“หลานย่าเ้าสบายดีแล้วหรือ ทำไมถึงไม่นอนพักผ่อนล่ะ เหตุใดถึงลุกมานั่งอยู่แบบนั้นกัน”
“หลานหายดีแล้วเ้าค่ะ แค่นอนไม่หลับนั่งแบบนี้รู้สึกสบายตัว กว่านอนเ้าค่ะ”เสียงคุยกันทำให้คนที่นอนอยู่เริ่มตื่น “หายแล้วก็ดี นั่งอยู่ตรงนี้ก่อนก็ได้ ย่าออกไปทำกับข้าวช่วยแม่ของเ้าก่อน”
“ท่านพ่อ พวกเราขุดหินสีพวกนี้ ได้มาเยอะแล้ว ข้าว่าพวกเราเดินทางไปเมืองอื่นกันต่อเถอะ ติดอยู่ที่นี่มาเป็เดือนแล้ว”ลี่กันถามผู้เป็พ่อ
“เอาไว้อีกสักพักก่อน ให้ทุกคนเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อม ก่อนออกเดินทาง อย่างน้อยก็ให้ซินหยาง ได้มีเวลาศึกษาตัวอักษรโบราณเพิ่ม ทำให้พวกเราแข็งแรงและเดินทางได้ไวขึ้นด้วย เ้าช่างไม่เข้าใจอะไรเลยลี่ถัง จะหาโอกาสแบบนี้ ไม่มีอีกแล้ว เ้าก็รู้ว่าทุกอย่างไม่แน่นอน”
“ข้าคิดว่าเราก็ขายแล้วซื้อเกวียน เดินทางไม่ดีกว่าหรือ ระหว่างทางเด็กและผู้หญิงนั่งไปบนเกวียนก็ยังดี ถึงมีร่างกายแข็งแรงแล้วเดินไป ก็ไม่ไหวนะท่านพ่อ”ลี่จูมองหน้าลูกชาย ที่ไม่เข้าใจความหมายที่เขาสื่อออกไป
“ไม่รู้ว่าหินสีพวกนี้ขายในเมืองที่เราจะไปถึง ได้มากน้อยเท่าไหร่ อยู่ต่อไปอีกสักพักหนึ่งก่อน เพราะเรายังขุดเจออยู่ ถ้าเรารีบเร่งไป ก็ไม่มีโอกาสได้ขุดอีกแล้วนะ ที่อื่นจะมีเหมือนตรงนี้หรือไม่”
“ข้าตามใจท่านพ่อก็แล้วกัน เห็นเ้ารองบอกจะไปหาสมุนไพรกับซินหยาง ทีู่เาไปเจองูมานั่นแหละ ถ้าได้สมุนไพรมาเพิ่มก็ดี”
“เ้าปล่อยลูกไปตามลำพังมีแต่เด็ก ไม่กลัวลูกจะมีอันตรายหรือ”
“พูดตามความจริงนะท่านพ่อ ข้าไว้ใจซินหยาง ว่านางจะดูแลพี่ชายได้ ถ้าเอาผู้ใหญ่ไป เราก็ต้องขุดหาหินสี ถ้าให้ท่านแม่หรือภรรยาข้าไป กลัวจะทำให้ซินหยางลำบากกว่าเดิม”
“มันก็จริงอย่างเ้าว่า ซินหยางคล่องแคล่ว เดินทางไวแค่เ้ารองก็เป็ตัวภาระ สำหรับเด็กน้อยแล้ว ปล่อยไปเถอะขนาดงูตัวใหญ่ยังสังหารจับมาได้ เป็พวกเราไม่ต้องวิ่งหนีกันป่าราบเลยรึ”สองพ่อลูกคุยกัน มือก็ขุดหาหินสีไปด้วย
“น้องเล็กวันนี้เราจะไปหาสมุนไพรกันอีกใช่หรือไม่ ข้ามีแรงขึ้นเยอะหลังจากกินเนื้องูไปแล้ว วันนี้พวกเราไปแต่เช้าเถอะ ข้าอยากเจอสมุนไพร ขายแล้วได้ราคาเอาไว้ซื้อที่ดินทำกินที่ต่างเมือง”
“พี่รองพกแผ่นอักษรโบราณมาแล้วใช่หรือไม่ ถ้าลืมหมดแรงกลางทางตัวใครตัวมันนะ ข้าไม่ช่วยพี่รองเด็ดขาด”
“ของวิเศษแบบนั้นจะลืมได้ยังไง ไปกันเถอะพี่รองพร้อมแล้ว”เด็กทั้งสองคน เดินมุ่งหน้าไปยังเขา ที่พอมีต้นไม้สีเขียว
“พี่รองวันนี้อย่าลืมตัดเอาเยื่อไม้สีขาวมาให้ข้าด้วย ถ้าจะเขียนอักษรโบราณตัวอื่นใส่ลงไป ถ้าหมดแล้วเกิดเราไม่ได้เข้าป่าก็จะไม่มี แผ่นไม้มาเขียนอักษรโบราณอีก”
“พี่รองไม่ลืมหรอก เมื่อวานนี้มองไว้อยู่สองต้นแล้ว วันนี้ไปถึงจะตัดไปก่อนเลย เผื่อเจอเหตุการณ์เร่งด่วน ต้องกลับก่อนอีก”
“พี่รองตัดไว้เยอะๆเลยนะ มีอักษรโบราณอีกหลายตัวที่ต้องเขียน ข้าจะลองเขียนทุกตัว ถ้ามีกระดาษแดงเขียนได้ก็คงจะดี แต่ราคามันคงจะแพงมากเป็แน่”
“น้องเล็กพี่รองว่าใช้เป็แผ่นไม้แบบนี้ดีกว่า พกติดตัวหรือจะเจาะรูห้อยคอก็ไม่น่าเกลียด ถ้าเป็แผ่นกระดาษเจอน้ำหรือเหงื่อเข้าไปมันจะได้ไม่ฉีกขาด”
ทั้งสองพี่น้องเข้าไปถึงป่า ลี่ถังรีบไปกรีดต้นไม้เอาเปลือกนอกออกเอาแต่แผ่นเยื่อข้างในสีขาว ได้เยอะจนพอใจน้องสาวแล้ว ถึงได้เริ่มเดินหาสมุนไพรและผลไม้
“น้องเล็กเ้ารู้ไหมว่าหินสีตรงที่ท่านพ่อกับท่านปู่ขุด ยังเหลือหินสีอยู่ใต้ดินอีกเยอะไหม พวกเราจะได้เดินทางออกจากที่นี่ได้เมื่อไหร่”
“เหลือไม่เยอะแล้วพวกท่านขุด จนตอตะโกสีดำแทบไม่เหลือแล้ว เศษไม้และรากก็เอามาทำฟืน อีกไม่นานไม่น่าเกินสิบวัน พวกเราก็ได้ออกเดินทางไปเมืองอื่นแล้ว”
สองพี่น้อง มาเดินหาสมุนไพรทุกวัน เจอแต่สมุนไพรพื้นบ้าน อย่างว่านดองจิน ลิ้นั กล้วยไม้สีดำ ฉงโหล ฝูหลิง ไร้วี่แววของโสม หรือเห็ดหลินจือที่เป็สมุนไพรมีราคาสูง
เลยเปลี่ยนไปหา แต่ผลไม้และเยื่อต้นไม้อ่อน มากกว่าจะเดินหาสมุนไพร จนได้เยื่อแผ่นไม้สีขาวเป็ที่พอใจของซินหยาง
“วันนี้เราไม่ต้องเข้าป่าแล้ว ถ้าพี่รองไม่ได้ทำอะไรแล้ว มาช่วยข้ารีดแผ่นไม้ ให้ตรงแล้วตัดเป็แผ่น ข้าตากแดดไว้หลายวันแล้วแต่ยังไม่มีเวลารีดและตัดให้เป็แผ่นเลย”
“ได้สิน้องเล็ก เดี๋ยวพี่รองจะช่วยเ้ารีดและตัดเอง จะเอาแผ่นขนาดไหนก็บอก เ้าอย่าลืมเขียนอักษรโบราณ ให้ทั้งสามคนที่ยังไม่ได้ด้วยเล่า”
“โอ้!พี่รอง ข้าลืมไปเลย เขียนไว้ตั้งนานแล้ว แต่ไม่ได้เอาไปให้ทั้งสามคน กะว่าจะให้วันที่ออกเดินทางเลย”
“เ้ารออะไรน้องเล็ก เขียนเสร็จแล้วก็เอาไปให้เลย จะได้มีแรงทำงานั้แ่ตอนนี้”
“เดี๋ยวถ้าเราตัดแผ่นไม้นี้เสร็จ ข้าฝากพี่รองเอาไปให้ด้วย ข้าจะนั่งอ่านหนังสือและเขียนอักษรโบราณอยู่ตรงนี้แหละ เงียบแล้วสงบดี”
ซินหยางมีความรู้สึกว่า ถ้าเขียนในที่โล่งเงียบสงบ เหมือนมีพลังที่มองไม่เห็นจากฟ้าดิน เข้าไปอยู่บนตัวอักษรโบราณในแผ่นไม้ ที่เขียนลงไป
ซินหยางใช้เวลาสามวันในการเขียนอักษรโบราณ ในหนังสือลงบนแผ่นไม้เก็บไว้ในถุงย่าม เอาไว้ใช้ตอนที่จำเป็ หรือมีเหตุการณ์ตอนที่เดินทาง
“ท่านปู่เ้าคะ หินสีใต้ดินมีไม่เยอะแล้ว เลิกขุดและเดินทางต่อกันเถอะเ้าค่ะ”ซินหยางเดินเข้าไปพูดกับผู้เป็ปู่ หลังจากกินอาหารมื้อเที่ยงแล้ว เพราะความที่ไม่หิว ทุกคนจึงกินอาหารมื้อเดียวคือมื้อเที่ยง
“ปู่ก็คิดเหมือนหลาน อย่างนั้นวันนี้เราเตรียมตัวกัน พรุ่งนี้จะได้เดินทางกันแต่เช้า เดี๋ยวปู่เดินไปบอกให้กลุ่มผู้หญิงที่ขัดทำความสะอาดหินสี เตรียมตัวก่อน”ลี่จูเดินไปข้างลำธาร
“พวกเ้าขัดหินสีพวกนี้แล้ว เก็บเช็ดให้แห้งพรุ่งนี้เช้าเราจะออกเดินทาง ไปแคว้นตงไห่กัน”
“ท่านปู่เราจะได้เดินทางแล้วหรือเ้าคะ ดีจังเลยจะได้ไปอยู่ในเมืองแล้ว”หวังจิ้นหลานสาวคนโตพูดขึ้นด้วยความดีใจ
สองพ่อลูกเลิกขุดดินเก็บเครื่องไม้เครื่องมือ จัดเก็บสิ่งของเตรียมเดินทาง “ทีเราชวนบอกอีกหลายวัน ทีเ้าเล็กชวนไปพรุ่งนี้ ท่านพ่อไม่ได้หลงเชื่อ หลานคนเล็กอยู่ใช่ไหม”ลี่กันได้แต่คิดในใจ
พอเริ่มมองเห็นแสง ทุกคนก็ออกเดินทาง หลังที่พากันตื่นั้แ่เช้ามืด เพื่อเตรียมสิ่งของก่อนเดินทาง ตอนนี้ทุกคนได้พกอักษรโบราณ ที่ทำให้หายเหนื่อยมีแรงไม่หิว
จนถึงเวลา่สาย ทุกคนก็เดินหลุดออกมาจากป่า ลี่จูพาทุกคนเดินเข้าไปในเมือง ที่ไม่ไกลจากชายแดนของแคว้นซางเฉิน เพื่อเดินทางไปแคว้นตงไห่
“พวกเ้ารออยู่ตรงนี้ ข้าจะเข้าไปขายหินสีในร้านค้าขายเครื่องประดับ แบ่งขายส่วนหนึ่งเท่านั้น ถ้าได้ตำลึงมากพออาจจะซื้อเกวียนวัว สำหรับใช้เดินทาง”
“ท่านปู่ข้าอยากไปด้วย ข้าอยากไปดูว่าที่ร้านของพวกเขา ขายสินค้าหินสีประเภทไหนกันเ้าค่ะ”
“เ้าจะไปด้วยก็ได้ ที่เหลือให้รออยู่ตรงนี้ ใครอยากกินอะไรก็ซื้อกินรอได้ ตำลึงอยู่กับย่าของพวกเ้าแล้ว ไปกันซินหยาง”ลี่จูเดินนำหลานสาวไป เด็กน้อยไม่ชอบให้จูงมือเดิน
“เมืองนี้เป็ชายแดน แต่ผู้คนดูคึกคักนะเ้าคะท่านปู่”
“ดูท่าทางแล้ว น่าจะเป็พวกพ่อค้ามาจากต่างเมือง ถ้าเป็แบบนั้นหินสีของพวกเราน่าจะขายได้ราคาดีกว่า ในเมืองฮันกวาง ที่ปู่เคยเอาไปขาย”
“ท่านปู่แล้วโสมสองหัว รวมถึงสมุนไพรท่านปู่ยังไม่ขายใช่ไหมเ้าคะ ชายแดนการค้าดี ราคาอาจจะดีด้วยก็ได้นะเ้าคะท่านปู่”
“ส่วนมากจะเป็พ่อค้า พวกเขา้ากำไรในการค้าขาย ปู่ว่าเก็บไปขายในตัวเมือง ของแคว้นตงไห่จะดีกว่า”
สองปู่หลานเดินเข้าไปในร้านขายเครื่องประดับ ขนาดกลางร้านหนึ่ง แม้จะมีสายตาของพนักงานสองคน ที่ยืนอยู่ในร้านแสดงความรังเกียจ แต่พวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไร
“ข้า้ามาขายก้อนหินสี ต้องติดต่อกับผู้ใด”
“ท่านลุงรออยู่ตรงนี้ ข้าจะไปถามเถ้าแก่เนี้ยให้ ว่า้ารับซื้อไหม”พนักงานต้อนรับคนหนึ่งเดินเข้าไปหลังร้าน
“เชิญทั้งสองคนเข้าไปหลังร้านได้ เถ้าแก่เนี้ยรออยู่”
“เป็เ้าปู่หลานหรือ ที่จะเอาหินอัญมณีมาขายให้ข้า ลองเอามาดูว่าสีสวยไหม”เถ้าแก่เนี้ยเป็หญิงร่างท้วมอายุประมาณสิบ แต่งตัวด้วยผ้าไหมเนื้อดีสีเหลืองอ่อน
ลี่จูเอาหินสี ออกมาจำนวนหนึ่งประมาณสามสิบก้อนเล็ก
“โอ้! มันมีสีสันประกายสวยงาม พวกเ้าไปหามาจากที่ไหนกัน ถ้าไปอยู่บนหัวแหวน ตุ้มหูหรือว่าสร้อยคอ น่าจะสวยเพราะมีประกายออกมา เดี๋ยวข้าประเมินราคาให้”
“ท่านปู่เ้าคะ หินอัญมณีของพวกเรา ขุดหามาด้วยความยากลำบาก แล้วมันยังมีประกายสีที่สวยงาม หลานว่าเราเอาไปขายที่แคว้นตงไห่ ไม่ดีเหรอเ้าคะ คงได้ราคาดีกว่าขายในเมืองนี้”ซินหยางพูดด้วยเสียงอันดังฟังชัด
“ข้าก็ให้ราคาพวกเ้าไม่ต่างกัน เท่าไหร่หรอก ขายให้ข้านี่แหละ รับรองว่าจะให้ราคาที่เป็ธรรม กับพวกเ้าหลานปู่อย่างแน่นอน”
“ข้าประเมินราคา ให้พวกเ้าทั้งหมดสิบตำลึงทองก็แล้วกัน นี่ข้าให้ราคายุติธรรมกับพวกเ้าแล้ว ถ้าขายให้คนผู้อื่นไม่แน่ว่าอาจจะได้แค่แปดตำลึงทองเท่านั้น”
“พวกเ้าตกลงขายไหม ข้าให้ราคาเยอะกว่านี้ไม่ได้แล้ว กว่าจะเอามาขายเป็เครื่องประดับได้ ต้องผ่านหลายขั้นตอน ไม่เหมือนกับไข่มุก ที่ราคาดีเพราะขั้นตอนไม่เยอะ ในการเอามาทำเครื่องประดับ”
ลี่จูนึกเสียดายไข่มุกที่ขายไป ตั้งหลายเม็ดได้มาแค่หนึ่งตำลึงทอง ถ้ามาขายที่นี่ไม่แน่ว่า อาจจะได้สักห้าตำลึงทอง
“เถ้าแก่เนี้ย ข้าขอถามหน่อยถ้า้าซื้อเกวียนวัว ในเมืองนี้ราคาประมาณเท่าไหร่”
“วัวตัวหนึ่งก็ประมาณหนึ่งตำลึงทอง ต้องซื้อสองตัว ส่วนตัวเกวียนไม่น่าเกินหนึ่งตำลึงทอง ร้านขายต้องเดินออกไปข้างนอกอีกประมาณหนึ่งลี้ ตรงนั้นจะขายสัตว์มีทั้งวัวและม้า”
“ตกลงค้าขายหินสีนี้ให้กับเถ้าแก่เนี้ย ขอเป็ตำลึงทองแปดตำลึงที่เหลือเป็ตำลึงเงินก็แล้วกัน”เถ้าแก่เนี้ยนำถุงใส่ตำลึงมาให้ลี่จู “วันหลังพวกเ้าได้ของดีอย่าลืมร้านข้าล่ะ ถึงจะไปอยู่ต่างเมืองเดินทางมาที่นี่ก็ไม่ไกลหรอก”
สองปู่หลานพากันเดิน มายังที่ขายสัตว์ซึ่งอยู่ไกลออกมา ร้านขายสัตว์เป็พื้นที่โล่งกว้าง มีทั้งม้าลาและวัว ขายหลายเ้า ด้านหน้าขายเกวียนและรถม้า
เสียงคนร้องขายปะปนไปกับเสียงร้องของสัตว์ กลิ่นสาบสางและมูลสัตว์ กระจายไปทั่วแม้จะมีคนคอยทำความสะอาดแล้วก็ตาม
“ท่านปู่จะซื้อวัวหรือซื้อม้าเ้าคะ ถ้าราคาไม่ต่างกันมาก”
“ปู่ว่าจะซื้อวัว มันเอาไปช่วยทำไร่ไถนาได้ ถึงจะเดินช้ากว่าม้าก็ไม่เป็ไร”
“ข้าขอดูวัวหนุ่มแข็งแรงสักสองตัว”
“วัวหนุ่มแข็งแรง ตอนนี้ราคาปรับขึ้นเป็หนึ่งตำลึงทอง สองตำลึงเงิน ถ้าเป็วัวธรรมดาหรือไม่แข็งแรง ตัวหนึ่งก็อยู่ที่หนึ่งตำลึงทอง ท่านลุงตามข้าวมาดูได้เลย”พนักงานขายเดินนำลี่จูและหลานเข้าไปดูวัว
