แสงสีทองสุดท้ายของวันทาบทับผ่านหน้าต่างหอสมุดลงบนกองตำราหนาเตอะ เอเลน่ายังคงนั่งนิ่ง ดวงตาคมกริบกวาดอ่านบรรทัดสุดท้ายของ 4ตระกูลดยุก กับบันทึกภาษีราชสำนักอย่างมีสมาธิ สำหรับคนอื่นมันอาจจะเป็ตัวเลขที่น่าเบื่อ แต่สำหรับเธอ มันคือ "แผนผังอำนาจ" ที่บอกว่าใครถือเงิน และใครที่กำลังถังแตก
แกรก...
เสียงฝีเท้าที่มั่นคงของเซเรน่าดังขึ้นใกล้ตัว เอเลน่าปิดหนังสือลงช้าๆ พลางเงยหน้าขึ้นสบตาอาสะใภ้ที่เพิ่งกลับมาจากห้องทำงานของดยุกเรกูลัส
"ดูเหมือนเธอจะจมอยู่กับมันจนลืมเวลา" เซเรน่าเอ่ยเสียงเรียบ แต่คราวนี้แววตาของเธอไม่มีร่องรอยของการดูถูกเหลืออยู่เลย
"วันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะ นำหนังสือเล่มนี้กลับไปอ่านที่ห้องได้นะ แต่อย่าให้ใครเห็น... โดยเฉพาะพวกที่จ้องจะจับผิดเธอ"
เอเลน่ารับหนังสือเล่มหนามากอดไว้ "ขอบคุณค่ะท่านเซเรน่า"
"พรุ่งนี้เช้า หลังจากทานอาหารเสร็จ ให้ไปพบฉันที่ตึกใหญ่นะคะ" เซเรน่าสั่งการพลางหมุนตัวเดินนำออกไป
"ฉันจัดเตรียมห้องเรียนไว้ที่นั่นค่ะ แม้มันจะเป็ 1ในห้องที่พวกเด็กๆในตระกูลใช้เรียนกับครูจากข้างนอก แต่สำหรับเธอ... ฉันจะลงมือสอนด้วยตัวเองเพียงลำพัง"
เอเลน่ามองตามแผ่นหลังของเซเรน่าที่เดินลับหายไปในความสลัวของหอสมุด ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้ อเดล ที่ยืนรออยู่ไกลๆ ด้วยท่าทางกระสับกระส่าย
"อเดล ถือหนังสือพวกนี้ตามหนูมาหน่อยนะคะ"
"คะ... ค่ะคุณหนู!" อเดลรีบก้าวเข้ามาประคองหนังสือเล่มหนาไปถือไว้ด้วยความระมัดระวังที่ดู 'เกินจริง' ไปนิด แววตาของนางที่ลอบมองปกหนังสือเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่นางก็ไม่กล้าพอที่จะเปิดมันออกดูต่อหน้าเอเลน่า
ณ ห้องของเอเลน่า
อเดลช่วยสวมชุดนอนผ้าไหมสีขาวสะอาดตาให้เอเลน่าอย่างเบามือ ท่าทางของนางดูนอบน้อมผิดปกติ แต่แววตาที่จ้องมองมายังเด็กหญิงวัยแปดขวบนั้นกลับเต็มไปด้วยความสมเพชที่ซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มประจบ
"คุณหนูของอเดลเนี่ย... โชคดีจริงๆ เลยนะเ้าคะ" อเดลพูดพลางบรรจงสางผมให้เอเลน่า
"อยู่ดีๆ ท่านอาเซเรน่าก็เรียกไปสอนหนังสือ ทั้งที่เมื่อก่อนคุณหนูแทบจะอ่านเขียนไม่ได้ด้วยซ้ำ" เอเลน่าแกล้งทำตาใสซื่อ พลางขยี้ตาเหมือนเด็กที่ง่วงเต็มที
"นั่นสิคะอเดล... หนูเองก็ยังงงเลย ท่านอาให้อ่านตัวเลขเยอะแยะไปหมด ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว"
"โถ... น่าสงสารจังเลยค่ะ แล้วในหนังสือเล่มหนาๆ นั่น มีอะไรน่าสนใจไหมคะ? เผื่ออเดลจะช่วยคุณหนูจัดลำดับการอ่านได้"
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะ หนูอยากทำมันด้วยตัวเอง" เด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน และหาวไปด้วย
"คุณหนูนอนพักผ่อนเถอะนะคะ พรุ่งนี้ต้องไปตึกใหญ่แต่เช้า อเดลจะเตรียมชุดที่สวยที่สุดให้คุณหนูเองค่ะ"
"ขอบใจนะอเดล ฝันดีนะคะ" เอเลน่าล้มตัวลงนอนพลางดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงอก
"อเดลคะ... เดี๋ยวค่ะ"
เสียงเรียกเบาๆ ของเอเลน่าทำให้อเดลที่กำลังจะก้าวพ้นธรณีประตูชะงักฝีเท้าลง พลางหมุนตัวกลับมามองด้วยความสงสัย เห็นเด็กหญิงตัวน้อยขยับลุกขึ้นจากเตียง เดินเตาะแตะไปที่ลิ้นชักไม้ตรงโต๊ะเครื่องแป้ง
เอเลน่าเปิดลิ้นชักออกช้าๆ ก่อนจะหยิบ เข็มกลัดอัญมณีสีทับทิม ทรงรูปหยดน้ำที่สะท้อนแสงเทียนเป็ประกายวับวาวออกมา เอเลน่าหันกลับมายิ้มให้อเดลด้วยแววตาที่ใสซื่อและเต็มไปด้วยความขอบคุณ
"นี่ค่ะ... หนูให้" เอเลน่ายื่นอัญมณีล้ำค่านั้นให้ "ขอบคุณที่ดูแลหนูอย่างดีนะคะ หลังจากนี้ฝากดูแลหนูด้วยนะคะ "
อเดลนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพลางยื่นมือที่สั่นเทาออกไปรับเข็มกลัดนั้นมาไว้ในอุ้งมือ ััที่เย็นเยียบและน้ำหนักของอัญมณีแท้ทำให้หัวใจของนางเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
"คะ... คุณหนู ให้ดิฉันจริงๆ หรือคะ?" อเดลถามย้ำ เสียงสั่นด้วยความตื่นเต้น
"จริงสิคะ หนูเห็นอเดลมองมันบ่อยๆ นี่นา" เอเลน่าหัวเราะคิกคักเหมือนเด็กที่ทำเื่ถูกใจ หนูเชื่อใจนะคะอเดล"
"ขอบพระคุณค่ะคุณหนู! อเดลจะดูแลคุณหนูด้วยชีวิตเลยค่ะ!" อเดลโค้งคำนับอย่างสุดตัว รอยยิ้มบนใบหน้าของนางกว้างขวางจนถึงใบหู
เมื่ออเดลปิดประตูห้องลง ความเงียบสงัดก็กลับมาเยือนอีกครั้ง แต่นอกห้องนั้น อเดลแทบจะะโโลดเต้น นางลูบคลำอัญมณีในมือด้วยความโลภที่พุ่งพล่าน
'ยัยเด็กโง่! นึกว่าจะแน่แค่ไหน ที่แท้ก็แค่เด็กขาดความอบอุ่นที่เอาของมีค่ามาล่อซื้อใจคนรับใช้' อเดลแสยะยิ้มชั่วร้าย
ขณะเดียวกัน ภายในห้อง...
เอเลน่าที่ยังคงยืนอยู่ข้างเตียงค่อยๆ หุบรอยยิ้มใสซื่อลง ใบหน้าที่เคยดูไร้เดียงสากลับกลายเป็เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง เธอกลับขึ้นไปนอนบนเตียงอีกครั้ง คราวนี้หลับตาลงอย่างเป็สุข "หมากตัวสองที่ถูกซื้อด้วยเศษกรวดที่ดูเหมือนอัญมณี มันจะสร้างความบันเทิงได้แค่ไหนกันนะ"
ณ อีกฟากหนึ่งของคฤหาสน์อาเชนวาลด์ ภายในตึกหรูหราในห้องหนึ่ง บรรยากาศกลับร้อนระอุสวนทางกับความหนาวเหน็บในห้องของเอเลน่า
คาเอล ฟอน อาเชนวาลด์ บุตรชายคนโตผู้สืบทอดสายเืสายหลัก กระแทกแก้วเหล้าลงบนโต๊ะไม้ราคาแพงจนน้ำสีอำพันกระฉอกออกมา ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธขึง ขณะที่จ้องมองภรรยาที่เดินวนเวียนไปมาด้วยความกระสับกระส่าย
"เซเรน่า นังผู้หญิงอวดดีนั่น! มันกล้าดียังไงถึงข้ามหน้าข้ามตาฉันไปรับยัยเด็กกาลกิณีบ้านั่นเป็ศิษย์!" คาเอลคำรามออกมา เสียงของเขาเต็มไปด้วยความริษยา
"ลูกๆ ของเราเพียรพยายามอ้อนวอนขอให้หล่อนช่วยชี้แนะมาเป็ปีๆ แต่หล่อนกลับทำเหมือนพวกเขาเป็แค่กรวดทราย!"
วาเลเรีย หยุดฝีเท้าลง นางกำหมัดแน่นจนเล็บแทบฝังลงในเนื้อ ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นสูงบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
"คุณคะ เื่นี้มันไม่ใช่แค่เื่การสอนหนังสือธรรมดาแล้วนะคะ!" นางแผดเสียงแหลม "คุณก็รู้ว่าเซเรน่ากุมอำนาจความรู้ไว้มากแค่ไหน หากยัยเด็กนั่นได้พลังสนับสนุนจากหอสมุดกลาง... ตำแหน่งสืบทอดจะไม่สั่นคลอนหรอกหรือคะ?"
"มันก็แค่เด็กแปดขวบ!" คาเอลตวาดกลับ แม้ในใจจะเริ่มกังวลตามคำพูดภรรยา "ท่านพ่อเองก็น่าจะเลอะเลือนไปแล้ว ถึงได้อนุญาตให้เื่บ้าๆ นี่เกิดขึ้น!"
"ท่านปู่ไม่ได้เลอะเลือนหรอกครับท่านพ่อ..."
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงความเยือกเย็นดังขึ้นจากประตูด้านหลัง เลออนฮาร์ท เดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสง่างามทว่าดวงตาเต็มไปด้วยร่องรอยของความอำมหิต เขาได้ยินเื่ทั้งหมดจากปากของคนรับใช้ที่คอยบอกข่าวภายในเมื่อครู่แล้ว
"เลออน! ลูกรู้เื่นี้แล้วใช่ไหม?" ผู้เป็แม่ถลาเข้าไปหาลูกชาย "นังเด็กนั่น... มันชูคอขึ้นมาเทียบรัศมีลูกแล้วนะ!"
เลออนฮาร์ทยกยิ้มมุมปาก เป็รอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวสั่น "ปล่อยให้มันชูคอไปเถอะครับท่านแม่... ยิ่งชูคอสูงเท่าไหร่ เวลาถูกสับหัว มันจะได้ขาดกระเด็นในทีเดียว"
เขาก้าวไปรินเหล้าให้ผู้เป็พ่อด้วยท่าทางใจเย็น "ยัยคนรับใช้ที่เพิ่งเไปอยู่กับนังนอกคอกนั่นเอาของเล่นที่ยัยเด็กนั่นให้มาอวดใหญ่เลยละครับ...
"ดูเหมือนเอเลน่าจะพยายามใช้ 'ของนอกกาย' ซื้อใจคนรับใช้เพราะความหวาดกลัว"
"มันซื้อใจคนรอบข้างไปทั่วแบบนี้ ลูกยังใจเย็นอยู่ได้ยังไง!" คาเอลทุบโต๊ะ
"เพราะยิ่งมันทำตัวเด่น ท่านปู่ก็จะยิ่งจับตามองครับ" เลออนฮาร์ทหรี่ตาลง แววตาเต็มไปด้วยแผนการร้าย "และในงานเลี้ยงเต้นรำที่วังหลวงอีกสองสัปดาห์... ผมจะทำให้ทุกคนเห็นเองว่า 'เพชร' กับ 'กรวด' มันต่างกันแค่ไหน ต่อให้เซเรน่าจะพยายามเจียระไนมันยังไง ถ้ามันแตกสลายกลายเป็ผงต่อหน้าองค์จักรพรรดิ... แม้แต่ท่านปู่ก็ช่วยมันไม่ได้"
แม่ของเขาเริ่มใจชื้นขึ้นมา "ลูกมีแผนแล้วใช่ไหม?"
"ครับ... ผมเตรียม 'ของสมน้ำหน้า' ไว้ให้เอเลน่าแล้ว"
เสียงหัวเราะเบาๆ ของสามคนพ่อแม่ลูกดังประสานกันในห้องที่มิดชิด บรรยากาศอบอวลไปด้วยรังสีแห่งความพยาบาทที่หยั่งรากลึกลงในสายเือาเชนวาลด์
โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่า... ในเงามืดของคฤหาสน์ที่เงียบสงัด เด็กหญิงที่พวกเขาตราหน้าว่า 'กรวดทราย' กำลังหลับลึกพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก หมากทุกตัวถูกวางตำแหน่งไว้อย่างแม่นยำ และนาฬิกาทรายแห่งการล่มสลายของสายหลักที่หนึ่ง... เริ่มนับถอยหลังั้แ่วินาทีนี้แล้ว
