“มองข้าเช่นนี้ กำลังต่อว่าข้าในใจงั้นรึ” ฟางเหลียนเลิกคิ้วถาม ก่อนเยว่ซินจะกำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจอย่างถึงที่สุด
“ว่าอย่างไร กำลังต่อว่าข้าอยู่ใช่หรือไม่” ฟางเหลียนถามย้ำพร้อมรอยยิ้ม แล้วเอื้อมมือไปจับหน้าของเยว่ซินหันมา
“ต่อให้เ้าอยากฆ่าข้าให้ตาย เ้าก็ทำได้เพียงแค่คิดเท่านั้น สภาพของเ้าในตอนนี้จะทำอันใดข้าได้” พูดจบนางก็สะบัดมือออกจากใบหน้าของเยว่ซิน ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนโดยมีหลินหยางค่อยประคอง
“เรากลับกันเถอะเพคะ” ก่อนพระชายาจะค่อย ๆ หันหลังเดินจากไปอย่างไร้ความปรานี ทิ้งให้เยว่ซินนั่งกองกับพื้นพลางค่อย ๆ ยกมือลูบท้องด้วยความเสียใจอย่างถึงที่สุด ไม่นานนักภายในร่างกายของนางก็ปั่นป่วนจนเยว่ซินต้องค่อย ๆ นอนลงพร้อมน้ำตารินไหลอาบแก้ม
“เหตุใดท่านจึงทำร้ายลูกของเราได้ลงคอ เหตุใดจิตใจของท่านจึงร้ายกาจเพียงนี้เพคะ” เยว่ซินต่อว่ารัชทายาท ก่อนความทรมานจะค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาให้นางปวดท้องจนต้องงอตัวเข้าหากัน พร้อมน้ำตารินไหลออกมาไม่ขาดสาย
ภายในตำหนักเฉียนกู่ ทั้งสองต่อสู้กันจนเหนื่อยหอบ ก่อนองค์ชายสามจะดึงกระบี่กลับ เพราะไม่้าเสียเวลาอีกต่อไป
“ปล่อยเยว่ซินออกมา ไม่เช่นนั้นเ้าจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต” จ้าวซีเหรินยืนมองอีกฝ่ายด้วยสายตาแน่นิ่ง ก่อนรัชทายาทจะประคองตัว แล้วหันกลับมายังอีกฝ่าย
“ข้ามีตำแหน่งเป็ถึงรัชทายาท เหตุใดต้องฟังเ้า”
“เฉินลู่ ข้ารู้ว่าที่ผ่านมาเราบาดหมางกันด้วยเื่ไม่เป็เื่ แต่เ้าไม่ควรเอาทุกอย่างไปลงกับเยว่ซินเช่นนั้น”
“หุบปากของเ้าซะ ข้าไม่อยากฟัง!” เฉินลู่ะโด้วยความไม่พอใจ ก่อนองค์ชายสามจะพูดให้สติเป็ครั้งสุดท้าย
“ใจจริง ใช่ว่าข้าอยากจะเสวนากับคนไร้เหตุผลเช่นเ้า แต่เพราะข้าเห็นแก่เยว่ซิน จึงไม่อาจปล่อยผ่านเื่นี้ไปได้” องค์ชายสามทิ้งกระบี่ในมือแล้วก้าวเท้าเข้าไปหารัชทายาท จับจ้องมองเขาด้วยสายตาแน่นิ่ง
“ความรักระหว่างเ้ากับเยว่ซิน มีปัญหากันซ้ำแล้วซ้ำเล่ามิได้เกิดจากผู้ใด แต่เป็เพราะเ้า! ที่ไม่เคยมั่นใจตัวนาง เ้าเคยถามนางสักคำหรือไม่ ว่าเื่ราวระหว่างข้ากับนางเป็เช่นไร เ้าเคยถามเหตุผลจากนางหรือไม่ ว่าทำไมข้ากับนางจึงอยู่ด้วยกัน เ้าเคยถามนางหรือไม่ว่านางรู้สึกเช่นไร เ้าเ็ปเป็ผู้เดียวงั้นเหรอ นางไม่เ็ปด้วยเช่นนั้นเหรอ” องค์ชายสามพูดกับจ้าวเฉินลู่ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนจะพูดต่อ
“เ้ากล้าปลดนางออกจากตำแหน่งพระสนม เ้ากล้าทำโทษนางร้ายแรงถึงขนาดให้นางไปอยู่ที่ตำหนักเย็น เพียงเพราะเ้าเห็นข้ากับนางอยู่ด้วยกันตามลำพัง เช่นนั้นเหรอ”
“หุบปาก! หากไม่ใช่เพราะเ้า ข้ากับนางก็คงไม่มีจุดจบเช่นนี้”
“จ้าวเฉินลู่ ข้าจะบอกเ้าให้เอาบุญ ว่าข้ากับนางไม่เคยมีสัมพันธ์ใด ๆ ต่อกัน ที่มากเกินกว่าพี่น้อง นางไม่เคยมีใจให้ข้า หัวใจของนางมีเพียงเ้าผู้เดียวเท่านั้น...ยิ่งกว่านี้ลูกในครรภ์ของนางก็เป็เืเนื้อเชื้อไขของเ้า หาใช่ของผู้ใด อย่างที่ใจเ้าคิดอกุศล แต่หากเ้าไม่เชื่อล่ะก็ หลังจากนี้สามวัน ข้าจะเข้าเฝ้าทูลขอนางจากเสด็จพ่อ เพราะเมื่อเ้าปลดนางออกจากตำแหน่งพระสนมแล้ว ความสัมพันธ์ของเ้ากับนางก็ถือเป็อันขาดกัน นางเป็อิสระ มิได้ขึ้นตรงกับผู้ใด! เ้าไม่มีสิทธิ์กักขังนางเช่นนี้” องค์ชายสามพูดจบก็สะบัดตัวเดินจากไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนรัชทายาทจะกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เขาแทบประคองตัวไม่อยู่ สายตาคมเลื่อนไปมาด้วยความสับสน เพราะหากว่าจ้าวซีเหรินผิดจริง คนอย่างองค์ชายสาม จะไม่มีวันเข้ามาต่อว่าเขาถึงตำหนัก
ชายหนุ่มทิ้งกระบี่ในมือพร้อมสติค่อย ๆ กลับมา ก่อนจะมุ่งตรงไปยังตำหนักเย็น สองเท้าของจ้าวเฉินลู่จ้ำอ้าวไปอย่างรวดเร็ว หวนนึกถึง่เวลาต่าง ๆ ในวัยเด็กที่เอาแต่เดินตามเยว่ซินต้อย ๆ แม้นางพยายามโน้มน้าวให้เขาเข้าเรียนตำรา หากแต่จ้าวเฉินลู่ยังคงเดินตามนางไปเรื่อย ๆ ไม่ยอมเข้าเรียนตามเวลาที่ฮ่องเต้กำหนด
“เ้าทำอันใด” เด็กชายตัวน้อยเอ่ยถาม ก่อนเยว่ซินจะย่อตัวนั่งพร้อมดอกไม้ที่เก็บมากองไว้ด้านข้าง พลันหันมายิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน
“ร้อยดอกไม้เพคะ” จ้าวเฉินลู่ขมวดคิ้ว
“ร้อยทำไม”
“ท่านแม่บอกว่า หากร้อยดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม แล้วนำไปแขวนไว้ริมหน้าต่าง เวลาลมพัดมา กลิ่นของดอกไม้ก็จะโชยเข้ามาในเรือน ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ยังบอกด้วยอีกว่ากลิ่นดอกไม้ที่ท่านแม่ชอบร้อยนั้น เป็กลิ่นที่ทำให้ท่านพ่อหลงรักจำได้ขึ้นใจมิลืมเลือน” เด็กชายตัวน้อยเลื่อนสายตามองดอกไม้ในมือเยว่ซิน ก่อนเขาจะนั่งลงด้านข้าง
“ช้าช่วยเ้าร้อยเอง”
“ร้อยได้เหรอเพคะ” นางเลิกคิ้วถาม ก่อนเขาจะส่ายศีรษะ
“ข้าจะให้เ้าช่วยสอน” สิ้นเสียงของรัชทายาทเพียงเท่านั้น รอยยิ้มของเยว่ซินก็เผยออกมาอย่างงดงาม เขาจ้องมองรอยยิ้มนั้นอย่างมีความหมาย เป็รอยยิ้มที่เดียงสาบริสุทธิ์จนอีกฝ่ายไม่อาจละสายตาได้
สองเท้าของเ้าเฉินลู่วิ่งมาหยุดหน้าประตูตำหนัก ก่อนทหารจะน้อมกายลงเคารพ เขาไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น พลันวิ่งเข้าไปหาเยว่ซินทันทีด้วยความรู้สึกผิด ก่อนจะพบร่างของหญิงสาวนอนแน่นิ่งจมกองเือยู่ที่พื้น
“เยว่ซิน!” รัชทายาทเอ่ยเรียกนางด้วยความใ พร้อมวิ่งเข้ามาช้อนร่างนางไว้ สายตาสั่นไหวมองทุกอย่างด้วยความสับสน
“เกิดอันใดขึ้น เหตุใดจึงเป็เช่นนี้” เขาถามนางด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนจะเลื่อนไปเห็นถ้วยยาที่ถูกทุบแตกอยู่ข้าง ๆ ตามด้วยข้อมือของนางมีรอยกรีดบาดลึก พร้อมเืไหลออกมาไม่หยุด
“เยว่ซินเหตุใดเ้าจึงทำเช่นนี้ เ้าจะทิ้งข้าไปไม่ได้นะ เ้าจะทิ้งข้าไปไม่ได้” น้ำตาของรัชทายาทไหลเป็สายไม่หยุด เขาพยายามเขย่าตัวเยว่ซินที่นอนนิ่งอยู่พร้อมลมหายใจโรยรินเต็มที
