องค์หญิงไม่สนใจในสิ่งที่นักรบซูซานเตือน นางยิ้มน้อยๆ แล้วพูดว่า “เขาจะปล่อยหรือไม่ปล่อย สำหรับข้ามันมีอะไรต่างกันตรงไหน? เ้าคิดว่าที่เซอร์คอฟให้เซมัคอยู่ข้างกายจิมมี่มีเจตนาดีอะไรไหม? สำหรับข้ามันตายได้ยิ่งดี อีกอย่างข้าให้หัวหน้าองครักษ์โรมันลงมือด้วยตัวเอง! ฮึๆ พูดอีกที คนที่ฆ่าเซมัคไม่ใช่ข้า แต่เป็าาอเล็กซานเดอร์แห่งเมืองแซมบอร์ดต่างหาก!”
นักรบสาวซูซานได้ยินดังนั้นก็พลันตกตะลึง
……
ตรงกลางลานกว้าง
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับรังสีฆ่าฟันที่พวยพุ่งทิ่มแทงร่าง องค์ชายน้อยโตรบินสกี้ก็รู้สึกแปลกใจอย่างมากที่ต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันแบบนี้ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็มีพลังที่ใกล้จะเข้าขั้นนักรบสองดาว แต่แรงกดดันนี้แทบจะทำให้เขายืนไม่ไหว เขาก็พยายามสูดลมหายใจเข้าไปอย่างยากลำบาก ทั้งกัดฟันแน่นไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว
ซุนเฟยเดินเข้าไปใกล้ทีละก้าว
ตอนนี้เอง ทุกคนก็พลันตื่นตะลึงเมื่อจู่ๆ ก็ปรากฏเงาร่างสูงใหญ่โผล่จากกลางอากาศ มาอยู่ในวงล้อมและยืนขวางระหว่างซุนเฟยและองค์ชายน้อยเอาไว้
“เ้าเป็ใคร?”
ซุนเฟยขมวดคิ้ว ประสาทััของคนเถื่อนทำให้เขารู้สึกถึงอันตราย ชายผมทองที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวออกมาอย่างกะทันหันคนนี้ แม้ว่าบนใบหน้ามีรอยยิ้มอยู่เนืองนิตย์และมีรูปลักษณ์เป็ทหารที่ดูสูงส่ง แต่ก็ทำให้ซุนเฟยรู้สึกกดดันอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน คนคนนี้จะต้องเป็ยอดฝีมืออย่างน้อยๆ สามดาวขึ้นไปแน่
“ข้าหัวหน้าอัศวินแห่งราชอาณาจักรเซนิท โรมัน ปัฟลูย์เชนโค” นักรบผมทองตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขาไม่มีท่าทางหยิ่งยโสโอหังเหมือนเซมัคและพวกอัศวิน ในขณะที่พูดเขายังแสดงความเคารพด้วยการก้มหัวต่ำลงเล็กน้อย ให้คนรู้สึกถึงความอ่อนน้อมและเป็มิตร
ซุนเฟยแสยะยิ้มมุมปาก “อ้อ ที่แท้ก็เป็ท่านหัวหน้าอัศวินโรมัน...ทำไมหรือ ที่ท่านปรากฏตัวอยู่ตรงนี้คิดจะขวางข้างั้นหรือ?”
ปัฟลูย์เชนโคยังคงยิ้ม เขายักคิ้วพลางพูดว่า “องค์าาอเล็กซานเดอร์ ถ้าพูดกันตามจริง ข้าอยากประลองกับท่านมาก ในบรรดาาาของอาณาจักรบริวารที่ข้าเคยพบ ท่านเป็คนหนึ่งที่คู่ควรที่ให้ข้าเคารพมากที่สุด...แต่วันนี้ ด้วยรับสั่งจากองค์หญิง ข้าจึงไม่อาจประลองกับท่านได้ และข้าแค่จะมาพาองค์ชายน้อยกลับไปเท่านั้นเองขอรับ”
“อ้อ?”
ซุนเฟยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับคำตอบของอีกฝ่าย เขามองไปยังองค์ชายน้อยโตรบินสกี้ที่ยังคงเหงื่อแตกพลั่กทั่วร่างด้วยแรงกดดันจากรังสีฆ่าฟันของเขา แต่ก็ยังคงกัดฟันยืนหยัดไว้ ในใจจึงอ่อนลงเล็กน้อยแล้วพยักหน้า “ข้าไม่ใช่พวกบ้าสังหาร เ้ามารถพาเขาไปได้แน่นอน...แต่หนอนที่ชื่อเซมัคจะต้องอยู่ต่อ มันบังอาจดูถูกเมืองแซมบอร์ด มันต้องตาย!”
หัวหน้าอัศวินปัฟลูย์เชนโคยักไหล่ เขาหันหลังไปจับไหล่ขององค์ชายพริบตาเดียวแสงสีทองเป็ประกายก็ปรากฏขึ้น ครู่เดียวร่างขององค์ชายน้อยโตรบินสกี้และนักรบหน้ายิ้มคนนั้นก็หายไปจากตรงกลางวงล้อมทันที ราวกับว่าทั้งสองไม่เคยปรากฏตัวขึ้นในงานเลี้ยง
ซุนเฟยขมวดคิ้ว
ด้วยพลังของคนเถื่อนเลเวล 12 เขากลับไม่อาจจับได้แม้แต่เงาของปัฟลูย์เชนโคทั้งๆ ที่ในมือของชายผมทองหน้ายิ้มคนนี้ยังลากคนอีกคนหนึ่งไปด้วย “ดูเหมือนว่าสิ่งที่ข้าคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้จะผิดเสียแล้ว พลังของเขาเกรงว่าจะน่ากลัวกว่าที่คิด อาจจะไม่ใช่ระดับสามดาว อย่างน้อยๆ ก็คงระดับสี่ดาว”
ตอนนี้ซุนเฟยเริ่มรู้สึกว่าจะต้องเร่งเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองอีกครั้ง
“ดูเหมือนว่าหลังเื่จุกจิกพวกนี้จบลงแล้ว ข้าจะต้องรีบเข้าสู่โลก Diablo เพื่ออัพเลเวลและเพิ่มความแข็งแกร่ง กล่าวได้ว่าในระบบราชอาณาจักร แม้แต่ขี้หมูราขี้หมาแห้งอย่างรองหัวหน้าอัศวินเล็กๆ ที่เป็นักรบสองดาว ยังกล้ามาวางอำนาจบาตรใหญ่ หยอกล้อราชินีในอนาคตในงานเลี้ยงที่าาจัดขึ้น หลังจากนี้ถ้ามีคนอื่นที่อยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่านี้มาอีก ไม่รู้ว่าจะสร้างภัยพิบัติอะไรให้แก่อาณาจักรเล็กๆ อีกบ้าง...บนแผ่นดินใหญ่ที่มีกฎป่า หากอยากดำรงชีวิตเยี่ยงมนุษย์ หมัดและพลังที่แข็งแกร่งคือเหตุผล!”
ในใจของซุนเฟยตัดสินใจอย่างแน่วแน่
เขาก้มหน้าลง ใบหน้าเ็าแล้วเดินไปหารองหัวหน้าอัศวินเซมันอย่างช้าๆ ซุนเฟยยังไม่ลงมือสังหารในทันที เขาแค่ก้าวไปใกล้เรื่อยๆ ทีละก้าว เสียงฝีเท้าที่ไม่ช้าไม่เร็วนั่นประหนึ่งกำลังเหยียบลงบนหัวใจของเซมัค เขาอยากให้ไอ้คนไร้ยางอายสมควรตายคนนี้ได้ลิ้มรสความหวาดกลัวก่อนตาย
“ไม่...ไม่! ข้าคืออัศวินแห่งราชอาณาจักรเซนิท ข้าเป็คนสนิทขององค์ชายเซอร์คอฟ...ข้าจะตายไม่ได้ เ้าฆ่าข้าไม่ได้!” เห็นองค์ชายน้อยโตรบินสกี้ถูกหัวหน้าอัศวินปัฟลูย์เชนโคมาช่วยพาหนีออกไปโดยที่ไม่สนใจตัวเอง และยิ่งเห็นาาตรงหน้าที่เป็เหมือนมือสังหารกำลังก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว เซมัคก็ยิ่งสิ้นหวัง เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าระยะห่างระหว่างเขากับความตายมันช่างอยู่ใกล้กันมาก เขาแหกปากร้องอย่างบ้าคลั่ง เหมือนกำลังถูกต้อนให้จนมุม
แต่เงานั่นก็ยังคงเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ไม่คิดจะหยุดเลยสักนิด
“ไม่ๆๆๆ...ข้าน้อยขอประทานอภัยอย่างสูงขอรับ ข้าจะคุกเข่าเลียรองเท้าของท่าน...ไว้ไว้ชีวิตด้วย ไว้ชีวิตข้าด้วย...”เซมัคคุกเข่าวิงวอน
แต่ก็ไม่มีประโยชน์อะไร
ซุนเฟยยังคงก้าวเข้าไปใกล้เรื่อยๆ แม้แต่ชาวบ้านเมืองแซมบอร์ดที่อยู่รอบๆ ก็ถูกความแข็งแกร่งของาาตัวเองทำให้เืเดือดพล่าน ฝูงชนจึงชูไม้ชูมือพลางะโเชียร์ “ฆ่ามัน ฆ่ามัน...ฆ่าไอ้คนสารเลว!”
เซมัคอ้อนวอน มองไปที่ใบหน้าขึงโกรธที่แสงคบไฟกระทบ เหล่ามดชั้นต่ำที่ตัวเองเคยดูถูกก่อนหน้านี้ ตอนนี้กลับทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวแบบที่ไม่เคยเป็มาก่อนและทำให้เขาตัวสั่นเทาอยากควบคุมไม่อยู่
ในที่สุด
“ก็เอาสิ... ‘ดาบผ่าศิลา’ งั้นเ้าก็ตายให้ข้าเถอะ!”
เซมัคที่เหมือนหมาจนตรอกก็ตัดสินใจหยิบดาบที่เขาทำตกบนพื้นก่อนหน้านี้ขึ้นมาแล้วโคจรคลื่นพลังสีเหลืองทั่วร่าง จากนั้นก็ะเิพลังออกมา ะโขึ้นไปบนอากาศ คลื่นพลังดุดันพลุ่งพล่านเหมือนพายุทอร์นาโดกำลังพัดโหมกระหน่ำพัดไปทางซุนเฟย
“เฮอะ แค่พวกหนอนแมลงอยากจะดิ้นรน!”
ซุนเฟยสะบัด ‘มีดสั้นพายุ’ เบาๆ ด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ
เซมัคเืพุ่งแล้วกระเด็น ก่อนจะชนเข้ากับรูปปั้นหินขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปอย่างรุนแรง เสียงกระดูกหักดังกร๊อบ รองหัวหน้าอัศวินผู้สูงส่งก็ไม่อาจลุกขึ้นยืนได้อีก
วูบ!
พริบตาเดียว ซุนเฟยก็เคลื่อนตัวไปที่ด้านหน้าของเซมัค เขาหมดความอดทน ยื่นมือออกไปกระชากหัวของรองหัวหน้าอัศวินแล้วยกมันขึ้นมา มีดสั้นในมือของเขาจ่อไปที่คอของเซมัคพลางกระซิบข้างหูเซมัคว่า “ไอ้สวะ อยากดูการเต้นโต๊ะกลม? ไปให้แม่เ้าเต้นให้ดูสิ!”
ฉับ!
ในสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของเซมัค ‘มีดสั้นพายุ’ สามารถเชือดคอตัวเองง่ายๆ เหมือนหั่นเต้าหู้นิ่มๆ ซุนเฟยตวัดมีดสั้น ประกายแสงสว่างวูบหนึ่งก่อนที่หัวของรองหัวหน้าอัศวินผู้หยิ่งทระนงจะตกลงมา ปลายมีดสั้นเปรอะไปด้วยหยดเืสดๆ
“โทษที่ดูถูกเมืองแซมบอร์ดนั่นคือ...ตาย!!”
ก่อนที่หัวจะถูกโยนไปที่แท่นบวงสรวงรูปปั้นลานกว้าง ซุนเฟยชูมีดสั้นที่เปื้อนเืขึ้นมา เสียงโห่ร้องดังขึ้น เงาของเขาดูองอาจราวกับพระเ้า และประโยคที่ว่า “โทษที่ดูถูกเมืองแซมบอร์ดนั่นคือ....ตาย!” เหมือนสายฟ้าได้ผ่าลงกลางใจของทุกคนที่อยู่รอบๆ ไม่ว่าจะชาวบ้านหรือทหารต่างก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจ ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยาแบบนี้ นี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขารู้สึกถึงความปลอดภัย
“องค์าาทรงพระเจริญ!”
ซุนเฟยมองไปรอบๆ ชาวบ้านเมืองแซมบอร์ดทุกคนต่างคุกเข่าลงบนพื้นอย่างเคารพ ศีรษะของพวกเขาแนบติดพื้น ฉากนี้เหมือนดาวล้อมเดือน เสียงะโคำว่าองค์าาทรงพระเจริญดังกึกก้อง
……
ห่างออกไป บนบันไดหินของพระราชวังทางทิศเหนือของลานกว้าง
เบสท์และยอดฝีมืออันดับหนึ่งอย่างแลมพาร์ดต่างยืนเคียงข้างกัน ทั้งสองคนต่างไม่พูดอะไรออกมา แต่สายตาของพวกเขากลับเปล่งประกายเจิดจ้า
ในฐานะที่เป็หัวหน้ามหาดเล็กและบิดาของแองเจล่า เบสท์ที่เห็นเหตุการณ์ในตอนแรกก็แทบจะพุ่งเข้าไปไกล่เกลี่ย แต่หลังจากที่เห็นซุนเฟยปรากฏตัวเขาก็อดกลั้นความรู้สึกที่อยากพุ่งเข้าไป หลังจากนั้นเขาก็ต้องตกตะลึงไปกับฉากที่ซุนเฟยโกรธเกรี้ยวหนักจนกระชากมีดสั้นออกมาไล่ฆ่าอัศวินราชอาณาจักรเซนิท สิ่งแรกที่เขานึกถึงคือผลลัพธ์น่ากลัวที่จะตามมาหลังจากไปล่วงเกินราชอาณาจักรเซนิท เขาแทบจะพุ่งเข้าไปห้ามการกระทำของซุนเฟย...แต่หลังจากที่ก้าวไปได้สองสามก้าว เขาก็พลันคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ก่อนจะถอยกลับมา
ตอนนี้เอง ในใจของเบสท์สงบเยือกเย็นขึ้นมา
เขามองเห็นองค์ชายน้อยโตรบินสกี้และหัวหน้าอัศวินโรมัน ปัฟลูย์เชนโคกำลังยืนอยู่ด้วยกันกับคนที่สวมชุดคลุมสีดำอีกสองคน ในฐานะมหาดเล็กที่มากความสามารถคนหนึ่ง เบสท์มองปราดเดียวก็เดาฐานะที่แท้จริงของอีกสองคนได้ เมื่อย้อนนึกไปถึงตลอดการเดินทางมายังเมืองแซมบอร์ดที่ตัวเองต้องนอบน้อมอยู่อย่างไร้ศักดิ์ศรี พยายามจะคาดเดาความคิดของผู้หญิงคนนั้น...แต่เวลานี้ เบสท์ก็พลันคิดขึ้นได้ว่า ที่ประจบประแจงไปนั้น ความจริงแล้วมันไม่มีความจำเป็เลย เขายืดกายตรงขึ้น
“เบสท์ ครั้งนี้ต้องลำบากเ้าจริงๆ” แลมพาร์ดที่ยืนเงียบๆ อยู่ด้านข้างก็พูดขึ้นมา “แม้ว่าชาวบ้านและทหารในเมืองจะเข้าใจเ้าผิดไป ไม่เป็มิตรกับเ้า แต่อีกไม่นานอเล็กซานเดอร์จะเข้าใจถึงความตั้งใจของเ้า”
เบสท์ได้ยินก็พลันหัวเราะขึ้นมาอย่างยินดีว่า “แฟรงก์ คราวนี้เ้าเดาผิดนะ ไม่ต้องรอหลังจากนี้หรอก ข้าคิดว่าอเล็กซานเดอร์คงเข้าใจถึงความตั้งใจของข้าได้ตั้งนานแล้ว!”
……
ขอบลานกว้าง
เมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงกลางลานกว้างที่อีกฝ่ายสังหารเซมัคทันทีอย่างไม่ลังเล และผู้คนรอบๆ ต่างพากันคุกเข่าลงแทบเท้าของชายคนนั้น องค์หญิงที่นิ่งเงียบมาตลอดก็สูดลมหายใจจากนั้นก็หันหลังเดินจากไป
“พวกเราไปกันเถอะ เื่นี้ก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วกัน สมาชิกคณะทูตทั้งหมดจะต้องไม่เอ่ยถึงเื่นี้!”
นี่เป็คำสั่งครั้งที่สองของวันนี้ของนาง
……
……
เมืองแซมบอร์ดยังคงเฉลิมฉลองงานเลี้ยงกับชัยชนะที่ได้มา แม้ว่าจะเพิ่งจะผ่านเหตุการณ์สังหารหมู่ไป แต่ยังคงดำเนินงานเลี้ยงต่อจนท้องฟ้ามีแสงสว่างเล็กน้อยเริ่มย่ำเข้ารุ่งเช้า ชาวบ้านและเหล่าทหารยังรู้สึกไม่เต็มอิ่ม ในลานกว้างยังเต็มไปด้วยร่องรอยหลังงานเลี้ยงกระจัดกระจายอยู่ทุกที่
สุดท้ายซุนเฟยก็ถูกทหารและชาวบ้านเฮโลมาเทเหล้าให้ดื่มหลายต่อแก้วจนเมามายไม่ได้สติ แองเจล่าและเจ็มม่าจึงช่วยกันประคองเขากลับไปนอนที่ห้องบรรทมอย่างตุปัดตุเป๋ ซุนเฟยผล็อยหลับไปอย่างไม่รู้เื่
แต่บรู๊คผู้มีความรอบคอบไม่กล้าที่จะผ่อนคลายเหมือนกับาาของตัวเอง เนื่องจากซุนเฟยเพิ่งจะสังหารอัศวินและรองหัวหน้าอัศวินของราชอาณาจักรเซนิท เพื่อป้องกันการตอบโต้กลับ เขานำกำลังทหารหลายร้อยคนที่จัดได้ว่าเป็ทหารชั้นหัวกะทิไปจับตาเฝ้าที่คฤหาสน์ที่เป็ที่พักของคณะทูต คอยดูการเคลื่อนไหวของพวกเขา
ภายใต้คำสั่งของบรู๊คที่สั่งให้เฝ้าระวังการปกป้องเมืองและภายในเมืองทุกอย่างเป็ดำเนินอย่างเป็ระเบียบ เพียร์ซและดร็อกบากับคนอื่นๆ ที่แม้ว่าร่างกายจะเหนื่อยล้า แต่ก็ยังตั้งมั่นที่จะอยู่เฝ้ายามบนกำแพงเมืองตอนกลางคืน นอกจากซุนเฟยาาขี้เมาคนนี้แล้ว คนอื่นๆ ต่างกวดขันเฝ้ายามอย่างเข้มงวด และไม่มีทีท่าจะเสพสุขกับชัยชนะจากา
ในที่สุด พระอาทิตย์ก็ลอยขึ้นจากด้านหลังูเาฝั่งทิศตะวันออกส่องสว่างบนพื้นโลก
วันใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว
ในห้องบรรทม ซุนเฟยที่นอนอยู่เริ่มรู้สึกร้อนๆ ที่ตูดก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย
---------------------------
