ตอนที่ 4 รายการช้อปปิ้งล้างโลก
บรรยากาศยามเช้าที่ท่าเรือหมายเลข 9 ของนครจงหนานปกคลุมไปด้วยหมอกจางๆ และกลิ่นไอเค็มของทะเล ลมทะเลพัดผ่านโกดังสินค้าขนาดมหึมาที่ หลินชิงเซวียน เพิ่งเซ็นสัญญาเช่าเหมาไปเมื่อคืนนี้ด้วยราคาสูงลิ่วจนเ้าของพื้นที่แทบจะคุกเข่าคำนับ
หลินชิงเซวียนยืนอยู่กึ่งกลางโกดังที่ว่างเปล่า ท่วงท่าของเธอสงบนิ่งดุจขุนเขาท่ามกลางพายุ เธอสวมชุดหนังสีดำรัดกุมที่ขับเน้นรูปร่างเพรียวบางแต่ทว่าแข็งแกร่ง แว่นกันแดดสีเข้มบดบังแววตาที่กำลังจดจ้องตัวเลขสีทองกลางอากาศ
[ 5 วัน : 48:42:15 ]
สมองส่วนเหตุผลแย้งขึ้นมาว่า... สิ่งที่เธอกำลังทำอยู่นี้คือความบ้าคลั่งที่ทำลายสถิติโลก การเทขายสินทรัพย์นับพันล้านภายในไม่กี่ชั่วโมงเพื่อเปลี่ยนเป็ของกินของใช้ คือพฤติกรรมของคนวิกลจริตชัดๆ ทว่า... จิตใต้สำนึกกลับขัดแย้งอย่างรุนแรง ยิ่งตัวเลขวินาทีขยับลดลง เธอกลับยิ่งรู้สึกถึงความกระหายที่จะเสบียงอาหารราวกับสัตว์ป่าที่กำลังสะสมพลังงานก่อนฤดูจำศีลอันยาวนาน
เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนดังเป็จังหวะหนักแน่น หลี่เว่ย ผู้จัดการการเงินเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ใบหน้าของเขาซีดเซียว ขอบตาคล้ำราวกับคนไม่ได้นอนมาทั้งคืน
"อาจารย์หลินครับ... เงินสดก้อนแรกห้าร้อยล้านหยวนเข้าบัญชีแล้วครับ" หลี่เว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า
"ผม... ผมไม่เข้าใจจริงๆ ครับ การกว้านซื้อข้าวสารและน้ำมันพืชในปริมาณที่เลี้ยงคนได้ทั้งมณฑลขนาดนี้ คุณกำลังคาดการณ์ว่าจะเกิดาโลกครั้งที่สาม หรือภาวะข้าวยากหมากแพงระดับล้างโลกหรือครับ?"
หลินชิงเซวียนถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นดวงตาเรียวคมที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "หลี่เว่ย นายเคยได้ยินไหมว่าในยามรุ่งเรือง สะสมทองคำ ในยามวิกฤต สะสมเสบียง?"
"แต่ตอนนี้เศรษฐกิจกำลังพุ่งทะยาน ทองคำต่างหากที่มีค่า..."
"สำหรับฉันตอนนี้..." หลินชิงเซวียนตัดบท น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่หนักแน่นดุจประกาศิต
"ของพวกนั้นมีค่า เท่ากับกระดาษเงินที่เผาให้คนตายไปแล้วเท่านั้น นายมีหน้าที่เดียวคือทำตามรายการที่ฉันสั่ง อย่าให้ขาดแม้แต่เข็มเล่มเดียว"
หลี่เว่ยแอบสบถในใจว่า...
“เธอเป็หมอผ่าตัดที่เก่งที่สุด แต่ตอนนี้เธอกลายเป็คนเขลาที่รวยที่สุดไปแล้ว! ข้าวสารพันตัน? น้ำมันพืชหมื่นลัง? ถ้าของพวกนี้เน่าเสียขึ้นมา เงินห้าร้อยล้านก็จะกลายเป็แค่ปุ๋ยเน่าๆ เท่านั้น!”
"รายการต่อไป..." หลินชิงเซวียนไม่สนใจสีหน้าปลาตายของลูกน้อง
"โรงงานผลิตยาสามัญและยาฆ่าเชื้อ ฉัน้าเหมาล็อตการผลิตทั้งหมดของเดือนนี้ นายพลมู่ที่นายรู้จัก... บอกเขาว่าฉัน้าเครื่องมือแพทย์ยุคเก่าที่ทนทานที่สุด รถแทรกเตอร์ขนาดเล็กที่ซ่อมง่าย และน้ำมันเชื้อเพลิงถังละพันลิตรอีกสามร้อยถัง"
"น้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหรือครับ?"
"ใช่... และต้องเป็ถังเหล็กหนาพิเศษ"
เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง รถบรรทุกพ่วงนับสิบคันเริ่มทยอยเข้ามาจอดเรียงรายที่หน้าโกดังหมายเลข 9 เสียงเครื่องยนต์และเสียงะโสั่งการดังระงมไปทั่วบริเวณ ภายใต้ใบหน้าที่นิ่งเฉยของเถ้าแก่โรงสีข้าวที่คอยคุมงาน เขากำลังกรีดร้องด้วยความทึ่ง... เขาไม่เคยเห็นใครซื้อข้าวสารเหมือนซื้อลูกกวาดขนาดนี้มาก่อน ผู้หญิงคนนี้จ่ายเงินสดโดยไม่ต่อราคาแม้แต่หยวนเดียว แถมยังกำชับว่าต้องเป็ข้าวเกรดดีที่สุดเท่านั้น
หลินชิงเซวียนเดินตรวจดูถุงกระสอบข้าวสารพลาสติกที่ถูกวางซ้อนกันเป็พะเนิน ลึกเข้าไปในมโนสำนึก... เธอเห็นภาพเด็กน้อยในยุค 70 กำลังแย่งชิงเปลือกข้าวที่ตกอยู่ในโคลน ความรู้สึกบีบคั้นที่กลางอกจู่โจมเธออีกครั้งจนเธอต้องกำจี้หยกไว้แน่น
“รอแม่ก่อนนะเ้าตัวเล็ก...” เธอกระซิบแ่เบา
จิติญญาของเธอประหนึ่งถูกปลุกให้ตื่นขึ้นพร้อมคำถามที่ว่า... ์ให้โอกาสเธอมิติที่หยุดเวลาได้ขนาดนี้ หากเธอไม่ขนเอาสิ่งที่ดีที่สุดไป แล้วเธอจะคู่ควรกับคำว่า หัตถ์พระเ้าได้อย่างไร?
เธอมุ่งหน้าไปยังโซนสินค้าอุปโภคบริโภค พ่อค้าผ้าพับรายใหญ่ยืนรอเธออยู่ด้วยอาการประหม่า
"คุณหมอหลินครับ ผ้าฝ้ายเนื้อหนาสีเทา สีน้ำเงิน และสีเขียวขี้ม้าที่คุณสั่ง ผมจัดหามาให้ได้หนึ่งพันพับครับ ส่วนผ้าไหมสีพื้นและผ้าห่มนวมหนาพิเศษ... ผมต้องรวบรวมจากโกดังอื่นทั่วประเทศ ต้องรอสักหน่อยนะครับ"
"ฉันให้เวลาคุณอีก 48 ชั่วโมง" หลินชิงเซวียนกล่าวขณะใช้นิ้วััเนื้อผ้า
"ถ้าของมาถึงก่อนกำหนด ฉันจะเพิ่มเงินให้อีกสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้ามีรอยมอดกินแม้แต่นิดเดียว... สัญญาทั้งหมดเป็โมฆะ"
ในมุมมืดของความคิด พ่อค้าผ้ากลับรู้สึก... ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับพญามัจจุราชในร่างสาวสวย แววตาของเธอไม่ได้มองผ้าเหมือนคนปกติ แต่มันเหมือนดวงตาของเหยี่ยวที่คอยจับผิดทุกฝีเข็ม
ขณะที่เธอกำลังสั่งการอยู่นั้น เ้าแมวขาว เสี่ยวไป๋ ก็เดินนวยนาดออกมาจากมุมโกดัง มันะโขึ้นไปนั่งบนกระสอบข้าวสารที่สูงที่สุด พลางเลียอุ้งเท้าอย่างใจเย็น
"เมี๊ยว~ (เ้านาย... ข้าวพวกนี้กลิ่นหอมดีนะ แต่ท่านลืมสั่งเนื้อสับกระป๋องเกรดส่งออกและปลาทูน่าในน้ำมันมะกอกให้ข้าหรือเปล่า? อย่าให้ข้าต้องกินข้าวคลุกเกลือในยุค 70 นะ ข้าจะประท้วงด้วยการไม่ยอมเปิดประตูมิติชั้นในให้ท่าน!)"
หลินชิงเซวียนหันไปมองเ้าแมวอ้วนแล้วอดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ มุกตลกที่แทรกเข้ามาในสถานการณ์ตึงเครียดช่วยผ่อนคลายความกดดันในหัวใจของเธอได้บ้าง
"เสี่ยวไป๋ แกมันแมวเห็นแก่กินจริงๆ ฉันสั่งอาหารสัตว์เกรดพรีเมียมไปแล้วห้าพันลัง พอใจหรือยัง?"
"เมี๊ยว! (ดีมาก! และอย่าลืมแชมพูกำจัดหมัดด้วยนะ ข้าได้ยินมาว่ายุคนั้นฝุ่นเยอะมาก ขนขาวๆ ของข้าต้องสะอาดเสมอ!)"
หัวใจของเธอพลันตั้งคำถาม... เมื่อมองดูเสบียงที่เริ่มพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางยุค 2026 ที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีไร้สาย แต่เธอกลับกำลังสั่งซื้อถ่านไม้ ตะเกียงน้ำมัน เตาถ่าน และจักรเย็บผ้าแบบเท้าเหยียบ สิ่งเหล่านี้มันดูย้อนแย้งอย่างสิ้นเชิง
ความรู้สึกนึกคิดหนึ่งวาบขึ้นมาในใจ... หากวันหนึ่งทองคำและเงินกลายเป็เพียงก้อนหินที่กินไม่ได้ สิ่งที่จะช่วยให้มนุษย์รอดพ้นจากนิมิตสีเืนั่นก็คือ ความอิ่มท้อง และ ความอบอุ่น
"เถ้าแก่เฉิน" เธอหันไปหาเ้าของบริษัทนำเข้ายาที่เพิ่งขับรถมาถึง
"ยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนิซิลลิน, ยาชาแบบฉีด, วัคซีนไข้หวัดใหญ่, และชุดปฐมพยาบาลครบวงจร... ของทั้งหมดถูกฆ่าเชื้อและบรรจุในบรรจุภัณฑ์สุญญากาศหรือยัง?"
"เรียบร้อยครับหมอหลิน ผมยังแถมยาสมุนไพรจีนสูตรดั้งเดิมที่เก็บไว้ในห้องควบคุมอุณหภูมิให้อีกสองร้อยลังด้วย ถือว่าเป็การขอบคุณที่คุณช่วยผ่าตัดให้ภรรยาผมคราวก่อน" เถ้าแก่เฉินตอบด้วยความเคารพ
"ขอบคุณ" หลินชิงเซวียนพยักหน้า
"แต่ฉัน้าอุปกรณ์ผ่าตัดเลเซอร์ขนาดพกพาที่ชาร์จด้วยโซลาร์เซลล์เพิ่มอีกห้าชุด ยุคนั้น... ไม่สิ สถานที่ที่ฉันจะไป มันไม่มีโรงพยาบาลหรูๆ แบบนี้หรอกนะ"
เถ้าแก่เฉินขมวดคิ้วสงสัย ลึกๆ ในใจของเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่า... คุณหมออัจฉริยะคนนี้กำลังเตรียมตัวไปออกหน่วยแพทย์อาสาในพื้นที่ที่อันตรายที่สุดในโลกแน่ๆ แต่เขาก็ฉลาดพอที่จะไม่ถามความลับของเศรษฐีนี
ยามค่ำคืนที่โกดังหมายเลข 9 เงียบสงัดลง หลินชิงเซวียนไล่พนักงานทุกคนกลับไปพักผ่อน เหลือเพียงเธอ เสี่ยวไป๋ และกองเสบียงที่มีมูลค่ารวมกว่าเจ็ดร้อยล้านหยวน
เธอเดินไปที่กองกระสอบข้าวที่วางสูงท่วมหัว ยื่นมือข้างที่สวมจี้หยกมรกตออกไป ความเย็นจากหยกัักับอากาศรอบตัวจนเกิดเป็ไอสีนวลจางๆ
"เก็บเข้ามิติ!"
วูบ!
พริบตาเดียว ข้าวสารหลายร้อยตันหายวับไปราวกับไม่เคยตั้งอยู่ตรงนั้น พื้นโกดังกลับมาว่างเปล่าสะอาดตา เธอทำเช่นเดิมกับกองผ้า ยา เครื่องมือแพทย์ และเชื้อเพลิง ทุกอย่างถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็ระเบียบภายในมิติที่หยุดเวลาไว้ สินค้าเ่าั้จะไม่มีวันเน่าเสียหรือเสื่อมคุณภาพ
หลินชิงเซวียนทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พับเพียงตัวเดียวที่เหลืออยู่ เธอหยิบกระจกบานเล็กขึ้นมามองดูใบหน้าของตัวเอง ความสงสัยจู่โจมเข้ามาในห้วงความคิด... หากเธอไปที่นั่นด้วยข้าวของพะเนินขนาดนี้ เธอจะใช้ชีวิตอย่างกลมกลืนได้อย่างไร?
"หนทางที่ยาวไกล เริ่มต้นที่ก้าวแรกเสมอ..." เธอพึมพำสุภาษิตจีนโบราณออกมา "หากมีเสบียงเต็มคลัง ใจก็ไม่ว้าวุ่น ( ยิ่วเหลียงไจ้โส่ว, ซินปู้ฮวาง)"
เธอมองไปยังโกดังที่ว่างเปล่า จิตใต้สำนึกร้องเตือนขึ้นมาทันทีว่า... เธอยังขาดสิ่งสำคัญที่สุดไป
"เครื่องปรุงรส..." เธอพึมพำ
"ในยุคนั้น พริก เกลือ น้ำตาล คือสิ่งล้ำค่ายิ่งกว่าเงินหยวน แผนการต่อไปของฉัน... คือการเหมาโรงงานเครื่องปรุงรส!"
ตัวเลขสีทองบนอากาศขยับอีกครั้ง
[ 5 วัน : 23:59:59 ]
การต่อสู้ครั้งใหม่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น หลินชิงเซวียนหลับตาลงสั้นๆ เพื่อพักผ่อน ท่ามกลางความว่างเปล่าของโกดังที่เพิ่งถูก ล้าง ไปเมื่อครู่ ความมั่งคั่งของเธอไม่ได้ลดน้อยลง แต่กลับถูกแปรเปลี่ยนเป็ความมั่นคงที่จะใช้เดิมพันกับโชคชะตาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
