่นางไม่เชื่อ วันนี้นางจะได้เห็นกับตาตัวเอง” หลี่เยวี่ยซือว่าขณะพาเจียงเฉิงไปที่ห้องส่วนตัว
สตรีนางหนึ่งนั่งอยู่ที่ห้องโถง เขาไม่เคยเจออีกฝ่ายมาก่อน แต่จากคำพูดเมื่อครู่ของหลี่เยวี่ยซือก็พอเดาได้ว่าอีกฝ่ายคือมารดาของนาง เขาเคยได้ยินหลี่อันหรานพูดถึงสตรีนางนี้ นางมีนามว่าเหอชุนฮวา เป็สะใภ้รองของสกุลหลี่
เจียงเฉิงเข้ามาแล้วรีบชักมือออกจากมือของหลี่เยวี่ยซือ เขาทำความเคารพโดยไม่ได้เดินเข้าไปต่อ เหอชุนฮวาพิจารณาเขาโดยละเอียด ก่อนที่เขาจะมาที่นี่ นางเคยได้ยินหลี่เยวี่ยซือพูดถึงเขาในทางที่ดีให้ฟังนับครั้งไม่ถ้วน
หน้าตาหล่อเหลามีสง่าราศี คุณลักษณะเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนในหมู่บ้านเล็กๆ จะมีได้ นอกจากนี้ยังได้ยินว่าเขามาจากเมืองหลวง นายท่านใหญ่สกุลหลี่เคยรับราชการที่เมืองหลวงเช่นกัน แต่เนื่องจากไปล่วงเกินคนเลวเข้าจึงได้ตกต่ำแบบทุกวันนี้
สมัยที่ยังอยู่เมืองหลวง เหอชุนฮวาเคยเจอขุนนางข้าราชการมาบ้าง แม้จะไม่ถึงขั้นมองสถานะของเจียงเฉิงออกั้แ่แวบแรกแต่ก็พอเดาได้หลายส่วน “ได้ยินเยวี่ยเอ๋อร์พูดถึงมานานแล้ว วันนี้ได้พบด้วยตัวเอง จริงดั่งที่นางว่า เชิญนั่งเถิด”
“ฮูหยินชมเกินไปแล้ว”
เจียงเฉิงพยักหน้าก่อนจะนั่งลงด้านข้าง บรรยากาศภายในห้องอึดอัดมาก เดิมทีเขาตั้งใจมาสอบถามเื่ที่หลี่อันหรานถูกข่มเหงจากหลี่เยวี่ยซือ นึกไม่ถึงว่าจะเจอเหอชุนฮวา
หลี่เยวี่ยซือยืนข้างเหอชุนฮวา นางไม่ละสายตาจากเขาแม้แต่วินาทีเดียว ใบหน้ามีรอยยิ้มงดงามดั่งบุปผาประดับไว้ เหอชุนฮวาต้องใช้แขนสะกิด นางจึงยอมละสายตาจากเขาและเผยให้เห็นรอยยิ้มบางๆ “ข้าจะไปรินน้ำชามาให้ ท่านรอประเดี๋ยว” พูดจบแล้วนางก็เตรียมจะเดินออกไป
ครั้นเห็นดังนั้น เจียงเฉิงจึงรีบลุกพรวด “คุณหนูหลี่ ข้ามาที่นี่เพราะมีเื่อยากถามก็เท่านั้น ไม่ต้องลำบาก”
“ไม่ลำบากแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะมาด้วยเื่อะไรก็เป็แขกทั้งสิ้น หากแค่น้ำชายังไม่มีให้ดื่ม เพื่อนบ้านคงหัวเราะว่าข้าไร้มารยาท” หลี่เยวี่ยซือตอบด้วยรอยยิ้มแล้วเดินออกไป
เหอชุนฮวามองเขาด้วยสายตาสงบนิ่ง “คุณชายฉางนั่งลงก่อน มีอะไรก็รอให้เยวี่ยเอ๋อร์รินน้ำชากลับมาก่อนค่อยถาม”
เจียงเฉิงนั่งลงอีกครั้ง สายตามองออกไปด้านหน้าและรอคอยเงียบๆ
เหอชุนฮวาพิจารณาเขาอีกครั้งก่อนจะถามว่า “คุณชายฉางรับราชการอยู่ที่เมืองหลวงหรือ?”
เจียงเฉิงชะงักเล็กน้อยและรีบตอบ “ไม่ใช่ขอรับ เป็เพียงชาวบ้านธรรมดา”
ครั้นได้ยิน เหอชุนฮวาพลันเอ่ยว่า “ข้าอายุไม่น้อยแล้ว จริงอยู่ที่สายตาเริ่มไม่ค่อยดี แต่ถึงอย่างไรก็ยังมองคนออก แต่ในเมื่อคุณชายไม่อยากตอบข้าก็จะไม่ฝืน”
ขณะที่กำลังพูด หลี่เยวี่ยซือก็ยกน้ำชาเข้ามาพอดี นางแอบมองเจียงเฉิงแวบหนึ่งและวางน้ำชาตรงหน้าเขา “ท่านพี่ฉาง ชาไม่ได้ดีเลิศ หวังว่าจะไม่รังเกียจ”
“คุณหนูหลี่เกรงใจแล้ว”
หลี่เยวี่ยซือวางน้ำชาอีกถ้วยลงตรงหน้าเหอชุนฮวาและยืนด้านข้าง ทว่าสายตายังคงมองไปทางเจียงเฉิงอยู่ดี
“วันนี้คุณชายฉางมีธุระอันใดกับเยวี่ยเอ๋อร์หรือ?”
สีหน้าของเจียงเฉิงผิดปกติเล็กน้อย เขามองไปทางหลี่เยวี่ยซือ
หลี่เยวี่ยซือเห็นดังนี้ก็รีบอธิบาย “ท่านแม่ เขาเพียงแต่มีเื่อยากถามข้าก็เท่านั้น ไม่ใช่เื่ใหญ่ ท่านไม่ต้องเป็ห่วง”
เหอชุนฮวาได้ยินลูกสาวพูดแบบนี้จึงไม่ได้ถามอะไรมาก นางนั่งอีกเพียงครู่หนึ่งก็หาข้ออ้างมาลุกออกไป หลังจากที่นางจากไป หลี่เยวี่ยซือจึงค่อยหันมามองเจียงเฉิงอีกครั้ง “ท่านมาถามเื่นั้นหรือ?” แววตานางขยับไปมา สายตาไม่เคยละห่างจากเจียงเฉิง
“ถูกต้อง หวังว่าคุณหนูหลี่จะช่วยข้าไขความกระจ่างได้” เจียงเฉิงนั่งหลังตรง พลางกล่าวอย่างราบเรียบ
หลี่เยวี่ยซือแอบมองมายังเขา “เช่นนั้นเงื่อนไขที่ข้าบอกล่ะ ท่านตกลงหรือ?”
เจียงเฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขามีการคิดถึงเงื่อนไขที่นางพูดก่อนมาที่นี่ ความจริงการย้ายมาอยู่บ้านหลี่เยวี่ยซือหลังจากตอบแทนบุญคุณหลี่อันหรานเรียบร้อยแล้วก็ไม่ได้มีอะไรลำบาก เพียงแต่ว่า…
“ข้าจะกลับเมืองหลวงหลังจากตอบแทนบุญคุณเรียบร้อย เกรงว่าจะไม่อาจอยู่ที่นี่ได้อีก”
“เช่นนั้น… ท่านก็พาข้าไปเมืองหลวงด้วยสิ” หลี่เยวี่ยซือก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าว
“คุณหนูหลี่ ข้าพาท่านไปด้วยได้ แต่หลังจากที่ไปถึงแล้วล่ะ ท่านมีญาติให้ไปขอพึ่งหรือไม่?” เขาคิดเื่นี้ั้แ่ก่อนมาแล้วว่านางจะมีทีท่าอย่างไร แน่นอนว่าเขามีคำตอบอยู่ในใจแล้ว ตอนนี้จึงไม่จำเป็ต้องเสียเวลาคิดอีก
