ไม่นานตงจวินก็ปรากฏตัวขึ้น เมื่อได้เห็นหลงเหยียน สายตาของเขาก็ประกายความปลื้มปริ่มออกมาอย่างล้นเหลือ
“เหยียนเอ๋อ เร็วเข้า ให้ตามองดูเ้าชัดๆ สักหน่อย เป็อย่างไรบ้าง ไม่ได้าเ็ตรงไหนใช่หรือไม่”
หลงเหยียนชกไปที่กลางอากาศหลายครั้ง “วางใจเถิดท่านตา ร่างกายของข้าแข็งแกร่งกว่าเหล็กเสียอีก”
“ฮ่าฮ่า ไม่เลวๆ คิดไม่ถึง คิดไม่ถึงเลยว่าเหยียนเอ๋อของข้าจะมีความสามารถขนาดนี้ ในอดีต มารดาของเ้ากลับมาที่สำนักตงฟางในตอนที่มีอายุยี่สิบสองปี ด้วยพร์ที่ล้ำเลิศ นางใช้เวลาสามปีในการเลื่อนพลังจากระดับชีพัไปยังระดับชีพมนุษย์ขั้นต่ำ ทว่าเ้า เ้าใช้เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งเดือนก็เลื่อนพลังจากระดับชีพัไปยังระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงได้แล้ว นี่เป็พร์ที่ล้ำเลิศอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย”
“ข้าช่างภูมิใจเหลือเกิน พวกเ้าทั้งสองล้วนเป็ความภาคภูมิใจของข้า”
ดูก็รู้ว่าตงจวินมีความสุขมากขนาดไหน ถึงอย่างไรก็ไม่แปลก! ตอนนี้ชื่อเสียงของหลงเหยียนถูกเล่าลือไปทั่วหน่วยทั้งสิบ ถือเป็ผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็อย่างมาก แต่ก่อน เทียนหลางถือเป็หน้าเป็ตาของสำนัก เมื่อหลงเหยียนเอาชนะเทียนหลาง เขาก็ถูกยกย่องว่าเป็บุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนักตงฟางไปโดยปริยาย
อย่างไรก็ตาม หลงเหยียนรู้ตัวดีว่าตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับสองพี่น้องตระกูลเย่ เขาก็ยังอดรู้สึกกดดันไม่ได้อยู่ดี อีกอย่าง ได้ยินมาว่าเย่ซีหรานเลื่อนจากระดับชีพธรณีขั้นต่ำไปเป็ระดับชีพธรณีขั้นสูงได้แล้ว ส่วนน้องชายของเขาก็มีพลังอยู่ในระดับชีพธรณีขั้นต่ำแล้วเช่นกัน ถือเป็บุคคลที่แข็งแกร่งไม่ด้อยไปกว่าเทียนหลางเลย
หลงเหยียนหัวเราะขึ้นเบาๆ เขาไม่อยากวิจารณ์ระดับพลังของคนทั้งสองต่อไป บัดนี้ใบหน้าของทุกคนล้วนเปี่ยมไปด้วยความสุข อย่างน้อยเทียนหลางก็ยังไม่ตาย ครั้งนี้ การกระทำของหลงเหยียนก็เป็เหมือนการตบหน้าหน่วยกฎระเบียบที่หยิ่งผยองพวกนั้นอย่างแรง นอกจากหลงเหยียนจะไม่เสียหายอะไรแล้ว ยังมีชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่ว ที่สำคัญ เขายังได้แสดงความสามารถต่อหน้าผู้าุโจากตระกูลชั้นในอีกด้วย กระทั่งหลงเหยียนเองก็ยังคิดไม่ถึงว่าจะมีผลดีมากมายขนาดนี้
“ท่านตา ท่านเรียกข้ามา มีธุระใดหรือ?”
“เหยียนเอ๋อ ข้าต้องแสดงความยินดีกับเ้าแล้ว เพราะสำหรับเ้า นี่ถือเป็ข่าวที่ดีมากจริงๆ”
“หืม? มีเื่น่ายินดีอะไรหรือ?” หลงเหยียนคล้ายจะคิดอะไรได้แล้ว!
แสงจันทร์ส่องจ้า หลงเหยียนรู้สึกอารมณ์ดีเหลือเกิน ทุกอย่างราบรื่นมาก ทั้งยังเป็ไปตามที่หลงเหยียนคิดเอาไว้ทุกประการ เขากำลังเดินไปตามแผนการที่ตนวางเอาไว้ทีละก้าวๆ แล้ว
“เหยียนเอ๋อ เ้ารู้หรือไม่? อีกครึ่งเดือนก็เป็่ท้ายปีแล้ว ข้าได้ข่าวมาจากวงในว่าใน่นั้น ตระกูลวิหคศักดิ์สิทธิ์จะมีการคัดเลือกคนเข้าตระกูลชั้นในโดยการจัดการประลองขึ้น”
“อะไรนะ? อีกครึ่งเดือน?”
ตงจวินพยักหน้าหงึกหงัก “เหยียนเอ๋อ นี่ถือเป็โอกาสอันดียิ่งนัก เ้าต้องรักษาโอกาสนี้เอาไว้”
“แต่ท่านตา ข้ายังไม่ได้ก้าวขึ้นไปในระดับชีพธรณีด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่เลื่อนขั้นเลย ตอนนี้ ข้ายังไม่อาจััถึงเส้นของการข้ามขั้นพลังด้วยซ้ำ”
ตงจวินแหงนหน้าพลางหัวเราะเสียงก้อง “เหยียนเอ๋อ และนี่ก็คือข่าวดีอีกอย่างที่ข้าจะนำมาบอกเ้า ยังจำผู้าุโสามคนในวันประลองได้หรือไม่? หนึ่งในนั้นเป็สมาชิกของตระกูลวิหคศักดิ์สิทธิ์ วันนั้นเขาพบว่าเ้ามีพร์ล้ำเลิศ ทั้งยังมีโอกาสก้าวหน้าอีกมาก จึงมาบอกกับข้าเป็การส่วนตัวว่าหากเ้ายินดีละก็ พวกเขาจะเปิดโอกาสให้เ้าเข้าร่วมการคัดเลือกโดยไม่สนเื่ระดับพลังที่เ้ามี”
“จริงหรือท่านตา? นี่มัน... นี่มันช่างเป็ข่าวดีเหลือเกิน วางใจเถิด ข้าจะคว้าโอกาสในครั้งนี้เอาไว้ให้ได้ อีกทั้งเรายังเหลือเวลาอีกตั้งครึ่งเดือนไม่ใช่หรือ? ระหว่างนี้ ข้าจะพยายามฝึกฝนเพื่อพัฒนาฝีมือตัวเอง พยายามเลื่อนพลังขึ้นไปในระดับชีพธรณีให้ได้ภายในเวลาสิบห้าวัน ข้าไม่อยากให้ใครมานินทาลับหลังเพราะการคัดเลือกนี้”
ตงจวินตบไปที่ไหล่ของหลงเหยียนหนักๆ “ดียิ่ง ข้าเชื่อใจเ้า หากเ้าได้เข้าไปเป็ศิษย์ของตระกูลชั้นในจริงๆ ทุกคนต้องอิจฉาสำนักตงฟางของเราแน่ ทว่าข้าได้ยินมาว่าเย่ซีหรานกับเย่ซีหนานจากสำนักซีเหมินก็จะเข้าร่วมการคัดเลือกเช่นกัน เท่าที่จำได้ เหล่ยอี่แห่งสำนักเป่ยเยี่ยนก็จะเข้าร่วมการคัดเลือกเช่นกัน สามคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา พวกเขาล้วนเป็ยอดอัจฉริยะซึ่งเป็ตัวแทนของสำนักทั้งสิ้น นอกจากนี้แล้ว ไม่รู้ว่าในครั้งนี้ยังมียอดอัจฉริยะอีกตั้งเท่าไรที่เข้าร่วมการคัดเลือกในครั้งนี้ ที่สำคัญ ปีนี้ ตระกูลวิหคศักดิ์สิทธิ์จะรับศิษย์เพียงสามคนเท่านั้น หลังจากได้ศิษย์ครบทั้งสามคนแล้ว พวกเขาก็จะเลือกศิษย์ที่มีพร์มากที่สุดในบรรดาสามคนไปสืบทอดอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลวิหคศักดิ์สิทธิ์ต่อไป”
“อาวุธวิเศษของตระกูลวิหคศักดิ์สิทธิ์คือกระบี่เหมันต์เจ็ดพิษ มันมีลักษณะคล้ายกับพระจันทร์เสี้ยว ทั้งยังมีกลิ่นอายแห่งพลังที่เย็นะเืและน่าสยดสยอง เป็อาวุธที่ตระกูลวิหคศักดิ์สิทธิ์สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ถูกขนานนามว่าเป็กระบี่อำมหิตที่เมื่อปรากฏตัวก็ต้องมีคนตายเสมอ”
แค่คิด ตงจวินก็รู้สึกกดดันแล้ว
หลงเหยียนพยักหน้าอย่างมั่นใจและหนักแน่น เขารู้เื่อาวุธวิเศษทั้งห้ามาจากหยุนม่านเทียนั้แ่ตอนที่ไปโลกเฉียนคุนแล้ว เทียนหลางถูกรับเข้าไปในตระกูลชั้นในเป็กรณีพิเศษ ทว่าหลงเหยียนก็ยังเอาชนะอีกฝ่ายมาได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยมีใครในตระกูลชั้นนอกเอาชนะศิษย์ในตระกูลชั้นในได้เลย หลงเหยียนกลับทำสำเร็จแล้ว เมื่อเป็เช่นนี้ มีหรือที่เขาจะหวาดกลัวการคัดเลือกในครั้งนี้
“ท่านตา วางใจเถิด ข้าต้องทำได้แน่ ต่อให้จะทำไม่สำเร็จ ทว่าเพียงเคยพยายามและทุ่มเทอย่างสุดแรง ข้าก็ไม่เสียดายแล้ว”
“อืม เหยียนเอ๋อ หากไม่ผ่านการคัดเลือกก็กลับมาที่สำนักตงฟาง กลับมาอยู่กับตาเถิด เ้ายังอายุน้อย ยังมีโอกาสอีกมาก” แม้จะพูดเช่นนั้น ทว่าตงจวินกลับอดหัวเราะในคำพูดของตนเองไม่ได้ เพราะเขารู้ดีว่าหลงเหยียนไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ แน่ เขาเชื่อว่าหลานคนนี้มีโอกาสเข้าตระกูลชั้นในสูงมาก
หลงเหยียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามออกไป “จริงสิ ท่านตา ท่านต้องรู้แน่ว่าปีก่อนๆ มีคนเข้าร่วมการคัดเลือกนี้มากเท่าไร ปีนี้เองก็คงจะมีคนเข้าร่วมไม่น้อย”
ตงจวินพยักหน้า “ปีก่อนๆ มีผู้เข้าร่วมการคัดเลือกประมาณสามสิบกว่าคน ทว่าปีนี้เป็การคัดเลือกเข้าตระกูลวิหคศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งถือเป็ตระกูลในฝันของผู้คนมากมาย เกรงว่าปีนี้คงจะมีผู้เข้าร่วมมากกว่าทุกปี ย่อมมีความกดดันมากขึ้นเช่นกัน เ้าเอาชนะเทียนหลางได้ ถือเป็บุคคลที่แข็งแกร่งมากคนหนึ่ง กลับยังไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งที่สุดในการคัดเลือกนี้ เพราะยังมียอดฝีมืออีกตั้งไม่รู้เท่าไรที่ยังไม่แสดงตัวออกมา”
หลงเหยียนเข้าใจดี กลุ่มคนที่ตงจวินเอ่ยถึงถือเป็ยอดอัจฉริยะที่มีพร์มากที่สุดในสำนักต่างๆ นั่นเอง โดยเฉพาะเย่ซีหราน เขาเป็ศิษย์เอกของหนานตี้ซึ่งเป็ผู้ปกครองของสำนักหนานกง หากพลังของพวกเขาสูงขึ้นมาอีกหน่อย ก็จะอยู่ในระดับเดียวกับท่านแม่แล้ว
ในบรรดาคนเหล่านี้ หลงเหยียนถือเป็บุคคลที่อ่อนแอที่สุด ดังนั้น หลงเหยียนย่อมต้องพยายามให้มากยิ่งขึ้นเป็ธรรมดา
ท้ายที่สุดจะมีผู้ที่ผ่านการเข้ารอบเพียงแค่สามคนเท่านั้น ความกดดันและความยากเข็ญในการแข่งขันนี้ทำให้หลงเหยียนรู้สึกฮึกเหิมและเืร้อนไปทั้งตัว
“เมื่อมีการประลอง ย่อมมีการตายจาก เหยียนเอ๋อ ต่อจากนี้เ้าก็ต้องพยายามให้มากกว่าคนอื่นเป็หมื่นเท่า เข้าใจหรือไม่? ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป เ้าสามารถเบิกทรัพยากรของสำนักตงฟางไปได้ตามที่้า ข้าจะบอกเื่นี้กับคนในสำนักเอง”
หลงเหยียนใจกระตุกวูบ “ขอบคุณท่านตา!”
ในที่สุดหลงเหยียนก็ตระหนักได้ว่าตนต้องแข่งขันกับสำนักทั้งสี่อย่างแท้จริงแล้ว หลงเหยียนเอาชนะคู่แข่ง และแสดงความสามารถให้ทุกคนได้ประจักษ์ด้วยเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งเดือนเท่านั้น นี่ถือเป็ความก้าวหน้าที่รวดเร็วจนน่าใทีเดียว
ก่อนจะจากไป ตงจวินยังหันกลับมาพูดทิ้งท้ายกับเขา
“จริงสิ เหยียนเอ๋อ ข้ารู้เื่ระหว่างเ้ากับมู่เอ๋อหมดแล้ว เด็กคนนั้นนิสัยเสียไปหน่อย เป็เพราะข้าเองที่ตามใจนางจนเกินไป นางถึงชอบรังแกผู้อื่นด้วยฐานะที่เหนือกว่าของตน จะว่าไปแล้วเ้าก็เป็พี่ชายของนาง ต่อไป หากนางทำให้เ้าโมโหอีก เ้าก็อย่าไปถือสานางเลย”
หลงเหยียนพยักหน้าอย่างเคารพ “ข้าทราบแล้วท่านตา” เขาแสดงท่าทีสุภาพและเชื่อฟัง
ทว่าเ้าสิงโตน้อยที่อยู่ไม่ไกลกลับนึกหัวเราะในใจ ‘ฮึๆ... หากตงจวินรู้ว่าพี่เหยียนเห็นเรือนร่างของเด็กคนนั้นจนเกือบทั่วแล้วละก็ คิดไม่ออกเลยว่าเขาจะทำหน้าเช่นไร อีกอย่าง ก่อนหน้านี้พี่เหยียนยังชอบแซวชอบแต๊ะอั๋งเว่ยเชียนมู่อีก’
--------------------
