พลังชีวิตไหลเวียนอยู่ภายในถ้ำิญญา ทั้งยังแฝงไปด้วยพลังต้นกำเนิด พลังจำนวนมากไหลแล่นเข้าไปในร่างของพวกเขาทั้งสอง
พลังการดูดซับของเต้าหลิงนั้นน่ากลัวเป็อย่างมาก ไม่รู้ว่ามีพลังฟ้าดินบริสุทธิ์เท่าไรที่ถูกเขาดูดซับไป พลังบริสุทธิ์นั้นไหลรวมอัดแน่นอยู่ภายในร่างกาย ทำให้พลังภายในร่างขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
กระดูกแต่ละชิ้นแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ แสงสีเงินลอยระบำอยู่กลางอากาศ ดูแล้วคล้ายกับหินหยกสีเงิน ทว่าความบริสุทธิ์ของมันนั้นยังไม่มากพอ
วิชาสามทิศกายทองคำทิศที่สอง เมื่อฝึกฝนสำเร็จ กระดูกก็จะกลายเป็กระดูกหยกสีเงิน ซึ่งความแข็งแกร่งของกระดูกชนิดนี้ล้ำเลิศหาที่ใดเปรียบจนถึงขั้นสามารถปะทะกับอาวุธล้ำค่าได้
อาวุธล้ำค่าสำหรับคนที่อยู่ในขั้นสถิติญญา มีหลายคนที่ไม่มีของประเภทนี้ ทว่าถ้าเต้าหลิงฝึกฝนทิศที่สองสำเร็จ ก็จะสามารถปะทะกับอาวุธล้ำค่าได้ พอที่จะจินตนาการได้ว่า ความแข็งแกร่งของมันนั้นน่าเกรงขามขนาดไหน
หินนภาเงินเป็แร่หินซึ่งพบเจอได้น้อย โดยทิศที่สองนั้นจะต้องใช้พลังงานชนิดนี้ในการกลั่นหลอมกระดูก ก็เหมือนกับการหลอมอาวุธชิ้นหนึ่ง
เพียงแต่หินนภาเงินที่เขามียังไม่เพียงพอ เต้าหลิงลองคิดดูแล้ว อย่างน้อยๆ ก็จะต้องใช้สักราวๆ สิบชั่งถึงจะฝึกทิศที่สองได้สำเร็จ
วันเวลาผ่านพ้นไปนับสิบวัน เต้าหลิงค่อนข้างรู้สึกผิดหวัง พลังศักยภาพของเขาไม่ได้เพิ่มขึ้นมากเท่าที่คิดเอาไว้
ความแข็งแกร่งระดับนี้หากเทียบกับพลังต้นกำเนิดดารานั้น ถือว่าอ่อนแอเป็รอง แต่เขาเองก็พอที่จะเข้าใจได้ เพราะพลังต้นกำเนิดนี้กับพลังต้นกำเนิดดารานั้นยังห่างชั้นกันหลายขุม
เต้าหลิงคิดว่า ถ้าหากเขาอยากเปิดพลังศักยภาพในร่างกายให้ได้มากกว่านี้ จำต้องหาพลังต้นกำเนิดที่เข้มข้นอีกเท่าตัว อีกทั้งจะต้องแข็งแกร่งกว่าพลังต้นกำเนิดดารา อย่างเช่น พลังต้นกำเนิดห้าธาตุ พลังต้นกำเนิดเต๋า พลังต้นกำเนิดก่อนฟ้าหรืออื่นๆ
อย่างไรก็ตามของเ่าั้หาได้ยากยิ่ง บนูเา์โบราณยังต้องใช้วิชามหาอำนาจเพื่อทำการแลกเปลี่ยน เห็นได้ชัดว่ามูลค่าของมันนั้นสูงลิ่วขนาดไหน
ในขั้นนี้ ไม่รู้ว่ามีอัจฉริยะกี่คนที่จะทำได้
“ความเร็วในการฝึกฝนช้าเกินไป ถ้าเป็แบบนี้ ออกไปตามหาของล้ำค่า น่าจะเร็วกว่า ถึงแม้ว่าภายในถ้ำิญญาจะมีพลังงานมาก แต่ถ้าในขั้นสถิติญญาคงจะต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะทะลวงขั้นพลังย่อย อีกทั้งพลังภายในของข้าแข็งแกร่งมากเช่นนี้ คงจะต้องใช้เวลาเยอะกว่านี้อีกแน่”
เต้าหลิงลืมตาขึ้นพลางกล่าวพึมพำ เขารู้สึกความเร็วในการฝึกฝนของเขานั้นช้าเกินไป จึงอยากจะออกไปหาของล้ำค่าเพื่อทำให้ความเร็วในการฝึกฝนนั้นก้าวหน้ามากขึ้น
ถ้าใช้หินต้นกำเนิด ความเร็วในการฝึกฝนก็จะเพิ่มขึ้น ทว่าของสิ่งนี้เขามีอยู่แค่ชิ้นเดียว ซึ่งเขาตั้งใจว่าจะใช้มันในยามทะลวงขั้นพลัง
ขณะที่เขากำลังจะปลุกหลินซือซือ ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงสนั่นหวั่นไหวดังขึ้น ใบหน้าของเขาเปลี่ยนสีเล็กน้อย ก่อนเหินกระโจนขึ้นไปบนูเา สายตามองทอดไปยังที่ไกลออกไป
บริเวณดังกล่าวเหมือนกับเกิดแผ่นดินไหว ผืนดินยุบหุบเขาสั่นะเื ละอองเลือนรางเข้าปกคลุมรอบทิศ คลื่นพลังรุนแรงแต่ละเส้นพุ่งออกมาทำให้ผู้คนหวั่นกลัว แรงพลังของมันโคจรม้วนตัวออก ทำใหู้เาลูกเล็กหลายลูกถูกยกลอยพลางหมุนวนอยู่กลางอากาศ
ฟ้าดินเกิดความวุ่นวาย ไม่รู้ว่ามีผู้เคราะห์ร้ายกี่คนที่ต้องนอนแบ็บร้องโอดโอย พวกเขาถูกคลื่นพลังนั้นโจมตีเข้าใส่ มีหลายคนถูกฆ่าตาย ทั้งยังมีคนที่ถูกูเากดทับ
ลมพายุนี้รุนแรงเป็อย่างมาก ในขณะที่มันเคลื่อนตัวหายไป ก็มีพลังเก่าแก่ลอยคละคลุ้งออกมา
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเสียงดังขนาดนี้?” หลินซือซือเองก็ะโขึ้นมาเช่นเดียวกัน ผมยาวของนางปลิวสยายตามลม ดวงตากลมโตมีประกายแสงธาตุวิญาณ นางจ้องมองออกไปและพูดด้วยความประหลาดใจว่า “คงไม่ใช่ว่าถ้ำของจอมยุทธ์โบราณได้ปรากฏขึ้นแล้วหรอกนะ”
ภายในโถงวิหารดารา มีมรดกสืบทอดอยู่เป็จำนวนมาก มีบางครั้งและบางคนเปิดเจอถ้ำของจอมยุทธ์โบราณ และได้ของล้ำค่าหายากที่นั่น
แน่นอนว่า ั้แ่โบราณมาจนถึงตอนนี้ มรดกสืบทอดในโถงวิหารดาราส่วนมากก็ถูกเอาไปจวนจะหมดแล้ว มีเหลือทิ้งไว้อยู่น้อยมาก ทว่าสิ่งที่ทิ้งเอาไว้ต่างก็เป็ของดี ทำให้ทุกครั้งที่โถงวิหารดาราเปิดออกจึงดึงดูดอัจฉริยะจำนวนมากเข้ามาในที่แห่งนี้
“ดูตามสภาพการณ์ น่าจะเป็ถ้ำของจอมยุทธ์โบราณ พวกเรารีบไปดูกันเถอะ” เต้าหลิงชักชวนด้วยความปีติ ระยะห่างระหว่างที่นั่นกับตำแหน่งของพวกเขาไม่ได้ไกลกันมาก ซึ่งพวกเขาสามารถไปได้
“ไปเร็ว ไปเร็ว ไปหาถ้ำของจอมยุทธ์โบราณกัน” ดวงตาของหลินซือซือวาดโค้งด้วยอาการเริงร่า รอยยิ้มของนางงดงามมีเสน่ห์จนหลายคนที่พบเห็นคงไม่อยากละสายตา
พวกเขาทั้งสองคนก็พุ่งทะยานออกไปข้างหน้าอย่างคล่องแคล่วว่องไว
ในเวลาเดียวกัน ถ้ำิญญาแต่ละถ้ำซึ่งอยู่ใต้ดินก็ได้เปิดออก ยามนั้นแสงสว่างปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า ไม่รู้ว่ามีคนที่ปิดขั้นพลังอยู่กี่คนได้ตื่นขึ้นมาด้วยความใ ก่อนจะทะยานออกไปตรงสถานที่นั้น
ยิ่งพวกเขาเข้าไปใกล้สถานที่ดังกล่าวมากเท่าไร พลังเก่าแก่ก็หนักหน่วงขึ้น ทั้งยังแฝงไปด้วยคลื่นพลังเร้นลับเหมือนกับพลังงานต้นกำเนิดฟ้าดิน มันไหลเวียนอยู่กลางอากาศ
เต้าหลิงดูดซับพลังต้นกำเนิดที่อยู่ระหว่างฟ้าดิน ร่างกายของเขาพลันรู้สึกสดชื่นขึ้นมา เขาจึงยิ้มแล้วกล่าวว่า “เป็พลังต้นกำเนิดที่แข็งแกร่งมาก ถ้ำนี้จะต้องเป็ถ้ำที่อยู่มาั้แ่สมัยโบราณกาล น่าจะเป็ถ้ำของจอมยุทธ์ผู้เพียบพร้อมไร้ที่ติ“
“น่าจะเป็ถ้ำของจอมยุทธ์ที่ถูกผนึกเอาไว้ พลังต้นกำเนิดภายในนั้นจะต้องเข้มข้นมากแน่” หลินซือซือกระชับหมัดแน่นพลางกล่าวออกมา “ถ้ำิญญาโบราณไม่ใช่ถ้ำิญญาธรรมดาๆ จะทัดเทียมได้ ถ้าหาเจอละก็โชคดีสุดๆ”
หลินซือซือกำหมัด นางเอ่ยด้วยความตื่นเต้น ชายกระโปรงของนางปลิวไสวไปตามแรงลมดูแล้วเหมือนกับภูตตัวน้อย
“หวังว่าจะหาพบ” เต้าหลิงพยักหน้า เขาเพิ่มความเร็ว ขณะเดียวกันเขาก็จับแขนของหลินซือซือเอาไว้พลางพุ่งทะยานออกไปอย่างเร่งรีบ นี่เป็โอกาส คนที่ได้เข้าไปก่อนย่อมได้รับผลประโยชน์มหาศาล
เบื้องหน้ามีูเาขนาดใหญ่อยู่ลูกหนึ่ง ดอกไม้ใบหญ้าผลิบานสมบูรณ์ ทั้งยังแฝงไปด้วยพลังิญญาเข้มข้น ูเาลูกนี้สูงใหญ่มหึมา ซึ่งพลังต้นกำเนิดนั้นถูกปลดปล่อยออกมาจากูเาลูกนี้
ที่ตีนเขามีผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามากันคับคั่ง พวกเขาจับจ้องสายตาไปข้างหน้า ตรงนั้นมีประตูแสงอยู่ประตูหนึ่ง บนบานประตูมีอักขระอยู่ แสงหมอก์ถูกปลดปล่อยออกมาจากข้างใน พลังต้นกำเนิดแผ่ซ่านเข้มข้นมากจนถึงขีดสุด
หัวใจของกลุ่มคนพลันไหวระริก มีหลายคนที่นั่งขัดสมาธิลงพลางดูดซับพลังต้นกำเนิดเ่าั้ พลังของพวกเขาค่อยๆ พวยพุ่งสูงขึ้น ถ้าได้ฝึกฝนเช่นนี้หนึ่งชั่วยามก็เท่ากับฝึกฝนในโลกภายนอกหนึ่งถึงสองวัน
“ประตูนี้ถูกปิดผนึกเอาไว้ ถ้าไม่ใช่เพราะมีใครไปโดนผนึกนั้นเข้า ถ้ำของจอมยุทธ์โบราณนี้ก็คงจะไม่ปรากฏขึ้นมาง่ายๆ” มีคนส่งเสียงพูดคุยสนทนา
“ใช่ ผนึกอักขระนี้จะต้องเป็อักขระที่จอมยุทธ์โบราณทำเอาไว้แน่ๆ เวลาล่วงเลยผ่านมานานขนาดนี้แล้วยังคงสภาพพลังอานุภาพที่แข็งแกร่งเช่นนี้ไว้ได้ เห็นได้ชัดเลยว่าคนที่ทำมันขึ้นมานั้นน่ากลัวมากแค่ไหน”
ประโยคที่กล่าวออกมานั้นทำให้กลุ่มคนใจสั่น ต้องเป็จอมยุทธ์ที่มีพลังร้ายกาจเท่าใด ถึงได้สร้างผนึกซึ่งคงอยู่มานานหลายร้อยปี เขาคงเป็ยอดมหายุทธ์ และภายในนั้นจะต้องมีสมบัติล้ำค่าซ่อนเอาไว้แน่
ในตอนที่เต้าหลิงและหลินซือซือมาถึงที่นี่ รอบๆ ก็เต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากกำลังพูดคุยออกความเห็นว่าจะทำอย่างไรถึงจะเปิดผนึกนี้ได้แล้วเข้าไปหาของล้ำค่าที่อยู่ข้างใน
“ทำอย่างไรดี” หลินซือซือกะพริบดวงตากลมโตปริบๆ นางกระชับฝ่ามือเข้าหากันแล้วพูดเสียงเบาว่า “ผนึกนี้จะต้องแข็งแกร่งมาก ยากที่คนธรรมดาจะเปิดมัน”
“รอดูไปก่อน ข้าว่าจะต้องมียอดฝีมือจากเขตกลางมาทำลายผนึกนี้แน่นอน” สายตาของเต้าหลิงจับจ้องไปยังผนึกอักขระ ผนึกนี้มีพลังอานุภาพหลงเหลืออยู่ เขานึกรู้ว่าตนเองคงไม่สามารถเปิดมันได้
“ซือซือ เ้าก็มาที่นี่ด้วยอย่างนั้นหรือ”
มีเสียงประหลาดใจดังขึ้นมาพร้อมกับเด็กสาวสวมชุดสีแดง รูปร่างของนางสูงยาว ดวงตาเรียวคม มากเสน่ห์ชวนน่าหลงใหล รวมกับชุดร้อนแรงของนางแล้วทำให้ดึงดูดสายตาของผู้คนอยู่ไม่น้อย
หลินซือซือหันไปทางต้นเสียงด้วยความสงสัย เมื่อเห็นเด็กสาวสวมชุดสีแดง นางก็ยิ้มออกมา “เจียงชุนเย่ เ้าก็มาเช่นกันหรือ”
“บังเอิญจริงๆ คิดไม่ถึงว่าจะเจอเ้าที่นี่ พวกเราไม่ได้เจอกันมาจะครึ่งปีได้แล้วกระมัง” เจียงชุนเย่ยิ้ม พวกนางสองคนเข้ามาที่สำนักซิงเฉินพร้อมกัน ก็นับว่าเป็คนที่รู้จักกันมานาน
“ส่วนคนนี้คือ?” เมื่อกล่าวจบ ดวงตาคมของนางก็มองไปที่เต้าหลิงแวบหนึ่ง
“อ้อ เขาเองก็เป็ศิษย์ของสำนักซิงเฉินเหมือนกัน” หลินซือซือยิ้ม ส่วนเต้าหลิงเองก็พยักหน้า
“อย่างนี้นี่เอง ข้าก็คิดว่าเป็อัจฉริยะของตระกูลไหนเสียอีก” เจียงชุนเย่ยิ้มน้อยๆ นางไม่ได้สนใจอะไรเขา แต่พูดต่อว่า “ซือซือ เ้าไปด้วยกันกับพวกเราสิ อาจารย์สำนักซิงเฉินของพวกเรา ตระกูลเจียงก็มาด้วยกันกับข้า ถึงตอนนั้น จะได้ช่วยปกป้องเ้าได้ด้วย”
อีกฝ่ายที่กล่าวออกมาเช่นนั้น ทำให้หลินซือซือขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางกล่าวว่า“ “ไม่เป็ไรหรอก ข้าไปกับพวกเ้าก็มีแต่จะถ่วงแข้งถ่วงขาพวกเ้าเสียเปล่าๆ”
“ซือซือ โลกของการฝึกยุทธ์นั้นอันตรายเป็อย่างมาก ไม่เหมือนกับในสำนักซิงเฉินที่มีศิษย์พี่คอยปกป้องเ้า ข้าว่าเ้าฟังข้าน่าจะดีกว่า”
เจียงชุนเย่โบกมือ นางไม่ปล่อยโอกาสให้หลินซือซือได้ปฏิเสธ ภายในกลุ่มคนมีคนสองคนเดินออกมาสมทบ ชายหนุ่มผู้นำนั้นน่ากลัวมาก พลังของเขาแข็งแกร่งดุจขุนเขา ในขณะที่ก้าวเดินก็มีสง่าราศีของยอดฝีมือ เส้นพลังแผ่ซ่านเป็ระลอกๆ ทำให้ผู้คนโดยรอบต้องยำเกรง
“เห็นหรือยัง นี่ก็คืออาจารย์ของสำนักซิงเฉิน ทั้งยังเป็พี่ชายของข้า เจียงเฉินไห่” เจียงชุนเย่แนะนำอย่างภาคภูมิใจ “พี่ของข้าเป็ยอดฝีมือที่อยู่ในขั้นกำเนิดพลัง ถ้ามีเขาอยู่ ไม่ว่าใครก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้”
ภายในใจของเต้าหลิงพลันสั่นสะท้าน สายตามองไปที่เจียงเฉินไห่ เขาััได้ถึงความร้ายกาจของคนคนนี้ อีกฝ่ายเป็ยอดฝีมือขั้นกำเนิดพลัง และนั่นไม่ใช่สิ่งที่ขั้นสถิติญญาจะสามารถทัดเทียมได้
ลำพังแค่พลังการต่อสู้ ยอดฝีมือในขั้นกำเนิดพลังหนึ่งคนก็สามารถกำราบจอมยุทธ์ขั้นสถิติญญาสูงสุดได้สิบคนในครั้งเดียว มิหนำซ้ำยังสามารถทำได้อย่างสบายๆ
อีกทั้งวิชามหาอำนาจของยอดฝีมือในขั้นพลังนี้ยังน่ากลัวมากถึงขีดสุด พูดได้ว่าความสำเร็จของเจียงเฉินไห่ในตอนนี้นั้น สูงยิ่งกว่าผู้ชราหลายต่อหลายคนเสียอีก
