มื้ออาหารสิ้นสุดลง ท่านเ้าตระกูลเรกูลัส อาเชนวาลด์เป็คนแรกที่ลุกจากโต๊ะอาหาร เขาเดินออกจากห้องอาหารไปก่อน ทิ้งให้สมาชิกในตระกูลลุกขึ้นตาม แม้ในห้องจะเต็มไปด้วยคน แต่ก็กลับมีความเงียบกดดันแผ่ซ่านไปทั่ว ทุกคนเดินออกไปโดยไม่พูดคุยกัน หลีกเลี่ยงการสบตากันจนกระทั่งเสียงฝีเท้าหยุดดัง
เลออนหันมองไปที่เอเลน่าด้วยแววตาแค้น เคืองใจ แต่เด็กสาวเพียงแค่ยิ้มให้เขาและเดินจากไปพร้อมนีน่า ไม่มีท่าทางกังวลหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอก้าวเดินอย่างสงบ ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่แอบจับจ้องจากที่ต่างๆ
เมื่อท่านเ้าตระกูลเรกูลัสเดินถึงห้องทำงานแล้ว เขาลงนั่งที่โต๊ะทำงานและหยิบเอกสารมาพิจารณาโดยไม่กล่าวคำใด ๆ เขามองไปรอบๆ ห้อง ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังวิเคราะห์อะไรบางอย่าง ก่อนจะเบือนสายตาไปที่หน้าต่างในห้องอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย
ไม่นานพ่อบ้านเฮนริค เดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยท่าทางสงบ เสียงของเขาแตกต่างจากคนอื่น ๆ ราวกับสะท้อนถึงความนอบน้อมและประสบการณ์ชีวิต
“ท่านเ้าตระกูลครับ มีอะไรให้กระผมช่วยเหลือหรือไม่ครับ?” เฮนริคเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและเคารพ
เ้าตระกูลเรกูลัสหันมองไปที่พ่อบ้าน ก่อนจะยกมือขึ้นเล็กน้อย ให้สัญญาณให้เขาเข้ามาใกล้ จากนั้นก็เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคิด
“เ้าหนูนั่น วันนีี้ทำให้ฉันประหลาดใจ” เ้าตระกูลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความสงสัย เขาหยุดชั่วขณะก่อนจะระบายลมหายใจออกมา
พ่อบ้านเฮนริคเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะถามอย่างนุ่มนวล “ขอถามได้ไหมครับ บุคคลที่ท่านหมายถึง?”
เ้าตระกูลเรกูลัสเริ่มอธิบายไปอย่างระมัดระวัง “ปกติแล้ว เธอมักจะเงียบขรึม ดูกลัวและไม่มั่นใจตลอดเวลา แต่วันนี้กลับแสดงท่าทางมั่นใจเกินกว่าที่เคยเห็น พูดจาฉะฉานเหมือนกับว่าเธอรู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้น”
เฮนริคขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ยังคงทำตัวให้สงบ รู้ทันทีว่าบุคคลที่อยู่ตรงหน้าของเขาหมายถึงใคร“หากท่านเ้าตระกูลรู้สึกเช่นนั้น ข้าจะจับตาดูเธออย่างใกล้ชิดครับ”
เ้าตระกูลพยักหน้าช้าๆ “จับตาดูเธอไปอีกระยะหนึ่ง”
พ่อบ้านเฮนริคยิ้มเล็กน้อยและก้มศีรษะ “ขอรับ ท่านเ้าตระกูล กระผมจะดำเนินการตามคำสั่งทุกประการ และจะรายงานทุกสิ่งให้ท่านทราบโดยเร็วที่สุด”
เ้าตระกูลเรกูลัสพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะกลับไปพิจารณางานที่เหลืออยู่บนโต๊ะ เขาเงียบไปสักพัก ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างในใจ ก่อนจะยิ้มให้กับความท้าทายที่กำลังรออยู่ข้างหน้า
เอเลน่าเดินออกจากห้องอาหารไปอย่างสงบและมั่นใจ แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความรู้สึกท้าทาย แต่ภายนอกกลับแสดงออกเพียงแค่รอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากเท่านั้น หญิงสาวเดินไปยังสวนที่เงียบสงบ ซึ่งเป็สวนของสมาชิกตระกูลสายหลักที่ให้ใช้กันเท่านั้น เป็สถานที่ที่คนในตระกูลสามารถมาเดินเล่น พักผ่อน หรือดื่มน้ำชาเพื่อผ่อนคลายจากความตึงเครียดภายในบ้าน
สวนที่ชื่อว่า "สวนอาเชนวาลด์" เป็สวนที่ออกแบบมาอย่างหรูหราและละเอียดลออ ทุกๆมุมของมันเต็มไปด้วยดอกไม้สีสันสดใส น้ำพุขนาดใหญ่ที่ปล่อยน้ำใสสะอาดไหลอย่างสม่ำเสมอ สะท้อนแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบบนผิวน้ำ สวนนี้มีศาลาพักผ่อนที่หรูหราและสงบ ทุกอย่างในที่นี้ทำให้ผู้ที่มาสามารถผ่อนคลายจากความวุ่นวายภายนอกได้
นีน่าเดินตามหลังเอเลน่าไปด้วยความกังวลใจ แม้ว่าจะไม่เคยเห็นเอเลน่าแสดงท่าทางเช่นนี้มาก่อน แต่เธอก็ยังคงทำหน้าที่เป็คนรับใช้ได้อย่างดีที่สุด “คุณหนูคะ... สวนนี้...คะ..คุณหนูไม่เคยเข้ามานะคะ” นีน่าพูดเสียงตะกุกตะกัก พยายามหลีกเลี่ยงการพูดถึงสิ่งที่อยู่ในใจ
เอเลน่าหันมองนีน่าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ “ก็แค่วันนี้ อยากลองไปที่ที่สงบสักหน่อย” เอ่ยเสียงเรียบและมั่นใจ
ในเมื่อเอเลน่าสั่งให้ไปเอาน้ำชากับขนมมา นีน่าก็เดินไปห้องครัวเพื่อจัดเตรียมของตามคำสั่ง แต่ทว่าเมื่อไปถึงห้องครัว เธอกลับพบกับสามคนรับใช้ที่ยืนอยู่ตรงนั้น
“เดี๋ยวนี้รับใช้คุณหนูเต็มตัวแล้วหรอ?” เสียงพูดเหยียดหยามจาก อเดล หญิงสาวคนแรกที่มีรูปร่างสูงสง่า ผมยาวดำสนิทและหน้าตาเฉยเมย อเดลมองนีน่าด้วยท่าทีที่แสดงออกถึงความไม่พอใจ
แอนนา หญิงสาวอีกคนที่ยืนข้างอเดลยิ้มอย่างเหยียดๆ และกล่าวเสริม “ไม่ใช่แค่รับใช้เต็มตัวนะ ตอนนี้ยังต้องมาจัดน้ำชาให้คุณหนูในสวนแบบนี้อีกเหรอ? แล้วยังให้เข้าไปหน่ะนะ?” รอยยิ้มบนใบหน้าของแอนนาเต็มไปด้วยการดูิ่
ส่วน เฮเลน หญิงสาวอายุน้อยกว่าที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอแค่ยืนขยับปากไปมาโดยไม่พูดอะไรมากนัก แต่ท่าทางของเธอก็แสดงออกถึงการสนับสนุนคำพูดของเพื่อนร่วมงาน
นีน่ามองพวกเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเ็ป แต่ก็พยายามไม่ตอบโต้เสียงหยามหยันของพวกเธอ “ไม่ต้องมายุ่ง” นีน่าพูดแล้วก็เริ่มจัดการเตรียมขนมและน้ำชาไปที่สวนตามคำสั่ง
แต่ในขณะที่นีน่ากำลังเตรียมทุกอย่างอยู่นั้น คนรับใช้สามคนก็ไม่ยอมปล่อยให้เธอทำงานอย่างสงบ พวกเขาเริ่มขัดขวางไม่ให้เธอเลือกขนมสักชิ้น สถานการณ์ในห้องครัวเริ่มตึงเครียดขึ้น
“ทำไมฉันจะต้องให้ขนมกับยัยคุณหนูนั้นด้วยล่ะ?” อเดลพูดเสียงกระแทก กระตุ้นให้แอนนาและเฮเลนหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
นีน่าพยายามสงบสติอารมณ์ แต่การที่ต้องรับมือกับความไม่ยุติธรรมเช่นนี้ ทำให้เธอเริ่มรู้สึกเครียด และสุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ให้กับการกระทำของคนเ่าั้ แม้จะถูกตบหน้าเล็กน้อยจากอเดล
น้ำชาที่นีน่าเตรียมพร้อมนำไปให้เอเลน่า เกือบจะหกลงจากถาดเพราะมือที่สั่นเทา แต่สุดท้ายเธอก็พยายามจัดการทุกอย่างให้เสร็จสมบูรณ์
เมื่อมาถึงสวน เอเลน่ามองนีน่าด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสบายใจ เธอสังเกตเห็นหน้าของนีน่าที่ไม่เรียบร้อยและมีรอยแดงบนใบหน้า เอเลน่าเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ดวงตาสีแดงของเธอเข้มขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงต่ำและนิ่ง “พวกนั้นชื่ออะไรบ้าง?”
นีน่ามองหน้าคุณหนูด้วยความใเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าลงและตอบเสียงเบา “อเดล...แอนนา...เฮเลนค่ะ”
เอเลน่าพยักหน้าเล็กน้อย ความคิดบางอย่างเริ่มปรากฏในใจของเธอ เธอรู้ดีว่าการถูกดูถูกในฐานะ "เด็กที่ไม่มีพ่อมีแม่ มีแม่เป็สามัญชน และยังไม่ได้รับการสนใจเท่าไหร่นัก" คงจะไม่ใช่เื่ง่าย แต่เธอก็ไม่มีเวลามานั่งฟังความดูิ่เ่าั้
"ไปเรียก 3 คนนั้นมา"
นีน่ามองเด็กตรงหน้าอย่างใ เมื่อเห็นสายตาที่เด็ดขาดจ้องมองกลับมา เธอก้มหน้ารับและรีบเดินกึ่งวิ่งกลับไปทิศทางที่ไปยังห้องครัวทันที
"เธอรอดตัวไปได้อีกหนึ่งวันนะนีน่า เพราะมีเหยื่อตัวเล็กมาให้ฉันจัดการซะก่อน"
