ไป๋ชิงโหรวแทบกระอักเื นางคนชั้นต่ำนี่งามหยาดเยิ้มปานนี้ได้อย่างไร ทั้งที่วันนี้ตนอุตส่าห์แต่งตัวสวยสะพรั่งอลังการแล้ว นางกลับยังคิดว่าไป๋เซียงจู๋งามเสียจนทำให้ผู้คนคลั่งไคล้ นางไม่ยอม ไม่มีทางยอมได้ วันนี้เป็เวทีของนาง นางคือตัวละครชูโรงที่แท้จริง จะไม่ยอมให้นางคนทรามนี่ชิงความเด่นดังไปจากตนเป็อันขาด
“พอที ไปเตรียมรถม้าอีกคัน พวกเ้าสองพี่น้องก็นั่งคันเดียวกันเสีย แม่จะนั่งคันหลังนั่นเอง” อวี๋ซื่อหนวกหูจนรู้สึกปวดศีรษะ แต่วันนี้นางไม่กังวลว่าไป๋เซียงจู๋จะ่ชิงความโดดเด่นไปจากไป๋ชิงโหรวเลยสักนิดเดียว ประการแรก จากการแต่งหน้าและแต่งกาย ไป๋เซียงจู๋ก็เหมือนสาวบ้านนอกที่ไม่มีสง่าราศีพอจะเปิดตัว ต่อให้รูปโฉมงดงามแล้วอย่างไรล่ะ นอกจากนั้น หนึ่งในแผนของนางคือการให้ไป๋เซียงจู๋เป็หินรองเท้าบุตรสาวตน นางย่อมจะไม่พูดอะไรที่จุดประกายให้ไป๋เซียงจู๋เฉลียวใจอีก เด็กคนนี้ฉลาดหลักแหลมไม่ใช่ย่อย หากตนเผลอแพร่งพรายเงื่อนงำใดออกไปตอนนี้ นางจะระแวดระวังอย่างแน่นอน
“ท่านแม่…” ไป๋ชิงโหรวแสดงอาการขุ่นเคือง จะให้นางนั่งรถม้าคันเดียวกับไป๋เซียงจู๋หรือ นางนี่ดูซอมซ่อขนาดนี้ อีกอย่างไม่กลัวว่าความงามของนางจะข้ามหน้าข้ามตาลูกหรือไร
“หยุดได้แล้ว อยู่กับจู๋เอ๋อร์ดีๆ ขึ้นรถไปก่อน” อวี๋ซื่อค้อนไป๋ชิงโหรวอย่างไม่สบอารมณ์ ไป๋ชิงโหรวกระทืบเท้าด้วยความโกรธแล้วขึ้นรถ
จากนั้นไป๋เซียงจู๋จึงขึ้นรถโดยมีตู้เจวียนประคอง
ในรถม้า ไป๋ชิงโหรวกับหรูอี้สาวใช้ประจำตัวของนางนั่งอยู่ข้างในเรียบร้อยแล้ว
เมื่อเห็นไป๋เซียงจู๋เข้ามา คิ้วใบหลิว [1] ของไป๋ชิงโหรวก็ผูกติดกัน หรูอี้สาวใช้ส่วนตัวที่อยู่ข้างๆ แกล้งทำทีพูดขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ “รถม้านี่คับแคบอยู่แล้ว ทำไมยังมีคนเข้ามาเยอะแยะอีกกันนะ คุณหนูของพวกเราสวยขนาดนี้ ทั้งยังเป็บุตรสาวคนโตของจวนไป๋ ควรได้ใช้รถม้าทั้งคันแต่เพียงผู้เดียว คนบางคนต่อให้สวมเฟิ่งเผาไปก็ไม่เหมือนฮองเฮาหรอก”
พอตู้เจวียนได้ยิน นางก็จะโต้กลับตามสัญชาตญาณทันที ทว่าถูกไป๋เซียงจู๋คว้าไว้เสียก่อน และขึงตามองหรูอี้ด้วยสายตาดุดัน
หรูอี้เห็นว่าไป๋เซียงจู๋แค่จ้องนางเท่านั้น ไม่มีการตอบโต้ด้วยวาจาทั้งสิ้น นางจึงลำพอง คิดจะวิพากษ์วิจารณ์ไป๋เซียงจู๋ต่อ ทว่าจู่ๆ ก็รู้สึกว่าส่วนใดส่วนหนึ่งบนร่างกายเจ็บแปลบเหมือนถูกบางอย่างทิ่ม ตามมาด้วยเสียงร้องโอดโอยดังลั่น นางเจ็บจนะโขึ้นๆ ลงๆ อยู่ในรถม้าจนกระแทกไป๋ชิงโหรวไปหลายหน ทำเอามวยผมที่เกล้าอย่างพิถีพิถันบิดเบี้ยวเสียหาย
“นี่เ้าเป็บ้าอะไรขึ้นมากัน ทำไมข้าถึงพาบ่าวไร้ประโยชน์อย่างเ้ามานะ” ไป๋ชิงโหรวทั้งโมโหและหงุดหงิด นางไม่รีรอเตะหรูอี้ที่เกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นเพราะความเ็ป เพลิงพิโรธในดวงตาลุกโชน
“คุณหนู บ่าว… บ่าวไม่รู้เหมือนกันเ้าค่ะว่าเกิดอะไรขึ้น… บ่าวไม่ได้… ไม่ได้ตั้งใจ” หรูอี้โดนฝีเท้าอย่างจังไปสองสามที ขื่นขมทว่าไร้คนเข้าใจ ทำได้แค่ทนทุกข์อยู่อย่างนั้น
ไป๋เซียงจู๋อมยิ้มน้อยๆ “คนเป็นายยังไม่ปริปาก บ่าวนี่กลับสะเออะพูดขึ้นมาแทนเสียแล้ว ต่อให้ข้าแย่เพียงใดก็ยังเป็นายของเ้า น้องรองต้องดูแลสุนัขของตนให้ดีนะ มิเช่นนั้นพอเป็บ้าเป็บอขึ้นมาเหมือนตอนนี้ คนที่เดือดร้อนอาจเป็น้องเองนั่นแล น้องรองจ๊ะ น้องว่าพี่พูดถูกหรือไม่”
ดวงหน้างามละออของไป๋ชิงโหรวเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวซีด [2] ฝืนใจยกมุมปากยิ้มตอบ ทว่าั์ตาไร้ซึ่งความยินดีโดยสิ้นเชิง
แม้นางไม่เห็นว่าไป๋เซียงจู๋ทำอย่างไร แต่อยู่ดีๆ สาวใช้ของตนก็กลายเป็แบบนี้ มิหนำซ้ำยังพูดเช่นนั้นออกมาอย่างเยือกเย็น นางจึงคิดว่ามันเป็ฝีมือของไป๋เซียงจู๋
ไป๋เซียงจู๋ช่างแปลกพิกลยิ่งนัก โดยเฉพาะสายตาที่นางใช้จ้องมองคนคู่นั้น ราวกับปีศาจกินมนุษย์ที่คืบคลานขึ้นมาจากขุมนรก
นางคนทรามชั้นต่ำ! วันนี้ข้าจะทำให้ชื่อเสียงของเ้าป่นปี้ถึงที่สุด!
ไป๋ชิงโหรวคิดอย่างเคียดแค้น เล็บใต้แขนเสื้อจิกลงในเนื้อ นางเตะหรูอี้อย่างไม่ปรานีอีกหลายที “ไม่ตายก็ลุกขึ้นมานั่งดีๆ เสีย ทำตัวบ้าบอคอแตกไปทำไม ถ้ายังแหกปากอีกจะขายเ้าทิ้งแล้วนะ!”
หรูอี้กลัวจนหน้าถอดสี ไม่สนใจความเ็ปทางกายอีกต่อไป รีบกระเสือกกระสนลุกขึ้นมานั่งเฝ้าไป๋ชิงโหรว
รถม้าเคลื่อนที่ไปบนถนน ชาวเมืองมากมายพากันสนทนาพาทีเกรียวกราวเมื่อเห็นสัญลักษณ์บนรถม้า
ตระกูลไป๋ในรุ่นของไป๋ฉางอวิ๋นมีความสามารถมาก ถูกแต่งตั้งเป็วาณิชหลวงภายในไม่ถึงสามปีดี ทั้งฮ่องเต้และไทเฮาต่างมีเจตนาสนับสนุนจวนไป๋
“ดูสิ นี่เป็รถม้าสตรี หรือว่าจะเป็…”
“เช่นนั้นคุณหนูไป๋ชิงโหรวแห่งจวนไป๋จะอยู่ในนั้นหรือไม่ คุณหนูตระกูลไป๋เป็รองเพียงคุณหนูมู่จื่อรั่วแห่งจวนมู่เท่านั้น ทักษะและรูปโฉมจัดว่าเป็เลิศ ได้ยินว่าเหล่าองค์ชายจะเลือกพระชายา ผู้ที่มีความเป็ไปได้มากที่สุดก็คือนางกับมู่จื่อรั่ว!”
รถม้าที่เดินทางบนถนนสาธารณะย่อมเดินทางได้ค่อนข้างช้าเป็ธรรมดา เพราะฉะนั้นไป๋ชิงโหรวจึงได้ยินเสียงสนทนาเซ็งแซ่เ่าั้ และแน่นอนว่านางกระหยิ่มใจเหลือเกิน
ไป๋เซียงจู๋ที่นั่งอยู่อีกด้านเท้าคางยิ้มกริ่ม
ในชาติที่แล้ว ด้วยแผนการของอวี๋ซื่อและลูกสาวทำให้นางถูกกักตัวไว้ท้ายจวนเป็สาวใช้ที่ต่ำต้อยที่สุด ภายหลังยังเป็ต้นเหตุนางเสียโฉม และท้ายที่สุดก็ส่งนางไปเป็สนมของเหยียนอี้เลี่ยเพราะพวกเขาให้คำมั่นสัญญาไว้
หากมิใช่เพราะโลหิตโอสถที่ไหลเวียนอยู่ในกายนี้ หากมิใช่เพราะนางรู้จักการวางกลยุทธ์ หากมิใช่เพราะนางโง่เขลาเบาปัญญาหลงรักเหยียนอี้เลี่ย ทำทุกอย่างโดยไม่หวงแหนกระทั่งชีวิตตนเพื่อศักดิ์ศรีและภาพลักษณ์บริสุทธิ์ของเขา สิ่งที่น่าขันคือนางคิดว่าเขาจริงใจต่อนาง ไม่รังเกียจกายหยาบนี้ของนาง ทว่าไม่ได้คิดเลยว่าั้แ่ต้นจนจบเขาแค่ใช้นางเป็หมากตัวหนึ่งเท่านั้น
ใช้งานยามมีประโยชน์ ทอดทิ้งไม่แยแสยามไร้ประโยชน์
ที่แท้ ตัวนางในตอนนั้นที่เชื่อว่าทุกสิ่งเป็เพราะอุบัติเหตุและโชคชะตาอาภัพกลับไม่เคยคิดมาก่อนเลย สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากการวางแผนของน้องสาวและน้าสะใภ้แสนดีของนาง ในขณะที่ซุกซ่อนนางไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันก็ป่าวประกาศกิตติศัพท์อันดีงามของบุตรสาวตนไปทั่วทุกสารทิศ
เป็รองเพียงมู่จื่อรั่วหรือ ฮะฮะ ไม่ว่าแห่งหนใดก็ต้องมีพวกนางสองพี่น้องคู่นี้อยู่สินะ ในเมื่อพวกนางให้ความสำคัญกับงานเลี้ยงชมดอกไม้ครานี้มากนัก เช่นนั้นนางจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อทำลายงานเลี้ยงหนนี้ให้จงได้
รถม้าเคลื่อนออกจากเมืองช้าๆ เข้าเขตชานเมือง หลังจากผ่านประตูเมืองแห่งหนึ่งมาก็เริ่มการเดินทางเข้าวังหลวง ถนนเส้นนี้ล้อมรอบด้วยป่าไม้ ผู้คนบางตา
ไป๋เซียงจู๋แสร้งหลับตางีบ แท้จริงแล้วกลับกำลังเงี่ยหูฟังสุ้มเสียงรอบตัวอย่างชัดเจน บัดนี้บรรยากาศโดยรอบดูเหมือนคลื่นลมสงบนิ่ง แต่ความจริงคลื่นลูกั์กำลังก่อตัวอยู่ใต้น้ำ
มุมปากแสยะยิ้มเย้ยหยัน ทำไมกัน กลัวที่นางจะไปร่วมงานชมดอกไม้ครั้งนี้ปานนั้นเชียวหรือ แม้มีชุดนั่นแล้ว อวี๋ซื่อยังคงกลัวว่านางจะโดดเด่นเกินหน้าเกินตาบุตรสาวอยู่ดีจนอดไม่ได้ที่จะกระทำการบางอย่าง
“หรูอี้ ข้าอึดอัด”
ทันใดนั้น ไป๋ชิงโหรวที่นั่งเฉยมาโดยตลอดก็แสร้งทำเป็นวดคลึงขมับของตนเอง ทรุดตัวอย่างอ่อนระทวยลงในอ้อมแขนของหรูอี้โดยที่คิ้วขมวดแน่น
“คุณหนู เป็อะไรไปเ้าคะ” หรูอี้รีบประคองไป๋ชิงโหรว ถามอย่างกระวนกระวาย
“ไม่เป็ไร คงเพราะในนี้อุดอู้เกินไป ข้าเจ็บหน้าอก” ไป๋ชิงโหรวทำทีบอบบาง อันที่จริงสีหน้านางไม่ได้เปลี่ยนด้วยซ้ำ สายตาเหมือนเพ่งเล็งไปยังไป๋เซียงจู๋ที่อยู่อีกด้าน
หรูอี้รับรู้ ปั้นหน้าขึงขังไม่พอใจทันควัน “คุณหนูอดทนไว้ก่อนนะเ้าคะ อีกเดี๋ยวก็จะเข้าวังหลวงแล้ว จะไปถึงงานเลี้ยงชมดอกไม้ของพระสนมกุ้ยเฟยสายไม่ได้ เพราะคนบางคนไม่รู้จักดูสถานการณ์แท้ๆ นึกว่าตัวเองเป็เ้านายแล้วก็ดึงดันจะเบียดเข้ามาให้ได้”
“เ้า…”
“เ้าอะไร ตู้เจวียน ข้าไม่ได้เอ่ยชื่อเสียงเรียงนามนะ เ้ามายุ่งทำไม” เมื่อหรูอี้เห็นว่าไป๋ชิงโหรวดูพึงพอใจอย่างยิ่ง ความกล้ายิ่งเพิ่มพูน ลืมหมดสิ้นว่าก่อนหน้านี้ตนเจ็บตัวจนทรมานจะเป็จะตายได้อย่างไร
ไป๋เซียงจู๋กลับโพล่งขึ้นมาในตอนนี้ “ในเมื่อน้องไม่ชอบเบียดเสียด เช่นนั้นก็ขอเชิญน้องลงไปหารถอีกคันหนึ่งเถิด”
น้ำเสียงราบเรียบไม่เจืออารมณ์แม้แต่น้อย ทว่ากลับทำให้จับผิดโต้แย้งไม่ได้ หรูอี้เกือบหยุดหายใจไปทันที
คุณหนูใหญ่นี่ไม่มียางอายเอาเสียเลย นึกไม่ถึงว่าจะกล้าไล่คุณหนูของนางลงจากรถ เป็แค่คุณหนูที่ไม่มีฐานะอะไรทั้งสิ้นทว่ากลับบังอาจหาญกล้าทำถึงขนาดนี้ได้ คงถือว่าตนเองเป็บุตรสาวคนโตที่แท้จริงไปแล้ว
เชิงอรรถ
[1]柳眉 คิ้วใบหลิว คือ คิ้วที่มีลักษณะเรียวยาวและโค้งโก่ง
[2]一阵青一阵白 เดี๋ยวเขียวเดี๋ยวซีด หมายถึง อาการที่ทั้งโกรธและกลัวจนสีหน้าแปรเปลี่ยนไม่นิ่ง
