สือเจียงหย่วนเห็นว่าเขาพูดความจริง แต่กลับถูกตำหนิ จึงเอ่ยอย่างงุนงง
“เมื่อคืนตอนที่ผมนอนหลับๆ ตื่นๆ ผมรู้สึกว่ามีผู้หญิงที่หน้าตาคล้ายคุณยิ้มให้ แล้วยังห่มผ้าให้อีก นี่คิดว่าฝันไปเสียอีก ที่แท้ก็เป็คุณจริงด้วย!”
คังอิงกัดฟันกรอด ทุกสิ่งที่เธอทำ เขาคิดว่าฝันไปทั้งนั้น ตอนนี้ยังมาดูถูกเธออีก?
คังอิงยื่นมือออกไปด้วยความโกรธ “เอามาให้ฉัน”
“อะไรครับ?” สือเจียงหย่วนถามอย่างไม่เข้าใจ
“กุญแจ กุญแจบ้านของน้ารองของคุณไง มีเก็บไว้ไม่ใช่เหรอ? คุณชอบแอบเข้ามาแบบนี้ มันทำให้ฉันรู้สึกไม่ปลอดภัย”
พอสือเจียงหย่วนได้ฟังคำพูดของคังอิง เขาก็รู้ว่ามันเป็ปัญหาใหญ่ เป็ความจริงที่เขาพกกุญแจติดตัวไว้ พอมาถึงหน้าประตูบ้าน ก็จะเผลอไขกุญแจเข้ามาโดยไม่รู้ตัว
สือเจียงหย่วนควานหากุญแจในกระเป๋า แล้ววางมันลงบนฝ่ามือ ก่อนจะยื่นให้คังอิง
คังอิงเห็นรูปร่างของกุญแจก็รู้ว่าเป็กุญแจประตูเหล็กหน้าบ้าน เธอจึงรับมันมาจากมือของสือเจียงหย่วนโดยไม่เกรงใจ
สือเจียงหย่วนมองกุญแจด้วยความอาลัยอาวรณ์ เขารู้สึกเหมือนถูกผลักไสออกจากสถานที่ที่เคยอาศัยอยู่
เป็ไปตามที่คังอิงคาดเดา ั้แ่เด็กๆ ทุกครั้งที่สือเจียงหย่วนกลับมาอำเภอหลี่ว์ เขาจะต้องมาที่นี่ เขาผูกพันกับบ้านหลังนี้มากที่สุด
หากไม่ใช่เพราะคังอิงช่วยชีวิตเขาเอาไว้ แถมเธอยังน่าสงสาร ต้องออกจากบ้านสามีแบบตัวเปล่า ไร้ที่อยู่อาศัย สือเจียงหย่วนคงไม่มีทางยอมให้น้ารองของเขาปล่อยบ้านหลังนี้ให้คังอิงเช่า
สำหรับสือเจียงหย่วน ที่แห่งนี้เป็สถานที่ที่มีความทรงจำในวัยเด็กที่สวยงามที่สุดรองจากเมืองหลวง
พอเห็นสีหน้าอาลัยอาวรณ์ของสือเจียงหย่วน จู่ๆ คังอิงก็รู้สึกผิดเล็กน้อย ดูเหมือนว่าบ้านหลังนี้จะความสำคัญกับสือเจียงหย่วนมากเช่นกัน เธอเชื่อว่าสือเจียงหย่วนไม่ได้ตั้งใจจะแอบเข้ามาในบ้านตอนที่ไม่มีคนอยู่หรอก
คงเพราะที่นี่เป็สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยความทรงจำอันดี เขาถึงได้เผลอทำแบบนั้นโดยไม่รู้ตัว
แต่ในเมื่อเธอได้กุญแจมาแล้ว คังอิงก็คงไม่คืนให้เขาไปง่ายๆ ไม่เช่นนั้นมันจะดูเหมือนเธอเต็มใจให้สือเจียงหย่วนมาที่นี่ตลอดเวลา
คังอิงเก็บกุญแจไว้ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “อาหารเช้าเสร็จแล้ว รีบไปกินเถอะ ถ้าไม่รีบกิน เดี๋ยวโจ๊กก็จับตัวเป็ก้อนหมด”
เมื่อสือเจียงหย่วนได้ยินคำพูดของคังอิงแล้วก็เอามือลูบท้อง หลังจากดื่มเหล้ามาทั้งคืน ท้องของเขาก็เริ่มร้องประท้วงแล้วจริงๆ
แม้ว่าคังอิงจะพูดจาแข็งกร้าว แต่เธอก็แค่แสร้งทำเป็ดุเท่านั้น สือเจียงหย่วนฟังออก มันเหมือนกับที่แม่ของเขาดุเขาในเช้าวันรุ่งขึ้นหลังเขาดื่มเหล้าจนเมา แต่เธอก็ยังคงเป็ห่วงที่เขาดื่มเหล้าหนัก กลัวกระเพาะอาหารจะพัง จึงทำอาหารเช้าไว้ให้อย่างเอาใจใส่
สือเจียงหย่วนเดินไปที่โต๊ะอาหารในห้องครัว แล้วก็เห็นโจ๊กถั่วเขียววางอยู่บนโต๊ะ ส่วนกับข้าวอีกสองอย่างก็ดูน่ากินมาก แค่เห็นเขาก็รู้สึกอยากอาหารขึ้นมาทันที
สือเจียงหย่วนไม่เกรงใจ เขาซดโจ๊กถั่วเขียวไปสองชามรวด กลางฤดูร้อนแบบนี้พอกินโจ๊กร้อนๆ เข้าไป เหงื่อก็เริ่มออกทัั้งตัว
สือเจียงหย่วนรู้สึกว่ากลิ่นเหล้าที่หลงเหลืออยู่ถูกไอร้อนของโจ๊กสองชามนี้ขับออกมาจนหมด รู้สึกสดชื่นสบายตัวเป็สุดๆ
หลังจากกินโจ๊กเสร็จ ประสาทััทั้งห้าของสือเจียงหย่วนก็กลับมาเป็ปกติ เขาจึงได้กลิ่นเหม็นของบุหรี่ผสมกับเหล้าจากตัวเขาเอง แถมยังมีกลิ่นเหงื่ออีกต่างหาก พอคังอิงเดินเข้ามาเก็บจานบนโต๊ะ สือเจียงหย่วนก็รีบถอยห่างออกไปจากเธอ
คังอิงเอ่ยถามอย่างสงสัย “เป็อะไรไป? ฉันมีหนามหรือไง?”
สือเจียงหย่วนยิ้มแห้งๆ “เปล่าๆ คุณไม่มีหนามหรอก ผมเองนั่นแหละที่ตัวเหม็น เมื่อคืนผมดื่มเหล้ากับพวกนั้นตลอดทั้งคืน พวกนั้นชอบสูบบุหรี่มาก กลิ่นมันติดตัวผมมา ผมกลัวว่าคุณจะทนกลิ่นพวกนี้ไม่ได้”
คังอิงนึกถึงกลิ่นเท้าเหม็นๆ ของสือเจียงหย่วนตอนที่เธอช่วยถอดรองเท้าให้เขาเมื่อคืนนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา เธอย่นจมูกพลางแย้มยิ้ม
สือเจียงหย่วนสังเกตเห็นท่าทางของคังอิง เขาจึงเอ่ยอย่างเขินๆ “เมื่อคืนนี้ คุณเป็คนถอดรองเท้าให้ผมสินะ? ขอโทษด้วยจริงๆ นะครับ”
“ไม่เป็ไรหรอก คนเมาก็เป็แบบนี้แหละ” คังอิงตอบอย่างไม่ใส่ใจ เธอเก็บจานและชามทั้งหมดแล้วนำไปล้างที่อ่างล้างจาน
สือเจียงหย่วนรู้สึกว่าทนต่อไปไม่ได้แล้ว เขาจึงเดินไปที่ห้องทางปีกตะวันออกแล้วเปิดตู้เสื้อผ้า ในตู้เสื้อผ้ามีเสื้อผ้าเก่าๆ ที่เขาทิ้งเอาไว้ เนื่องจากเขาเก็บพวกมันไว้ในถุงสุญญากาศ จึงทำให้ไม่ขึ้นรา แค่มีกลิ่นอับๆ เท่านั้น แต่ว่าก็ยังดีกว่าเสื้อผ้าชื้นเหงื่อที่เขากำลังใส่อยู่
สือเจียงหย่วนหยิบเสื้อผ้าเก่าๆ พวกนั้นขึ้นมา แล้วะโบอกคังอิงว่า “ผมขอไปอาบน้ำก่อนนะครับ!”
เขาตั้งใจบอกเธอไว้ก่อน เพื่อไม่ให้คังอิงรู้สึกแปลกใจเมื่อไม่เห็นเขา
คังอิงตอบอย่างไม่ใส่ใจ “ค่ะ”
หลังจากที่สือเจียงหย่วนเดินเข้าไปในห้องน้ำ คังอิงก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เธอรู้สึกว่าสือเจียงหย่วนจะทำอะไรตามใจชอบมากขึ้นเรื่อยๆ เขาค่อยๆ รุกล้ำชีวิตเธอไม่หยุดหย่อน
ไม่ว่าจะเป็การเปิดประตูบ้านเธอโดยพลการ ดื่มเหล้าจนเมาแล้วกลับมานอนที่นี่ ตอนนี้ยังกล้าใช้ห้องน้ำต่อหน้าเธออีก เธอรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าเพราะอะไร
สือเจียงหย่วนเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วปิดประตูตามหลัง จากนั้นก็เปิดไฟแล้ววางเสื้อผ้าของตัวเองลงบนราวแขวนเสื้อข้างประตู และเริ่มถอดเสื้อผ้า
ขณะที่เขากำลังเอื้อมมือไปหยิบฝักบัว จู่ๆ เขาก็พลันนิ่งอึ้งไป เพราะบนราวแขวนผ้าเช็ดตัวในห้องน้ำ มีชุดชั้นในผู้หญิงวางอยู่ น่าจะเป็ชุดที่เพิ่งซักเมื่อเช้าแล้วลืมเอาไปตาก ทำให้มันยังเปียกอยู่
ชุดชั้นในตัวนั้นเป็สีขาว ดูธรรมดาๆ แต่พอมองเห็นมันแล้ว สีหน้าของสือเจียงหย่วนก็พลันแดงก่ำขึ้นมาทันที เขารีบคว้าฝักบัวมาถือไว้โดยไม่กล้ามองไปทางนั้น อาบน้ำอย่างลวกๆ แล้วรีบเก็บเสื้อผ้าของตนเองวิ่งออกมาจากห้องน้ำทันที
“ทิ้งเสื้อผ้าไว้ตรงนี้สิ เดี๋ยวฉันซักให้เอง” คังอิงเห็นว่าสือเจียงหย่วนกำลังกอดเสื้อผ้ามากองหนึ่ง แถมหน้าแดงก่ำ เธอที่คิดว่าเขาเมาค้างจึงเอ่ยด้วยความห่วงใย
“ไม่ๆ ผมซักเองก็ได้ครับ” สือเจียงหย่วนเอ่ยอย่างเขินอาย
การเห็นชุดชั้นในสีขาวในห้องน้ำนั้นช่างรุนแรงเกินไป ตอนนี้พอเห็นคังอิง ภาพสิ่งของที่ดูน่ารักแสนสะอาดก็ผุดขึ้นมาในหัว ทำเอาเขาทำตัวไม่ถูก จนไม่รู้จะวางสายตาไว้ตรงไหน
คังอิงรู้สึกว่าสือเจียงหย่วนแปลกไป พอเข้าไปในห้องน้ำ อยู่ๆ เขาก็กลายเป็แบบนี้ ดูเหมือนไม่กล้ามองหน้าเธอตรงๆ
แต่อย่างไรเสีย เธอก็ต้องเข้าห้องน้ำด่วน จึงไม่สนใจเขา พอเธอเข้าไปในห้องน้ำแล้วปิดประตู ก็เหลือบไปเห็นชุดชั้นในที่ซักไว้เมื่อเช้าบนราวแขวนผ้าเช็ดตัว พอคิดถึงใบหน้าแดงก่ำของสือเจียงหย่วน เธอก็พลันเข้าใจขึ้นมาทันที จึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
ช่างน่าขำสิ้นดี สือเจียงหย่วนเป็คนใสซื่อขนาดนั้นเลยหรือ? ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกของเขานั้นไม่ใช่ธรรมดา อีกทั้งยังมีภูมิหลังครอบครัวที่ดี ทำไมถึงได้เป็คนไร้เดียงสาขนาดนี้นะ?
หรือว่าที่เขาบอกว่าไม่มีแฟน หมายถึงเขาไม่เคยมีแฟนเลยสักคนจริงๆ หรือเปล่า?
คังอิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา เธอรู้สึกว่าสือเจียงหย่วนน่ารักจริงๆ ผู้ชายที่ทั้งดีแถมยังใสซื่อขนาดนี้ ในชาติที่แล้วเธอไม่เคยเจอเลยสักครั้ง
คนที่อยู่รอบตัวเธอต่างก็เป็นักธุรกิจที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อน เป็พวกสังคมชั้นสูง พวกเขามีไหวพริบเป็เลิศ
แม้ว่าเธอจะชื่นชมพวกเขาในเื่หน้าที่การงาน แต่ในเื่ความรัก เธอไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับพวกเขา จึงพยายามรักษาระยะห่างจากพวกเขาเอาไว้
พูดตามตรงแล้วพวกคนชั้นสูงเ่าั้มักจะเป็พวกเห็นแก่ตัว พวกเขาทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง การจะให้เธอสานสัมพันธ์เชิงรักๆ ใคร่ๆ กับพวกเขา มันช่างเป็เื่ที่ยากจะบรรยายเป็คำพูดจริงๆ
