หิมะโปรยปรายบดบังทัศนวิสัย
เหลือเพียงเงาร่างของเฉายวนิที่ลอยอยู่กลางอากาศ ราวกับดวงดาวที่ส่องประกายอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์ ค่อยๆ โรยตัวลงมาจากฟากฟ้าดุจเกล็ดหิมะ
ในที่สุดเฉายวนิก็มองเห็น...การคงอยู่ของมัน! จากแววตาอันล้ำลึกของลู่เต้า
ไป๋เสียรู้ดีว่าแผนการทำลายผนึกถูกเปิดโปงเสียแล้ว จึงคิดจะอาศัยร่างของลู่เต้าเพื่อสนทนากับเฉายวนิที่ไม่ได้พบกันมานาน
ทว่าในครั้งนี้ จิตใจของลู่เต้ากลับแน่วแน่มั่นคงอย่างยิ่ง ไม่ว่าไป๋เสียจะพยายามเพียงใด ก็มิอาจ่ชิงร่างของเขาไปได้
“นี่เ้า! เ้าคิดอะไรอยู่กันแน่! เ้ารับมือเ้าใบ้เฉาไม่ไหวหรอก! รีบเปลี่ยนให้ข้าขึ้นไปจัดการเดี๋ยวนี้!” ไป๋เสียะโด้วยความร้อนรน
“รับมือไม่ได้ก็รับมือไม่ได้” ลู่เต้ากล่าวอย่างไม่ยี่หระ
“บัดซบ! หรือว่าเ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่...” ไป๋เสียชะงักไปกลางคัน เมื่อตระหนักถึงสิ่งที่ลู่เต้ากำลังจะทำก็เบิกตากว้างแล้วถามว่า “จะ... เ้าอย่าบอกนะว่าจะสละชีวิตเพื่อช่วยเด็กสาวคนนั้น”
ลู่เต้าใช้ความเงียบแทนวาจา
“ไม่ได้!” ไป๋เสียคัดค้าน “พลังแห่งวัฏสงสารมิอาจใช้กับผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องได้!”
เสี่ยวอวี่ไม่ได้เกี่ยวข้อง! ชีวิตผู้คนในจวนสกุลหงก็ด้วยเช่นกัน!
เขากล่าวอย่างแน่วแน่ “ตอนนี้มีเพียงข้าผู้พลังแห่งวัฏสงสารเท่านั้นที่จะช่วยพวกเขาได้!”
เฉายวนิกวาดตามองไปรอบๆ ศพสองร่างนอนอยู่บนพื้น หุ่นเชิดสองตนยืนนิ่งอยู่กับที่ กอปรกับผู้คนในจวนสกุลหงที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยภายในคืนเดียว
ในหัวของเขาราวกับฉายภาพเหตุการณ์ทั้งหมด ไป๋เสียยังคงชั่วร้ายเช่นเดิม สังหารผู้บริสุทธิ์ไปมากมายเพียงใด
ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันท่ามกลางสายลมและหิมะอยู่นาน ในที่สุดกระบี่ิญญาที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดน้ำแข็งก็ถูกชักออกมาจากฝัก พุ่งเข้าหาลู่เต้าอย่างรวดเร็วดุจอสนีบาต
ในขณะที่ปลายกระบี่อันแหลมคมกำลังจะแทงทะลุร่างของลู่เต้า แสงสีขาวก็ปรากฏขึ้นขวางกั้นกระบี่ิญญาเอาไว้
เสียงดัง “ชิ้ง!” ก้องกังวาน ประกายไฟสาดกระจาย
กระบี่อสูรปกป้องผู้เป็นาย ลอยอยู่ข้างกายลู่เต้าเพื่อปัดป้องการโจมตีครั้งต่อไป
เมื่อเห็นกระบี่อสูรที่ไป๋เสียหลอมขึ้นมาเพียงเล่มเดียวในโลกใบนี้ปรากฏขึ้น เฉายวนิก็ยิ่งมั่นใจว่าไป๋เสียอยู่ในร่างของชายผู้นี้อย่างแน่นอน
เพียงแค่คิด เกล็ดหิมะที่โปรยปรายก็กลายเป็พายุหิมะบดบังท้องฟ้าจนมืดมิดในชั่วพริบตา
สายลมอันหนาวเหน็บพัดกระหน่ำร่างกายจนรู้สึกเจ็บแปลบ อุณหภูมิร่างกายลดต่ำลงอย่างเร็วยวด มือและเท้าเริ่มแข็งจนขยับไม่ได้
แย่แล้ว! ไป๋เสียพลันตื่นตระหนก
ในยามคับขันเช่นนี้ ไป๋เสียไม่สนใจผลที่จะตามมาอีกต่อไป ต้องรวบรวมพลังิญญาทั้งหมดเพื่อ่ชิงร่างกายของลู่เต้ามาให้ได้
พายุหิมะยังคงโหมกระหน่ำ ราวกับ้าย้อมโลกทั้งใบให้กลายเป็สีขาว ไอเย็นแผ่ซ่านไปทั่วทุกสารทิศ แม้แต่หายใจก็ยังรู้สึกเจ็บแปลบที่อก แต่ไป๋เสียไม่สนใจสิ่งเหล่านี้เลยสักนิด เขาทุ่มสมาธิทั้งหมดเพื่อค้นหาร่องรอยของเฉายวนิท่ามกลางพายุหิมะ
ไป๋เสียยื่นมือออกไป แล้วตวาดลั่นว่า “ฉิวหมัว”!
แต่พอยกมือขึ้น จิตสังหารอันเย็นเยียบก็พุ่งทะลุพายุหิมะมาจากที่ใดก็มิอาจรู้ ก่อนจะพุ่งเฉียดร่างไป ไป๋เสียััได้ว่าร่างกายซีกขวาเบาหวิว เมื่อหันกลับไปมองก็พบว่าแขนตนถูกจิตสังหารตัดขาดไปแล้ว ส่วนแขนที่ร่วงลงพื้นก็แตกเป็น้ำแข็ง
ยังไม่ทันที่ไป๋เสียจะทันตั้งตัว สายลมแรงก็พัดกระหน่ำเบื้องหน้าอีกครา เมื่อเพ่งสมาธิกลับมาอีกครั้ง เฉายวนิผู้มีแววตาเ็าปรากฏขึ้นตรงหน้าด้วยความเร็วที่ทบทวีกว่าเมื่อคืนนั้น
ดวงตาของลู่เต้าเบิกกว้าง บันทึกการเคลื่อนไหวทุกอย่างของเฉายวนิเอาไว้ แสงกระบี่ิญญาวาบผ่าน เพียงกระบวนท่าเดียวก็ตัดศีรษะของลู่เต้าจนขาดกระเด็น ศีรษะลอยหมุนคว้างอยู่กลางอากาศ ก่อนตกลงบนหิมะหนา
ภาพเบื้องหน้าพร่าเลือนลงเรื่อยๆ ก่อนที่สติจะเลือนหาย ลู่เต้าเห็นร่างไร้ศีรษะของตนเองโงนเงนอยู่กลางสายลมและหิมะ เืสดๆ พุ่งออกมาจากแผลที่ลำคอ ก่อนจะล้มลงจนหิมะฟุ้งกระจาย
เฉายวนิกำกระบี่ิญญาแน่น เดินเข้าไปหาลู่เต้าที่เหลือเพียงศีรษะปักอยู่บนหิมะด้วยจิตสังหารอันเอ่อล้น
“เ้าใบ้เฉานั่น... เ้าหนู... กลับไปแล้วบอกข้าด้วย... รหัสคือ ‘ตัดขาดทางโลก’!”
อะไรนะ
ก่อนที่ลู่เต้าจะเข้าใจ ทุกอย่างก็มืดมิดลง!
*****
ร่างของลู่เต้าสั่นเทาอย่างรุนแรง เขาลืมตาขึ้นอย่างกะทันหัน... เป็เพดานที่ไม่คุ้นเคยอีกแล้ว
ในหัวรู้สึกปั่นป่วนราวกับโจ๊ก เขาฝืนลุกขึ้นนั่งอย่างอ่อนล้า ยกมือขวาขึ้นนวดขมับเพื่อบรรเทาอาการปวด
เอ๊ะ? เขามองดูมือขวาที่สมบูรณ์ดีด้วยความงุนงง ก่อนจะกำมือแน่น ไม่ใช่ว่าถูกตัดขาดไปแล้วหรือ
จากนั้นก็ลูบคอลำคออย่างลนลาน โชคยังดี... หัวของเขายังคงติดอยู่กับบ่า
“เ้าหนู!” เสียงของไป๋เสียดังขึ้นข้างหู “ทำไมเปลวไฟบนโคมิญญาถึงดับลงอีกแล้วเล่า”
ดวงตาของเขาเบิกกว้างอย่างช้าๆ แล้วเอ่ยถามด้วยความใ “หรือว่า... เ้าตายอีกแล้ว”
ลู่เตาหลับตาลงสำรวจทะเลิญญา เปลวไฟบนโคมิญญาดับลงแล้วจริงๆ
“บ้าเอ๊ย... ทำไมข้าถึงจำอะไรไม่ได้เลย...” ลู่เต้าถามด้วยสีหน้าเ็ป “ตอนนี้ข้าย้อนเวลากลับมาตอนไหน แล้ว ข้าอยู่ที่ไหน”
“จวนสกุลหง พวกเรากำลังจะไปหาสตรีนางนั้น”
ลู่เต้าครุ่นคิด ถ้าไปหาหงฮวาก็ควรจะเป็เมื่อคืนนี้
ยามนี้ทุกคนยังไม่โดนเจี่ยเหยียนอันวางยาพิษ
ดีจริงๆ... ลู่เต้าถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาทิ้งตัวลงนอนลงบนเตียง ยื่นมือขึ้นไปอย่างหมดแรง แล้วกำมือแน่นราวกับคว้าจับบางสิ่งเอาไว้
ไม่ว่าจะเป็โอกาสหรือโชคชะตา ในครั้งนี้ข้าจะไม่ปล่อยมันไปเด็ดขาด! เขากล่าวด้วยแววตาแน่วแน่ ข้าจะต้องช่วยเ้าให้ได้! เสี่ยวอวี่!
ทันใดนั้น บนเพดานก็ปรากฏใบหน้าอันเ็าของไป๋เสีย เห็นได้ชัดว่าเขาค่อนข้างใส่ใจเื่ที่ลู่เต้าตายอีกครั้ง พร้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “เกิดอะไรขึ้นในวัฏสงสารที่แล้ว ทำไมเ้าถึงตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งๆ ที่มีข้าคอยช่วยเหลืออยู่???”
เมื่อนึกถึงค่ำคืนที่หิมะโปรยปรายในวันนั้น ลู่เต้าก็รู้สึกละอายใจอย่างมาก เขาพยายามรวบรวมสติ แล้วเล่าวัฏสงสารที่แล้วให้ไป๋เสียฟัง
“เื่มันเป็แบบนี้...” ลู่เต้าเอียงศีรษะเล็กน้อย พลางตั้งใจนึกย้อน “ตอนแรกพวกเราไปที่ห้องของอาฮวา เอ่อ... จากนั้นก็มีหัวขโมย... เอ่อ... จากนั้นก็ไปที่ทะเลสาบัทมิฬ... จากนั้นเสี่ยวอวี่กับเฉายวนิ... เอ่อ... แล้ว... แล้ว... โจวเทียนหยวนเล่นหมากรุก จากนั้นข้าก็ตาย”
“อะไรนะ”
“ข้าบอกว่าหลังจากเล่นหมากรุกเสร็จ ข้าก็ตาย”
“ตายที่ไหน ตอนไหน ใครเป็คนทำ” ไป๋เสียที่ฟังแล้วงุนงงจึงพูดอย่างหัวเสีย “เ้ามันอธิบายไม่ได้เื่จริงๆ!”
ลู่เต้ามีสีหน้าไร้เดียงสา พึมพำด้วยความน้อยใจ “ข้าอธิบายชัดเจนแล้วนี่...”
บ้าเอ๊ย... ไป๋เสียเดินไปเดินมาอย่างกระวนกระวายใจ พยายามทำความเข้าใจข้อมูลความล้มเหลวในครั้งที่แล้วที่ลู่เต้าบอกมา
ขณะที่กำลังเดินไปมา จู่ๆ ไป๋เสียก็หยุดฝีเท้า หันกลับมาถามลู่เต้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เ้าหนู ก่อนที่เ้าจะตาย ข้าเคยพูดอะไรกับเ้าบ้างหรือไม่”
เอ๊ะ? ลู่เต้านึกย้อนดู ครั้งนั้นไป๋เสียพูดบางอย่างกับเขาจริงๆ ด้วย!
“ท่านเหมือนจะให้ข้ากลับมาบอกท่าน รหัสคือ ‘ตัดขาดทางโลก’”
เมื่อไป๋เสียได้ยิน ความกังวลใจก็มลายหายไปในทันที รอยยิ้มค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ไป๋เสียยกมือขึ้นปิดตาพลางหัวเราะเบาๆ “ฮึๆ...”
เสียงหัวเราะดังขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายไป๋เสียก็หัวเราะลั่นออกมา “ฮ่าๆๆๆ! สมกับเป็ ‘ข้า’ จริงๆ!”
ลู่เต้าไม่อาจเข้าใจความหมายของคำว่า ‘ตัดขาดทางโลก’ ได้เลยแม้แต่น้อย เพียงแต่รู้สึกว่าตอนที่ไป๋เสียหัวเราะลั่นนั้น มีท่าทางคล้ายกับโจวเทียนหยวนอยู่ไม่น้อย
“เป็อะไรไปหรือ ไป๋เสีย” ลู่เต้าถามอย่างไม่เข้าใจ
ไป๋เสียหัวเราะหึๆ แสร้งทำเป็มีเลศนัย “เื่ที่เกิดขึ้นในวัฏสงสารที่แล้ว... ข้ารู้ทุกอย่างแล้ว”
ไป๋เสียเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ “เ้าแอบเข้าไปในห้องหงฮวายามวิกาล ถูกคนรับใช้เข้าใจผิดคิดว่าเป็หัวขโมย จากนั้นก็ไปพบกับกู่เสี่ยวอวี่ที่ทะเลสาบัทมิฬที่กำลังถูกผีพรายโจมตี สุดท้ายพวกเ้าก็ได้รับความช่วยเหลือจากเฉายวนิ วันรุ่งขึ้น เ้าเอาชนะชู้รักของฮูหยินหงที่ชื่อเจี่ยเหยียนอัน จากนั้นก็ไปที่ทะเลสาบัทมิฬเพื่อสืบหาความจริง ระหว่างทางได้พบกับโจวเทียนหยวนที่กำลังเล่นหมากรุกกันอยู่ สุดท้ายเมื่อกลับไปถึงจวนสกุลหงก็พบว่าทุกคนในจวนถูกเจี่ยเหยียนอันวางยาพิษจนกลายเป็ศพหุ่นเชิด สุดท้ายก็ถูกเฉายวนิฆ่าตายเพราะเสียงขลุ่ย”
หลังจากที่ไป๋เสียพูดจบก็ฉีกยิ้มแล้วถามว่า “ข้าพูดถูกหรือไม่”
ลู่เต้าถามอย่างงุนงง “นี่มันไม่เหมือนกับที่ข้าเล่าตรงไหน”
ไป๋เสียโกรธจนตวัดมามองลู่เต้าแวบหนึ่ง “เมื่อครู่นี้เ้าไม่พูดถึงเจี่ยเหยียนอันเลยสักคำ! เห็นได้ชัดว่าเขาคือสาเหตุหลักที่ทำให้เ้าตาย!”
ด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ร่างไป๋เสียก็โปร่งแสงขึ้นเล็กน้อย หลังจากพักอยู่ครู่หนึ่งก็ถอนหายใจ “เอาเถอะ ก็ไม่น่าแปลกใจหรอก เ้ามันเป็อัจฉริยะที่เดินเบี้ยขุนตัวแรกตอนเล่นหมากรุกนี่นา”
ลู่เต้าที่ถูกเปิดโปงเื่น่าอายก็หน้าแดงไปถึงใบหู เขานึกในใจว่าเื่นี้เขาปิดบังเป็อย่างดี ไฉนสุดท้ายไป๋เสียถึงรู้ได้เล่า
