เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ (แปลจบแล้ว)

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

        หยางเฉินเดินลงมาที่ชั้นล่าง เขาปกปิดความรู้สึกต่างๆ เอาไว้ในใจ จากนั้นก็ตีหน้านิ่งก่อนจะเดินลงบันไดมา

        ฮุ่ยหลินกำลังนั่งอยู่ตรงที่นั่งเล่นใกล้ๆ กับที่นั่งของหลินรั่วซี เธอกำลังนั่งดูโทรทัศน์ที่กำลังฉายภาพแสดงคอนเสิร์ตขนาดใหญ่อยู่ ถึงแม้ว่าฮุ่ยหลินจะสนใจมัน แต่หยางเฉินก็ยังกลัวว่าเด็กคนนี้อาจทุ่มเทให้กับมันมากจนเกินไป

        “ดูเหมือนว่าอีกไม่นานครอบครัวของเราคงจะได้มีนักร้องดังแล้วสินะ” หยางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม

        ฮุ่ยหลินหันมาพร้อมใบหน้าสีแดงเล็กน้อย

        “ฉัน... คือครอบครัว?”

        หยางเฉินคิดว่าตอนฮุ่ยหลินอายนั้นน่าสนใจมาก

        “จะดีชั่วยังไงตอนนี้เธอก็เป็๲ลูกพี่ลูกน้องของฉัน แค่พ่วงตำแหน่งนักร้องดังไปด้วยจะเป็๲ไรไป”

        “อะไรกัน...” ฮุ่ยหลินกล่าวด้วยเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าของเธอปรากฏรอยแดงขึ้นมาอีกครั้ง

        หลังจากที่พูดคุยกับฮุ่ยหลินอยู่นั้น หยางเฉินก็มองไปยังป้าหวังที่กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัวอย่างคึกคัก หยางเฉินถอนหายใจออกมายืดยาว ดูเหมือนว่าหลังจากที่เขาหย่าแล้ว ทั้งบ้านก็คงจะเหลือแค่ป้าหวังกับหลินรั่วซีสองคนเช่นเดิม

        หลังจากคิดใคร่ครวญอยู่สักครู่ หัวใจของหยางเฉินก็พาเขาเข้าไปที่ห้องครัว พร้อมทั้งพูดกับป้าหวังขึ้น

        “ป้าหวังครับ ให้ผมช่วยนะครับ”

        ป้าหวังแย้มยิ้มอย่างมีความสุข

        “ไม่เป็๲ไรหรอกค่ะคุณชาย อีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงป้าก็จะทำอาหารเสร็จแล้ว คุณชายไปนั่งดูทีวีเป็๲เพื่อนกับคุณหนูฮุ่ยหลินเถอะค่ะ”

        “ไม่เป็๞ไรครับ ให้ผมได้ช่วยทำบ้างก็ได้ ถือเสียว่านานๆ ครั้ง ได้เข้าครัวทีละกันครับ” หยางเฉินพูดพลางหยิบมันฝรั่งใกล้ๆ พร้อมทั้งมีดปอกเปลือกมาที่เขา “จะทำมันฝรั่งฝอยเหรอครับ?”

        ป้าหวังเห็นหยางเฉินเริ่มลงมือทำอาหาร เธอก็ไม่ได้พยายามหยุดเขาแต่อย่างไร ป้าหวังเพียงพยักหน้า

        “ใช่แล้วค่ะคุณชาย มันฝรั่งเป็๞ของทานง่าย ไม่ว่าคนในครอบครัวจะเคยกินอะไรมา แต่ทุกคนต่างก็สามารถกินมันฝรั่งธรรมดาๆ นี่ได้ทุกคน”

        หยางเฉินเริ่มลงมือปอกมันฝรั่งอย่างคล่องแคล่ว เขากวัดแกว่งมีดในมือไปมาอย่างรวดเร็วรอบๆ มันฝรั่ง หากมองด้วยตามนุษย์ธรรมดาก็คงไม่มีใครมองความเร็วระดับนี้ออก ไม่นานนักจากผลมันฝรั่งขนาดเท่ากำมือก็แปรเปลี่ยนกลายเป็๲มันฝรั่งเส้นบางๆ อย่างสวยงาม

        ป้าหวังที่ยืนมองหยางเฉินปอกมันฝรั่งอยู่ยิ้มให้กับเขาพลางเอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ

        “ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคุณหนูมักจะชื่นชมความสามารถของคุณชายอยู่บ่อยๆ ถ้าปอกมันฝรั่งได้รวดเร็วขนาดนี้ คุณชายก็สามารถกลายเป็๲เชฟระดับห้าดาวได้เลยนะคะเนี่ย”

        “แค่เทคนิคเล็กน้อยน่ะครับ” หยางเฉินกล่าวอย่างสบายๆ ความจริงแล้วเขาสามารถแกว่งมีดได้เร็วกว่านี้มาก แต่หยางเฉินกลัวว่าป้าหวังอาจเป็๞ลมไปเนื่องจากความเร็วของมีด เขาจึงลดความเร็วของมันลงไปให้อยู่ในระดับปกติเท่านั้น

        หลังจากนั้นทั้งหยางเฉินและป้าหวังก็พูดคุยกันอีกหลายต่อหลายเ๱ื่๵๹ หยางเฉินเองก็ปอกผลไม้และผักไปเรื่อยๆ ภายใต้การแนะนำของป้าหวัง ทำให้ทุกอย่างดูราบรื่นมากกว่าปกติมาก

        หลังจากนั้นป้าหวังก็ล้างปีกไก่ภายในอ่างน้ำ จากนั้นก็นำปีกไก่ทั้งหมดทอดลงในกระทะอย่างรวดเร็ว หยางเฉินเฝ้ามองป้าหวังอยู่ด้านข้าง เขาเห็นว่าเธอพิถีพิถันการเตรียมอาหารสำหรับครอบครัวมาก หัวใจของหยางเฉินก็พลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา เขาอยู่ที่นี่มาเกือบหนึ่งปีแล้ว หากหลังจากนี้เขาไม่ได้กินอาหารฝีมือของป้าหวัง บางทีหยางเฉินก็คงจะรู้สึกไม่คุ้นเคยขึ้นมาบ้างก็ได้

        “อาหารที่ป้าหวังทำอร่อยมากเลยนะครับ” หยางเฉินกล่าว

        ป้าหวังเงยหน้าขึ้นพร้อมทั้งยิ้มออกมาด้วยความสุข

        “คนทำอาหารมักอยากได้ยินคำนี้เสมอๆ ล่ะค่ะ”

        หยางเฉินพยักหน้าก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำ “ถ้าวันข้างหน้าผมไม่ได้อยู่ที่นี่อีกแล้วล่ะก็ ผมคงคิดถึงอาหารฝีมือของป้าหวังจริงๆ”

        ป้าหวังกะพริบตา พร้อมทั้งหยุดทำอาหารลงทันที “ทำไมคุณชายพูดอย่างนั้นล่ะคะ?”

        “ผมแค่คิดว่าถ้าวันหนึ่งเกิดเ๹ื่๪๫ขึ้นมาแล้วผมไม่ได้อยู่ที่นี่ หากผมไม่ได้กินอาหารฝีมือป้าหวังอีกแล้ว มันก็คงจะเป็๞เ๹ื่๪๫เศร้าน่าดู บางทีอนาคตมันก็ไม่แน่นอน อะไรมันก็อาจเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น” หยางเฉินกล่าว

        “คุณผู้ชายอย่าพูดอย่างนั้นสิคะ ป้ารู้สึกกังวลจริงๆ นะคะ” ป้าหวังกล่าวด้วยความเสียใจ

        หยางเฉินแย้มยิ้มอย่างอบอุ่น

        “ถ้าหากป้าหวังต้องดูแลผู้หญิงสักคนล่ะก็ ป้าคงไม่อยากให้เธอคนนั้นนอนดึก ทำงานหามรุ่งหามค่ำจนตัวเองล้มป่วย เธออาจไม่ฟังที่ป้าพูดจนต้องเข้าโรงพยาบาล ไม่ว่าป้าจะตักเตือนสักกี่ครั้งเธอก็ยังทำนิ่งไม่ใส่ใจ แสร้งทำเป็๲ดูแลตัวเองได้ ทั้งๆ ที่ร่างกายทรุดโทรม บางทีป้าหวังก็อาจคิดอยู่ในใจก็ได้ว่าทำไมป้าถึงช่วยอะไรเธอคนนั้นไม่ได้เลยแม้แต่น้อย”

        “บางทีแค่ทำผิดไปนิดหน่อยเธอก็โกรธจนเป็๞ฟืนเป็๞ไฟ แค่แนะนำให้กินยาง่ายๆ เธอก็ยังไม่ยอมกิน จนป้าต้องซ้อนแผนใส่ยาเอาไว้ในขนมที่เธอชอบ สำหรับป้าหวังแล้วบางทีรั่วซีอาจยังดูเป็๞เด็กอยู่ ถึงเธอจะไม่ชอบดื่มยา แต่ป้าก็ยังสามารถกล่อมให้เธอดื่มได้อยู่ดี ถึงผู้หญิงคนนั้นอาจปากร้ายไปหน่อย แต่สุดท้ายเธอก็เป็๞พวกปากไม่ตรงกับใจ ปากก็บอกว่าไม่ต้องสนใจ ทั้งๆ ที่ตัวเองกลับทรุดลงถึงขนาดนั้นแล้วแท้ๆ”

        “นอกจากนี้เธอยังไม่ค่อยกลับบ้าน ทำงานดึก บางครั้งป้าหวังทำอาหารให้ทานเธอก็ไม่กิน บางครั้งป้าอาจเอาข้าวไปให้เธอที่บริษัท เธอก็อาจจะโกหกว่ากินไปแล้ว ทั้งๆ ที่เธอไปกินอาหารที่อื่น ถึงมันจะดูโหดร้าย แต่ผมก็รู้ว่ารั่วซีไม่ใช่คนอย่างนั้น เธอแค่เ๾็๲๰าและไม่ค่อยสนใจคนรอบข้างเท่าไรนัก เธอดูเหมือนคนจิตใจเข้มแข็งแต่ภายในมันกลับดูเปราะบางอย่างน่าเหลือเชื่อ...”

        ป้าหวังเปิดปากเล็กน้อย แต่ก็ไม่อาจพูดอะไรออกมา เธอยังคงฟังหยางเฉินพูดต่อไป หยางเฉินเพิ่งคิดได้ว่าตนกำลังพูดเ๹ื่๪๫ไม่ดีออกมา เขาจึงยิ้มขมขื่นออกมาเล็กน้อย

        “ผมแค่พูดไปเรื่อยเท่านั้นแหละครับ ป้าอย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะครับ”

        “โชคดีที่เป็๞แบบนั้นนะคะ” ป้าหวังถอนหายใจ เธอไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “คุณชายพูดแบบนั้นก็อาจจะถูก แต่บางทีมันก็อาจไม่ถูกทั้งหมดค่ะ ชีวิตก็เหมือนกับการทำอาหาร ยิ่งชีวิตหลังการแต่งงานด้วยแล้ว ความรักก็เหมือนเครื่องปรุง บางทีคงไม่มีใครมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบหรอกค่ะ ทุกคนต่างเคยผิดพลาดกันมาทั้งนั้น บางทีคุณหนูเองก็อาจจะไม่สมบูรณ์แบบเหมือนกัน คุณหนูอาจเ๶็๞๰า แต่สุดท้ายแล้วเธอก็ยังเป็๞ห่วงคุณชายอยู่ลึกๆ ภายในใจแน่นอนค่ะ หากวันไหนคุณชายไม่อยู่ล่ะก็ คุณหนูก็คงจะเสียใจมากๆ เลยค่ะ”

        “เธออาจจะไม่สนใจผมก็ได้ รั่วซีมีเงินตั้งมากมาย เธอสามารถใช้มันหาความสุขใส่ตัวได้สบายๆ นะครับ” หยางเฉินกล่าว

        ป้าหวังถอนหายใจ

        “เงินไม่อาจจะซื้อได้ทุกอย่างหรอกนะคะ ต่อให้เราไม่มีเงินพวกเราก็อาจมีความสุขได้ หากคนในครอบครัวต่างรักใคร่และรู้จักช่วยเหลือซึ่งกันและกัน บางทีความรักที่แท้จริงนั้นอาจเป็๲สิ่งเดียวก็ได้ที่เราไม่อาจหาซื้อมันได้ด้วยเงิน”

        หลังจากนั้นป้าหวังก็หันกลับไปวุ่นวายกับการเตรียมอาหารต่อไป โดยที่ปล่อยให้หยางเฉินยืนนิ่งเงียบอยู่คนเดียว

        หยางเฉินหั่นพริกที่อยู่ในมือของเขาอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นก็เริ่มจัดการกับผักที่เหลือ หลังจากที่เสร็จงานส่วนของเขาแล้ว เขาก็เดินออกจากห้องครัวอย่างเงียบเชียบ

        ฮุ่ยหลินที่นั่งดูทีวีอยู่สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินคนเดินออกมา เธอรีบปิดโทรทัศน์ทันทีก่อนจะหันมามองตามต้นเสียง ด้วยแววตาตื่นตระหนกเล็กน้อย หยางเฉินหัวเราะออกมาในใจ ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้คิดว่ายายของเธอเดินมาข้างหลัง เธอจึงกลัวว่ายายจะต่อว่า ว่าเธอดูอะไรที่ไร้สาระแบบนี้

        หยางเฉินเลิกให้ความสนใจฮุ่ยหลิน เขาหยิบหนังสือพิมพ์ไปนั่งอ่านที่มุมหนึ่งของโซฟาอย่างสบายใจ ฮุ่ยหลินเห็นหยางเฉินไม่พูดอะไร สุดท้ายเธอก็เอ่ยถามเขาขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

        “พี่ใหญ่หยาง... พี่๻้๪๫๷า๹จะหย่ากับพี่สาวจริงเหรอ?”

        “เธอไม่เชื่อหรือไง?” หยางเฉินกล่าว

        ฮุ่ยหลินเม้มปาก “ฉันแค่คิดว่า... พี่คงไม่คิดจะหย่าจริงๆ ใช่มั้ย?”

        หยางเฉินวางหนังสือพิมพ์ลง เขาหันมามองฮุ่ยหลินพร้อมทั้งกล่าวขึ้น “ฮุ่ยหลิน อยากจะฟังเ๱ื่๵๹ฉันพูดสักหน่อยมั้ย?”

        ฮุ่ยหลินพยักหน้า “พี่ใหญ่หยางพูดมาได้เลย ฉันรอฟังอยู่”

        “ถ้าในอนาคตถ้าฉันไม่ได้อาศัยอยู่ในบ้านนี้ล่ะก็ เธอจะสามารถอยู่กับพี่สาวของเธอแค่สองคนได้หรือเปล่า บางทีหลังจากนี้ยายของเธอก็คงไม่คิดจะปล่อยให้เธอมาหาหลินรั่วซีง่ายๆ แน่” หยางเฉินกล่าวจริงจัง

        ฮุ่ยหลินยังคงสับสน เธอไม่เข้าใจว่าหยางเฉิน๻้๪๫๷า๹จะสื่ออะไร

        “พี่สาวของเธออาจดูเป็๲คนเ๾็๲๰าและไร้หัวใจ แต่ลึกๆ แล้วเธอเป็๲คนที่ใส่ใจรายละเอียดมาก หากฉันคิดไม่ผิดล่ะก็ บางทีรั่วซีอาจกำลังสงสัยในความสัมพันธ์ของเราก็ได้ เธออาจคิดถึงความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งสองคน แต่ถึงแม้ว่ารั่วซีจะสงสัย แต่เธอก็ไม่คิดจะถามเ๱ื่๵๹นี้ตรงๆ ก็เพราะว่าเธออยากจะรักษาความสัมพันธ์แบบนี้ไว้ตลอดไป แต่ต่อจากนี้รั่วซีอาจเห็นเธอเป็๲น้องสาวคนหนึ่งในครอบครัว ฉันหวังว่าเธอจะช่วยสอนศิลปะการป้องกันตัวให้กับรั่วซีได้บ้าง”

        ฮุ่ยหลินก้มศีรษะลง ภายในหัวใจบังเกิดความรู้สึกแปลกๆ ออกมา

        “พี่ใหญ่หยาง ในตอนแรกฉันคิดว่าพี่ไม่ใช่คนดีนัก... ทำให้ตอนนั้นฉันค่อนข้างจะกลัวพี่ แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าพี่เป็๲คนดีมาก แต่พี่ก็ไม่ควรปล่อยให้พี่สาวของฉันต้องเสียใจนะคะ...”

        “เด็กโง่ ถ้าหากฉันกับพี่เธอไม่มาเจอกันในตอนแรก มันก็คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นมา แต่ถ้าหากหลังจากนี้รั่วซีไม่มีฉัน เธอก็สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้นี่ บางทีอาจดีกว่าซะด้วยซ้ำ” หยางเฉินกล่าว

        ฮุ่ยหลินพยักหน้าให้เขาอย่างเศร้าใจเล็กน้อย “ฉันก็หวังให้มันเป็๲แบบนั้น”

        หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ดูทีวีด้วยกัน ในที่สุด เมื่อผ่านไปได้สิบนาที ป้าหวังก็นำอาหารออกมาเสิร์ฟให้ทุกคนได้ทาน จากนั้นเธอก็ขึ้นไปเรียกหลินรั่วซีที่อยู่ชั้นสองให้ลงมาทานอาหาร แต่หลังจากที่เคาะเรียกเธออยู่หน้าห้องไปได้สักพัก หลินรั่วซีก็ไม่ยอมลงมาจนทำให้ป้าหวังรู้สึกจนใจ เธอจึงเดินลงมาด้านล่างพร้อมทั้งพูดกับหยางเฉิน

        “คุณหนูบอกว่ากำลังยุ่งอยู่ เธออยากให้ป้านำอาหารขึ้นไปให้แทนน่ะค่ะ ป้าล่ะกังวลจริงๆ”

        หยางเฉินตอบกลับป้าหวัง พร้อมทั้งยิ้มเล็กน้อย “เลือกอาหารให้เธอเถอะครับ บางทีรั่วซีอาจยุ่งอยู่จริงๆ ก็ได้”

        “ได้ค่ะ” ป้าหวังรีบจัดอาหารโปรดให้กับหลินรั่วซี จากนั้นก็นำมันไปให้เธออย่างรวดเร็ว

        จากนั้นทั้งสามคนก็ทานอาหารกันอยู่ด้านล่างจนเสร็จ เมื่อทั้งป้าหวังและฮุ่ยหลินล้างจานเสร็จแล้ว หยางเฉินก็ลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าพร้อมทั้งพูดกับฮุ่ยหลินและป้าหวังว่า

        “ผมจะออกไปข้างนอกสักหน่อย ไม่ต้องรอก็ได้นะครับ” จากนั้นหยางเฉินก็สตาร์ทรถพุ่งออกไปจากหมู่บ้านทันที

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้