บรรยากาศภายในห้องส่วนตัวของเลออนฮาร์ทตลบอบอวลไปด้วยความตึงเครียด ข้าวของบางอย่างถูกปัดตกกระจายอยู่บนพื้นตามอารมณ์ที่พุ่งพล่านของเ้าของห้อง เลออนฮาร์ทขบเขี้ยวเคี้ยวฟันจนเส้นเืปูดโปน ใบหน้าที่เคยมั่นใจบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความอาฆาต
"มันกล้าดียังไง...! ยัยเด็กนอกคอกนั่นมันทำให้ท่านปู่ไล่แม่นมออก!" เสียงคำรามต่ำของเลออนฮาร์ทดังก้อง
"แผนเดิมที่จะแค่ทำให้ยัยเด็กนั่นอับอายในงานเต้นรำมันไม่พอแล้วท่านแม่ ผมจะทำให้มันไม่ได้ผุดได้เกิดอีกต่อไป!"
ข้างๆ กันนั้น เอริอุส น้องชายคนเล็กได้แต่ยืนตัวสั่นพรางสะอึกสะอื้นด้วยความหวาดกลัวต่อท่าทีของพี่ชายและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
วาเลเรีย ผู้เป็แม่นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้บุนวม เธอมองดูลูกชายทั้งสองด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาเลออนฮาร์ทช้าๆ กลิ่นน้ำหอมกุหลาบป่าที่เย็นเยือกแผ่ออกมารอบตัว เธอวางมือเรียวสวยที่ดูบอบบางแต่กลับเย็นเฉียบลงบนไหล่ของลูกชายคนโต
"ไม่ต้องกังวลไปหรอกเลออน..." วาเลเรียเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
"แม่ส่งคนพาอาเรียไปอยู่ในที่ที่จะอยู่ได้สบายแล้ว... เธอทำงานให้เรามานาน แม่ไม่ปล่อยให้ลำบากหรอก"
สายตาของวาเลเรียเปลี่ยนเป็วาวโรจน์และน่ากลัวเมื่อภาพใบหน้าของเอเลน่าผุดขึ้นมาในความคิด เอเลน่า..แกอยู่เงียบๆก็ดีอยู่แล้วเชียว ความแค้นแล่นขึ้นมาแทนที่ความสงบเยือกเย็น กว่าที่เธอจะได้อาเรียมาอยู่ในกำมือเพื่อเป็สายคอยคาบข่าวสำคัญมาให้ได้ เธอต้องเสียเงินทองและแผนการไปมหาศาล
อำนาจที่เธอและสามีใช้กุมบังเหียนทั้งคนในคฤหาสน์และเส้นสายภายนอกจนถึงทุกวันนี้ เกือบครึ่งล้วนมาจากข้อมูลวงในที่อาเรียส่งมาให้ทั้งสิ้น แต่ตอนนี้หมากตัวสำคัญกลับถูกเด็กเหลือขอคนเดียวเขี่ยทิ้งไม่เป็ชิ้นดี
หมากที่ใช้งานไม่ได้ ก็แค่ต้องกำจัดทิ้ง... แต่คนที่มาบังอาจทำลายหมากของเธอ มันต้องชดใช้ด้วยสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ยิ่งกว่า วาเลเรียบีบไหล่เลออนฮาร์ทแน่นขึ้น มุมปากหยักยิ้มเหี้ยมเกรียม
"ในงานเต้นรำที่จะถึงนี้... แม่จะทำให้ทุกคนรู้เองว่า การริอาจขึ้นมาเป็ 'ส่วนเกิน' ในตระกูลอาเชนวาลด์ มันต้องแลกด้วยอะไร..."
ณ เมืองหลวง
ย้อนกลับไปเมื่อครู่ เซเรน่า ขอแยกตัวไปจัดการธุระส่วนตัวที่สมาคมการค้าเพียงชั่วครู่ เธอจึงฝากให้ ไอแซค ดูแลเอเลน่าและนัดพบกันที่ร้านอาหารสุดหรูที่เป็จุดนัดพบ โดยมีอัศวินติดตามมาอารักขาเด็กทั้งสองคนสี่นาย
ตามคำสั่งกำชับของไอแซคที่ไม่อยากให้บรรยากาศการเดินเล่นดูตึงเครียดเกินไป เหล่าอัศวินจึงรักษาระยะห่างไว้พอสมควรคอยสอดส่องอยู่รอบนอก ทำให้เอเลน่ามีโอกาสเดินดูบ้านเมืองได้อย่างถนัดตา
เอเลน่าหยุดฝีเท้าลงที่หน้าร้านแผงลอยขายอัญมณีและเครื่องประดับจิปาถะร้านหนึ่ง มันไม่ใช่ร้านหรูหราสำหรับชนชั้นสูง แต่เป็ร้านที่รวบรวมของสวยงามที่พวกสามัญชนฐานะปานกลางพอจะเอื้อมถึง สายตาของเธอกวาดมองสร้อยคอ แหวน และกำไลกระจุกกระจิกเ่าั้ด้วยความสนใจ
ไอแซคที่เดินเคียงข้างเห็นเด็กสาวหยุดนิ่งก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางเอ่ยถาม
“เอเลน่า เธอสนใจของพวกนี้หรอ? ถ้าอยากได้อัญมณีจริงๆ ฉันจะพาไปร้านประจำของตระกูลเรา”
เอเลน่าลอบยิ้มในใจ เธอไม่ได้อยากได้เครื่องประดับไร้ค่าพวกนี้หรอก แต่เธอกำลังสำรวจตลาดต่างหาก ิญญาของประธานสาวในร่างเด็กหญิงกำลังเก็บข้อมูลว่าธุรกิจประเภทไหนที่กำลังรุ่งเรือง และรสนิยมของคนทั่วไปเป็อย่างไร เพื่อวางรากฐานธุรกิจของเธอเองในอนาคต
“หนูแค่อยากดูน่ะค่ะท่านพี่... แต่อันนี้ก็น่ารักดีนะคะ” เอเลน่าตอบพลางชี้ไปที่สร้อยข้อมือเส้นหนึ่งแบบส่งๆ เพื่อไม่ให้ไอแซคสงสัย
พ่อค้าเ้าของแผงซึ่งเป็คนต่างถิ่นที่เพิ่งเดินทางมาค้าขายในเมืองหลวง ลอบสังเกตเห็นเด็กชายหญิงคู่ตรงหน้าสวมเสื้อผ้าเนื้อดี แม้เด็กหญิงจะใส่ชุดที่ดูธรรมดาไปบ้างแต่กิริยาและคนข้างกายนั้นดูมีฐานะ ทว่าเขาไม่เห็นอัศวินที่วนเวียนอยู่ห่างๆ จึงคิดว่าคงเป็ลูกหลานเศรษฐีทั่วไปที่หลงมาเดินแถวนี้
“โอ้! คุณหนูตาถึงจริงๆ เลยขอรับ!” พ่อค้ารีบพุ่งเข้ามาพรรณนาด้วยน้ำเสียงระรื่น
“สร้อยข้อมือเส้นนี้ทำจากอัญมณีมงคลหายากจากแดนใต้เชียวนะ ใครสวมใส่จะได้รับพรจากเทพธิดา ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย แถมอัญมณีเม็ดนี้ยังใสบริสุทธิ์ยิ่งกว่าน้ำค้างยามเช้า ปกติกระผมขายอยู่ห้าเหรียญทอง แต่เห็นว่าเป็คุณหนูผู้น่ารัก กระผมจะลดให้เหลือเพียงสามเหรียญทองเท่านั้น!”
เอเลน่าเลิกคิ้วมอง หินมงคลหายากที่ว่า จริงๆ มันก็แค่แก้วหยาบๆ ที่ผ่านการเจียรไนมานิดหน่อย ราคาจริงๆ ไม่น่าจะถึงครึ่งเหรียญเงินด้วยซ้ำ พ่อค้าคนนี้คงเห็นว่าพวกเขาเป็เด็กเลยกะจะฟันกำไรเข้ากระเป๋าเต็มที่
ไอแซคที่ปกติวางตัวนิ่งขรึมเริ่มหรี่ตาลงรังสีเย็นเยือกแผ่ออกมาเล็กน้อย เขาไม่ได้โง่พอที่จะดูไม่ออกว่ากำลังโดนหลอก แต่ก่อนที่เขาจะอ้าปากตอกกลับ ก็รู้สึกได้ถึงแรงกระตุกเบาๆ ที่ชายเสื้อเขา เอเลน่าก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ดวงตากลมโตที่เคยดูไร้เดียงสาบัดนี้เปลี่ยนเป็เรียบนิ่งและมีความคมปราบในแบบที่ไอแซคไม่เคยเห็นมาก่อน
เธอยื่นมือไปหยิบสร้อยข้อมือเส้นนั้นขึ้นมาพิจารณาช้าๆ พลิกซ้ายพลิกขวาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นยิ้มบางๆ ที่มุมปาก
"อัญมณีมงคลหายากจากแดนใต้... ที่อาบแสงจันทร์เจ็ดวันเจ็ดคืนน่ะเหรอคะ?" เอเลน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว แต่คำพูดกลับทำให้พ่อค้าชะงัก
"ชะ...ใช่แล้วคุณหนู! ของดีแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ..."
"น่าเสียดายนะคะ" เอเลน่าขัดขึ้นพลางใช้นิ้วชี้เคาะไปที่รอยบากเล็กๆ บนผิวัั
"จากความวาวแบบแก้ว และรอยแตกที่เป็รูปก้นหอยแบบนี้...มันไม่ใช่หินมงคลหรอกค่ะ แต่มันคือกากแร่ที่เหลือจากการถลุงเหล็กที่ถูกนำมาหลอมใหม่แล้วเติมสีน้ำเงินลงไปต่างหาก"
พ่อค้าหน้าถอดสีทันที "พูด...พูดอะไรน่ะคุณหนู! ผมไม่เห็นเข้าใจ..."
เอเลน่าหยิบเหรียญทองแดงในกระเป๋าออกมา แล้วใช้ขอบเหรียญขูดลงไปบนพื้นผิวสร้อยแรงๆ จนเกิดรอยถลอกสีขาวอย่างชัดเจน
"แต่ดูนี่สิคะ... แค่เหรียญทองแดงขูดก็เป็รอยถลอกแล้ว ของจริงต้องไม่แพ้โลหะค่ะ แถมไอเวทมนตร์ที่อ้างว่าได้รับพรจากเทพธิดา..." เธอมองไปทางไอแซคพลางยิ้มหวาน
"ท่านพี่คะ ท่านพี่ััมานาจากของชิ้นนี้ได้บ้างไหม?"
ไอแซคที่ยืนอึ้งกับบทวิเคราะห์ที่รวดเร็วและแม่นยำของน้องสาว ได้สติแล้วหรี่ตามองพ่อค้า "ไม่มี... แม้แต่ละอองเดียว"
"สรุปคือ... ต้นทุนของชิ้นนี้ไม่ถึงสามเหรียญเงินด้วยซ้ำ แต่คุณจะขายเราสามเหรียญทอง?" เอเลน่าลดเสียงลงต่ำจนดูน่ากลัว
"ในจักรวรรดินี้ การฉ้อโกงโดยการปลอมแปลงและหลอกลวง มีโทษจำคุก 5 ปี หรือไม่ก็ต้องถูกตัดมือ... คุณอยากเลือกแบบไหนดีคะ?"
พ่อค้าเข่าอ่อนจนแทบทรุดลงกับพื้น เมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นอัศวินชุดสีแดงที่เดินเข้ามาประชิดตัวั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้
"กระ...กระผมขออภัย! กระผมตาต่ำเอง! คุณหนูโปรดอภัยด้วย!"
ไอแซคมองน้องสาวด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาไม่เคยรู้เลยว่าเอเลน่ามีความรู้เื่แร่ธาตุและอัญมณีลึกซึ้งขนาดนี้ แถมยังมีความกล้าในการเจรจาต่อรองยิ่งกว่าพ่อค้าผู้เชี่ยวชาญเสียอีก
อัศวินสองนายก้าวเข้ามารวบตัวพ่อค้าที่สั่นเป็เ้าเข้าลากออกไปทันที ท่ามกลางเสียงร้องอ้อนวอนขอความเมตตาที่ดังโหยหวนไปทั่วบริเวณเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาเริ่มหยุดชะงักและหันมามุงดู
"ท่านพี่คะ คนเริ่มเยอะแล้ว เรารีบไปหาท่านอาเซเรน่ากันเถอะค่ะ หนูอยากกินของอร่อยๆแล้ว" เธอพูดพลางเข้าไปเขย่าแขนไอแซคเบาๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
"อะ...อืม ไปสิ" เด็กทั้งสองเดินจากไปจากสถานที่นั้น ความรู้สึกของเด็กชายเมื่อจ้องมองไปที่เด็กหญิงที่เดินอยู่ข้างๆ ความรู้สึกหลากหลายมารวมกัน เด็กคนนี้ทำให้เขาแปลกใจได้ตลอดเวลาจริงๆ
