หลี่เยวี่ยซือค่อยๆ รินชาให้เจียงเฉิงหลังจากที่ลากเขาเข้ามานั่ง เจียงเฉิงยังคงทำเหมือนเมื่อครั้งที่ดื่มชากับหลี่อันหราน เขาไม่แม้แต่จะมองน้ำชาในถ้วยด้วยซ้ำ ทำเพียงแสร้งยกถ้วยชาขึ้นและวางลงเท่านั้น
หลี่เยวี่ยซือไม่ได้สนใจว่าเขาจะดื่มชาหรือไม่ นางจ้องดวงหน้าหล่อเหลาของเขาพร้อมกับยิ้มตาหยีถามว่า “ท่านพี่ฉางคิดถึงข้าใช่หรือไม่?”
จางเฉิงผงะเล็กน้อย เขาหลบเลี่ยงสายตานาง “ข้ามาเพื่อคุยเื่เมื่อคราวก่อน”
“เื่เมื่อคราวก่อน? เื่อันใดหรือ?” หลี่เยวี่ยซืองุนงงเล็กน้อยก่อนจะนึกขึ้นได้ “อ้อ หมายถึงเื่คนที่ข่มเหงหลี่อันหราน?”
“ถูกต้อง คุณหนูหลี่เคยรับปากว่าจะบอกความจริงกับข้า”
ตอนนั้นหลี่เยวี่ยซือตั้งใจจะบอกเื่นี้กับเจียงเฉิง แต่ถูกหลี่อันหรานขัดจังหวะเสียก่อน ตอนนี้มาคิดดูอีกครั้ง นางรู้สึกว่าหากบอกออกไปทั้งอย่างนี้ก็ดูจะขาดทุนไปหน่อย
นางไม่อยากปล่อยคุณชายผู้นี้ไป อายุนางมากกว่าหลี่อันหรานและใกล้ถึงวัยที่ต้องแต่งงานแล้ว เป็ธรรมดาที่ต้องวางแผนถึงอนาคตตัวเอง หากสามารถแต่งงานกับพี่ชายฉางท่านนี้และย้ายไปอยู่เมืองหลวงจะไม่ยิ่งดีหรือ?
หลี่เยวี่ยซือคิดคำนวณวางแผนในใจเป็อย่างดี ส่วนเจียงเฉิงเห็นนางเอาแต่ยิ้มโดยไม่พูดไม่จาจึงถามอีกครั้ง “คุณหนูหลี่มีความกังวลอะไรหรือไม่?”
“อื้อ” หลี่เยวี่ยซือได้สติ นางจัดเสื้อผ้าตัวเองแล้วนั่งลง จากนั้นเม้มปากเป็เส้นตรงก่อนกล่าวเสียงเบา “มิได้มีความกังวลอะไรหรอก ทว่าหากจะให้พูดเื่นี้ออกมา เกรงว่าจะเกี่ยวพันถึงคนอื่นหลายคน ครอบครัวข้าไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลหรือร่ำรวยเงินทอง หากต้องมีปัญหาเพราะเื่นี้ก็คงจะไม่เหมาะสม”
เจียงเฉิงใไม่น้อย “คนร้ายที่ข่มเหงหลี่อันหรานเป็ผู้มีอิทธิพลของที่นี่?”
“ก็นับว่าใช่ เขาเป็คนจากในเมือง ตัวเมืองอยู่ห่างจากที่นี่ไม่ไกล เดินทางไปอีกหน่อยก็ถึงแล้ว ผู้คนที่นั่นล้วนแต่มีอิทธิพลกว่าคนในหมู่บ้านแบบพวกข้า” หลี่เยวี่ยซือพูดไปด้วย ลอบสังเกตสีหน้าเจียงเฉิงไปด้วย
“ท่านพี่ฉาง ข้าไม่อาจยุ่งเื่ของผู้อื่นโดยไม่สนใจผลประโยชน์ของครอบครัวตัวเองได้ พ่อแม่ของข้าต่างก็ยังมีชีวิตอยู่ นอกจากนี้ยังมีน้องชายอีกคนต้องดูแล ต่อให้ข้าจะไม่สนใจความปลอดภัยของตัวเองแต่ก็ต้องคำนึงถึงพวกเขา”
เจียงเฉิงก้มหน้าลงเล็กน้อย สิ่งที่หลี่เยวี่ยซือกล่าวมาเป็เื่ที่เข้าใจได้ หากฝ่ายตรงข้ามเป็ผู้มีอิทธิพลจริง คนเช่นหลี่เยวี่ยซือย่อมต้องไม่กล้าไปล่วงเกินอยู่แล้ว
“คุณหนูหลี่ไม่ต้องกังวล ท่านเพียงบอกข้ามาก็พอ ต่อให้ข้าต้องตาย ข้าก็จะไม่แพร่งพรายว่ารู้มาจากท่าน ต่อแต่นี้ไปจะไม่มาข้องเกี่ยวกับแม่นางอีก”
หลี่เยวี่ยซือสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ภายในใจคิดว่าข้าไม่ได้กลัวสักหน่อย ท่านนี่มันทึ่มชะมัด จากนั้นจึงตัดสินใจกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “หากข้าบอกเื่นี้กับท่าน ไม่ทราบว่าข้าจะได้ประโยชน์อะไรหรือไม่?”
เจียงเฉิงแปลกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยิน เขาหันไปมองนางด้วยความสงสัย
หลี่เยวี่ยซือถูกเขามองจนทำตัวไม่ถูก นางหลบเลี่ยงสายตาเขา ภายในใจรู้ตัวว่าตัวเองละโมบเกินไปจึงรีบแก้ตัวว่า “ครอบครัวข้าเป็เพียงชาวบ้านธรรมดา ความเป็อยู่ยากลำบาก ไม่ได้เป็คุณชายตระกูลใหญ่จากเมืองหลวงแบบท่านพี่ฉาง หากข้าจะ้าสิ่งตอบแทนก็น่าจะไม่มีอะไรเกินเลย”
เจียงเฉิงเข้าใจความหมายของนางทันที เขารีบตอบกลับไป “ข้าเพียงแต่มาจากเมืองหลวง ไม่ได้มีอิทธิพลแต่อย่างใด”
หากเขาพูดแบบนี้ตอนที่อยู่บ้านหลี่อันหราน หลี่เยวี่ยซือก็คงเชื่อและไม่คิดอะไรมาก แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว นางพิจารณาเจียงเฉิงโดยละเอียด รูปร่างเขาแข็งแรงกำยำ ต่างจากพวกชาวบ้านธรรมดาที่ดีแต่ใช้แรงงาน เขาเหมือนคุณชายที่อาหารและอาภรณ์เพียบพร้อมมากกว่า ถึงแม้หลี่เยวี่ยซือจะจากเมืองหลวงมาหลายปีแล้ว แต่นางเคยเจอพวกคุณชายตระกูลใหญ่ของที่นั่น สายตาในด้านนี้จึงค่อนข้างแม่นยำ
หลี่เยวี่ยซือไม่พูดอันใด ทว่ากลับลุกมาใกล้เจียงเฉิง แต่ไม่ััถูกตัวเขา “ท่านพี่ฉาง” เสียงนางแ่เบาราวกระซิบ ก่อนว่าต่อ “เยวี่ยเอ๋อร์งามหรือไม่เ้าคะ?”
มุมปากของเจียงเฉิงยกยิ้มแต่กลับไม่แม้แต่ชายตามองนาง “หากคุณหนูหลี่อยากคุยเื่สิ่งตอบแทนก็ว่ามาได้เลย สิ่งใดที่ข้าทำได้ ข้าก็ยินดีช่วยให้คุณหนูหลี่สมหวัง”
หลี่เยวี่ยซือยืนนิ่งอยู่กับที่ นางนึกไม่ถึงว่าเขาจะพูดเช่นนี้ แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน มันช่วยลดขั้นตอนให้นางไม่น้อย “เยวี่ยเอ๋อร์ชอบท่านพี่ฉางเ้าค่ะ…”
“ข้าไม่มีความคิดอื่นใดกับคุณหนูหลี่ คุณหนูหลี่โปรดเข้าใจด้วยว่าข้าเพียงแต่ประสบภัยมาอยู่ที่นี่แค่ชั่วคราวเท่านั้น รอให้ร่างกายฟื้นตัวเต็มที่ก็จะไปจากที่นี่ คงต้องทำให้คุณหนูหลี่ต้องผิดหวัง หวังว่าคุณหนูหลี่จะให้อภัย”
เจียงเฉิงพูดจบแล้วประสานมือโค้งตัวให้หลี่เยวี่ยซือ
เขาสุภาพมีมารยาทมาก ทว่านี่กลับทำให้หลี่เยวี่ยซือกระอักกระอ่วนและพูดคำพูดที่เหลือไม่ออก
บัดนี้ เจียงเฉิงได้เข้าใจเจตนาของหลี่เยวี่ยซือแล้ว รู้ว่าขืนตัวเองยังอยู่ที่นี่ต่อ นางต้องเอื้อนเอ่ยซ้ำออกมาอีกเป็แน่ ด้วยเหตุนี้จึงรีบพูดว่า “หากคุณหนูหลี่ไม่สะดวกใจที่จะบอกว่าอีกฝ่ายคือผู้ใด เช่นนั้นข้าก็จะไม่รบกวนอีก ขอลา”
เจียงเฉิงเตรียมจะจากไปทันทีที่พูดจบ หลี่เยวี่ยซือลนลานทันใด “ท่านพี่ฉางอย่าเพิ่งไป เยวี่ยเอ๋อร์ยอมบอกก็ได้ ไม่เห็นต้องเร่งร้อนปานนี้เลย”
เจียงเฉิงหันตัวกลับมามองนาง แววตาคู่นั้นเ็าขึ้นหลายส่วน “คุณหนูหลี่ไม่ต้องฝืน ข้าไม่อาจตอบแทนด้วยสิ่งที่คุณหนูหลี่้าหรือมอบผลประโยชน์ใดๆ เพราะถึงอย่างไรตัวข้าก็ประสบภัยเช่นกัน ซ้ำยังติดค้างหนี้บุญคุณหลี่อันหรานอยู่ก่อนแล้ว ไม่กล้าสัญญาเื่อื่น”
หลี่เยวี่ยซือเข้าใจถึงสถานการณ์ของเจียงเฉิงเช่นกัน ดังนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะปฏิเสธ ทว่าหลังจากที่ได้ฟังเช่นนี้ นางกลับรู้สึกชอบเขามากกว่าเดิม รู้สึกว่าเขาเป็สุภาพบุรุษ คู่ควรให้นางชอบ
“ถ้าเช่นนั้นข้าจะไม่ร้องขอสิ่งใดมาก ท่านรับปากข้าเพียงเื่เดียวก็พอ” ถึงกระนั้น มีหรือที่นางจะยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ
เจียงเฉิงชะงัก เขาดูจะลังเลเล็กน้อย ครั้นเห็นดังนั้น หลี่เยวี่ยซือจึงเอ่ยปลอบ “ท่านวางใจเถิด ไม่ใช่เื่ที่ท่านต้องลำบากใจแน่นอน”
สีหน้าของเจียงเฉิงค่อยดีขึ้นบ้าง “เชิญคุณหนูหลี่กล่าว”
“หลังจากที่ข้าบอกเื่นี้และท่านตอบแทนบุญคุณนางเรียบร้อยแล้ว ท่านต้องย้ายมาอยู่บ้านข้า”
เจียงเฉิงผงะ เขาเงยหน้าขึ้นมองนางทันที พบว่าหลี่เยวี่ยซือกำลังส่งสายตาหวานหยดย้อยมาให้ “ท่านพี่ฉางรับปากหรือไม่?”
เจียงเฉิงลำบากใจกว่าเดิม “เื่นี้… หากตอบแทนบุญคุณหลี่อันหรานเรียบร้อยแล้ว ข้าย่อมต้องไปจากที่นี่เพื่อกลับไปหาพ่อแม่ เหตุใดคุณหนูหลี่จึงยัง้าให้ข้ามาอยู่ด้วยอีก”
หลี่เยวี่ยซือครุ่นคิดแต่หาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้จึงตอบไปว่า “เยวี่ยเอ๋อร์ชอบท่าน ไม่อยากให้ท่านจากไป แต่ในเมื่อท่านจะกลับไปดูแลพ่อแม่ก็สมควรแล้ว หากท่านพี่ฉางไม่รังเกียจ ข้าตามกลับไปกับท่านด้วยดีหรือไม่?”
เจียงเฉิงตะลึงงันอีกครั้ง เขานึกไม่ถึงว่าหลี่เยวี่ยซือจะเป็สตรีที่กล้าเข้าหาบุรุษขนาดนี้
ชายหนุ่มจึงทำเพียงยกยิ้มธรรมดา “คงไม่ต้องรบกวนคุณหนูหลี่ ข้าขอตัว” พูดแล้วก็เดินออกไปทันที เขาไม่อยากคุยอะไรกับหลี่เยวี่ยซืออีก เพราะตอนนี้เขาเข้าใจเจตนาของอีกฝ่ายอย่างถ่องแท้แล้ว
ที่เมืองหลวงมีสตรีจำพวกนี้อยู่จำนวนไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีคุณหนูตระกูลใหญ่ส่งแม่สื่อมาหาเขาเช่นกัน แต่เนื่องจากเขามีการหมั้นหมายกับหลี่อันหรานอยู่ก่อนแล้ว จึงใช้เป็ข้ออ้างในการปฏิเสธได้
ส่วนสาเหตุที่เขาตั้งใจจะถอนหมั้นกับหลี่อันหราน นั่นเป็เพราะภาพจำที่เขามีต่อตัวนางในอดีตไม่ค่อยดีนัก
