สองวันต่อมา
เนี่ยเทียนติดตามพวกกู๋อวี่แห่งกะโหลกเืมุ่งหน้าไปยังฐานที่ตั้งของเดือนดับในเทือกเขาฮ่วนคง ระหว่างทางกู๋อวี่สั่งความให้สมาชิกของกะโหลกเืคอยสืบข่าวของพวกหม่าจิ่วจากช่องทางต่างๆ
ผู้ฝึกลมปราณหลายคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองโพ่เมี่ยมักจะกระจายตัวกันอยู่ในเทือกเขาฮ่วนคงเป็วงกว้าง
อีกทั้งคนเ่าั้ยังมีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างแน่นแฟ้นกับกะโหลกเื เมื่อสมาชิกของกะโหลกเืเจอกับพวกคนที่ออกมาจากเมืองโพ่เมี่ยและถามพวกเขาถึงคนของเดือนดับจึงมักจะได้คำตอบกลับมาเสมอ
วันนี้กู๋อวี่ได้รับข่าวจากสมาชิกคนหนึ่งของกะโหลกเืจนพอจะรู้ทิศทางที่แน่ชัดของพวกหม่าจิ่วแล้ว
ในจุดที่มีรอยแยกห้วงมิติล่องลอย กู๋อวี่หยุดชะงักการเดินทางเพื่อปรึกษาเื่สำคัญกับสือชิง ไช่โยวและเผยฉีฉี
เนี่ยเทียนที่ฐานะไม่สูงมากพอไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการพูดคุยด้วย จึงไปยืนรออยู่ห่างๆ
“สายเืแห่งพลังชีวิต...”
เนี่ยเทียนหรี่ตาลงรับัักับสภาพประหลาดในร่างกายของตัวเองเงียบๆ
สองวันที่ผ่านมานี้เขาเริ่มกินเนื้อแห้งของสัตว์วิเศษระดับสองที่เก็บไว้ในกำไลเก็บของไปเป็ปริมาณมาก
ตอนที่ได้หยุดพักเขายังหาข้ออ้างเดินห่างไปจากทุกคนของกะโหลกเืแล้วชุบหลอมเืสดของแรดหินทองถังแล้วถังเล่าเพื่อมาสร้างจิงชี่เืเนื้อ
มาถึงตอนนี้ เนื้อสัตว์วิเศษที่เขาเก็บสะสมไว้ั้แ่ตอนอยู่อาณาจักรหลีเทียนก็ถูกกินจนหมดเกลี้ยงไปแล้ว
แม้แต่เืสดของแรดหินทองก็ยังถูกเขาใช้เวทหลอมโลหิตมาชุบหลอมให้กลายเป็จิงชี่เืเนื้อที่บริสุทธิ์จนหมดสิ้นเช่นกัน
จิงชี่เืเนื้อที่เกิดจากเนื้อสัตว์วิเศษและเืสดของแรดหินทอง เมื่อก่อตัวขึ้นมาเมื่อใดก็จะถูกปราณเืสีเขียวเส้นนั้นที่อยู่ในหัวใจของเขาเขมือบกลืนอย่างบ้าคลั่งทันที
ในความรู้สึกของเขา ปราณเืสีเขียวเล็กละเอียดเส้นนั้นราวกับถ้ำที่ไม่มีหลุม มันคอยฮุบเอาจิงชี่เืเนื้อกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าไปได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับปราณเืสีเขียวเส้นนั้นแล้ว จิงชี่เืเนื้อที่หลอมออกมาจากเนื้อสัตว์วิเศษและเืสดของแรดหินทองก็คล้ายเป็เพียงน้ำถ้วยเดียวที่ไม่อาจดับไฟทั้งคันรถได้
เวลานี้เขายังคงััได้ถึงความตะกละละโมบของปราณเืสีเขียวเส้นนั้น รู้ว่ายังอยู่ห่างไกลจากการที่จะเติมเต็มกระเพาะของมันได้
มีเพียงมันพึงพอใจแล้วเท่านั้น มันถึงจะยอมสงบลง แล้วจะใช้การกระตุ้นที่พิเศษบางอย่าง หลังจากผ่านการจำศีลก็จะกลายมาเป็พร์แห่งสายเืใหม่
ทว่าเนี่ยเทียนเอายาทั้งหมดที่มีอยู่ในแหวนและกำไลเก็บของซึ่งสามารถกลายมาเป็ปราณเืออกมาชุบหลอมหมดแล้ว แต่ก็ยังมิอาจตอบสนองความ้าของกระเพาะมันได้
ตอนนี้เขารับััความกระหายใคร่และตะกละตะกลามที่ส่งมาจากในปราณเืสีเขียวพลางตรวจสอบแหวนและกำไลเก็บของของตัวเองไปด้วย
“เหลือแค่เนื้อของแรดหินทองอย่างเดียวแล้ว”
หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียด เขาก็พบว่าสิ่งที่ยังสร้างจิงชี่เืเนื้อได้เหลือแค่เพียงเนื้อของแรดหินทองอย่างเดียวเท่านั้น
แต่จากคำบอกของหลีเหย่และเผยฉีฉี สัตว์วิเศษทุกตัวที่เคลื่อนไหวอยู่ในเทือกเขาฮ่วนคงต่างก็ถูกปราณิญญาฟ้าดินที่สกปรกรุกเข้าเกาะกิน ไม่ว่าจะเป็เืสดหรือว่าชิ้นเนื้อของพวกมันต่างก็แฝงเร้นไปด้วยสิ่งเจือปนมากมาย ไม่เหมาะสมให้เผ่ามนุษย์นำมากินได้อีก ดังนั้นคราวก่อนเผยฉีฉีจึงเอาไปแต่นอและหนังของแรดหินทอง
สัตว์วิเศษในเทือกเขาฮ่วนคงไม่ว่าจะเป็ระดับสูงมากเท่าไหร่ เนื่องจากเนื้อและเืของมันไม่สามารถเอามากินได้ จึงหมดสิ้นซึ่งมูลค่า
“คราวหน้าคงต้องทดลองเนื้อแรดหินทองนี่ดูแล้ว” เนี่ยเทียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกว่าตนไม่เหมือนคนทั่วไป บางทีอาจจะสามารถดูดเอาจิงชี่เืเนื้อที่เข้มข้นมากกว่าเดิมมาจากเนื้อแรดหินทองที่เป็สัตว์วิเศษระดับสี่ แล้วตอบสนองความพึงพอใจของปราณเืสีเขียวนั่นได้
เขาแอบตัดสินใจกับตัวเองแล้วว่า่เวลาต่อไปหากหาโอกาสได้ เขาก็จะลงมือกับเนื้อแรดหินทองทันที
หลังจากตัดสินใจได้ เขาที่ยืนอยู่ห่างออกไปจึงเริ่มรับฟังบทสนทนาของเผยฉีฉีกับพวกกะโหลกเื
จากการพูดคุยของพวกเขา ไม่นานเขาก็เข้าใจสาเหตุ รู้ว่าพวกเขาปรึกษากันเื่อะไร
เวลานี้จากคำบอกเล่าของคนบางส่วนในเมืองโพ่เมี่ยที่เดินทางมายังเทือกเขาฮ่วนคง กู๋อวี่จึงพอจะรู้ร่องรอยของพวกหม่าจิ่วแล้ว
เส้นทางที่พวกหม่าจิ่วใช้ไม่ได้พุ่งตรงไปยังฐานที่ตั้งของเดือนดับ
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาจึงต้องเผชิญหน้ากับทางเลือกสองอย่าง นั่นคือจะไล่ตามพวกหม่าจิ่วแล้วตรงเข้าสังหารพวกเขาโดยตรง หรือว่ามุ่งหน้าไปยังฐานที่ตั้งในเทือกเขาฮ่วนคงของเดือนดับ เปิดฉากสังหารอย่างบ้าคลั่ง แล้วค่อยหาโอกาสทำลายค่ายกลนำส่งแห่งมิติที่เดือนดับจัดวางเอาไว้ในเทือกเขาฮ่วนคง
หากไล่ตามพวกหม่าจิ่วไป พวกเขามีความหวังที่จะทำให้พวกหม่าจิ่วาเ็สาหัสได้ แต่หากคิดจะฆ่าล้างบางพวกเขาทั้งหมดก็แทบจะเป็ไปไม่ได้เลย
และหากปล่อยให้หม่าจิ่วหนีรอดไปได้ หม่าจิ่วก็จะติดต่อกับสมาชิกของเดือนดับที่อยู่ในฐานที่ตั้งลึกลับ ให้คนพวกนั้นโยกย้ายกำลังพลของยอดฝีมือผ่านทางค่ายกลนำส่งแห่งมิติมายังที่แห่งนี้
หากพวกผู้แข็งแกร่งมากมายของเดือนดับมาถึงเมื่อไหร่ พวกเขาก็ไม่สามารถสร้างภัยคุกคามใดๆ ให้กับฐานที่ตั้งลับของเดือนดับได้อีกแล้ว ทั้งยังจำเป็ต้องถอนทัพอย่างรวดเร็วด้วย
ทว่าหากไม่ไล่ล่าหม่าจิ่วแต่พุ่งเข้าไปสังหารยังฐานที่ตั้งของเดือนดับเลย มีเผยฉีฉีใช้เวทลับห้วงมิติระงับค่ายกลนำส่งแห่งมิติที่เดือนดับจัดวางเอาไว้ในเทือกเขาฮ่วนคง สามารถทำให้พวกเขาเปิดฉากสังหารได้ในระยะเวลาสั้นๆ
แต่พวกเขาก็ไม่รู้อีกว่าตอนนี้ในฐานที่ตั้งของเดือนดับมีผู้แข็งแกร่งหลงเหลืออยู่กี่คน
หากผู้แข็งแกร่งของเดือนดับมีมากเกินไป ต่อให้เผยฉีฉีจะระงับค่ายกลนำส่งแห่งมิติและให้พวกเขาลงมืออย่างเต็มที่ได้ บางทีก็อาจจะสังหารผู้แข็งแกร่งของเดือนดับได้สักสี่ห้าคน
เผยฉีฉีควบคุมได้เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ หากเกินเวลายังจำเป็ต้องถอนทัพออกอย่างรวดเร็ว
นอกเสียจากว่าพวกเขาจะโชคดี ทางฝ่ายผู้แข็งแกร่งที่เฝ้าฐานที่ตั้งอยู่มีไม่มากจนทำให้พวกเขาสามารถทำลายค่ายกลนำส่งแห่งมิติได้
แต่ต่อให้เป็เช่นนี้หากพวกเขาเผาผลาญพลังงานมากเกินไป ผู้แข็งแกร่งของเดือนดับกลุ่มที่มีหม่าจิ่วเป็หัวหน้าก็ยังต้องตามมาถึงฐานที่ตั้งอยู่ดี
ถึงเวลานั้นพลังในการต่อสู้ของพวกเขาก็อาจจะตกเป็รองพวกหม่าจิ่ว
ทางเลือกทั้งสองอย่างนี้ล้วนต้องเผชิญกับปัจจัยของความไม่แน่นอนในรูปแบบต่างๆ ทว่าเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วการไปสังหารพวกหม่าจิ่วที่พวกเขารู้กำลังของอีกฝ่ายอย่างแน่นอนแล้ว โดยไม่ต้องไปฐานที่ตั้งของเดือนดับจะค่อนข้างมั่นคงมากกว่า
แต่หากไปยังฐานที่ตั้งของเดือนดับและโชคไม่เลว ไม่มีผู้แข็งแกร่งของเดือนดับเฝ้าอยู่มากเท่าไหร่นัก พวกเขาไม่เพียงแต่สามารถสังหารคนพวกนั้นให้สิ้นซาก ยังทำลายค่ายกลนำส่งแห่งมิติของเดือนดับได้ด้วย และผลในการสู้รบครั้งนี้ก็จะยิ่งโดดเด่นเหนือกว่าผลพวงที่ได้รับจากการสังหารพวกหม่าจิ่ว
“หากอยากได้ผลสำเร็จเหนือผู้ใดก็ต้องลงทุนให้มากกว่า! ไปยังฐานที่ตั้งของเดือนดับ!”
เนิ่นนานหลังจากนั้นกู๋อวี่แห่งกะโหลกเืก็กัดฟันกรอด ในที่สุดก็เลือกเส้นทางที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่หากประสบความสำเร็จจะได้ผลเก็บเกี่ยวมากมหาศาล
ทุกคนเตรียมตัวกันอยู่พักหนึ่งก็เปลี่ยนทิศทาง ไม่สนใจพวกหม่าจิ่วอีกต่อไป แต่มุ่งหน้าไปยังฐานที่ตั้งของเดือนดับ
เวลาอีกสองวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
่พลบค่ำของวันนี้ กู๋อวี่โบกมือบอกเป็นัยให้ทุกคนกระจายตัวกันฟื้นพลังพร้อมกล่าวว่า “ใกล้จะถึงฐานที่ตั้งของเดือนดับแล้ว ทุกคนพักกันเป็ครั้งสุดท้าย กินดื่มให้อิ่มหนำ ฟื้นคืนพลังิญญา เมื่อเข้าสู่่กลางดึก พวกเราจะอาศัยม่านรัตติกาลแฝงตัวเข้าไปสังหารฐานที่ตั้งของเดือนดับในเทือกเขาฮ่วนคง”
การต่อสู้นองเืใกล้จะมาถึงบรรยากาศจึงเริ่มหนักอึ้งกดดันเล็กน้อย สมาชิกของกะโหลกเืต่างก็รักษาท่าทีนิ่งสงบ ไม่เอะอะโวยวาย
ทุกคนล้วนรู้ดีว่าอีกเดี๋ยวจะต้องเผชิญกับสิ่งใด ขณะที่เตรียมพลังกายให้พร้อมก็ตรวจสอบยา อาวุธวิเศษที่มีอยู่ในกำไลเก็บของไปด้วย คนบางส่วนยังเอาเกราะวิเศษออกมาปกป้องจุดอันตรายของร่างกาย เตรียมพร้อมรับมือกับการต่อสู้ที่จะมาถึง
เนี่ยเทียนใช้ข้ออ้างว่าท้องเสียบอกกล่าวกับไช่โยว จากนั้นก็ออกห่างจากจุดที่คนของกะโหลกเืรวมตัวกัน
เมื่อห่างจากคนของกะโหลกเืไปได้ระยะหนึ่งแล้วเขาถึงได้หยิบเอาเนื้อแรดหินทองก้อนใหญ่ออกมาจากในกำไลเก็บของ ใช้คาถาเปลวเพลิงมากระตุ้นพลังเปลวเพลิงในหินผลึกอัคคี แล้วเอาเนื้อที่หนักหลายสิบจินก้อนนั้นมาเสียบไม้แล้วย่างไฟ
ไม่นานนัก เนื้อแรดหินทองก้อนนั้นก็ถูกเผาจนเกรียม
มองเห็นว่าเนื้อแรดหินทองที่มีสารเจือปนอยู่มากมายถูกย่างจนสุกแล้วเขาก็ลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็เลือกกัดกระชากคำใหญ่ เคี้ยวแล้วกลืนมันลงท้อง
หลังจากที่ย่างสุกแล้ว เนื้อแรดหินทองก็ไม่ได้เอร็ดอร่อยเท่าใดนัก พอกินเข้าไปแล้วยังเหนียวเคี้ยวยากอีกด้วย
ยังดีที่สิ่งที่เขา้ามีเพียงจิงชี่เืเนื้อที่มีอยู่ในเนื้อของสัตว์วิเศษระดับสี่เท่านั้น จึงไม่ได้สนใจเื่รสชาติของมันเท่าใดนัก
หลังจากเนื้อแรดหินทองหลายสิบจินก้อนนั้นถูกเขากินจนเกลี้ยง เขาก็นั่งรออยู่เงียบๆ
เวลาเปลี่ยนจากวินาทีไปเป็นาที
หนึ่งเค่อหลังจากนั้น จิงชี่เืเนื้อที่เกิดขึ้นมาในกระเพาะของเขาก็เปลี่ยนจากเส้นๆ กลายมาเป็กลุ่มๆ อย่างรวดเร็ว
เมื่อจิงชี่เืเนื้อนั้นถูกปลดปล่อยออกมา ท้องของเขาก็เริ่มเ็ปน้อยๆ ความรู้สึกร้อนลวกเกิดขึ้นในร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว ทำให้เขาเหงื่อแตกพลั่ก
ความเ็ปตรง่ท้องทำให้เขาแสยะปากแยกเขี้ยว
ทว่าเมื่อเขาใช้กระแสจิตไปรับััก็เห็นทันทีว่าวัตถุเหนียวหนืดสีเทา น้ำตาล เขียวเข้มและม่วงอ่อนได้ค่อยๆ ถูกขับออกมาตามเหงื่อของเขา
วัตถุเหนียวหนืดเ่าั้มีกลิ่นเหม็นคาวคล้ายสิ่งสกปรกที่เจือปนอยู่
เมื่อวัตถุเหนียวหนืดเ่าั้ค่อยๆ หลุดออกมาจากในร่าง ความเ็ปในกระเพาะอาหารของเนี่ยเทียนก็ค่อยๆ ลดน้อยตามไปด้วย
เขาจึงเข้าใจทันทีว่าเรือนกายที่ไม่เหมือนใครของเขานี้ เมื่อต้องดูดซับเอาเนื้อสัตว์วิเศษที่สกปรกเข้าไปก็ยังปรับตัวไม่ได้เช่นกัน แต่ก็ไม่เป็อันตรายมาก
เมื่อค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับความรู้สึกเ็ปนั้นได้ เขาก็มองเห็นว่าปราณเืสีแดงฉานกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าถูกชักนำเข้าไปในหัวใจของเขา แล้วจึงถูกปราณเืสีเขียวเส้นนั้นกัดกระชากอย่างบ้าคลั่ง
“ออกเดินทาง!”
ห่างออกไปไกลมีเสียงของกู๋อวี่ดังลอยมาแว่วๆ
เนี่ยเทียนที่สภาพในร่างกายเริ่มเข้ารูปเข้ารอยจึงลุกขึ้นเดินไปรวมตัวกับพวกคนของกะโหลกเื
-----
