เล่มที่ 3 บทที่ 90 หลี่ฉุน
หลังจากที่งานประลองศิษย์สายตรงจบลง ผู้ที่จะเข้ามายังหุบเขากระบี่ได้นั้น จะต้องเป็ศิษย์สายตรงอย่างแน่นอน
คิดได้ดังนั้นศิษย์สำนักเวิ่นเจี้ยนที่เฝ้าอยู่ก็เข้ามาประจบประแจงหลินเฟยทันที
“นี่คือหลินเฟยจากหุบเขาอวี้เหิง เขาได้รับการอนุญาตจากเ้าสำนักให้มาที่หุบเขากระบี่แห่งนี้”
“ที่แท้ก็ศิษย์พี่หลินนี่เอง ข้าชื่อไป๋ซิน อยู่ที่หุบเขากระบี่มาได้สิบปีแล้ว…” ถึงแม้ใบหน้าจะเผยรอยยิ้ม แต่ในใจของไป๋ซินนั้น กลับสงสัยว่าหุบเขาอวี้เหิงน่ะหรือ จะสามารถมีศิษย์สายตรงเหมือนกับคนอื่นเขาได้?
สำหรับศิษย์ที่เฝ้าหุบเขากระบี่ ต่อให้ผ่านไปสามถึงห้าปีแล้วก็ตาม ก็ยังไม่อาจจะออกไปจากที่นี่ได้ด้วยซ้ำ ทำให้พวกเขาตกข่าวไปบ้าง จึงไม่รู้เื่ราวในงานประลองศิษย์สายตรงที่ผ่านมา และไม่รู้แม้กระทั่งเื่ที่หลินเฟยเอาชนะถังเทียนตูรวมถึงชิวเย่หัวแม้แต่น้อย
ทว่าไป๋ซินกลับรู้สึกคุ้นชื่อของหลินเฟยมากกว่าคนอื่น…
หลังจากเข้ามาภายในของอารามแล้ว ไป๋ซินก็ทำดีกับหลินเฟยเป็พิเศษ ซึ่งสิ่งที่แฝงอยู่นั้นก็ไม่ได้ต่างอะไรกับซูหยวนในอดีต ที่คอยเอาใจซ่งเทียนสิงเลย
ภายในอารามมีศิษย์สำนักเวิ่นเจี้ยนอยู่ประมาณเจ็ดถึงแปดคน ทุกคนล้วนถูกส่งมาด้วยเหตุผลแตกต่างกันออกไป หลังจากที่พวกเขาเห็นหลินเฟยเข้ามา ศิษย์เหล่านี้ก็พยายามเอาอกเอาใจสารพัด เพราะหลินเฟยเป็ถึงศิษย์สายตรงคนใหม่ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากเลยทีเดียว
ในชาติที่แล้วนั้น หลินเฟยเองก็เคยถูกคนเอาใจเช่นนี้มาก่อน ทำให้เขาไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายอะไรนัก
หลังจากตอบรับข้อเสนอๆแบบขอไปทีแล้ว หลินเฟยก็ได้สังเกตเห็นว่าบริเวณใจกลางของอารามแห่งนี้ มีป้ายหินสีดำตั้งตระหง่านอยู่ ในตอนแรกคิดว่าแค่ตั้งมันไว้เฉยๆเท่านั้น แต่พอเดินเข้าไปใกล้ๆ หลินเฟยก็รู้สึกถึงความผิดปกติขึ้นมาทันที
ไอิญญาที่ไหลเวียนบนป้ายหินช่างรุนแรงจนน่ากลัว...
“ที่แท้ก็เป็หินอูจิน…” หลังจากพินิจชั่วครู่ หลินเฟยก็รู้ว่านี่คือหินอูจินนั่นเอง สามารถของมันคือการสยบสิ่งชั่วร้าย เมื่อมันถูกตั้งอยู่ใจกลางอารามเช่นนี้ จึงช่วยให้เหล่าศิษย์รอดพ้นจากพลังของแร่จิงซ่า
‘นี่คงจะเป็ฝีมือของปรมาจารย์หงอวิ๋นเช่นกันสินะ…’
ระหว่างที่เขากำลังนึกถึงเื่ของหินอูจินอยู่นั้น ก็มีศิษย์สองคนกลับเข้ามาในอาราม และหนึ่งในนั้นก็เป็คนที่หลินเฟยรู้จัก เมื่อคนคนนั้นก้าวเข้ามา และสายตาก็พลันเห็นหลินเฟยยืนอยู่หน้าป้ายหินอูจิน เขาก็เอ่ยถามขึ้นมาด้วยความแปลกใจ
“หลินเฟย?”
“หื้อ?” หลินเฟยหันไปมอง ก่อนจะยกยิ้มขึ้นมา
‘ที่แท้ก็เป็หลี่ฉุนนี่เอง…’
‘โลกช่างกลมเสียจริง…’
ในอดีต ตอนที่หลินเฟยไปซื้อแร่เฮยเย่าที่หอว่านเป่า หลี่ฉุนยังเป็ศิษย์เอกของหุบเขาหมัวเจี้ยน เพียงเวลาผ่านไปไม่กี่เดือนเท่านั้น หลินเฟยก็ได้ก้าวขึ้นเป็ศิษย์สายตรง ได้เป็หนึ่งในสิบสี่คนที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาศิษย์ทั้งหมด ทว่าหลี่ฉุนกลับต้องมาเฝ้าอยู่ที่หุบเขากระบี่แห่งนี้ สภาพของเขาในตอนนี้ดูอิดโรยเป็อย่างมาก ่ที่ผ่านมาคงจะเจอเื่ลำบากมาเยอะน่าดู…
“ที่แท้ก็เป็ศิษย์พี่หลี่นี่เอง บังเอิญจริงๆ” หลินเฟยยังคงเรียกอีกว่าฝ่ายว่าศิษย์พี่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเช่นเดิม
ไม่มีทั้งความโกรธเคืองหรือความแค้นใดๆทั้งสิ้น
เพราะสำหรับหลินเฟยนั้น เขาไม่เคยเห็นหลี่ฉุนเป็ศัตรูมาั้แ่ต้นแล้ว...
ไม่ว่าจะที่หอว่านเป่าก็ดี หรือแม้แต่ตอนนี้ก็ตาม…
ต่อให้หลี่ฉุนจะเหิมเกริมเพียงใด หรือบางครั้งถึงกับเอ่ยชื่อตาเฒ่าขึ้นมาตรงๆ หลินเฟยก็ทำเพียงฟังผ่านหูเท่านั้น ไม่ได้รู้สึกถือโทษโกรธอะไร เพราะการที่หลินเฟยสามารถจำใครได้สักคนได้นั้นก็นับว่าเป็เื่ราวดีๆเลยทีเดียว...
“ ศิษย์น้องหลี่ พวกเ้ารู้จักกันด้วยหรือ…” เมื่อไป๋ซินเห็นหลี่ฉุนกลับมา เขาก็ตื่นใขึ้นมาทันที เพราะไม่ได้สังเกตว่าในตอนแรกตนเองได้พูดอะไรผิดไป ทั้งที่เมื่อครู่ได้เอ่ยเรียกหลี่ฉุนว่าศิษย์น้อง แต่กลับเรียกหลินเฟยว่าศิษย์พี่...
ที่เกิดแตกตื่นเช่นนี้ขึ้นมา ก็เพราะไป๋ซินนึกขึ้นมาได้พอดี…
มิน่า...ถึงรู้สึกว่าชื่อของหลินเฟยช่างคุ้นหูนัก…
เพราะตอนที่หลี่ฉุนถูกส่งมาที่นี่แรกๆ ทุกครั้งที่เขาเมา ก็เอาแต่ด่าคนที่ชื่อหลินเฟยอยู่เสมอ เื่นี้น่ะ ศิษย์ที่อยู่ในอารามต่างก็รู้ดี รวมถึงตัวเขาเอง แถมตอนที่ดื่มเหล้าสังสรรค์ด้วยกัน ตัวเขาเองก็เคยพลั้งปากร่วมวงด่าหลินเฟยด้วยซ้ำ
แต่ว่า…
เขาไม่รู้มาก่อนว่าหลินเฟยที่หลี่ฉุนด่านั้น จะคือหลินเฟยคนเดียวกับที่เป็ศิษย์สายตรงคนนี้…
พอนึกได้ ไป๋ซินก็ขนหัวลุกขึ้นมาทันที
‘นี่คือศิษย์สายตรงเชียวนะ…’
‘ปกติคนระดับนี้ไม่มีโอกาสให้พวกเขาเข้ามาประจบแม้แต่น้อย แต่พอมาถึงที่นี่ทั้งทีกลับกลายเป็ศัตรูของหลี่ฉุนเสียได้ คราวนี้จะต้องแย่แน่ๆ เคยได้ยินมาว่าหลี่ฉุนกับหลินเฟยเคยมีเื่บาดหมางกันมาก่อน ถึงขั้นลงไม้ลงมือที่หอว่านเป่าเลยทีเดียว ถ้าคราวนี้เกิดตีกันขึ้นมาอีกละก็ นอกจากจะสู้ไม่ได้แล้ว หากเ้าหลินเฟยกลับไปฟ้องใครขึ้นมา เกรงว่าศิษย์แปดถึงเก้าคนที่อยู่ในวันนี้จะพลอยซวยไปด้วยแน่ๆ’
‘แต่ยังดีที่ศิษย์พี่หลินคนนี้ดูเป็คนที่มีคุณธรรมอยู่บ้าง ต่อให้พบกับศัตรูในอดีต ก็ไม่กล่าววาจาเสียดสีหรือดูถูกแม้แต่น้อย แถมยังทักทายด้วยความสุภาพอีก’
พอคิดมาถึงตรงนี้ ไป๋ซินก็เริ่มเบาใจลงเล็กน้อย
ทางหนึ่งก็ลอบปาดเหงื่อ อีกทางหนึ่งก็พยายามส่งสายตาให้หลี่ฉุน หากหลินเฟยไม่อยู่ตรงหน้า เกรงว่าไป๋ซินคงจะเข้าไปดึงหูหลี่ฉุนแล้ว ‘คนอื่นเขานอบน้อมกันขนาดนี้ เ้านี่ก็ยังไม่รู้จักสงบเสงี่ยมเจียมตัวอีก?’
“เป็เ้านี่เอง…” หลี่ฉุนตอบด้วยใบหน้าตึงเครียด แววตาที่มองนั้นก็ฉายไปด้วยความแค้นที่ปิดไม่มิด…
ทุกห้วงความคิดของหลีฉุนยังคงคิดเสมอว่า ที่เขามีสภาพอย่างทุกวันนี้ ก็ล้วนเป็เพราะหลินเฟยนั่นแหละ
เขาเป็ถึงศิษย์เอกที่ทุกคนต้องคอยเอาใจ แถมอาจารย์ก็ให้ความสำคัญ บางครั้งยังมีคนมาติดสินบนอีกด้วย หลายร้อยปีมานี้ เกือบจะมีโอกาสได้เป็ผู้าุโหุบเขาหมัวเจี้ยนด้วยซ้ำ ถือว่าอนาคตกำลังสดใสรุ่งโรจน์สุดๆ
แต่ตอนนี้กลับหมดสิ้นทุกอย่าง…
เพราะอาจารย์โกรธมาก ถึงกับขับไล่เขามาที่หุบเขากระบี่แห่งนี้ ต้องมาอยู่กับศิษย์เฝ้าเวรที่แต่ก่อนเคยมาพะเน้าพะนอตนเอง กลายเป็ว่าทุกวันนี้ต้องตื่นั้แ่ฟ้ายังไม่สาง มืดค่ำถึงได้พัก ต้องไปตรวจตราผนึกที่ช่องโหว่ แล้วก็จัดการซากศพปีศาจที่หลุดลอดทุกวัน แถมบางครั้งก็ยังถูกพลังจากแร่จิงซ่าทรมานอีกด้วย หลี่ฉุนเองก็แทบจะทนลำบากไม่ไหวแล้วด้วยซ้ำ…
ยิ่งได้เจอกับหลินเฟยอีกครั้ง…
กลับพบว่าหลังจากแผนการทำร้ายอีกฝ่ายล่มไปไม่เป็ท่า หลินเฟยก็ดันมีชีวิตที่แสนราบรื่น แถมยังชนะการประลอง จนกลายเป็ศิษย์สายตรงคนที่สิบสี่และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว
เมื่อเป็เช่นนี้แล้ว จะไม่ให้หลี่ฉุนแค้นขึ้นมาอีกได้อย่างไร?
เมื่อหลี่ฉุนเห็นสายตาของไป๋ซิน…
เขาเองก็รู้ดีว่าไป๋ซิน้าเตือนเขาไม่ให้วู่วาม อย่าไปมีเื่กับศิษย์สายตรงคนใหม่
หลี่ฉุนหันไปมองศิษย์เจ็ดแปดคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้อยู่รอบๆ…
เมื่อหลี่ฉุนเห็นสภาพของเหล่าศิษย์ในตอนนี้ก็รู้สึกกดดันขึ้นมาทันที ทั้งที่ในยามปกติพวกเขาต่างก็ดื่มเหล้าเฮฮาด้วยกันดั่งพี่น้อง ทว่าพอหลินเฟยมายังที่แห่งนี้ ทุกคนก็กลับมีท่าทีห่างเหินออกไป…
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
