เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยดังขึ้นอยู่ตลอดภายในห้องจัดงานเลี้ยงรุ่นปีละครั้งเพื่อให้เพื่อนเก่าที่ห่างหายไม่พบหน้ากันมานาน กลับมาเจอกันอีกครั้ง
นวินดานั่งอยู่ข้างฝนทิพย์ แก้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในมือถูกยกขึ้นจิบช้า ๆ สายตาเธอกวาดมองไปรอบห้องมองบรรยากาศความครึกครื้นนี้ด้วยความสนุกไปด้วย
“เหมือนมาอัพเดตชีวิตให้กันฟังเลยแกว่าไหม” ฝนทิพย์หันมาถามนวินดา
“ก็ไม่ได้เจอกันบ่อย ๆ นี่นา มันก็ต้องมีเื่ให้คุยเยอะแยะสิ”
“เหรอ? แต่ทำไมฉันเหมือนเจอเพื่อนบ่อยจังเลย”
“แกว่างไง เลยมีเวลาเวียนไปเหาเพื่อน”
“อันนี้ก็จริง” ฝนทิพย์เห็นด้วยงานที่ทำไม่จำเป็ต้องเข้าบริษัทตลอดเวลา งานของเธอสามารถทำที่ไหนก็ได้ ไหนจะฐานะของที่บ้านที่ทำให้เธอมีเงินใช้อย่างสบาย ๆ โดยไม่ต้องทำงานเลยก็ได้
“แต่รอบนี้ ฉันไม่คิดเลยนะว่าแกจะว่างมาด้วย” ฝนทิพย์เอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “นึกว่าจะปฏิเสธเหมือนทุกปี”
นวินดาหัวเราะเบา ๆ พร้อมบอกเหตุผล “ปีนี้มันว่างพอดี”
ทุกปีเวลามีงานเลี้ยงรุ่นที่ไรเธอมักจะติดงานเสมอ จนไม่สามารถปลีกตัวมาได้
ยังไม่ทันที่ฝนจะซักต่อ เสียงเพื่อนผู้ชายจากฝั่งตรงข้ามโต๊ะก็ดังขึ้น
“เฮ้ย! นั่น ไอ้ตุล กับ ไอ้ณัฐ นี่หว่า”
เพื่อนในโต๊ะต่างหันไปมองตามเสียงบอก
เพื่อนอีกคนที่นั่งอยู่ในโต๊ะโบกมือเรียกอย่างคุ้นเคย “ไอ้ตุล! ไอ้ณัฐ! ทางนี้เว้ย มานี่ มาด้วยกัน”
นวินดาชะงักเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองด้านหลังของตน ฝนทิพย์เองก็หันไปมองเหมือนกัน
ตุลธรที่เดินมากับภูริณัฐ มาถึงโต๊ะ ก็พยักหน้าทักทายเพื่อนที่ส่งเสียงเรียกแล้วส่งยิ้มทักทายคนอื่นในโต๊ะ
“นั่ง ๆ มีเก้าอี้ว่างสำหรับพวกมึงพอดี” เขาบอกพร้อมกับพยักเพยินไปยังเก้าอี้ว่างข้างนวินดา
ตุลธรหันไปด้านข้าง สายตาคมเข้มสบเข้ากับดวงตาของนวินดาที่มองเขาอยู่
“หวัดดี” เขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ
“หวัดดี” นวินดาตอบกลับ ก่อนจะเสมองไปทางอื่น
ภูริณัฐนั่งถัดไปจากตุลธรโผล่หน้ามาส่งยิ้มให้เพื่อนสาวทั้งสองคน
“โห ไม่ได้เจอกันนานเหมือนกันนะน้ำ แต่เหมือนเราจะเจอฝนบ่อยมากนะ”
ฝนทิพย์หัวเราะ “จะให้บอกไหมละ ว่าไปเจอนายที่ไหนกับใคร”
“ไม่...ไม่ต้อง ๆ” ภูริณัฐยกมือไหว้
ฝนทิพย์ทำสีหน้าท่าทางเหนือกว่าส่งให้เขา
“ว่าแต่น้ำปีแรกเลยไหมเนี่ยที่มา” ภูริณัฐหันมาถามนวินดา
“อือ ก่อนหน้าไม่ค่อยว่างน่ะ ติดงานตลอดเลย” เธอตอบ
“โห เหมือนไอ้ตุลเลย”
“เหรอ?” นวินดาหันมาถามเขาเพื่อยืนยัน ตุลธรพยักหน้า
“มันเพิ่งกลับมาจากเมกานะ” เป็ภูริณัฐที่บอกเหตุผล
เพื่อนในโต๊ะต่างพยักหน้ากับคำบอกของภูริณัฐ
ตุลธรนั่งฟังเพื่อนในโต๊ะคุยกับหันมาถามเขาบ้างในบางครั้ง แต่สายตาเรียบนิ่งก็มักจะแอบเหลือบไปมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อยู่บ่อยครั้ง
เขาเห็นรายละเอียดเล็ก ๆ บนใบหน้าเธอ ั้แ่ขนตาที่ยาวงอน ไปจนถึงริมฝีปากสีระเรื่อที่ขยับทุกครั้งเวลาเธอพูด
นวินดากลับมานั่งเงียบมองเพื่อน ๆ คุยกัน ก่อนจะหันไปหาเขาเมื่อรับรู้ถึงสายตาที่มองมาจากด้านข้าง
“ถ้าไม่มา…ก็คงไม่ได้เจอเธอ” ตุลธรยกยิ้มมุมปากบาง ๆ ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมาสบตาเธออีกครั้ง
“อะไรนะ” นวินดาถามย้ำเขาอีกครั้งก่อนจะเอียงเข้าไปให้เขาพูดให้ฟังอีกครั้ง
“ถ้าไม่มา ก็คงไม่ได้เจอเธอ” ตุลธรพูดข้างหูของเธอ
นวินดานิ่งไปครู่นึง ก่อนจะกลับมานั่งหลังตรงเหมือนเดิม “ไม่หรอก อาจจะได้เจอกันที่อื่นก็ได้”
ตุลธรพยักหน้ายกยิ้มมุมปากกับคำบอกของเธอ
บรรยากาศบนโต๊ะเริ่มคึกคักขึ้นเมื่อแอลกอฮอล์ในร่างของแต่ละคนมากขึ้น
แต่...นวินดายังรู้สึกถึงสายตาที่มองจากเขา สายตาที่มีแววประกายขี้เล่น เธอยกแก้วไวน์ขึ้นจิบอีกครั้ง ก่อนจะสบตาเขาโดยไม่หลบ
แอลกอฮอล์แก้วแล้วแก้วเล่าถูกยกชนอยู่ตลอดเวลา เสียงหัวเราะปะปนกับเสียงร้องเพลงอย่างสนุกสนาน
“น้ำ! แก้วนี้ของฉันนะ ไม่เจอกันตั้งกี่ปี!”
“อีกแก้ว ๆ นาน ๆ มาเจอที!”
เธอยิ้มรับแทบทุกคน ไม่อยากให้เสียน้ำใจเพื่อน อีกทั้งบรรยากาศก็ทำให้เธอสนุกไปกับเพื่อน จนไม่รู้ว่าเกินขีดจำกัดของร่างกายไปนานแล้ว รสขมของแอลกอฮอล์เริ่มชินชา แก้มเนียนขึ้นสีเรื่อ ดวงตาปรือปรอยกว่าปกติ
