สาเหตุการตาย?
กู้เป่ยเยวี่ยชำเลืองมองหานอวิ๋นซี ภายใต้สายตาที่จ้องมองมาของทุกคน เขายังคงตอบตามจริงว่า “ทูลฝ่าา หากกระหม่อมวินิจฉัยไม่ผิด องค์หญิงฉางผิงน่าจะสิ้นพระชนม์เพราะพิษพ่ะย่ะค่ะ โปรดยกโทษให้กระหม่อมที่ไร้ความสามารถด้วย”
หากองค์หญิงฉางผิงยังมีชีวิตอยู่ บางทีกู้เป่ยเยวี่ยอาจไม่สามารถตรวจจับร่องรอยของพิษได้ แต่หากตายไปแล้ว ร่องรอยของพิษจะปรากฏขึ้นใน่เวลาอันสั้น
ริมฝีปากซีดขององค์หญิงฉางผิงมีรอยดำเป็ริ้วๆ หากใช้เวลาสักครู่ ร่องรอยของพิษจะชัดเจนยิ่งขึ้นและบางทีอาจเป็ไปได้ที่จะเห็นว่าเป็พิษชนิดใด
โดนวางพิษ?
ทันทีที่พูดออกมา ทุกคนต่างตื่นใ คิดไม่ถึงว่าจะโดนวางพิษ? โดนวางพิษชนิดใด แล้วใครกันที่เป็ผู้วางพิษ?
หลงเทียนโม่ตะคอกใส่ซวงหงทันที “พูดมา! มันเกิดอะไรขึ้น! เ้ากับองค์หญิงมาทำอะไรที่นี่?”
ฉางผิงที่ควรจะเข้าร่วมงานเลี้ยงครอบครัวก่อนหน้านี้ กลับทำตัวลึกลับและไม่ปรากฏตัวเป็เวลานาน
ซวงหงใ ส่ายหัวครั้งแล้วครั้งเล่า “หม่อมฉัน...หม่อมฉันไม่….”
ทันใดนั้น นางก็หันหน้าไปมองหานอวิ๋นซี และชี้ไปที่หานอวิ๋นซี “ต้องเป็นาง! เป็นางแน่ๆ ฉินหวังเฟย...”
ในเวลานี้ ไท่เฮาและฮองเฮาจึงจะสังเกตเห็นว่าหานอวิ๋นซีอยู่ด้านข้าง
“องค์หญิงบอกว่า้าเตรียมของขวัญให้ไท่เฮา เพราะยังแกะสลักไม่เสร็จ จึงซ่อนตัวอยู่ที่นี่เพื่อแกะสลัก องค์หญิงเพิ่งจะสั่งให้หม่อมฉันออกไปเอาของ พอหม่อมฉันกลับมาก็เห็นองค์หญิงนอนอยู่บนพื้น และหวังเฟยก็อยู่ข้างๆ...”
ซวงหงใกลัวจนนางร้องไห้ หลังจากได้ยินเื่นี้ ไท่เฮาและฮองเฮาก็มองไปที่หานอวิ๋นซีพร้อมกัน สายตานั้นมืดมนจนดูเหมือนกำลังพ่นพิษออกมา
หานอวิ๋นซีรู้ทันทีว่าตนเองกำลังมีปัญหาร้ายแรง นางคิดแต่เื่ช่วยชีวิตผู้คน และนางมักจะใกับเหตุการณ์แบบนี้ นางไม่มีเวลาแม้แต่จะตระหนักถึงอันตรายที่จะตกมาถึงตัวเอง
อย่างไรก็ตาม นางยังคงสงบสติอารมณ์และอธิบายว่า “ข้ากำลังจะเปลี่ยนชุดอยู่ห้องข้างๆ แล้วก็ได้ยินเสียงในห้องนี้จึงมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ทันทีที่มาถึงก็เห็นฉางผิงนอนอยู่บนพื้นแล้ว...”
“นางได้รับพิษอะไร ทำไมนางถึงได้รับพิษ แล้วพิษมาจากไหน?”
ฮองเฮานั่งนิ่งอยู่บนพื้น ถามซ้ำแล้วซ้ำเล่า น้ำเสียงแหลมอย่างมาก เรียกได้ว่าแทบจะฉีกหานอวิ๋นซีเป็ชิ้นๆ
ไท่เฮาเองก็ยิงคำถามออกมา “ทำไมฉางผิงถึงล้มลงกับพื้น ทำไมชั้นวางเหล่านี้ถึงล้มลง หานอวิ๋นซี เ้าทะเลาะกับฉางผิง แล้วลงไม้ลงมือกันใช่หรือไม่? เ้าพูดมาสิ!”
“ข้าไม่ได้ทำ!” หานอวิ๋นซีปฏิเสธอย่างโกรธเกรี้ยว
“ข้าจะพูดอีกครั้ง เมื่อครู่ข้าอยู่ห้องข้างๆ ข้าได้ยินเสียงชั้นวางของหล่นลงมาเลยมาที่นี่ ทันทีที่ข้าเข้าประตูก็เห็นฉางผิงนอนอยู่บนพื้นแล้ว และก็พบว่านางตายด้วยพิษ หลังจากนั้นซวงหงจึงจะมา”
“นางโดนวางพิษชนิดใด? ไม่ใช่ว่าเ้าล้างพิษเก่งหรือไร? ทำไมเ้าถึงไม่ช่วยนางไว้ล่ะ? ทำไม?” หลงเทียนโม่รู้สึกกระตือรือร้นอย่างมาก อย่างไรก็ตามฉางผิงเป็น้องสาวแท้ๆ คนเดียวของเขา!
“ข้าไม่รู้ว่านางถูกวางยาพิษชนิดใด แต่ในตอนที่ข้ามา นางตายไปแล้วเลยไม่สามารถช่วยนางได้” หานอวิ๋นซีอธิบายตามความเป็จริง
ทันทีที่พูดออกมา ฮองเฮาก็ตำหนิทันทีว่า “หานอวิ๋นซี เ้าโกหก! เ้ามาที่นี่ทันทีที่ได้ยินเสียง เ้าจะใช้เวลานานแค่ไหนกันกว่าจะมาจากห้องข้างๆ? เ้าไม่มีเวลาช่วยคนเลยหรือไร? มันมีพิษชนิดใดที่มีฤทธิ์รุนแรงจนตายได้ทันทีด้วยอย่างนั้นหรือ?”
นี่คือสิ่งที่หานอวิ๋นซีเองก็ไม่เข้าใจ
อย่างไรก็ตาม ท่าทีของนางยังคงหนักแน่น “ข้าไม่ได้โกหก มีเพียงวิธีเดียวที่จะรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นคือต้องตรวจพิษ แล้วข้าจะรีบทำการทดสอบทันที”
สิ่งที่นางเห็นคือผลลัพธ์เท่านั้น ไม่มีใครบอกได้ว่าองค์หญิงฉางผิงตายก่อนที่ชั้นวางจะพังลงมา หรือนางล้มลงไปแล้วชั้นวางจึงจะล้มลงมา
มีพิษไม่มากนักที่สามารถทำให้เสียชีวิตได้ทันทีที่โดนวางพิษ หานอวิ๋นซีเองก็อยากรู้เช่นกัน และสิ่งที่นางอยากรู้ก็คือพิษมาจากไหน
นางที่กำลังจะเดินเข้าไป ทว่าฮองเฮากลับโกรธจัด “หานอวิ๋นซี เ้ายังจะกล้าเถียงอีกหรือไร! เ้ากำลังโกหก ใครก็ได้ จับนางไว้!”
หานอวิ๋นซีขมวดคิ้วทันทีด้วยความโกรธ “ใครกล้า! ไม่มีหลักฐาน มีสิทธิ์อะไรมาจับข้า!”
“ทหาร จับนาง!” เสียงของไท่เฮายิ่งเข้มงวดมากขึ้น และในไม่ช้าองครักษ์ก็รีบเข้ามาและจับกุมหานอวิ๋นซี
หานอวิ๋นซีไม่สามารถหลุดพ้นได้ จ้องมองไปที่หลงเทียนโม่ “ไท่จื่อ แม้กระทั่งองค์หญิงฉางผิงโดนพิษตัวไหนก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ทว่ากลับทำเช่นนี้โดยไม่มีหลักฐาน ในวังเขาทำกันแบบนี้กันหรือไร?”
หลงเทียนโม่ทั้งโกรธเคืองและโศกเศร้า แต่ก็ยังไม่เต็มใจที่จะเชื่อว่าหานอวิ๋นซีวางยาพิษฉางผิง และนึกไม่ออกว่ามีแรงจูงใจอะไรที่ทำให้หานอวิ๋นซีก่ออาชญากรรมเช่นนี้
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พูดว่า “เสด็จย่า เสด็จแม่ ให้เสด็จอาหญิงฉินตรวจพิษสักหน่อยคงไม่เป็ไร”
ฮองเฮาที่รังเกียจอย่างมากและกำลังจะปฏิเสธ แต่ไท่เฮากลับพูดอย่างเ็าว่า “ได้ ให้นางตรวจ ข้าอยากจะเห็นเหมือนกันว่านางจะพบพิษชนิดใดที่มันสามารถคร่าชีวิตไปได้ทันที!”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา องครักษ์ก็ปล่อยหานอวิ๋นซี
หานอวิ๋นซีย่อตัวลงข้างองค์หญิงฉางผิง เมื่อมองไปที่เส้นสีดำที่ริมฝีปากและลิ้นของนาง ก็ยิ่งรู้สึกงงงวย นางเริ่มระบบสแกนในไปพลาง ในขณะที่ทำการตรวจสอบตามปกติไปพลาง อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์นั้นเกินความคาดหมายของนาง
ทำไมถึง…
“เสร็จหรือยัง?” ฮองเฮาพูดกระตุ้นเสียงดัง
หานอวิ๋นซียืนขึ้นและมองไปรอบๆ ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความสงสัย
“ตรวจพบแล้วหรือ?” ไท่เฮาถามอย่างกระวนกระวายใจ
เช่นนี้หานอวิ๋นซีจึงจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ตรวจพบแล้ว มันคือต้นยางน่อง”
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่คำพูดนี้ออกมา ทุกคนในห้องต่างก็ตกตะลึง “ต้นยางน่อง” คืออะไร? ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
“มันคืออะไรกัน?” ไท่เฮาพูดเสียงดัง
“มันคือต้นไม้ที่มีพิษร้ายแรง รู้จักกันทั่วไปว่า ‘ต้นยางน่อง’ แค่เพียงมีาแบนร่างกายและโดนน้ำของต้นยางน่องนี้ ก็จะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจล้มเหลว หายใจไม่ออกเนื่องจากพิษอย่างรวดเร็วและเสียชีวิตในที่สุด” หานอวิ๋นซีอธิบาย
เกี่ยวกับพิษชนิดนี้ ยังมีคำกล่าวว่า “เจ็ดขึ้น แปดลง เก้าล้มลงพื้น” หมายความว่า ถ้าโดนพิษของ “ต้นยางน่อง” จะเดินขึ้นเจ็ดขั้นหรือลงแปดขั้น หรือจะเดินเก้าก้าวบนพื้นดิน สุดท้ายแล้วก็ตายอยู่ดี
ในความเป็จริง มันขึ้นอยู่กับปริมาณของสารพิษ บางครั้งไม่จำเป็ต้องเดินหลายก้าว แค่สองสามก้าวก็อาจจะล้มลงกับพื้นได้แล้ว
หานอวิ๋นซีที่มีความมั่นใจขึ้นมาพูดว่า “องค์หญิงฉางผิงอาจล้มลงหลังจากถูกวางยาพิษและโดนชั้นนี้ล้มทับ
การถูกพิษมีอยู่สองชนิด ชนิดที่หนึ่งััโดยบังเอิญ และอีกชนิดหนึ่งเป็พิษโดยเจตนา
นางที่มองไปรอบๆ แต่กลับไม่เห็นลำต้น กิ่งก้านหรือใบใดๆ ของต้นยางน่องและไม่พบสิ่งของใดที่มีพิษประเภทนี้เช่นกัน
เป็ไปได้หรือไม่ว่ามีคนมาวางยานาง และวิ่งหนีออกไปในตอนที่นางเข้ามา?
เื่ราวค่อนข้างซับซ้อน
เมื่อนางกำลังจะตรวจอย่างละเอียดและวิเคราะห์สารพิษในร่างกายขององค์หญิงฉางผิงต่อ ฮองเฮากลับตะคอกว่า “ทหาร พานางไปที่คุกทันที! ฆาตกรต้องเป็นางแน่นอน! ไม่มีอะไรต้องพูดแล้ว!”
หานอวิ๋นซีมองไปที่หลงเทียนโม่อีกครั้ง “ให้ข้าตรวจให้ชัดเจนเถอะ พิษประเภทนี้หายากมาก ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้จักมัน!”
ใครจะคิดว่าฮองเฮาจะตะคอกกลับมาว่า “หายากจริงๆ ไม่มีใครที่นี่เคยได้ยินมันมาก่อน มีเพียงเ้าเท่านั้นที่รู้ พิษประเภทนี้ นอกจากเ้าแล้ว จะมีใครทำได้อีกล่ะ หานอวิ๋นซี?”
ฮองเฮาพูดถูก อย่างน้อยในวังนี้มีเพียงหานอวิ๋นซีเท่านั้นที่สามารถวางพิษประเภทนี้ได้
“หากมีนักฆ่าบุกเข้ามาและวางยาองค์หญิงฉางผิงล่ะ? ฮองเฮา ท่านสงสัยในตัวข้าได้ แต่โปรดท่านแสดงหลักฐานด้วย!” หานอวิ๋นซีแย้ง
“นักฆ่า? จู่ๆ จะไปมีนักฆ่าโผล่มาได้อย่างไร? เ้าเห็นวังหลวงเป็สถานที่แบบไหนกัน นักฆ่าสามารถเข้าออกได้ตามใจอย่างนั้นหรือ? มีใครเห็นนักฆ่าหรือไม่? ซวงหงเห็นเ้าเพียงคนเดียว!”
“อีกอย่าง ใครให้เ้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่นี่ แล้วเหตุใดจึงบังเอิญอยู่ติดกับฉางผิง?”
“เ้ากับฉางผิงมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีมาโดยตลอด เ้าต้องมีความแค้นกับฉางผิง เลยลงมือวางยา พอถูกซวงหงจับได้เลยเถียงข้างๆ คูๆ! หานอวิ๋นซีนะหานอวิ๋นซี คิดไม่ถึงเลยว่าเ้าจะมีจิตใจโเี้ขนาดนี้! โชคดีที่ข้ายังถือว่าเ้าเป็ผู้ช่วยชีวิตเทียนโม่ ข้ามองเ้าผิดไปจริงๆ!”
ฮองเฮาร้องไห้จนตาพร่ามัว โกรธเคืองอย่างมากจนเกือบจะลงไม้ลงมือ
หานอวิ๋นซีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะโต้แย้งนางอย่างไร ทำไมถึงมีคนที่เถียงเก่งขนาดนี้กันนะ?
นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดว่า “สวี่มามาเป็พยานได้ สวี่มามาเป็คนพาข้ามาที่นี่เพื่อเปลี่ยนชุด!”
ใครจะรู้ว่าในเวลานี้สวี่มามาที่อยู่ประตูรีบวิ่งเข้ามา พร้อมกับเสื้อผ้าใหม่ของหานอวิ๋นซีที่ยังถืออยู่ในมือของนาง “ทูลไท่เฮา ฮองเฮาเพคะ เป็เื่จริงที่หม่อมฉันพาหวังเฟยมาที่นี่ เพียงแต่ เมื่อครู่หม่อมฉันไปเอาเสื้อผ้า เกิดเื่อะไรขึ้น หม่อมฉันเองก็ไม่ทราบเพคะ!”
คำพูดครึ่งหลังของสวี่มามา เรียกได้ว่าเป็ภัยพิบัติอย่างหนึ่ง หานอวิ๋นซีที่อ้าปากค้างและกำลังจะอธิบาย แต่ไท่เฮากลับพูดอย่างเ็าว่า “สิ่งที่หลี่ซื่อตระกูลหานพูดในตอนนั้นไม่ผิด คนที่ล้างพิษเก่งที่สุดก็คือคนวางพิษที่น่ากลัวที่สุด! ใครก็ได้ พาฆาตกรผู้นี้ไปที่คุกเดี๋ยวนี้ หากไม่มีคำสั่งจากข้า ห้ามใครมาเยี่ยมโดยเด็ดขาด!”
หานอวิ๋นซีขมวดคิ้วและมองไปที่หลงเทียนโม่ แต่คราวนี้หลงเทียนโม่ก็เงียบเช่นกัน
หานอวิ๋นซีรู้สึกผิดหวังอย่างมาก นางช่วยชีวิตหลงเทียนโม่โดยเปล่าประโยชน์จริงๆ
“ข้า้าพบฉินอ๋อง!” นางพูดอย่างเ็า
โดยไม่คาดคิด น้ำเสียงของไท่เฮาเ็ายิ่งขึ้น “ฉินอ๋องมาก็ไม่มีประโยชน์! วางพิษฆ่าองค์หญิง หานอวิ๋นซี ความผิดของเ้าเกินกว่าจะยกโทษได้! ไม่มีใครสามารถปกป้องเ้าได้หรอก!”
โดยไม่ปล่อยให้หานอวิ๋นซีขัดขืนใดๆ องครักษ์จับหานอวิ๋นซีไว้แน่นแล้วเดินออกไป
หานอวิ๋นซีพูดเสียงดังว่า “ไท่เฮา ท่านจะต้องเสียใจ ท่านจะจับข้าไปก็ไม่เป็ไร แต่ถ้าพลาดแหล่งที่มาของพิษ ต้องมีคนตายจากพิษนี้อีกแน่นอน!”
หากแหล่งที่มาของพิษอยู่ในวัง ไม่ว่าจะเป็สิ่งที่เป็พิษหรือผู้ลอบวางยาพิษก็ตาม มันอันตรายมาก
น่าเสียดายที่สิ่งที่ตอบกลับมาคือเสียงคร่ำครวญของฮองเฮาและคนรับใช้กลุ่มหนึ่ง และไม่มีใครฟังคำพูดของนางเลย
ในเวลานี้ อี้ไท่เฟยกำลังปลอบใจตวนมู่เหยา ส่วนหลงเฟยเยี่ยและฮ่องเต้เทียนฮุยก็ขังตัวอยู่ในห้องตำราหลวงโดยไม่รู้ว่ามีเื่ใหญ่เกิดขึ้น
ฮองเฮากอดศพขององค์หญิงฉางผิงด้วยหัวใจที่แตกสลาย หลงเทียนโม่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ไม่ว่าจะเกลี้ยกล่อมอย่างไรก็เกลี้ยกล่อมไม่ได้เลย
ไท่เฮาที่นั่งอยู่ข้างๆ ขมวดคิ้วและถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า เศร้าใจที่ไม่รู้ว่าจะเผชิญกับความจริงนี้อย่างไร
ฉางผิงเป็หลานสาวที่นางรักมากสุด!
ทันใดนั้น ฮองเฮาก็เงยหน้าขึ้นอย่างกระตือรือร้น “เสด็จแม่ ฆ่าหานอวิ๋นซีเพื่อล้างแค้นฉางผิงเถอะ ต้องต้องฆ่านาง!”
“เสด็จแม่...นางคงไม่โง่พอที่จะวางยาฉางผิงหรอก เื่นี้...”
ก่อนที่หลงเทียนโม่จะพูดจบ ฮองเฮาก็ตบหน้าเขา “เ้ามันกินบนเรือนขี้บนหลังคา น้องสาวของเ้าตายไปแล้ว นางตายไปแล้ว! เ้าพูดออกมาแบบนี้ได้อย่างไรกัน?”
หลงเทียนโม่เศร้าโศก และไม่ได้โต้ตอบใดๆ กลับไป แต่ฮองเฮากลับยิ่งกระตือรือร้นที่จะพูด ใครจะรู้ว่าในตอนที่กำลังจะพูด จู่ๆ ดวงตาของนางก็แข็งทื่อ แล้วสลบไป
“เสด็จแม่!” หลงเทียนโม่ใ กู้เป่ยเยวี่ยรีบไปข้างหน้าเพื่อััชีพจร
“ไท่เฮา ฝ่าา ฮองเฮาทรงกลัดกลุ้ม โมโหจนหายใจไม่ออกจึงทำให้เืไหลเวียนไม่ทัน ต้องนอนพักผ่อนให้เพียงพอ อย่าปล่อยให้นางรับแรงกระแทกอะไรอีก” กู้เป่ยเยวี่ยพูดและรีบสั่งให้สาวใช้ไปหยิบยา
หลังจากที่ฮองเฮาถูกพาออกไป ไท่เฮาก็มองหลงเทียนโม่และพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “เทียนโม่ เ้าดูแลงานศพของฉางผิงก็แล้วกัน”
นางพูดขณะมองออกไปนอกประตู “ทหาร ไปรายงานฮ่องเต้ องค์หญิงฉางผิง...สิ้นพระชนม์แล้ว!”
ทันทีที่ประโยคนี้จบลง นางก็น้ำตาก็ไหลพราก...
