“ข้าชอบคำตอบของเ้า ความรู้สึกที่อยากจะปกป้องเป็ขุมพลังที่แข็งแกร่งอย่างหนึ่ง มันจะทำให้เ้าไม่หวั่นเกรงสิ่งใด แม้จะต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบาก แต่ขุมพลังนี้จะช่วยกระตุ้นศักยภาพทั้งหมดของเ้า ทำให้เ้ากลายเป็ผู้ที่แข็งแกร่งขึ้นได้ ดังนั้นาาน้อย เ้าไม่จำเป็ต้องก้มหน้า เพราะนี่เป็เหตุผลที่น่าภาคภูมิใจ ในสายตาของข้า เ้าโชคดีอย่างมากที่มีหญิงสาวที่งามราวกับเทพธิดาคนนี้คอยอยู่เคียงข้างเ้า เพราะฉะนั้นจงปกป้องนางให้ดี!”
พูดจบซุนเฟยก็หัวเราะออกมาเสียงดัง ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
“เดี๋ยวก่อนท่าน ข้าขอทราบชื่อของท่านจะได้ไหม นับจากวันนี้เป็ต้นไป อาณาจักรไบแซนไทน์ยินดีที่จะต่อสู้เพื่อท่าน...” าาน้อยเห็นว่าซุนเฟยกำลังจะเดินจากไป จึงรีบถามชื่อไล่หลังไปติดๆ
ซุนเฟยเดินตรงไปข้างหน้าโดยที่ไม่หันกลับมา “ฮ่าๆๆ าาไบแซนไทน์ อีกไม่นานเดี๋ยวเ้าก็จะรู้เองว่าข้าเป็ใคร”
เมื่อซุนเฟยเดินผ่านไปที่ใด ฝูงชนก็จะรีบหลีกทางให้
ฝูงชนรอบๆ ที่เคยมองาาไบแซนไทน์ด้วยสายตาสงสารและเห็นอกเห็นใจในตอนแรก มาตอนนี้ สายตาของพวกเขาได้เปลี่ยนไป กลายเป็สายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา ไม่มีใครคาดคิดว่าเื่ราวจะกลายเป็แบบนี้ ยาที่เหมือนยาพิษ ไม่เพียงไม่ทำให้ตาย แต่ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ผู้กินได้เป็เท่าตัว และยังสามารถผูกสัมพันธไมตรีกับยอดฝีมือที่น่ากลัวคนนี้ได้อีกด้วย นี่เป็ความโชคดีที่ตกลงมาจากฟากฟ้าจริงๆ ในตอนนี้ ทุกคนอยากเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็าาอาณาจักรไบแซนไทน์จริงๆ จะได้มีโอกาสสานความสัมพันธ์กับยอดฝีมือที่แข็งแกร่งคนนี้
แต่ทันใดนั้นเอง ซุนเฟยกลับหยุดเดินขึ้นมากะทันหัน
เขาหันร่างกลับมาแล้วมองไปยังชายวัยกลางคนที่สวมชุดสีม่วงนามว่าไอค์ คิ้วของซุนเฟยพลันขมวดมุ่นขึ้นมา ก่อนจะเปิดปากถามว่า “เ้าคือเลขานุการของอาณาจักรไบแซนไทน์?”
เมื่อชายร่างอ้วนในชุดสีม่วงเห็นยอดฝีมือเรียกหาตัวเองก็ดีอกดีใจขึ้นมา ก่อนจะรีบเดินเข้าไปยิ้มประจบอย่างเชื่องๆ “ใช่แล้วขอรับนายท่าน เป็ข้าเอง ข้ามีนามว่า...”
โผล้ะ!
ระยะห่างเพียงยี่สิบกว่าเมตร ซุนเฟยก็ปล่อยหมัดออกไปในพริบตา
เสียงบางอย่างแตกดังขึ้น สมองของชายที่คิดจะประจบสอพลอพลันแตกกระจายประหนึ่งลูกแตงโมงที่ถูกทุบ
ฝูงชนรอบๆ พลันตื่นใขึ้นมาอีกครั้ง
ซุนเฟยไม่ชอบไอ้อ้วนคนนี้
เห็นมันทีไรก็นึกถึงเลขานุการบาร์เซิลที่เคยทำให้เมืองแซมบอร์ดต้องวุ่นวาย และจากความคิดของซุนเฟยแล้ว หากอาณาจักรไบแซนไทน์ไม่มีไอ้อ้วนคนนี้อยู่ คงช่วยให้าาน้อยคนนี้สามารถจัดการอะไรๆ ในอาณาจักรของตัวเองได้ง่ายมากขึ้น
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ซุนเฟยก็ส่งเสียงหัวเราะอย่างสมใจก่อนจะสะบัดชายผ้าคลุมสีดำจนปลิวไสวไปตามลม เงาร่างของซุนเฟยกะพริบเพียงครั้งเดียวก็หายเข้าไปในความมืด
ในค่ายทหารของอาณาจักรไบแซนไทน์ มีเพียงศพที่กองเรี่ยราดอยู่บนพื้นและฝูงชนที่ยังคงนิ่งอึ้งตะลึงงัน
……
เมื่อออกมาจากค่ายทหารของอาณาจักรไบแซนไทน์ ซุนเฟยก็ไม่มีความคิดที่จะอยากเดินเล่นต่อ ดังนั้นจึงตัดสินใจที่จะกลับไปที่ค่ายทหารเมืองแซมบอร์ด
ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว ฝูงชนที่ชุมนุมตามที่ต่างๆ ก็พากันแยกย้ายกลับค่ายใครค่ายมัน บนพื้นดินถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวขนาดใหญ่ทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตา เสียงเจี๊ยวจ๊าวในค่ายทหารค่อยๆ เงียบลง เหลือเวลาเพียงสี่วัน การแข่งขันการซ้อมรบก็จะเริ่มต้นขึ้น
ในลานหิมะกว้าง ความเงียบสงบ เป็เหมือนการพักผ่อนครั้งสุดท้ายก่อนที่ทะเลเื ูเาซากศพและความบ้าคลั่งในการฆ่าจะเริ่มขึ้น
ในค่ายทหารเมืองแซมบอร์ด ท่ามกลางหิมะที่กำลังตกลงมาจากฟากฟ้า เหล่าเทศกิจและอัศวินบรอนซ์เซนต์ยังคงฝึกฝนกันอย่างตั้งอกตั้งอกตั้งใจ ซุนเฟยไม่ได้เข้าไปทักทายพวกเขา แต่เดินตรงไปยังเต็นท์เวทมนตร์ที่อยู่ตรงกลาง เมื่อยกผ้าหน้าเต็นท์ขึ้น ความอบอุ่นจากด้านในก็พัดออกมา โคมไฟระย้าหรูหราก็ส่องสว่างไปทั้งเต็นท์ แสงสว่างสีเงินทำให้ผู้คนรู้สึกอบอุ่นใจ และยังทำให้รู้สึกสุขสงบขึ้นมาอีกด้วย
“อเล็กซานเดอร์ เ้ากลับมาแล้ว” แองเจล่าที่กำลังปักบางอย่างอยู่ด้านหน้าโคมไฟพูดขึ้นเมื่อเห็นซุนเฟยเดินเข้ามา รอยยิ้มอ่อนโยนระบายไปทั่วใบหน้า ก่อนที่นางจะลุกขึ้นมาปัดหิมะที่ติดมากับชุดคลุมของซุนเฟย จากนั้นก็ช่วยซุนเฟยถอดเสื้อคลุมแล้วนำไปแขวนด้านหน้าอย่างเรียบร้อย การกระทำเช่นนี้ดูเหมือนภรรยาตัวน้อยกำลังปรนนิบัติสามีหลังจากที่เขากลับมาบ้าน แองเจล่าสาละวนกับการปัดฝุ่นบนร่างซุนเฟยพลางเอ่ยปากให้เจ็มม่าไปนำซุปร้อนๆ ที่เตรียมไว้มาให้ซุนเฟย ดื่มถ้วยหนึ่ง
ซุนเฟยรู้สึกได้ถึงรสชาติแห่งความสุข
“อ๊ะ ใช่แล้ว รีบมาดูนี่สิ ข้ามีของขวัญที่น่าสนใจบางอย่างเตรียมไว้ให้พวกเ้าสองคนด้วยนะ” ซุนเฟยพูดพลางหยิบบรรดาของที่ตัวเองซื้อมาตามแผงลอยข้างทางออกมาวางไว้บนโต๊ะทั้งหมด
“หืม นี่มันเสื้อคลุมขนสัตว์นี่น่า สวยจังเลย โอ๊ะ หน้ากากคริสตัลอันนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน ขอบคุณนะ อเล็กซานเดอร์!”
แองเจล่าและเจ็มม่ายังคงมีนิสัยของเด็กผู้หญิง ของพวกนี้ไม่ใช่ของแพงอะไร แต่กลับเป็ของที่มีหน้าตาแปลกๆ และดูน่ารัก อีกทั้งยังเป็ของที่ซุนเฟยตั้งใจเลือกมาให้พวกนาง ดังนั้น พวกนางทั้งสองคนจึงพากันส่งเสียงตื่นเต้นขึ้นมายามที่ไล่ดูของขวัญเล็กๆ ตรงหน้า
“หืม นี่มันอะไรกัน? แปลกมาก!”
ทันใดนั้นแองเจล่าก็พูดขึ้นมาอย่างแปลกใจ นางหยิบก้อนหินรูปทรงวงรีที่มีลักษณะเหมือนสับปะรดขึ้นมาถือไว้ในมืออย่างทะนุถนอม ราวกับว่ามันเป็ทารก ใบหน้าของนางราวกับประหลาดใจ
“เอ๋ ยังมีอีกสองอัน!” เจ็มม่าเป็ผู้ค้นพบมัน นางย่นจมูกที่เต็มไปด้วยกระ แล้วสังเกตมันอย่างละเอียด ก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างท้อแท้ว่า “ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีอะไรเป็พิเศษนะ ไอ้สองก้อนนี่มันดูไม่ต่างอะไรกับไข่หินแข็งๆ ที่ไร้ประโยชน์เลย!”
ซุนเฟยชะงักเล็กน้อย สาวน้อยคนนี้ช่างเป็คนที่พูดอะไรตรงไปตรงมาเสียจริง ในใจของซุนเฟยเริ่มมีความรู้สึกเสียใจขึ้นมาบ้างแล้ว เมื่อครู่นี้ทำไมเขาถึงไม่ทันสังเกตนะว่าตัวเองหลงหยิบสินค้าปลอมที่ได้มาจากชายชราจอมหลอกลวงออกมาจากแหวนเก็บของด้วย
“ไม่ใช่นะ ก้อนหินนี้ดูเหมือนจะมีชีวิต ข้ารู้สึกได้” แองเจล่ายกไข่ก้อนหินขึ้นมาแนบหูตัวเองอย่างระมัดระวังเพื่อฟังเสียงด้านใน แต่ไม่นานนางก็ขมวดคิ้ว “แปลกจัง เมื่อครู่นี้ข้ารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ามีบางอย่างกำลังเรียกหาข้าอยู่ข้างใน แต่มาตอนนี้กลับไม่มีอะไรเลย”
“ช่างเถอะ แองเจล่า หลังจากนี้เราค่อยมาศึกษามันก็ได้ หากเ้ามีความสุข ข้ายกให้เ้าดูแลมันทั้งสามก้อนเลยก็ได้!” ท่าทางของแองเจล่าทำให้ซุนเฟยคิดกว่าในไข่หินนั่นอาจจะมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ บางทีชายชราผมขาวในตลาดอาจจะเป็ยอดฝีมือพเนจรที่ขึ้นเหนือล่องใต้มานักต่อนัก ไม่แน่ว่าไข่ทั้งสามใบนี้อาจจะมีอะไรบางอย่างที่เชื่อมโยงกับแองเจล่า คู่หมั้นสาวที่มักจะได้รักความรักและความสนิทสนมจากบรรดาสัตว์ทั้งหลายก็เป็ได้
“ขอบคุณมากนะ อเล็กซานเดอร์!” แองเจล่าเองก็ดูจะชอบของขวัญพวกนี้เช่นกัน นางหากล่องที่ลงอักขระเวทมนตร์ธาตุไฟเพื่อรักษาความอบอุ่นและหาฟูกกับผ้ามาวางเป็เบาะรอง ก่อนจะนำไข่หินทั้งสามใบใส่ลงไปในนั้น
“อ๊ะ จริงสิ ฝ่าา หลังจากที่ท่านออกไปจากค่ายทหารได้ไม่นาน พวกขุนนางกับคนชั้นสูงหลายคนในเมืองหลวงมาเยี่ยมชมที่นี่พร้อมนำของขวัญมาให้ เขารอฝ่าาอยู่นานแต่ท่านก็ยังไม่กลับมาสักที เลยทิ้งของขวัญไว้ให้ก่อนจากไป” เจ็มม่าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ นางเดินไปเปิดผ้าเต็นท์เวทมนตร์ด้านขวามือขึ้นมา ปรากฏกองของขวัญราคาแพงขนาดเท่าเนินเขาย่อมๆ ขึ้นมา บางชิ้นก็เป็ชุดเกราะเวทมนตร์ที่ดูประณีต บางชิ้นก็เป็ดาบเวทมนตร์ที่ทรงอำนาจ นอกจากนั้นก็มีคัมภีร์คลื่นพลังและบันทึกการฝึกฝนของนักเวทระดับสามสี่ดาวอยู่ในหีบเหล็กหรูหรา และยังมีของขวัญล้ำค่าอีกมากมาย
“คนพวกนี้เข้าใจว่าข้ายัง้าของพวกนี้ ถ้าข้าเป็าาเมืองแซมบอร์ดที่ยังถังแตกเหมือนเมื่อก่อน จะชุดเกราะเอย อาวุธเอย คงหลอกล่อข้าได้ดีทีเดียว...” ซุนเฟยลูบคางตัวเองเบาๆ
ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่า ก่อนหน้านี้แฮร์รี่ เรดแนปป์ หนึ่งในผู้ดูแลของกลุ่มการค้าโซรอสเป็ผู้ปล่อยข่าวเื่การต่อสู้บนยอดเขาหอคอยคู่ หลังจากนั้นซุนเฟยก็มีชื่อเสียงขึ้นมาในเมืองหลวง ดังนั้นจึงมีกองกำลังและเหล่าผู้มีอำนาจต่างๆ พยายามจะดึงเขาเข้าไปเป็พวก เดิมทีซุนเฟยคิดว่าหลังจากที่ตัวเองประลองฝีมือกับอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่เจ็ดเสร็จและคว้าชัยชนะมาได้ อาจจะเรียกสายตาจากพวกผู้มีอำนาจเหล่านี้ให้หันมามองได้ คาดไม่ถึงว่าพวกเขาจะเริ่ม 'ลงทุนล่วงหน้า' ก่อนแบบนี้
“ฮิๆ ฝ่าา ยังมีคนที่ส่งของขวัญมาให้พระองค์อีกอย่าง ข้ามั่นใจว่าท่านต้องชอบแน่ๆ” เจ็มม่าหรี่ตาลงเล็กน้อยพลางยักคิ้วให้องค์าา สีหน้าท่าทางเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“หืม?” ซุนเฟยเห็นท่าทางของสาวน้อยก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา
เจ็มม่าหันหลังวิ่งออกไปนอกเต็นท์ ผ่านไปได้สักพักนางก็ดึงผ้าเต็นท์ด้านหน้าขึ้นก่อนจะเดินเข้ามาด้านใน ด้านหลังของเจ็มม่ามีหญิงสาววัยรุ่นจำนวนหนึ่งที่มีรูปร่างสมส่วนและยังผิวขาวราวกับหยกอีกด้วย พวกนางสวมชุดรัดรูปสีขาว เน้นส่วนเส้าส่วนโค้งให้ดูโดดเด่น บนแขนสวมห่วงสีเหลืองที่แกะสลักเป็รูปงู ผู้หญิงพวกนี้แต่งหน้าแต่งตาได้งดงามมาก ทำให้ดูสดชื่นมีชีวิตชีวา และด้วยท่าทางขี้อายของนางทำให้กระตุ้นความรู้สึกอยากที่จะปกป้องขึ้นมา
“ใครส่งพวกนางมา?” ในใจของซุนเฟยเกิดความสงสัยขึ้นมา
“กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต พวกเขาส่งตัวแทนที่มีชื่อว่าเฟล็นส์อะไรนี่แหละมามองของขวัญให้” แองเจล่าที่วุ่นวายอยู่กับการดูแลไข่หินก็หันร่างมาตอบพลางอธิบายด้วยรอยยิ้มว่า “ข้ารู้ว่าเมืองแซมบอร์ดและกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตอาจจะมีความแค้นต่อกัน และคนที่ชื่อเฟล็นส์ก็ไม่ใช่คนดีอะไร แต่ข้าได้สอบถามความเป็มากับสี่คนนี้แบบตัวต่อตัวแล้ว ผู้หญิงทั้งสี่คนนี้ต่างถูกกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตบีบบังคับมา และถูกทำเป็ของขวัญส่งไปให้พวกคนที่สนับสนุนกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต พวกนางน่าสงสารจริงๆ หากถูกส่งกลับไป ชะตาชีวิตของพวกนางก็ยิ่งแย่ลงไปกว่านี้ ดังนั้นข้าจึงรับตัวพวกนางไว้!”
“อืม สำหรับเื่นี้ เ้าทำได้ดีแล้ว!” ซุนเฟยมองไปยังแองเจล่าด้วยสายตาพอใจ
แองเจล่าชี้ไปที่กองของขวัญที่อยู่ห่างออกไปพลางกล่าวว่า “ยังมีของขวัญพวกนั้นอีก ข้าไม่รู้ว่าควรรับมันมาไหม แต่ข้าก็ไม่กล้าทำอะไร หากยังไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้น พรุ่งนี้ของขวัญทุกชิ้นจะถูกส่งกลับไปให้คนที่มา ถ้าอเล็กซานเดอร์ไม่อยากรับพวกมันไว้ พรุ่งนี้ข้าจะสั่งให้คนนำมันส่งกลับไป”
“ฮ่าๆๆ รับสิ ทำไมจะไม่รับเล่า? ของอุตส่าห์เดินมาถึงหน้าบ้าน ทำไมจะต้องปฏิเสธมันกัน?” ซุนเฟยส่งยิ้มไปให้คู่หมั้นสาวแล้วพูดว่า “ของขวัญพวกนี้ พรุ่งนี้ก็มอบให้พวกทหารเป็ของขวัญเสียเถอะ ั้แ่ออกจากเมืองแซมบอร์ดมา พวกเขาก็นอนกลางดินกินกลางทรายมาโดยตลอด ได้รับความลำบากไม่น้อย ถือว่าเป็สิ่งตอบแทนสำหรับความพยายาม”
“อืม” ซุนเฟยทำด้วยความเคยชิน แองเจล่าหน้าแดงขึ้นมานิดๆ
“ส่วนพวกนาง...” ซุนเฟยมองไปยังสาวน้อยทั้งสี่คนตรงหน้าแล้วพูดขึ้นมาว่า “เ้าก็จัดการเอาเองเลยนะ พรุ่งนี้ตอนเที่ยงข้าจะต้องไปประลองฝีมือกับอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่เจ็ด ดังนั้นข้า้าเวลาเงียบๆ เพื่อจะฝึกฝนโดยที่ไม่มีใครมารบกวนรบกวน พวกเ้าก็ไปพักผ่อนเถอะนะ ส่วนเื่อื่นๆ แองเจล่า คงต้องให้เ้าเป็ผู้จัดการทั้งหมดแล้วล่ะ!”
ซุนเฟยพูดจบก็ก้มลงจุมพิตที่หน้าผากคู่หมั้นสาว จากนั้นก็หันหลังเดินไปยังฝั่งซ้ายของเต็นท์
ไม่ช้าประตูมิติก็เปิดออก ซุนเฟยก็ก้าวเท้าเข้าไปข้างใน จากนั้นประตูมิติก็หายไปทันที
---------------------------
