ตอนที่ 4
“หรือว่าถูกจับได้ แต่ไม่น่าใช่ ถ้าถูกจับพวกมันคงไม่ปล่อยให้นอนสบายแบบนี้หรอกมั้ง ?”
กวินบ่นออกมาเบาๆ พยายามนึกย้อนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เขาไม่รู้ว่าเมื่อคืนตัวเองหนีพ้นรึเปล่า ยิ่งไปกว่านั้นแผลที่ไหล่ถูกรักษาอย่างดีและถูกพันด้วยผ้าก็อตสีขาวอย่างประณีต ดูก็รู้ว่าหมอเป็คนทำแผล
“เธอฟื้นแล้วเหรอ ?”
กวินสะดุ้งลุกขึ้นนั่งอย่างลืมตัวเมื่อได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมร่างสูงที่เดินเข้ามา ใบหน้าหล่อบิดเบี้ยวเล็กน้อยแต่ก็พอทนไหว
“เอ่อครับ ไม่ทราบว่าคุณเป็ใคร หรือเป็หัวหน้าของพวกมัน ?”
กวินถึงกับตกตลึงนิ่งอึ้งไปหลายวินาที ก่อนจะหาคำพูดของตัวเองเจอ ร่างสูงที่เดินเข้ามาดูดีราวกับเทพบุตร คือหล่อแบบไม่มีที่ติ ถ้าสาวๆ มาเห็นคงได้กรี๊ดจนสลบ ทั้งความสูงและรูปร่างหน้าตาเขารู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็ลูกครึ่งแน่นอน ดวงตาคมกริบที่จ้องมองมา จมูกโด่งเป็สันรับกับใบหน้าหล่อและริมฝีปาก ไม่มีมุมไหนเลยที่ดูไม่ดี ั์ตาสีเทาดำนั้นชั่งดูน่าเกรงขามจนใจสั่น ความรู้สึกของเขาบอกว่าคนตรงหน้าอันตราย
“หึ”
มุมปากหนากระตุกเล็กน้อย มองเด็กหนุ่มอย่างนึกขำ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้กลัวเขาเลยสักนิด สิ่งที่แสดงออกมาเพียงแค่ใเท่านั้น
“คุณขำผมทำไม ?” กวินทำหน้ายุ่ง คิ้วขมวดจนแทบชนกัน สิ่งที่เขาถามมันมีอะไรน่าขำนักเหรอ
“ถ้าฉันเป็พวกนั้นเธอคงตายไปแล้ว ไม่ได้นอนสบายบนเตียงนุ่มๆ แบบนี้หรอก”
“ก็จริง แล้วคุณเป็ใคร ?”
“เป็คนที่ช่วยชีวิตเธอ”
“เอ่อ ขอบคุณครับ”
“หึ คนอย่างฉันไม่ช่วยอะไรใครฟรีๆ”
เซนต์มองเด็กหนุ่มที่ยกมือไหว้ตนด้วยความนอบน้อมหลังจากรู้ว่าเขาคือผู้มีพระคุณ แต่สำหรับเขาคำขอบคุณตอนนี้มันยังเร็วเกินไป
“คุณ้าอะไร เงินเหรอ บ้าน หรือรถ ถ้าเป็ของพวกนั้นผมไม่มีให้คุณหรอกนะ แต่จะว่าไป…คุณดูรวย ?”
กวินพูดไปตามที่คิดเพราะจากที่เขาสังเกต ห้องนอนนี้มูลค่าของมันไม่ใช่น้อย มันใหญ่กว่าคอนโดของเขาหลายเท่าตัว ถ้าไม่ผิดจากที่คาดเดาห้องของอีกฝ่ายคงกินพื้นที่ทั้งชั้น
“ใช่ ฉันไม่้าเงิน”
“อ่าว แล้วคุณ้าอะไร ?”
“ไว้แผลหายดีแล้วฉันจะบอก ระหว่างนี้ก็อยู่ที่นี่ไปก่อนเพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเอง เพราะตอนนี้พวกมันคงตามตัวเธอจนทั่ว แต่ถ้าอยากไปตายฉันก็ไม่ห้าม”
“ครับ”
กวินพยักหน้าเบาๆ อย่างเข้าใจ เขาเองก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันแล้วเื่อะไรที่จะต้องออกไปเสี่ยง การที่อีกฝ่ายช่วยเหลือเขานั่นก็เท่ากับว่ายินดีให้เขาอาศัยอยู่ที่นี่เป็การชั่วคราว
“คุณจะทำอะไร ?”
ด้วยสัญชาตญาณกวินจับมือหนาเอาไว้แน่นเมื่ออีกฝ่ายจับที่เข็มน้ำเกลือ ความใกล้ชิดทำให้เขาได้กลิ่นหอมเย็นๆ ั์ตาสั่นไหวเมื่อเผลอสบตากับร่างสูง
“ถอดสายน้ำเกลือ”
เซนต์ตอบเสียงเรียบเพราะน้ำเกลือหมดพอดีตามเวลาที่รุกกี้พิมพ์แชทมาบอก เขาจับมือเล็กออกก่อนจะหยิบสำลีและสก็อตเทปติดแผลมาเตรียมไว้
“คุณเป็หมอเหรอ ?”
กวินมองร่างสูงที่นั่งอยู่ริมเตียงอย่างสงสัยและพิจารณา ความรู้สึกของเขาบอกว่าอีกฝ่ายไม่น่าจะทำอาชีพนี้อย่างแน่นอน
“เปล่า ฉันไม่ใช่หมอ”
คำพูดนั้นทำให้กวินรู้สึกอึ้งแต่ก็ยอมนั่งนิ่งๆ เพราะกลัวเจ็บเมื่ออีกฝ่ายเริ่มถอดสายน้ำเกลือ เวลาเพียงไม่ถึงนาทีทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อยโดยไม่มีเืไหลออกมาสักหยด
กวินคิดอย่างสงสัย คนธรรมดาที่ไหนจะทำเื่พวกนี้ได้คล่องแคล่วราวกับทำมาเป็ร้อย ๆ ครั้ง
“ขอบคุณครับ”
ก็ไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรกวินจึงทำได้เพียงเอ่ยคำว่าขอบคุณ
“ฉันชื่อวินเซนต์ หรือจะเรียกเซนต์ก็ได้ เธอชื่อกวินใช่รึเปล่า ?”
“ครับ คุณรู้ชื่อผมได้ไง ?”
กวินพยักหน้าเบา ๆ พร้อมถามกลับอย่างใ จำไม่ได้แล้วว่าั้แ่ฟื้นขึ้นมาเอารู้สึกทึ่งกับคนตรงหน้าไปแล้วกี่ครั้ง อีกฝ่ายมีเื่ให้เขาสงสัยและประหลาดใจเต็มไปหมด
“บัตรประชาชนในกระเป๋าเงิน”
คำตอบของเซนต์ทำให้กวินเบาใจไม่ใช่น้อย เพราะเมื่อครู่เขาแอบกังวลกับหลายๆ อย่าง
“ถ้าผมอยากจะขอความช่วยจากคุณอีกสักอย่างได้ไหมครับ ?”
“เธออยากได้อะไร”
“รถของผมจอดอยู่ที่ซอย XX กุญแจตกท่อระบายน้ำ แต่เมื่อคืนฝนตกหนักน้ำน่าจะพัดพามันหายไปแล้ว”
“อืม เธออยากได้อะไรอีกไหม ?”
“ถ้าไม่เป็การรบกวนจนเกินไปผมขอยืมโทรศัพท์คุณหน่อยสิ”
“?”
“เจ็บแผลแบบนี้วันจันทร์ผมคงไปเรียนไม่ไหว” กวินรีบบอกทันทีเมื่อเซนต์เลิกคิ้วมองเขาอย่างไม่ไว้วางใจนัก
“เดี๋ยวให้ลูกน้องเอามาให้”
“ขอบคุณครับ แล้วคุณจะไปไหน ?” กวินถามขึ้นเมื่อเห็นเซนต์กำลังจะเดินออกไปจากห้อง
“ทำงาน เดี๋ยวฉันจะกลับมา”
“ครับ”
“อยู่ที่นี่อย่าซน”
เสียงทุ้มเอ่ยเตือน เพราะเซนต์ไม่ชอบให้ใครยุ่งวุ่นวายกับพื้นที่ส่วนตัวนัก ไม่ใช่แค่รุกกี้เท่านั้นที่แปลกใจ เขายังไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมถึงได้พาเด็กหนุ่มคนนี้มาที่นี่แทนที่จะพาไปส่งโรงพยาบาล
“ผมไม่ใช่เด็กสักหน่อย”
กวินทำหน้าเซ็งพร้อมทำปากขมุบขมิบบ่นอุบอิบกับตัวเองเบาๆ แต่ทว่าเซนต์กลับได้ยินอย่างชัดเจน มุมปากหนาแอบยกยิ้มเล็กน้อยกับท่าทางนั้น
“แม่บ้านเตรียมอาหารไว้ให้แล้วอยู่ที่โต๊ะในห้องครัว ถ้าหิวก็ลงมาทานได้ตลอด”
“ขอบคุณครับ”
หลังจากร่างสูงเดินออกไปแล้วกวินจึงล้มตัวลงนอนอีกครั้ง เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนจะมีชายร่างสูงเดินเข้ามา
“ผมเอาโทรศัพท์มาให้ครับ”
“ขอบคุณครับ”
“ไว้ขอบคุณบอสเถอะครับ”
ผู้ชายคนนั้นซึ่งคาดว่าน่าจะเป็ลูกน้องของเซนต์ยื่นถุงกระดาษมาให้แล้วก็เดินออกไป กวินเปิดถุงดูปรากฏว่าเป็โทรศัพท์ใหม่แกะกล่อง
“เชรดดดดดดด !!! รุ่นใหม่ล่าสุด ความจุ 1TB ราคาเกินครึ่งแสน ?”
กวินอุทานเสียงดังลั่นห้องเมื่อเห็นว่าโทรศัพท์ในมือนั้นเป็ยี่ห้ออะไร รุ่นอะไร มีความจุเท่าไหร่
“เซนต์ทำงานอะไรวะเนี่ย ?”
นั่นคือสิ่งที่กวินคิด แต่อีกฝ่ายจะทำงานอะไรมันก็ไม่เกี่ยวกับเขา คิดมากไปก็ไร้ประโยชน์ เขาจึงแกะโทรศัพท์ใส่ซิมที่อีกฝ่ายเตรียมไว้ให้พร้อมสมัครแอคเคาร์ต่าง ๆ ก่อนจะโทรหาเพื่อนสนิท ไอ้วายกับไอ้ฟานแปลกใจไม่น้อยเื่เบอร์ใหม่ เขาก็เลยเล่าเื่คร่าว ๆ ให้ฟังแต่ก็ไม่ได้เล่าให้ฟังทั้งหมด ไม่อยากให้พวกมันต้องเสี่ยงตายไปด้วย นอกจากนี้เขายังฝากพวกมันลาเรียนวันจันทร์กับวันอังคารด้วย ทั้งคู่ก็รับปากจะเก็บชิ้นงานให้อย่างดี ก็ได้แต่หวังว่าแผลจะหายเร็ว ๆ และวันพุธเขาจะไปเรียนไหว
คุยกับเพื่อนเสร็จเรียบร้อยกวินจึงลุกไปเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวก่อนจะเริ่มเดินสำรวจห้องของเซนต์ เดินจนทั่วก็รู้สึกว่ามันเหมือนกับคอนโดทั่ว ๆ ไปไม่ได้มีอะไรพิเศษนัก เดินจนเหนื่อยก็มานั่งทานข้าวตามที่อีกฝ่ายบอก
“เธอเพิ่งทานข้าว ?”
เซนต์ถามขึ้นหลังจากที่กลับมาใน่เย็น คิ้วหนาขมวดเล็กน้อยมองด้วยความสงสัยเพราะอาหารนั่นควรทานั้แ่เมื่อหลายชั่วโมงที่แล้วไม่ใช่เหรอ
“ครับ คุณทานด้วยกันไหม ?” กวินรีบกลืนข้าวลงท้องก่อนถามกลับอย่างมีมารยาท
“ทำไมเพิ่งทาน ? อาเธอร์เอาไปวางที่โต๊ะ”
เซนต์ถามกวินก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องคนสนิทให้หิ้วอาหารไปวางที่โต๊ะ ส่วนคาลิควางของใช้จำเป็อยู่ที่ห้องนั่งเล่น
“คือว่าผมเพิ่งคุยกับเพื่อนเสร็จ ก็เลยเพิ่งได้ทาน”
กวินยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อลูกน้องของเซนต์เอาอาหารออกจากกล่องมาใส่จานและวางลงตรงหน้า
“อืม” เซนต์พยักหน้ารับเบาๆ ถอดเสื้อสูทพาดไว้ที่เก้าอี้แล้วเดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้าวเด็กหนุ่ม
“เอ่อ ทานด้วยกันไหมครับ ?” กวินถามลูกน้องของเซนต์ คนที่เอาโทรศัพท์มาให้เขาเมื่อตอนกลางวัน
“ขอบคุณ พวกเราขอตัวก่อน” อาเธอร์บอกก่อนจะก้มหัวให้บอสเล็กน้อยแล้วเดินออกไปพร้อมคาลิค
“ลูกน้องคุณเหรอ ?”
แม้ว่าแขนซ้ายจะเจ็บแต่แขนขวายังใช้งานได้ตามปกติกวินลุกขึ้นตักข้าวใส่จานให้ผู้มีพระคุณพร้อมรินน้ำเย็นให้หนึ่งแก้ว อยู่บ้านเขาก็ต้องทำตัวให้น่ารัก ๆ เข้าไว้ อีกฝ่ายจะได้เอ็นดูเขาเยอะ ๆ และดูเหมือนเซนต์จะแก่กว่าเขาเป็สิบปี
“อืม”
เซนต์ตอบรับในลำคอเบาๆ มองการกระทำของอีกฝ่ายอย่างพอใจ กวินถือว่าเป็เด็กที่น่ารักและมีสัมมาคารวะ
“เื่โทรศัพท์ขอบคุณมากนะครับ แต่ความจริงคุณไม่น่าซื้อใหม่ให้ผมเลย”
“ฉันไม่ได้ลำบากอะไร”
“ผมรู้ แต่ผมเกรงใจ”
กวินนั่งทานข้าวเงียบๆ จนอิ่มท้องเมื่ออีกฝ่ายไม่พูดอะไร เขาโดนห้ามเมื่อจะเก็บจานล้างหลังทานข้าวเสร็จ เซนต์บอกว่าเดี๋ยวจะมีแม่บ้านมาเก็บกวาดและทำความสะอาดตอนสองทุ่มของทุกวัน
“ไปอาบน้ำ อย่าให้แผลโดนน้ำ”
“ครับ”
“เดี๋ยว ! เอานี่ไปด้วย มันเป็ของเธอ”
กวินรับถุงกระดาษจำนวนเกือบสิบใบขึ้นห้องนอนด้วยความมึนงง พอเปิดดูจึงเข้าใจเพราะในนั้นมีแต่เสื้อผ้าไซส์ของเขา ไม่ได้หลวมโคร่งเหมือนตัวที่กำลังสวมอยู่
“รู้ไซส์ได้ไงวะ หรือว่าเซนต์จะแอบดู ?”
กวินบ่นๆ เมื่อหยิบอันเดอร์แวร์ขึ้นมาดูปรากฏว่ามันคือไซส์ที่พอดี พาลให้เขาก้มมองกลางกายของตัวเอง ใบหน้าหล่อขึ้นสีระเรื่อเมื่อเผลอคิดอะไรทะลึ่ง ถึงจะเป็ผู้ชายเหมือนกันแต่เขาก็อายเป็ ที่สำคัญเซนต์ไม่ใช่เพื่อนเหมือนอย่างไอ้วายหรือไอ้ฟานสักหน่อย
หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย เซนต์ก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมอุปกรณ์ทำแผล กวินนั่งให้อีกฝ่ายทำแผลเงียบๆ เม้มปากเข้าหากันแน่นไม่กล้าส่งเสียงร้องออกมาเพราะกลัวอีกฝ่ายจะหาว่าใจเสาะ
“เธอจะร้องออกมาก็ได้ ฉันไม่ว่าหรอก”
“ซี๊ดดดดด! แสบจัง”
สิ้นเสียงทุ้มเสียงซี๊ดปากดังขึ้นทันทีราวกับอดกลั้นมานาน เซนต์มองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างเอ็นดู เขารีบทำแผลให้อย่างเบามือและรวดเร็ว
หลังจากทำแผลให้กวินเสร็จเรียบร้อย เซนต์จึงเดินเข้าห้องแต่งตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำเพื่อเข้านอน เขากลับออกมาอีกฝ่ายยังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง
“คุณจะนอนกับผมเหรอ ?”
กวินหน้าเหวอเมื่อร่างสูงสวมชุดนอนสีดำเหมือนกันเดินมานั่งอีกฝั่งของเตียง เพราะเกิดมาเขาไม่เคยร่วมเตียงกับคนแปลกหน้ามาก่อน
“ใช่ ก็นี่มันเตียงฉัน ห้องนอนของฉัน หรือเธอมีปัญหาอะไร?” เซนต์ถามขึ้นในขณะสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน
“เปล่าครับ”
“นอนได้แล้ว เธอควรพักผ่อนแผลจะได้หายไวๆ”
“ฝันดีครับ / อืม ฝันดี”
เซนต์กดรีโมทปิดไฟทุกดวงในห้องรวมทั้งโคมไฟหัวเตียง ทำให้ทั้งห้องครอบคลุมไปด้วยความมืด
กวินพยายามข่มตาหลับ เวลาผ่านไปนานหลายนาทีแต่ไม่ว่าทำอย่างไรเขาก็ไม่หลับเสียที หัวใจเต้นโครมครามอย่างที่ไม่มีสาเหตุ ไม่รู้ว่าตื่นเต้นกับอะไร หรือเป็เพราะห้องที่ไม่คุ้นชิน
“เธอนอนไม่หลับเหรอ ?”
“ครับ”
…………………………………………………..
