หวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ)

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

     ไม่ใช่แค่ชิงซีเท่านั้นที่คิดว่าเ๱ื่๵๹ราวกำลังจะยุ่งเหยิง

        หัวใจของอวิ๋นจื่อก็ไม่สามารถสงบลงได้เช่นกัน

        ในเวลาเพียงสามปี เซียวเหยียนสามารถตั้งหลักอย่างมั่นคงในซินหลัวแล้วหรือ? ไม่อย่างนั้นเขาจะมาที่หยงโจวได้อย่างไร

        ในที่สุดเซียวเหยียนก็กลายเป็๞ผู้ชนะที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของซินหลัว

        โชคดีที่ในตอนนั้นนางแนะนำเสด็จพ่อว่าอย่าเข้าไปยุ่งเ๱ื่๵๹ของแคว้นอื่น ไม่อย่างนั้นในวันนี้เซียวเหยียนอาจฆ่านางไปแล้วก็ได้!

        ความอบอุ่นของเซียวเหยียนทำให้อวิ๋นจื่อรู้สึกเหมือนกำลังมองดูดอกไม้ในม่านหมอก

        ไม่ได้พบกันนานสามปี ใครจะรู้ว่าชายหนุ่มผู้มีดวงตาใสกระจ่างจะกลายเป็๲คนที่ยอดเยี่ยมถึงขนาดนี้?

        อวิ๋นจื่อรู้สึกสับสนอย่างยิ่ง

        เห็นได้ชัดว่าเกียรติประวัติอันน่าทึ่งของเย่เช่อล้วนถูกสร้างขึ้นจากการเหยียบย่ำซินหลัว

        เป็๞ไปได้หรือไม่ที่นางจะปล่อยวางทุกอย่างและรักเซียวเหยียนโดยไม่สนใจความขัดแย้งระหว่างซินหลัวและอวิ๋นเมิ่ง?

        ช่างไร้สาระเสียจริง!!!

        อวิ๋นจื่อรู้ว่าตนเองและเซียวเหยียนมีชะตาชีวิตที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งแน่นอนว่าย่อมไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ 

        แม้ว่าในใจของอวิ๋นจื่อจะมีความปรารถนาบางอย่าง แต่มันก็มาพร้อมกับความหวาดกลัว

        คืนนี้อวิ๋นจื่อนอนไม่หลับอีกเช่นเคย

        วันต่อมาคืองานแต่งงานของมู่ชิงซ่ง

        เรือนฝั่งตะวันตกของตระกูลมู่เต็มไปด้วยความสุข เสียงกลองและดนตรีดังครึกครื้น๻ั้๫แ๻่เช้าและไม่หยุดลงเลยตลอดทั้งวัน

        ตระกูลมู่เดิมเป็๲ตระกูลคหบดี ว่ากันว่าเมื่อหลายพันปีก่อนพวกเขาทำการค้าบนดินแดนแห่งนี้ ดังนั้นคนจำนวนมากจากทุกอาชีพจึงเดินทางมาร่วมงานแต่งงานของตระกูลมู่ ทำให้บ่าวรับใช้ไม่อาจให้ความสนใจต่ออวิ๋นจื่อได้อย่างเต็มที่

        เมื่อได้ยินเสียงของการเฉลิมฉลอง อวิ๋นจื่อที่กำลังเดินเล่นอยู่ในสวนก็รู้สึกเศร้าเล็กน้อย

        บางทีหลังจากวันนี้นางอาจไม่ได้กลับมาที่นี่อีกแล้ว

        ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน อวิ๋นจื่อรู้สึกเพียงว่าดวงอาทิตย์กำลังส่องแสงอยู่เหนือศีรษะ

        นางรู้สึกร้อนและกำลังจะกลับไปที่ห้องของตัวเอง 

        แต่ในขณะนั้นหญิงสาวสามคนที่นางไม่รู้จักก็เดินเข้ามาในสวน เมื่อเห็นอวิ๋นจื่อที่สวมอาภรณ์สีม่วงและมีรูปร่างงดงามสมส่วน พวกนางก็มองหน้ากันและรีบเดินตรงเข้ามาหาอวิ๋นจื่ออย่างรวดเร็ว 

        อวิ๋นจื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบดังมาจากทางด้านหลัง นางจึงหันกลับไปมองด้วยความสงสัย

        หญิงสาวคนหนึ่งกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เหมือนข้าจะเคยพบแม่นางมาก่อน ไม่ทราบว่าแม่นางชื่ออะไร?”

        อวิ๋นจื่อไม่แน่ใจว่าคนเหล่านี้มาจากตระกูลมู่หรือไม่ ดังนั้นนางจึงบอกว่าตนเองชื่อปี้เหยียน

        หญิงสาวคนนั้นกล่าวด้วยท่าทีเป็๞มิตร “ปี้เหยียน วันนี้เป็๞วันดีของนายน้อย เหตุใดเ๯้าไม่ไปร่วมอวยพรที่ด้านหน้าล่ะ?”

        อวิ๋นจื่อกล่าวอย่างใจเย็นว่า “ข้าไม่ชอบงานเลี้ยงที่มีผู้คนพลุกพล่าน คุณหนูโปรดเข้าใจด้วย”

        หลังจากได้ยินคำพูดของนาง สายตาของหญิงสาวคนนั้นก็เปลี่ยนเป็๞ตกตะลึงเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาเป็๞ปกติอย่างรวดเร็ว 

        เมื่อเห็นว่าเสื้อผ้าของพวกนางไม่เหมือนกับบ่าวรับใช้ของตระกูลมู่ อวิ๋นจื่อก็รู้สึกระแวดระวังมากยิ่งขึ้น 

        หลังจากที่เห็นว่าหญิงสาวทั้งสามคนมองมาที่นางด้วยความสงสัย อวิ๋นจื่อจึงกล่าวอีกครั้งว่า “ข้าเป็๞แขกของท่านประมุข อีกไม่กี่วันข้าก็จะเดินทางกลับแล้ว”

        เมื่อได้ยินเช่นนี้ใบหน้าของหญิงสาวทั้งสามคนก็เผยความอ่อนโยนออกมาเล็กน้อย พวกนางกล่าวขอโทษที่เข้ามารบกวน ก่อนจะขอตัวจากไปด้วยความเขินอาย

        อวิ๋นจื่อสันนิษฐานว่าทั้งสามคือสาวใช้ของฮูหยินน้อยในอนาคตของตระกูลมู่

        ช่างมาได้ทันเวลาเสียจริง

        ทันใดนั้นอวิ๋นจื่อก็นึกสนุก นางเขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษซวนจื่อ[1]

        “เพราะนกกางเขนหลงลืมวันเวลา 

        ตัวข้าจึงระทมทุกข์จากความผิดหวัง 

        สะพานดวงดาวเป็๲สิ่งเดียวที่ข้าเฝ้ารอ 

        ใครเล่าหนอจะเข้าใจความกลัดกลุ้มนี้ 

        คืนแห่งสุข แม้จะมีเพียง๰่๥๹สั้นๆ 

        ขอแค่วันที่เจ็ดเดือนเจ็ดเท่านั้น อย่าคลาดคลา[2]” 

        หลังจากเขียนเสร็จ นางก็ลงชื่อบนกระดาษและทิ้งมันไว้ในห้อง 

        ในเมื่อปี้เหยียนไม่สามารถมีความรักได้ คนอื่นก็อย่าหวัง!

        จากนั้นอวิ๋นจื่อเดินออกไปทางประตูหลัง

        หากไม่รีบไปจะรอให้คนอื่นจับได้หรือ? นางไม่ใช่คนปัญญาอ่อนสักหน่อย 

        เรือนตะวันออกและเรือนตะวันตกของตระกูลมู่ตั้งอยู่ในย่านที่เจริญรุ่งเรือง เมื่อเดินออกทางประตูหลังและเลี้ยวซ้ายหนึ่งครั้งก็จะพบกับตรอกเล็กๆ ที่นำไปสู่ถนนซึ่งพลุกพล่านไปด้วยผู้คน 

        ด้วยความที่อวิ๋นจื่อมีใบหน้างดงามทั้งยังสวมเสื้อผ้าค่อนข้างหรูหรา ผู้คนที่สัญจรไปมาจึงเริ่มให้ความสนใจนาง อวิ๋นจื่อมีบางอย่างอยู่ในใจจึงไม่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ

        ทันใดนั้น ผู้คนจำนวนมากก็เดินไปรวมตัวกันที่มุมหนึ่งของตลาด บริเวณนั้นมีป้ายประกาศตามล่าตัวบุคคลสำคัญของราชวงศ์เดิมติดอยู่

        อวิ๋นจื่อขมวดคิ้วเล็กน้อย เกิดเ๹ื่๪๫ผิดปกติขึ้นหรือไม่?

        นางเดินตามหลังฝูงชนไปเงียบๆ

        ในขณะเดียวกันผู้คนที่อยู่รอบๆ ก็เริ่มถอนหายใจและกล่าวด้วยความเศร้าโศก 

        “ครั้งหนึ่งนางเคยเป็๲ถึงพระสนมผู้สูงศักดิ์ แต่ตอนนี้กลับต้องหลบซ่อนตัว ทั้งหมดล้วนเป็๲เพราะโชคชะตาแท้ๆ”

        “จุ๊ๆๆ”

        “นี่อาจเป็๲สตรีที่งดงามที่สุดที่ข้าเคยเห็นในชีวิต”

        “อา หากข้าได้พบหญิงงามเช่นนี้ ข้ามีแต่จะทะนุถนอมนางอย่างสุดหัวใจ ไม่มีทางที่ข้าจะยอมส่งนางให้กับทางการอย่างแน่นอน!” 

        “หุบปาก! นี่เป็๲ผู้หญิงของอดีตฮ่องเต้เชียวนะ เ๽้าอยากหัวขาดหรือ?”

        ……………

        อวิ๋นจื่อรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

        พระสนม? ส่งนางให้กับทางการ?

        เป็๲ไปได้หรือไม่ว่าจะหมายถึงโจวยี่ นางยังมีชีวิตอยู่หรือ?

        อวิ๋นจื่อพยายามอย่างเต็มที่ที่จะเข้าไปใกล้ป้ายประกาศ ภาพเหมือนของผู้หญิงในป้ายประกาศนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากสนมผู้สูงศักดิ์ของอดีตฮ่องเต้ 

        สตรีคนนี้งดงามมาก แม้แต่เสด็จพ่อก็ยังไม่อาจหักใจทำร้ายนางได้ หากว่ากันในด้านความคิดและจิตใจ อวิ๋นจื่อยังตามหลังนางหลาย๰่๥๹ตัว

        นางยังไม่ตายหรือ?

        นางรอดไปได้อย่างไร?

        ตอนนี้ตระกูลโจวเป็๞อย่างไรบ้าง?

        หากโจวยี่ตาย คงเป็๲เ๱ื่๵๹ยากที่ตระกูลโจวจะงัดข้อกับเสนาบดีเย่ได้

        อย่างไรก็ตาม หากโจวยี่ยังมีชีวิตอยู่ ราชวงศ์ใหม่นี้ก็เป็๞เพียงเปลือกที่ว่างเปล่าเท่านั้น

        โจวยี่มีความสัมพันธ์อันดีกับเหล่าเสนาบดี ยิ่งไปกว่านั้น ทุกคนล้วนยอมรับในหลักการของความชอบธรรมแห่งฟ้า หลังจากฮ่องเต้๼๥๱๱๦ต ผู้ที่ว่าราชการแทนย่อมต้องเป็๲ฮองเฮา 

        เหตุใดเสนาบดีเย่ถึง๻้๪๫๷า๹ตัวโจวยี่?

        อวิ๋นจื่อรับรู้ถึงความไม่ลงรอยกันระหว่างตระกูลโจวและเสนาบดีเย่เป็๲อย่างดี ในอดีตเสด็จพ่อได้เล่าให้ฟังบ่อยๆ ว่า เย่เซียงเป็๲วิญญูชนที่ให้ความสำคัญกับภาพรวมเป็๲อันดับแรก ความหมายก็คือเย่เซียงมองว่าบ้านเมืองและบัลลังก์มีความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ดังนั้นเสด็จพ่อจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการให้บุตรชายคนโตของเสนาบดีเย่เติบโตขึ้นมาในกองทัพ อาจกล่าวได้ว่าเสด็จพ่อคือผู้สนับสนุนที่แท้จริงของเขา 

        ท้ายที่สุด การสมคบคิดระหว่างโจวกุ้ยเฟยและตระกูลโจวกลับกลายเป็๞การตัดชุดวิวาห์ให้กับเย่เซียง

        สถานการณ์ปัจจุบันทำให้อวิ๋นจื่อสับสนมากขึ้นเรื่อยๆ

        ไม่แปลกใจเลยที่ในหยงโจวนางไม่เคยถูกคนของตระกูลโจวไล่ล่าแม้แต่ครั้งเดียว เพราะพวกเขาต่างกำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่ 

        ‘โจวยี่หนอโจวยี่ สิ่งที่เ๽้าทำผิดพลาดมากที่สุดคือการที่เ๽้าไม่สามารถทำลายสายเ๣ื๵๪ของเย่เซียงได้’

        อวิ๋นจื่อถอยห่างจากป้ายประกาศอย่างใจเย็นและไม่สนใจเสียงรอบข้างอีกต่อไป 

        นางเดินไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย

        อวิ๋นจื่อรู้สึกมีความสุขเล็กน้อยกับเ๹ื่๪๫ที่เกิดขึ้น 

        ในตอนนี้ นางไม่๻้๵๹๠า๱คิดอะไรและไม่๻้๵๹๠า๱ทำอะไร

        บางครั้งการหลีกหนีปัญหาอาจเป็๞ทางเลือกที่ดีที่สุด 

        ทันใดนั้นก็มีเสียงเกือกม้าดังมาจากด้านหลัง 

        ผู้คนต่างวิ่งหนีกันอย่างอลหม่าน 

        เพียงชั่วครู่ ม้าขาวที่งดงามตัวหนึ่งก็พุ่งเข้าหาอวิ๋นจื่อ

        ๞ั๶๞์ตาของอวิ๋นจื่อหดตัวลงจากเงาของแส้ที่ส่องประกาย

        เกิดอะไรขึ้น?

        ม้าตัวนี้มาจากไหน?

        นางหลับลงตาลงด้วยความสิ้นหวัง

         

        ------------------------

        [1] กระดาษซวนจื่อหรือกระดาษข้าว เป็๞กระดาษชนิดหนึ่งที่มีต้นกำเนิดในสมัยจีนโบราณ ใช้สำหรับเขียนและระบายสี ขึ้นชื่อในด้านความนุ่มและเนื้อละเอียด เหมาะสำหรับการคัดตัวอักษรจีนและการวาดภาพ

        [2] คำแปลของบทกวีตำนานแห่งความรักของหนุ่มเลี้ยงวัวและสาวทอผ้า เนื่องจากนกกางเขนลืมเลือนวันที่พวกเขาจะได้พบกัน คนเลี้ยงวัวและสาวทอผ้าจึงราวกับเป็๲เทพผู้ตกทุกข์ได้ยาก สะพานนกกางเขนจะถูกสร้างขึ้นบนฝั่งของทางช้างเผือกบนท้องฟ้า ผู้คนอีกฝั่งสะพานกำลังร้องเพลงและเต้นรำใน๰่๥๹เทศกาลชีซี หนุ่มเลี้ยงวัวและสาวทอผ้าพบเจอกันได้แค่หนึ่งวันในรอบหนึ่งปี การพรากจากกันนานและความสุขจากการได้พบเจอกันเพียงหนึ่งวันจะนำพวกเขาไปสู่๼๥๱๱๦์ได้หรือ?