เมืองสมุทร์ที่เคยรุ่งเรืองกลายเป็ซากปรักหักพังในพริบตาเดียว กำแพงเมืองที่สลักอักขระิญญาแกร่งกล้าเอาไว้พังทลาย อนารยชนนับไม่ถ้วนบุกบั่นเมืองสมุทร์ค้นหามนุษย์คนอื่นที่ยังรอดชีวิต
ห้าวัน แนวป้องกันรอบนอกของเมืองสมุทร์ยืนหยัดอยู่ได้เพียงห้าวัน ก่อนที่จะถูกวาฬป่าเถื่อนโจมตีกำแพงแตกพ่าย จอมยุทธ์เกินกว่าครึ่งตายด้วยน้ำมือของอนารยชน
ส่วนคนที่เหลือถอยกลับไปหลบซ่อนอยู่ในใจกลางเมือง พยายามต่อสู้กับเผ่าอนารยชน
แต่พวกเขาก็ทนได้ไม่นาน ถ้าไม่ใช่เพราะวังิญญาสมุทรมาช่วยไว้ทันเวลา ผู้คนทั้งหมดของเมืองสมุทร์จักต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย
“ฉึก!” หอกดำแทงทะลวงกะโหลกปลาป่าเถื่อน เปลวเพลิงลุกพรึบที่ปลายหอกผลาญเผาปลาป่าเถื่อนจนมอดไหม้
จูชิงสูดลมหายใจเข้าลึก หลายวันที่ผ่านมานี้ไม่รู้ว่าเขาฆ่าอนารยชนไปเท่าไหร่แล้ว แต่จำนวนของพวกมันกลับไม่ลดลงเลย
“อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว!” จิงฉยงมองเมืองสมุทร์ที่ลุกเป็ไฟ รอยยิ้มอำมหิตเหี้ยมประจักษ์บนใบหน้า
กลยุทธ์ใดๆ ก็ไร้ผลเมื่อเผชิญหน้ากับพลังอันกล้าแกร่ง หลังจากที่กำแพงเมืองแตก มีจอมยุทธ์จำนวนไม่น้อยเลือกหนีเอาตัวรอด แต่พวกเขาแล่นเรือไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ถูกอนารยชนจู่โจม เรือล่าสัตว์จมลงใต้ก้นทะเล
คนเมืองสมุทร์ต่างรอคอยกองกำลังสนับสนุนจากวังิญญาสมุทร ทว่าก็ยังไม่ปรากฏ หากกองกำลังเสริมไม่มี พวกเขาทั้งหมดจะต้องตายสถานเดียว
ทว่าพวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าวังิญญาสมุทรที่พวกเขาฝากความหวังไว้เมื่อมาถึงจะแพ้พ่ายง่ายดายเฉกเช่นนี้ อนารยชนตัวใหญ่ั์ยืนอยู่บนซากปรักหักพังของวังิญญาสมุทร ใต้เท้าเต็มไปด้วยศพร้อยกว่าชีวิต
วังิญญาสมุทรมิว่าเ้าประมุขขั้นสั่งสมหนึ่งชั้นฟ้าหรือผู้าุโต่างก็ดับสิ้นวายชีวาเพราะอนารยชนผู้นั้น
ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าผลจักกลายเป็เช่นนี้ วังิญญาสมุทรนฤบาลแห่งมหาสมุทรเขตบริเวณนี้ถูกกวาดล้างย่อยยับ ทั้งยังเป็ฝีมือของอนารยชนเพียงคนเดียว
“เฒ่าปีศาจ ทำอย่างไรดี” จูชิงเอ่ยถามอย่างหมดหนทาง
“รอก่อน สุดท้ายแล้วอนารยชนจักถอยไปเอง” เฒ่าปีศาจตอบ
เนื่องจากจูชิงฝึกฝน《กายปีศาจเพลิง》จึงสามารถหายใจผ่านิัได้ เขายังคงมีชีวิตรอดถึงจักอยู่ในใต้ดิน
“ได้โปรด...!” ไม่ว่าชายคนนั้นจักขอร้องอย่างไรก็ตาม ฉลามป่าเถื่อนก็ยังเสียบดาบกระดูกทะลวงผ่านเบ้าหูเข้าไปในสมองของชายคนนั้นอยู่ดี
“ฮ่าๆๆๆ คนที่หนึ่งร้อยเก้าสิบแล้ว ข้าฆ่าคนมากกว่าเ้า” ฉลามป่าเถื่อนหัวเราะเสียงดังลั่น
“รีบร้อนอะไร ยังมีมนุษย์เหลืออยู่ในเมืองสมุทร์ตั้งมาก ข้ายังมีโอกาสอยู่” ฉลามป่าเถื่อนอีกตัวยิ้ม
อนารยชนเข่นฆ่ามนุษย์ในเมืองสมุทร์อย่างบ้าคลั่ง เหตุการณ์อันน่าสยดสยองดำเนินติดต่อกันสองวันเต็ม คนที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองเมื่อถูกอนารยชนหาพบก็จะถูกสังหารอย่างโเี้ไร้ซึ่งความปรานี
เป้าหมายของอนารยชนมิใช่เพียงจอมยุทธ์เมืองสมุทร์ ถึงเป็เด็กหรือคนชราที่ไม่มีกำลังต่อต้านพวกมันก็ลงมืออย่างอำมหิต มีอนารยชนบางเผ่ากินมนุษย์ จูชิงเห็นพวกมันกินเด็กทารกไปไม่ต่ำกว่าสิบคน
จูชิงสุดแค้นในอกเปี่ยมล้นด้วยโทสะ อยากฆ่าพวกอนารยชนให้ราบคราบแทบทนไม่ไหว แต่เขาก็ตระหนักรู้เป็อย่างดี หากทำเช่นนั้นคนที่ต้องตายก็คือเขา
“เ้าโกรธงั้นรึ?” เฒ่าปีศาจยิ้มเล็กน้อย
“ไม่ว่าใครก็ต้องโกรธทั้งนั้น อนารยชนพวกนั้นไม่ใช่มนุษย์” แสงสังหารสะท้อนผ่านดวงตาของจูชิง
เฒ่าปีศาจยิ้ม “ความใจดีต่อศัตรูเป็ความโหดร้ายต่อตัวเอง หากเป็เ้า เ้าจะทำอย่างไร ถ้ามองในมุมของอนารยชนพวกเขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดไม่ใช่รึ”
“แต่ข้าไม่ใช่อนารยชน!” จูชิงแค่นเสียงเย็น
“มันก็เหมือนกัน ถ้าคราวนี้มนุษย์เป็ฝ่ายชนะ ชะตากรรมของพวกอนารยชนคงไม่ดีกว่านี้เท่าไหร่นัก” เฒ่าปีศาจพูด
“เฒ่าปีศาจ เ้าอยากพูดอะไรกันแน่” จูชิงขมวดคิ้ว
“ความแข็งแกร่งคือทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกบำเพ็ญเพียร นอกจากตัวเ้าแล้ว อย่างอื่นก็เป็แค่หินให้เ้าเหยียบขึ้นข้างบนเพื่อจักพาเ้าไปสู่จุดสูงสุดของเส้นทางแห่งยุทธ์!” เฒ่าปีศาจกล่าว
ขณะเฒ่าปีศาจพูดประโยคนั้น สีหน้าเ็าแสนพรรณนา กระทั่งโศกนาฏกรรมที่อยู่เบื้องหน้าก็มิทำให้เฒ่าปีศาจเกิดความรู้สึกแต่อย่างใด
หัวใจของเฒ่าปีศาจช่างเยือกเย็นจนน่ากลัว...
หลังจากกวาดล้างเมืองสมุทร์ราบคาบเป็หน้ากลอง ในที่สุดพวกอนารยชนก็ถอยกลับ เหลือทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังกับซากศพกลาดเกลื่อนทั่วทั้งปฐี
เมื่อจูชิงทลายหน้าดินออกมา กลิ่นเืคละคลุ้งน่าสะอิดสะเอียดจนคลื่นเหียน มหาสมุทรที่อยู่บริเวณรอบๆ แดงฉานไปด้วยโลหิต
สัตว์อสูรทะเลกัดกินซากศพอย่างเอร็ดอร่อย ศพที่พวกอนารยชนโยนลงในมหาสมุทรนั้นเพียงพอที่จะประทังชีวิตพวกมันไปหลายเดือน
คนเมืองสมุทรสรรค์เกือบสูญพันธุ์โดยสมบูรณ์ จูชิงยืนท่ามกลางแอ่งเื ภาพฉากแล้วฉากเล่าแวบเข้ามาในหัว
มันเป็เมืองเดียวกัน ภาพเหตุการณ์เดียวกัน จูชิงเห็นตัวเองยืนอยู่บนกองซากศพ เืสีแดงสดอาบชโลมโชกสรรพางค์กาย
ทันใดนั้นเองกระบี่ยาวก็เสียบทะลวงเข้ากลางอกของเขา!
จูชิงตัวสั่นสะท้าน ฉากที่แวบเข้ามาในหัวทำให้เขาตัวสั่นจนควบคุมไม่ได้
“ตาย ตายแล้ว!” จูชิงเอามือทั้งสองข้างกุมศีรษะแน่น เขาไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็น
เขาตายแล้ว เพราะกระบี่เล่มนั้น!
“ใคร มันเป็ใคร!” จูชิงคำราม เขาอยากรู้ว่าใครเป็คนฆ่าเขา
ทันใดนั้นจูชิงกลายเป็เงาดำเคลื่อนผ่านมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ กระทั่งสัตว์อสูรทะเลก็ยังมิอาจจับร่างของจูชิง
เมื่อมาถึงเกาะช้างป่าเถื่อน จูชิงลากเสียงยาวขณะสองร่างเงาดำพลันพุ่งเข้ามาที่อ้อมแขนของจูชิง
“โชคดีที่พวกเ้าไม่เป็อะไร!” จูชิงลูบหัวัคะนองน้ำน้อยพลางถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เป็เื่ดีที่เขาไม่ได้พาัคะนองน้ำน้อยกับสุนัขโลกันตร์สามหัวไปในเมืองสมุทร์ด้วย ไม่อย่างนั้นเขาก็คงมิได้ทักทายพวกมันทั้งสองอีก
“ช้างป่าเถื่อนคงไม่เป็ไรใช่หรือไม่” จูชิงขมวดคิ้ว
ระหว่างที่เมืองสมุทร์ถูกบุกโจมตี เซี้ยงซานสำแดงพลานุภาพน่าพรั่นพรึงเหนือพรรณนา ทว่าจู่ๆ ก็มีฝ่ามือขนาดใหญ่ประจักษ์กลางท้องฟ้ากระชากร่างของเซี้ยงซานออกไป ถึงเป็วาฬป่าเถื่อนก็ยังไล่ตามไม่ทัน
มหาสมุทรปั่นป่วนจากการโจมตีของวาฬป่าเถื่อน ลำพังแค่จูชิงคนเดียวยังยากที่จักเอาชีวิตในมหาสมุทรแห่งนี้
หากจูชิงบำเพ็ญเพียร《เงาร่างแสงถวิล》สำเร็จสมบูรณ์ เขาก็คงไม่ต้องกังวลเื่อนารยชนแล้วกลับสู่แผ่นดินใหญ่ได้ด้วยพลังของตัวเอง แต่มันก็แค่ความคิด วิชานั่นใช่ว่าฝึกฝนง่ายดายเสียเมื่อไหร่ เขาใช้เวลานานมากกว่าจะบรรลุขั้นไร้เงา ขั้นที่หนึ่งของเงาร่างแสงถวิล ทว่าก็แค่ผิวเผินเท่านั้น
“เ้ามองอะไรอยู่ได้ เหตุใดถึงยังไม่เปลี่ยนร่างให้ข้าขึ้นไปขี่อีก?” จูชิงดีดหน้าผากสุนัขโลกันตร์สามหัว
สุนัขโลกันตร์สามหัวมองจูชิงอยู่อย่างนั้นโดยไม่มีการตอบสนองใดๆ
จูชิงกลอกตา “เห็นแก่กิน!”
ถึงปากจะด่าแต่ก็ยังหยิบสมุนไพริญญาต้นหนึ่งจากถุงเอกภพยัดใส่ปากสุนัขโลกันตร์สามหัว หลังจากที่มันกินเสร็จ ตัวก็ขยายใหญ่เท่ากับวัว
สุนัขโลกันตร์สามหัววิ่งอยู่บนผิวน้ำทะเล พวกสัตว์อสูรล้วนไม่กล้าเข้าใกล้ ถึงจะเป็สัตว์อสูรขั้นหลอมลมปราณก็ตาม เพราะกลิ่นไอพลังเฉพาะของสุนัขโลกันตร์สามหัว พวกมันจึงไม่กล้าล่วงเกิน
สมกับที่สุนัขโลกันตร์สามหัวเป็สัตว์อสูรดึกดำบรรพ์ มันวิ่งอยู่บนผิวน้ำทะเลสองวันสองคืน ทว่าก็ยังไม่เหน็ดไม่เหนื่อย ทั้งยังเป็ปีติแสนทวี
“อนารยชน!” ทันใดนั้นจูชิงก็เปล่งเสียงร้อง มีเรือล่าสัตว์ลำหนึ่งแล่นอยู่ไม่ไกลนัก ซึ่งบนเรือนั้นเต็มไปด้วยเผ่าอนารยชน
หลังจากที่อนารยชนเรือล่าสัตว์ของมนุษย์ พวกมันก็ใช้เรือล่าสัตว์ปิดกั้นมหาสมุทร เมื่อใดที่เจุ์ พวกมันก็จักลงมือทำลายอย่างไม่ไยดี
“มีแค่ปลาป่าเถื่อน ไม่มีวาฬป่าเถื่อนกับฉลามป่าเถื่อน!” จูชิงแสยะยิ้มแล้วลูบหัวสุนัขโลกันตร์สามหัว
เหมือนสุนัขโลกันตร์สามหัวรู้ว่าจูชิง้าสื่ออะไร มันเร่งฝีเท้าะโขึ้นไปบนเรือล่าสัตว์!
“ฆ่า!” จูชิงคำรามร่ายรำง้าวปีศาจิญญาอำมหิตบุกบั่นฝูงปลาป่าเถื่อน
สุนัขโลกันตร์สามกับหัวัคะนองน้ำน้อยเองก็ไม่น้อยหน้า พวกมันออกอาละวาดฆ่าฟันอย่างสนุกสนาน ปลาป่าเถื่อนจักต่อต้านสามเทพาได้อย่างไร เพียงพริบตาเดียวก็ถูกฆ่าล้างบางหมดสิ้นไม่เหลือซาก
จูชิงเก็บคันศรั์ใส่ลงไปในถุงเอกภพ หลังจากทำลายเรือล่าสัตว์ด้วยง้าวก็ขี่สุนัขโลกันตร์สามหัวแล้วไปจากที่นี่
บรรดาเมืองที่อยู่ภายใต้การปกครองของวิหารสมุทร์ เมืองสมุทรสุราลัยเป็เมืองที่เจริญรุ่งเรืองมากที่สุด ชายหนุ่มสวมชุดคลุมสลักสองคนถูกเชิญเข้าไปในวิหารสมุทร์ ซึ่งบนเสื้อคลุมของพวกเขาประดับด้วยลวดลายอักขระกระดูก
ถ้าจูชิงอยู่ที่นี่จักต้องรับรู้ได้ทันทีว่าลวดลายนั้นเป็สัญลักษณ์ของลัทธิปีศาจ ลัทธิที่ยิ่งใหญ่แห่งแผ่นดินใหญ่ หากแต่กลับปรากฏอยู่ในเขตมหาสมุทรแห่งนี้
ครั้นกว่าจูชิงจะหลบเลี่ยงการสกัดกั้นของกองทัพอนารยชนและมาถึงเมืองสมุทรสุราลัยได้ เวลาก็ล่วงเลยผ่านมาสองเดือนแล้ว
่สองเดือนนี้จูชิงเกือบตายหลายต่อหลายครั้ง หน้าอกมีแผลฉกรรจ์ลามไปถึง่ท้อง เป็แผลที่ได้มาจากวาฬป่าเถื่อนขั้นหลอมลมปราณ มันปาหอกกระดูกแทงทะลุเกราะเพลิงเกือบฟันเขาตัวขาดครึ่ง
โชคดีที่กระดูกของเขาถูกหล่อหลอมด้วย《กระดูกปีศาจวายุ》กระดูกจึงแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปหลายเท่า หอกกระดูกของวาฬป่าเถื่อนจึงไม่สามารถสังหารจูชิงได้ในทันที
่เวลาเดียวกันนั้น จูชิงเหวี่ยงง้าวปีศาจิญญาอำมหิตบั่นหัววาฬป่าเถื่อนเอาชีวิตรอดออกมาได้อย่างหวุดหวิด
จูชิงาเ็สาหัสไม่มีเวลากระทั่งจะพักฟื้นด้วยซ้ำ เขานอนอยู่บนหลังสุนัขโลกันตร์สามหัว อาศัยลมปราณจากหินโลหิตต่อลมหายใจ
เมื่อผู้คุ้มกันเมืองสมุทรสุราลัยเห็นบาดน่าสยดสยองบนตัวของจูชิง พวกเขาถึงกับเบิกตากว้าง าเ็สาหัสเฉกเช่นนั้นแต่ยังรอดชีวิตมาได้อีกงั้นรึ
