หลี่หลางเฟิงที่ถูกรอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่ง กระบี่ไร้รอยสี่เล่มและยังมีมีดแสงห้วงมิติมากมายฟาดฟันเข้าใส่ เรือนกายที่ผอมแห้งราวกับผีร้ายของเขาจึงถูกกักให้อยู่ในพื้นที่ที่เล็กมาก
ทุกครั้งที่เขาเคลื่อนไหวจะต้องเต็มไปด้วยความเสี่ยงภัย แขนและหน้าท้องของเขาเมื่อปะทะเข้ากับมีดแสงมากมายเืและเนื้อก็จะต้องลอยกระเซ็นทันที
การเปลี่ยนแปลงกะทันหันของสนามแรงโน้มถ่วงทำให้พื้นดินสั่นไหวไม่หยุดจนการเคลื่อนไหวของเขายิ่งเปลี่ยนมาเป็ยากลำบาก
เนี่ยเทียนตั้งใจมองอย่างละเอียดจึงเห็นได้ว่าบนร่างของเขามีาแเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“เ้ากล้ากลับมาเชียวรึ!” หลี่หลางเฟิงที่ถูกเผยฉีฉีและสือชิงร่วมมือกันโจมตีในที่สุดก็ถูกกระตุ้นให้เดือดดาลอย่างแท้จริง ขณะที่เืสดของเขายังไหลริน ดวงตาทั้งคู่ที่เหี้ยมเกรียมของเขาก็พลันจ้องเขม็งมายังเผยฉีฉี “เ้านึกจริงๆ หรือว่าข้าหวาดกลัวอาจารย์ของเ้าจนไม่กล้าสังหารเ้า?”
“กรุ๊งกริ๊ง!”
เสียงใสกังวานของกระดิ่งดังออกมาอีกครั้ง กระแสพลังจิตที่บ้าคลั่งพุ่งตรงเข้าหาเผยฉีฉีทันที!
เผยฉีฉีที่กำลังขับเคลื่อนเวทลับห้วงมิติมากมายร้องอู้อี้อยู่ในลำคอหนึ่งครั้ง ริมฝีปากบางใสก็อาบไปด้วยเื
“ไป!”
กะโหลกสัตว์วิเศษที่มีเืเนื้อสาดประกายกระแสไฟฟ้าสีเขียวอย่างต่อเนื่อง ในดวงตาของสัตว์ก็มีเปลวไฟสีเขียวแลบปลาบเข้ากระแทกใส่เผยฉีฉี
“ฟิ้วๆ!”
กระบี่ไร้รอยสองเล่มที่โจมตีหลี่หลางเฟิงปรากฏกายขึ้นกะทันหันแล้วแทงลงไปบนกะโหลกสัตว์อย่างแรง
“เคร้งๆ!”
กะโหลกสัตว์วิเศษที่มีเืเนื้อนั้นคล้ายถูกอาบย้อมด้วยโลหะ ตอนที่ถูกกระบี่ไร้รอยแทงจึงมีสะเก็ดไฟกระเด็นออกมา
เมื่อกระแทกลงบนกะโหลกสัตว์ กระบี่ไร้รอยสองเล่มก็หมุนคว้างกระจายตัวกันออกไป
เผยฉีฉีที่แบ่งสมาธิไปควบคุมรอยแยกห้วงมิติกระอักเืออกมาคำใหญ่คล้ายถูกกะโหลกสัตว์วิเศษนั้นโจมตีอย่างรุนแรง นางโซเซถอยหลังไปหลายก้าว
ทุกครั้งที่เท้าของนางกระทบพื้นก็จะปรากฏเป็รอยเท้าจมลึกลงไป อาภรณ์ที่อยู่ตรงหน้าอกตั้งตระหง่านของนางก็ถูกอาบย้อมไปด้วยเืสด
“ตายซะเถอะ!”
พื้นดินที่สั่นไหวไม่หยุดพลันมีแท่งหินแหลมคมมากมายบินพรวดออกมา แท่งหินเ่าั้แทงทะลุฝ่าเท้าของหลี่หลางเฟิง ทำให้ใต้ฝ่าเท้าทั้งสองของหลี่หลางเฟิงเจิ่งนองไปด้วยเืที่ไหลไม่หยุด
สือชิงตวาดกร้าวเดือดดาล กระตุ้นใช้เวทลับแท่งหนามปฐีที่ตนเชี่ยวชาญมากที่สุด
หนามแหลมมากมายทยอยกันผุดออกมาจากใต้ดินรอบกายหลี่หลางเฟิง
หลี่หลางเฟิงที่ยังไม่บรรลุถึงเขตสามัญจึงไม่สามารถบินกลางอากาศได้ ถูกรอยแยกห้วงมิติ กระบี่ไร้รอยและมีดแสงแวววาวมากมายฟาดฟันเดิมทีก็ถูกจำกัดการเคลื่อนไหวอยู่แล้ว
เมื่ออยู่ๆ พื้นดินก็มีหนามแหลมมากมายโผล่ออกมา เมื่อใดที่เขาเบี่ยงหลบโดยไม่ทันระวัง ขาทั้งสองข้างก็จะถูกแทงทะลุ
เขาคิดจะหลบเลี่ยงหนามแหลมจากใต้ดิน ทว่าก็โดนเวทลับห้วงมิติมากมายของเผยฉีฉีเล่นงานอีก ทั้งแขนและหน้าท้องจึงถูกมีดแสงและกระบี่ไร้รอยทิ่มแทงจนได้หลายแผล
เวลาเพียงสั้นๆ ร่างของหลี่หลางเฟิงที่อยู่ในพื้นที่เล็กแคบแห่งนั้นก็เต็มไปด้วยแผลเหวอะหวะ
ทุกครั้งที่เขาเคลื่อนไหวเืสดบนร่างก็จะกระเด็นออกมา ซึ่งเืของเขาได้อาบย้อมพื้นที่แห่งนั้นให้เป็สีแดงฉานไปแล้ว
“พวกเ้าสมควรตาย!”
หลี่หลางเฟิงคลุ้มคลั่งอย่างสุดๆ แล้ว ในดวงตาของเขาไม่มีสติใดๆ หลงเหลืออยู่อีก
แสงสีเขียวและควันพิษมากมายที่ปะปนไปด้วยกลิ่นเหม็นคาวคล้ายงูพิษหลายร้อยตัวที่กระโจนเข้าใส่สือชิงและเผยฉีฉีอย่างบ้าคลั่ง
กลับกลายเป็เนี่ยเทียนเสียอีกที่ต่อให้เขาคลุ้มคลั่งแค่ไหนก็ยังจำได้ว่าต้องจับเนี่ยเทียนตัวเป็ๆ ดังนั้นจึงไม่คิดจะลงมือฆ่าเขา
แสงสีเขียวและควันพิษเ่าั้ไม่ได้บินไปหาเนี่ยเทียนแม้แต่เส้นเดียว เนี่ยเทียนจึงกลายมาเป็คนที่เขาจงใจมองข้าม
“สวบๆๆ!”
ตอนที่แสงสีเขียวและควันพิษเ่าั้พุ่งเข้ามาโจมตี สือชิงและเผยฉีฉีสร้างม่านแสงและเขตแดนป้องกันออกมาต้านทานไว้สุดชีวิต
เนี่ยเทียนแค่มองปราดๆ ก็พบว่าเมื่อถูกพลังงานสีเขียวเ่าั้จู่โจม สือชิงและเผยฉีฉีต่างก็ถอยร่นไม่เป็ท่า
ทุกก้าวที่ถอยออกเขาก็คล้ายจะได้ยินเสียงกระดูกแตกหักน้อยๆ ดังออกมาจากในร่างของเผยฉีฉีและสือชิงแว่วๆ
ขนาดสือชิงและเผยฉีฉีต่างก็ร่ายเวทลับออกมาโจมตีหลี่หลางเฟิง ทว่าขณะเดียวกันก็ยังถูกหลี่หลางเฟิงทำร้ายอย่างาเ็สาหัสด้วย
ตบะต้น์ขั้นสูงสุด ขาดอีกแค่ครึ่งก้าวก็เหยียบเข้าสู่เขตสามัญ หลี่หลางเฟิงที่บอกว่าตนไร้พ่ายเมื่อเผชิญกับคู่ต่อสู้ที่ตบะต่ำกว่าเขตสามัญในเทือกเขาฮ่วนคง เวทลับที่แปลกประหลาดชั่วร้ายของเขาได้ทำให้เขาแข็งแกร่งจนเหลือเชื่อดังที่เอ่ยอ้างอย่างแท้จริง
“ฟิ้ว!”
เห็นว่าสือชิงและเผยฉีฉีใกล้จะทนไม่ไหวแล้ว เนี่ยเทียนที่มีตบะต่ำสุดจึงกระโจนเข้าใส่หลี่หลางเฟิงอีกครั้ง
“ช่วยขจัดสิ่งกีดขวางให้ข้า!” ตอนที่พุ่งเข้าหาหลี่หลางเฟิง เขาก็พลันะโกร้าวขึ้นมา
สือชิงและเผยฉีฉีที่ถอยร่นไม่เป็ท่า ทุกก้าวที่ถอยอาการาเ็ก็เพิ่มมากขึ้นหนึ่งส่วน พอได้ยินเสียงะโของเนี่ยเทียนก็ฝืนรวบรวมพละกำลังมาช่วยประสานงานกับเขา
ตอนที่เขาเข้าไปใกล้หลี่หลางเฟิง แท่งหินทั้งหมดที่โผล่ออกมากะทันหัน รอยแยกห้วงมิติและมีดแสงที่ขวางทางเขาเอาไว้จึงย้ายตัวออกไปเล็กน้อย
ไม่มีสิ่งกีดขวาง เขาจึงพุ่งตัวแล่นฉิวเข้าหาหลี่หลางเฟิงได้โดยตรง
“เ้าเองก็รนหาที่ตายเหมือนกันรึ?”
หลี่หลางเฟิงที่มองเห็นเขาเข้ามาใกล้แสยะปากแล้วยื่นมือออกมากวักหนึ่งครั้ง กะโหลกสัตว์วิเศษที่มีเืเนื้อก็พลันมาอยู่กลางฝ่ามือของเขาทันที
เขาโบกสะบัดกะโหลกสัตว์วิเศษ พอเนี่ยเทียนเข้ามาใกล้ก็ขว้างมันเข้าใส่เนี่ยเทียนอย่างแรง
“เอ๊ะ?”
และเวลานี้ ร่างของเขาก็ได้ตกอยู่ในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงแล้ว เพิ่งจะตะลึงปนแปลกใจ อยู่ๆ เขาก็เปล่งเสียงร้องโหยหวนราวกับไม่ใช่เสียงของคนออกมา
เมื่ออยู่ในสนามแม่เหล็ก แสงสีเขียวที่เลื้อยขยุกขยิกอยู่ในาแทั่วร่างของเขาถูกบิดเบือนโดยพลัน
แสงสีเขียวเ่าั้มีส่วนหนึ่งคือวิชาพิษร้ายที่เขาฝึกฝน และอีกส่วนหนึ่งคือปราณิญญาสกปรกที่เนี่ยเทียนเป็คนชุบหลอม
พลังงานสองประเภทที่มีจุดกำเนิดใกล้เคียงกันเมื่อมาอยู่ในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงต่างถูกบิดเบือนจึงทำให้เขาเ็ปจนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่
นอกจากนี้ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่เป็สิ่งเจือปนนอกอาณาจักรที่ถูกเขาและแสงสีเขียวดูดซับเอาเข้าไปไว้ในร่างกาย ต่อให้ไม่ได้พ่นออกมาข้างนอกก็ยังถูกสนามแม่เหล็กบิดเบือนไปด้วย
ผิวเนื้อทั่วร่างของหลี่หลางเฟิงจึงปริแตกออกโดยพลัน ทั้งยังบวมฉึ่งคล้ายจะะเิออก
ทว่ากะโหลกสัตว์วิเศษที่เขาโยนออกมานั้นยังคงดึงดันกระแทกเข้าใส่หมัดของเนี่ยเทียนที่เหวี่ยงออกมาอย่างแรง
“ตูม!”
เมื่อหมัดพิโรธที่เนี่ยเทียนรวบรวมพลังแปดส่วนปะทะเข้ากับกะโหลกสัตว์วิเศษ หลี่หลางเฟิงที่ถูกถือกะโหลกสัตว์วิเศษเอาไว้ในมือและกะโหลกสัตว์วิเศษก็ถูกเนี่ยเทียนต่อยจนกระเด็นออกไปหลายสิบเมตร
เนี่ยเทียนเองก็ไม่ต่างจากหลี่หลางเฟิงที่ร่างกระเด็นออกมาจากพื้นที่ที่แท่งหินแทงทะลุจากพื้นดินและมีมีดแสงห้วงมิติลอยฉวัดเฉวียน
ตอนที่กระเด็นกระดอนออกมาเขาพบว่ากระดูกมือของตัวเองแตกยับเยิน และพลังงานที่บ้าคลั่งอย่างน่าเหลือเชื่อระลอกหนึ่งก็กรอกเทเข้ามาในเืเนื้อของเขา
เขาััได้อย่างชัดเจนว่าทุกที่ที่พลังงานป่าเถื่อนนั้นไหลผ่าน เส้นชีพจรทุกเส้นของเขาล้วนแตกออก กระดูกก็เกิดรอยร้าว
หลังจากการโจมตีนั้น เขาและหลี่หลางเฟิงต่างก็เจ็บหนักด้วยกันทั้งคู่!
“ตึง!”
ร่างของเนี่ยเทียนกระแทกลงบนพื้นอย่างแรง เขารู้สึกเหมือนโครงสร้างของร่างแตกกระจัดกระจาย พลังงานในร่างกายที่มาจากหลี่หลางเฟิงยังคงกวาดตะลุยทำลายเส้นชีพจรและกระดูกของเขาอย่างบ้าคลั่ง
ทว่าเนื่องด้วยการโจมตีนั้นของเขา หลี่หลางเฟิงเองก็มีสภาพย่ำแย่ไม่ต่างกัน
แสงสีเขียวและควันพิษหลายกลุ่มที่หลี่หลางเฟิงรวบรวมขึ้นมาเดิมทียังคงพุ่งเข้าโจมตีใส่เผยฉีฉีและสือชิง คนทั้งสองที่ต้านทานพลังงานเ่าั้ต่างก็ได้รับาเ็ต่อเนื่อง
หลังจากที่เนี่ยเทียนจู่โจมใส่เขา หลี่หลางเฟิงจึงาเ็สาหัสโดยที่ทำไม่ได้แม้แต่ควบคุมพลังงานเ่าั้ที่มาจากตัวเอง
นี่ทำให้พลังงานที่โจมตีเผยฉีฉีและสือชิงกระจัดกระจายออกเพราะไร้คนควบคุม
เพราะผ่านเคราะห์ครั้งนี้ไปได้ สือชิงและเผยฉีฉีที่เกือบจะถูกขจัดกำลังจนตายจึงนั่งแปะลงไปบนพื้นอย่างเหนื่อยล้าหมดแรง
เนี่ยเทียนที่ลอยกระเด็นกลับมาอยู่เส้นทางเดียวกันกับเผยฉีฉีอาศัยทิพย์จักษุตรวจสอบเล็กน้อยก็พบว่าเผยฉีฉีไม่เพียงแต่เผาผลาญพลังิญญาจนเกือบหมด แม้แต่ร่างกายก็าเ็สาหัสด้วย เกรงว่าแม้แต่ขยับกายนางคงทำไม่ได้
สือชิงมีตบะต้น์ซึ่งขอบเขตสูงกว่าเผยฉีฉีอยู่มาก แม้สภาพของเขาก็จะย่ำแย่อย่างถึงที่สุด ทว่าอย่างน้อยยังมีเรี่ยวแรงให้เคลื่อนไหวได้
จากนั้นเนี่ยเทียนจึงใช้ทิพย์จักษุไปตรวจสอบหลี่หลางเฟิงอีกครั้ง
หลี่หลางเฟิงที่กระดูกหัก เนื้อหนังปริแตกคล้ายคางคกที่นอนหงายท้องผลึ่ง
มีแสงสีเขียวคล้ายเยื่อบางๆ หนึ่งชั้นปกคลุมร่างของเขาเอาไว้
เมื่อใช้ทิพย์จักษุตรวจสอบ เขาจึงพบว่าในร่างของหลี่หลางเฟิงมีคลื่นกระเพื่อมไหวอย่างบ้าคลั่งต่อเนื่อง
หลี่หลางเฟิงนอนหงายอยู่กับพื้น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและกระหายเืคล้ายกำลังยืมใช้เวทลับบางอย่างมาฟื้นตัว
ดูจากท่าทางของเขาอีกไม่นานคงกลับมาต่อสู้ได้อีกครั้ง
“คนผู้นี้ช่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก!”
เนี่ยเทียนแอบใ นึกไม่ถึงว่าเมื่ออยู่ในสภาพเช่นนี้หลี่หลางเฟิงคนอำมหิตผู้นี้จะยังเหลือแรงให้ต่อสู้ได้อีก
พวกเขาสามคนร่วมแรงกัน เผยฉีฉีและสือชิงต่างก็ทุ่มสุดพลังที่มีจนแทบจะไม่เหลือเรี่ยวแรงใด ร่างกายเขาเองก็ถูกพลังงานของหลี่หลางเฟิงรุกเข้ากัดกินจนััได้ถึงความเ็ปรวดร้าวในเืเนื้ออยู่ตลอดเวลา
ต่อให้เป็เช่นนี้ก็ยังสังหารหลี่หลางเฟิงไม่ได้ แถมคนผู้นี้ยังเหลือพลังในการต่อสู้อีก!
อยู่ห่างกันหลายร้อยเมตร เนี่ยเทียนสบตาสือชิงหนึ่งครั้ง
“เขายังไม่ตาย!”
หลังจากเนี่ยเทียนเอ่ยประโยคนั้นจบเขาก็ถอนสนามแม่เหล็กที่พร้อมจะพังทลายทุกเมื่อออก ใช้แสงน้อยๆ ของกำไลหยกมาคุ้มกันกายและพุ่งตัวเข้าหาเผยฉีฉีที่ไร้เรี่ยวแรง
ภายใต้สายตาประหลาดใจของเผยฉีฉี เขาประคองร่างของนางขึ้นแบกไว้ด้านหลังแล้วพุ่งตัวออกไปจากหุบเขา
สือชิงพอเห็นการกระทำของเขาก็รู้ว่าหลี่หลางเฟิงยังเหลือพลังในการต่อสู้ อีกทั้งกำลังฟื้นตัวอยู่ด้วย
ไร้ซึ่งความลังเลใด เขาก็รวบรวมกำลังที่เหลืออยู่อีกไม่มากถลาออกไปนอกหุบเขาอย่างรวดเร็วไม่ต่างจากเนี่ยเทียน
ไม่ว่าจะเป็เนี่ยเทียนหรือสือชิงต่างก็มองออกว่าบนร่างของหลี่หลางเฟิงมีม่านแสงสีเขียวคล้ายเยื่อบางๆ ชั้นหนึ่งปกป้องร่างกาย
เขาและเนี่ยเทียนต่างก็ไม่มีความมั่นใจว่าภายใต้สถานการณ์ที่พละกำลังเหลืออยู่ไม่มากนี้จะสามารถฝ่าเยื่อชั้นนั้นไปสังหารหลี่หลางเฟิงได้
ขอแค่หลี่หลางเฟิงมีเวลามากกว่านี้จนฟื้นพลังในการต่อสู้ทั้งหมดขึ้นมา ความอำมหิตของเขาก็จะปะทุสูงเทียมฟ้าอีกครั้ง
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ มีเพียงหนีไปให้ได้โดยเร็วที่สุดเท่านั้นถึงจะเป็การตัดสินใจที่ชาญฉลาดที่สุด
เนี่ยเทียนแบกเผยฉีฉีพุ่งตัวออกไปจากหุบเขาก็เห็นว่าสือชิงตามมาด้านหลังด้วย
“แยกกันหนี! ขอพรให้ทุกคนรอด!”
สือชิงแสยะปากสูดลมหายใจเข้าหนึ่งครั้งแล้วห้อตะบึงไปยังทิศทางที่สมาชิกกะโหลกเืไล่ล่าเดือนดับ หมายจะไปรวมตัวกับพวกกู๋อวี่
เมื่อเขาเลือกทางเส้นนั้น เนี่ยเทียนจึงได้แต่เลือกทางตรงกันข้าม วิ่งเหยียดไปยังทิศทางคนละฝั่งกับที่คนของกะโหลกเืมุ่งหน้าไป
การทำเช่นนี้เมื่อหลี่หลางเฟิงฟื้นตัว เขาก็จะได้แต่เลือกตามไปยังทิศทางใดทิศทางหนึ่งเท่านั้น
และอีกฝั่งหนึ่งถึงจะมีโอกาสรอดชีวิต
ทางเส้นนั้นที่สือชิงเลือกความเป็ไปได้ที่จะพบกับสมาชิกกะโหลกเืใน่เวลาสั้นๆ นั้นมีไม่มาก แต่หากถ่วงเวลาได้นานพอ เขาก็ต้องพบกับกะโหลกเืที่ย้อนกลับมาแน่นอน
ถึงเวลานั้นสือชิงก็น่าจะรอดชีวิต
เส้นทางที่เนี่ยเทียนเลือกคือพื้นที่เปลี่ยวร้างไร้ผู้คน ไม่มีความเป็ไปได้มากนักที่จะเจอกับสมาชิกของกะโหลกเื
อีกอย่างเขารู้สึกว่าขอแค่พลังในการต่อสู้ฟื้นคืนมาเล็กน้อย เป้าหมายที่หลี่หลางเฟิงเลือกต้องเป็เขา ไม่ใช่สือชิงแน่นอน
เขาเลือกพื้นที่รกร้างไร้ผู้คน แม้จะไม่เจอกับสมาชิกของกะโหลกเื แต่ที่นั่นมีรอยแยกห้วงมิติอยู่ไม่น้อย
หากเผยฉีฉีฟื้นพลังในการต่อสู้ขึ้นมาได้ อาศัยรอยแยกห้วงมิติที่หนาแน่นก็มีความเป็ไปได้สูงมากว่าเขากับเผยฉีฉีจะรอดชีวิต
-----
