~ ผืนป่าโล่งแจ้งที่ปกคลุมไปด้วยเนินหิมะสูงชัน ~
ร่างกำยำในอาภรณ์สีแดงกวัดแกว่งกระบี่สีโลหิตด้วยความเร็วสูงสุดราวกับราชสีห์กราดเกรี้ยว พร้อมทั้งกระหน่ำฟาดฟันไปยังร่างกายประดุจโลหะของเฉียนหวนจนบังเกิดเสียง "เคร้ง!" จนต้นไม้ใหญ่รอบข้างได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจนหักโค่น หิมะบนพื้นกระจัดกระจายไปตามทางชุลมุน ร่างสีแดงไล่ตามเฉียนหวนด้วยฝีเท้าราวกับหมายเอาชีวิต
เฉียนหวนกัดฟันเหวี่ยงกำปั้นสีเทาดุจดั่งเหล็กกล้า เข้าปะทะกระบี่โลหิตอย่างตะลุมบอนโดยไร้ความหวั่นเกรง
"เคร้ง!"
ทว่าร่างของเฉียนหวนยังถูกส่งปลิวไปกว่าสิบก้าว ก่อนจะหยุดลงทิ้งรอยเท้าเป็ทางยาวไว้บนผืนหิมะ
ด้วยเหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้า หนิงหยางและหนิงฉุ่ยมิอาจทนพิษาแไว้ได้ เนื่องจากพลังิญญาของหนิงฉุ่ยยังคงไม่ฟื้นฟูเต็มกำลัง ดังนั้นจุดแข็งของนางจึงไม่สามารถนำมาใช้ในสถานการณ์นี้ได้
ส่วนหนิงหยางก็พลาดท่าจนจำต้องบดขยี้หยกเพื่อหลีกหนีอาการาเ็ที่อาจจะรุนแรงกว่านี้ด้วยคำแนะนำของกู่หลิงหลง
ดังนั้นแล้วตระกูลกู่เหลือแค่เพียงโจวหลันฮุ่ยและกู่หลิงหลงเท่านั้น
ทว่าก่อนหน้านี้โจวหลันฮุ่ยต้องรับมือกับสัตว์อสูรระลอกใหม่ของเฉียนหวน ส่งผลให้พลังปราณของเขาใกล้จะเหือดแห้งลงทุกวินาที
"โจวหลันฮุ่ย ยอมแพ้เสียเถิด! หากพวกเ้าไม่ส่งตราสีเงินมาแต่โดยดี กู่หลิงหลงจะได้รับาเ็สาหัสเป็แน่" เฉียนหวนถอยร่นไปไกลก่อนจะเช็ดโลหิตจากมุมปากพร้อมกล่าวอย่างเ็า
ทว่าแสงกระบี่โลหิตพลันสะบัดก่อเกิดพายุหมุนรุนแรง สีหน้าของโจวหลันฮุ่ยยังคงความสงบเฉกเช่นเดิม "เฉียนหวน เ้าร้อนรนใจหรืออย่างไร?"
เฉียนหวนยิ้มแสยะอย่างไม่แยแส "เ้ากับข้าต่อสู้กันมานานกว่าสิบนาทีแล้ว และยามนี้ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ ดูเหมือนว่าเ้าเองก็คงฝืนสังขารต่อไปไม่ไหวแล้วเช่นกัน"
"หึ! คำว่าพ่ายแพ้ไม่มีในพจนานุกรมของข้า" โจวหลันฮุ่ยส่งเสียงคำราม ก่อนจะปลดปล่อยเจตนากระบี่ด้วยพละกำลังที่เหลืออยู่เพื่อปราบปรามเฉียนหวนให้จงได้
คลื่นบริสุทธิ์สีขาวราวหิมะส่องประกายถาโถมปกคลุมกระบี่โลหิตในยามนี้
ด้วยขีดจำกัดระดับการบ่มเพาะ และข้อจำกัดด้านการตรัสรู้สภาวะเต๋าของโจวหลันฮุ่ย เจตนากระบี่ของเขาจึงสามารถใช้ได้แค่เพียงวันละสองครั้งเท่านั้น
และนี่เป็ครั้งที่สามที่ตน้าจะใช้ถ่วงเวลาเพื่อข้ามขีดจำกัดของร่างกาย และต้องฝืนใช้มันเพื่อยับยั้งเฉียนหวนไว้
แน่นอนว่าหากฝ่าฝืนใช้เจตนากระบี่ที่เกินขีดจำกัดร่างกาย อาจจะมีผลสะท้อนกลับมาหาโจวหลันฮุ่ยเองได้
แต่อย่างไรก็ดี โจวหลันฮุ่ยจำต้องทำ!
โดยไม่สนใจคำพูดคำจาบ้าน้ำลายของเฉียนหวน กลุ่มพลังงานสีขาวบริสุทธิ์ดุจดั่งหิมะที่ลอยล่องกลางอากาศเข้าปกคลุมกระบี่โลหิตอย่างเชื่องช้า ก่อนที่แรงกดดันอันเหลือล้นจะแผ่ซ่านออกมาส่งผลให้เกิดการสั่นะเืจนยากจะควบคุม!
กลิ่นอายสังหารสะท้อนออกจากกระบี่โลหิตประดุจดั่งจักรพรรดิมารมาจุติ แววตาของโจวหลันฮุ่ยยังคงไร้อารมณ์เฉกเช่นเดิม
แขนของโจวหลันฮุ่ยสั่นเทาอย่างหนักที่ต้องควบคุมวิถีเต๋าเข้าสู่กระบี่ ทว่าตนจำต้องยื้อเวลาเอาไว้
เฉียนหวนขมวดคิ้วอย่างหนักด้วยสีหน้าซีดเผือด "เ้าไม่กลัวผลสะท้อนกลับของการทำเช่นนั้นหรืออย่างไร!?"
ทว่าโจวหลันฮุ่ยแค่ยิ้มอย่างเ็าด้วยสีหน้าไร้กังวล "ข้าแค่ต้องบรรลุเป้าหมายให้ได้เท่านั้น ไม่ว่าอย่างไรขอแค่กำจัดเ้าได้...นั่นก็เพียงพอแล้ว"
ด้วยการเหวี่ยงกระบี่โลหิตจนสุดแรงแขน คลื่นแสงสีขาวะเิจากกระบี่ประดุจดั่งการปะทุของูเาไฟลูกใหญ่ บังเกิดแสงวาบเหนือน่านฟ้าไปในชั่วครู่!
คลื่นกระบี่ถูกปลดปล่อยออกไปเป็แนวแทยงปกคลุมครึ่งหนึ่งของสภาพแวดล้อมบดบังทัศนยีภาพรอบข้างจนสิ้น!
เฉียนหวนที่เห็นดังนั้นพลันมีสีหน้าหวาดผวา พร้อมทั้งพยายามจะหลบหลีกกระบวนท่าอันกราดเกรี้ยวนี้ ทว่าโจวหลันฮุ่ยได้รีดเค้นพลังิญญาที่เหลืออยู่ของตนเพื่อรบกวนการเคลื่อนไหวของเฉียนหวนไว้ได้ทันเวลา
ร่างที่กำลังจะเคลื่อนไหวของเฉียนหวนกลับหยุดชะงักลงเนื่องจากการโจมตีทางจิติญญา ส่งผลให้มันกรีดร้องโหยหวนอย่างทุกข์ทรมานจนเข่าทรุดลง
เนื่องจากตระกูลเฉียนเป็ผู้ฝึกฝนทักษะกายาเป็หลัก ดังนั้นแล้วพลังิญญาของมันจึงอ่อนแอยิ่งกว่าผู้ฝึกฝนในระดับลมปราณฟ้าเสียอีก
คลื่นกระบี่สีขาวบริสุทธิ์พุ่งผ่านด้วยความเร็วราวกับสายฟ้าแลบปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของมันในเสี้ยววินาที
"อะไร!?" การแสดงออกของเฉียนหวนแปรเปลี่ยนเป็สิ้นหวัง ก่อนที่ร่างกายของมันจะโดนเจตนากระบี่เข้าไปโดยไม่มีสิ่งใดกีดขวางแม้แต่น้อย
"พ๊วก!"
ในเวลาเดียวกันโจวหลันฮุ่ยพลันกระอักโลหิตคำใหญ่ลงบนผืนหิมะผ่อง เข่าทั้งสองข้างพลันทรุดลงในพริบตา พร้อมทั้งกระบี่โลหิตที่หลุดจากมือไปปักอยู่ที่เนินหิมะเบื้องหน้า
ใบหน้าของเขาแสดงสีแห่งชัยชนะชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะมิอาจขยับร่างกายได้อีกต่อไป
วินาทีต่อมาเสียงคร่ำครวญโหยหวนของเฉียนหวนก้องกังวานในชั้นบรรยากาศ "ไม่!!!"
"ฉัวะ!"
โลหิตอุ่นๆกองใหญ่พุ่งกระฉูดจากร่างกายของเฉียนหวนไปทุกทิศ ไม่มีอวัยวะใดที่ไม่าเ็สาหัส แม้นว่าร่างกายของมันจะทำจากโลหะก็มิอาจรอดพ้นจากเจตนากระบี่อันบริสุทธิ์ของโจวหลันฮุ่ยไปได้!
. . .
ไม่ไกลจากสนามหิมะของโจวหลันฮุ่ยและเฉียนหวน
กู่หลิงหลงที่อยู่ในสภาพสะบักสะบอมเต็มไปด้วยรอยบากจากกรงเล็บสัตว์อสูรกำลังใช้หอกสีชาดค้ำยันปฐีไว้ไม่ให้ล้มลง สีหน้าของนางยามนี้แลดูไม่เต็มใจและกราดกริ้วสุดขีด ทั้งยังมีเสียงหอบเบาๆเล็ดลอดออกมา
เบื้องหน้าของนางปรากฏให้เห็นร่างสิบฟุตของวานรั์ที่มีขนสีเหลืองเข้มคลับคล้ายกับแสงสุริยัน พวกมันเป็กลุ่มสัตว์อสูรระดับ 6 วานรเพลิงฟ้าที่ถูกควบคุมโดยเฉียนหวนก่อนหน้าระหว่างที่มันหลบหนีไป
ซ้ำยังมีด้วยกันถึงสองตัวที่เป็ระดับที่ใกล้เคียงกัน และกู่หลิงหลงยังต้องรับมือกับทั้งสองตัวในคราเดียว
ด้านข้างกู่หลิงหลงไม่ไกลนัก เผยให้เห็นสตรีสองนางในอาภรณ์คลุมยาวสีฟ้าและอาภรณ์คลุมสีขาวที่สวมผ้าบางปกปิดใบหน้า ร่างกายของทั้งสองนางปลดปล่อยรัศมีเ็าออกมาอยู่ทุกขณะ
พวกนางคือสตรีจากตระกูลเยว่ทั้งสองซึ่งกำลังรับมืออยู่กับวานรเพลิงฟ้าอีกสองตัวเช่นกัน อาภรณ์ของพวกนางกระเซอะกระเซิงแลดูไม่เรียบร้อยอีกต่อไป มีรอยแผลจากการฟันที่แขนซ้ายของนางเผยให้เห็นผิวดั่งหยกเนื้อดีอันขาวผ่อง
สตรีอาภรณ์สีฟ้าและสตรีอาภรณ์สีขาวทั้งสองยกกระบี่อ่อนตั้งท่าตระเตรียมสำหรับการจู่โจมในทุกขณะ
แม้นว่าพวกนางทั้งสองจะยังไม่ได้เข้าสู่ระดับลมปราณฟ้า แต่ด้วยความคล่องแคล่วและปราดเปรียวจากทักษะของตระกูลเยว่ พวกนางจึงสามารถหลบหลีกการจู่โจมอันโหมกระหน่ำดุจดั่งคลื่นของวานรเพลิงฟ้าไปได้ไม่มากก็น้อย
แต่อย่างไรก็ตาม โอกาสของพวกนางในการทำร้ายหรือสร้างาแแก่วานรเพลิงฟ้านั้นแทบจะเป็ไปไม่ได้ พวกนางจึงตกลงร่วมมือกับกู่หลิงหลงเพื่อยับยั้งวานรทั้งสี่ไว้จนกว่าโจวหลันฮุ่ยจะสามารถปราบปรามเฉียนหวนลงได้สำเร็จ
ทว่าระยะเวลาของการแข่งขันกลับเหลือเพียงแค่สามนาทีเท่านั้น หากพวกนางสามารถยื้อยุดไปจนกว่าจะหมดเวลา ก็ไม่มีสิ่งใดต้องเป็กังวลอีกต่อไป
แต่หากจะคิดในอีกแง่มุมหนึ่ง พลังปราณและพละกำลังของพวกนางแขวนอยู่บนฟางเส้นสุดท้ายแล้ว
และเนื่องด้วยข้อจำกัดของเฉียนหวนที่วางไว้รอบๆอาณาเขตส่งผลให้พวกนางมิอาจหนีรอดออกจากที่แห่งนี้ได้ และทำได้เพียงแค่วิ่งไปรอบๆอาณาบริเวณเท่านั้น
พลังปราณของสตรีทั้งสามถูกใช้ไปจนเกือบหมดสิ้นเนื่องจากการถ่วงเวลาไปกว่าสิบนาที และโอกาสที่พวกนางจะถูกขับไล่นั้นเป็ไปได้สูงมากหากมิได้ระวังตัว
ยามนี้วานรเพลิงฟ้าทั้งสี่กำลังเข้ารุกอย่างหนักเพื่อแย่งชิงตราสีเงินของสตรีทั้งสอง
"คุณหนูน้อยกู่ ช่วยถ่วงเวลาไว้อีกนิด" สตรีอาภรณ์สีฟ้านามว่าเยว่หานยี่กล่าวด้วยเสียงแหบพร่า สีหน้าของนางแลดูซูบซีดไร้พละกำลัง หน้าผากปรากฏเหงื่อเม็ดใหญ่ไหลซวกอย่างควบคุมไม่ได้
กู่หลิงหลงพยักหน้าตอบรับอย่างยากลำบาก เนื่องจากพวกนางได้ใช้เม็ดยาฟื้นฟูพลังปราณที่มีสำรองไปจนหมดแล้ว ยามนี้ขอแค่เพียงสามารถหลีกหนีการจับกุมของวานรเพลิงฟ้าไปได้ ก็ยังพอจะมีโอกาสกุมชัยอยู่บางส่วน
ในระหว่างที่สตรีทั้งสามกำลังวางแผนยื้อยุดถ่วงเวลา พลันเกิดเสียง "ครืก~" ดังขึ้นจากกองหิมะที่ย้อมด้วยสีแดงสดเนื่องจากโลหิตของเฉียนหวน
เผยให้เห็นร่างกายมัดกล้ามที่เต็มไปด้วยรอยแผลจากกระบี่ ซ้ำยังมีโลหิตที่กำลังไหลอยู่ทุกขณะกว่าสิบแผล
เฉียนหวนที่มีสีหน้าเกรี้ยวกราดยืนขึ้นอย่างยากลำบากในกองหิมะ พลันปราดมองโจวหลันฮุ่ยด้วยแววตาเย็นขา
ทว่าเฉียนหวนกลับสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างจากกลุ่มสตรีทั้งสาม ซ้ำแล้วด้วยเวลาที่เหลือน้อยเต็มทน รวมเข้ากับร่างกายของมันที่แทบจะขยับไม่ได้มันจึงนึกตระหนักได้ถึงบางสิ่ง
รอยยิ้มเ้าเล่ห์เผยให้เห็นบนใบหน้าของเฉียนหวนก่อนที่จะตัดสินใจออกคำสั่งอีกครา
นั่นคือให้วานรเพลิงฟ้าทั้งสี่มุ่งเป้าไปยังเยว่หานยี่เพียงผู้เดียว!
เนื่องจากนางเป็ผู้ที่ถือครองตราสีเงินและเป็ผู้ที่แข็งแกร่งรองลงมาจากกู่หลิงหลง ดังนั้นแล้วขอแค่เฉียนหวนได้ตราสีเงินมาหนึ่งชิ้นก็ยังดีเสียกว่าไม่ได้สิ่งใดกลับไปเลย
"วานรเพลิงฟ้า เปลี่ยนเป้าหมายไปยังเยว่หานยี่เพียงผู้เดียว และแย่งชิงตราสีเงินมาซะ!" เฉียนหวนออกคำสั่งใหม่ผ่านกระแสจิตกับวานรเพลิงฟ้าทั้งสี่ที่กำลังล้อมสตรีสามนางโดยไม่มีผู้ใดได้ยิน
แม้นว่าร่างกายของมันและโจวหลันฮุ่ยจะขยับไม่ได้อีกต่อไป แต่เนื่องด้วยการควบคุมวานรเพลิงฟ้าทำให้มันยังมีโอกาสเล็กน้อยในการ่ชิงตราสีเงินมาได้
ก่อนที่ั์ตาของวานรเพลิงฟ้าจะแปรเปลี่ยนเป็สีแดงคลับคล้ายกับการคลุ้มคลั่ง วานรสองตัวที่กำลังไล่ต้อนกู่หลิงหลงพลันเปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหันและพุ่งเข้าหาเยว่หานยี่ในเวลาเดียวกัน
ร่างกว่าสิบฟุตของมันวิ่งผ่านผืนหิมะอย่างไวว่องราวกับลิง ก่อนที่มือขนาดใหญ่จะเอื้อมตรงไปยังร่างของเยว่หานยี่สุดแรง!
กู่หลิงหลงที่เห็นดังนั้นก็รับรู้และเข้าใจสถานการณ์ได้ในทันที ว่าเฉียนหวน้าตราสีเงินแม้จะเพียงชิ้นเดียวก็ตามที นางใช้แรงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดะโเข้าไปขวางเส้นทางของวานรเพลิงฟ้าสองตัวไว้ ก่อนหอกสีแดงเพลิงจะถูกควงด้วยท่วงท่าประดุจหงส์เพลิงก่อเกิดเป็ปราณเพลิงอาณาเขตปิดกั้นเส้นทางมิให้พวกมันไปต่อ
แต่แล้ววานรเพลิงฟ้าที่กำลังต่อสู้อยู่กับเยว่นู๋ก็พยายามฝ่าวงล้อมไปเช่นกัน
ทว่าเยว่นู๋สตรีอาภรณ์สีขาวราวหิมะก็พุ่งะโปิดเส้นทางวานรเพลิงฟ้าไว้ถึงสองตัวก่อนจะตะคอกลั่น "หานยี่ถอยออกไป! แค่ถือครองตราสีเงินไว้ให้ได้จนกว่าจะสิ้นสุดเวลา เพียงเท่านี้ภารกิจของคุณหนูน้อยก็จะสัมฤทธิ์ผล"
เยว่หานยี่ก็ทราบเช่นกันว่าวานรเพลิงฟ้าเล็งเห็นสิ่งนี้ แต่ตนมิอาจปล่อยให้เยว่นู๋าเ็ได้ กระบี่อ่อนสีฟ้าถูกชักออกจากฝักดัง "ชริ้ง!" ก่อนจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายส่งพลังปราณจันทราเพียงเสี้ยวเดียวลงสู่กระบี่เพื่อตัดทอนกำลัง
ต้นขาที่ขาวและเพรียวบางย่ำลงผืนหิมะ ก่อนจะดีดร่างพุ่งถอยร่นกลับไปให้ไกลที่สุด
กระบี่อ่อนสีฟ้าที่ปกคลุมด้วยพลังปราณเพียงน้อยนิดของนางฟาดคลื่นกระบี่อ่อนแทงตรงไปยังดวงตาของวานรเพลิงฟ้าเพื่อให้มันสับสนและหยุดการไล่ตามบัดนี้
"ฉัวะ!"
แสงจันทราสีขาวโพลนจากคลื่นกระบี่ฟาดฟันเข้าหาั์ตาคู่นั้น ส่งผลให้วานรเพลิงฟ้ากรีดร้องโหยหวนอย่างทุกข์ทรมาน
ทว่านางมิได้รู้เลยว่า มีวานรเพลิงฟ้าตัวหนึ่งปรากฏขึ้นเื้ันางด้วยความเร็วสูงสุด มันคือตัวที่สามารถหลบหนีจากวงล้อมของเยว่นู๋ไปได้
กำปั้นั์ของมันฟาดไปยังเยว่หานยี่อย่างโเี้จากทางด้านหลังโดยมิได้ออมแรงเลยแม้แต่น้อย!
การแสดงออกทางสีหน้าของเยว่หานยี่แลดูสิ้นหวัง ก่อนจะขยับข้อมือยกกระบี่อ่อนเพื่อตั้งรับกำปั้นั์จากวานรเพลิงฟ้า
"โคร้ม!"
"อั๊ก!" แต่ทว่านางก็มิอาจปิดกั้นการโจมตีด้วยพละเดรัจฉานของวานรเพลิงฟ้าไปได้ ส่งผลให้นางกระอักเืคำใหญ่ก่อนจะถูกส่งปลิวไปชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่ จนนอนแน่นิ่งและไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอีกต่อไป
โจวหลันฮุ่ย กู่หลิงหลงและเยว่นู๋ที่เห็นดังนั้นก็มีสีหน้าซีดเผือด ในขณะที่รอยยิ้มแห่งชัยชนะอันชั่วร้ายของเฉียนหวนปรากฏขึ้นที่มุมปากของมัน
ยามนี้ตราสีเงินอยู่ในมือของวานรเพลิงฟ้าแล้ว และมันกำลังพุ่งไปยังเฉียนหวนด้วยความเร็วสูงสุดเพื่อส่งมอบตราสีเงินให้แก่เ้าของของมันแต่โดยดี
"ฮ่าๆๆ! ตระกูลเยว่นี่คือผลของความดื้อรั้นของพวกเ้าเอง!" เฉียนหวนะเิเสียงหัวเราะอย่างชั่วร้ายด้วยท่าทีโอหัง ก่อนที่วานรตัวนั้นจะเข้ามาแบกร่างที่ใกล้จะแตกสลายของเฉียนหวนไว้เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการหลบหนีในทุกชั่วยาม
ยามนี้เฉียนหวนบรรลุผลสำเร็จแล้ว แม้นว่ามันจะได้ตราสีเงินมาเพียงแค่ชิ้นเดียว แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้สิ่งใดกลับไปเลย
และยังคงมีเวลาเหลืออยู่อีกหนึ่งนาทีเพื่อที่จะได้หลบหนีไปให้ไกลโดยมีวานรเพลิงฟ้าที่กำลังแบกร่างปวกเปียกของมันอยู่
แต่ปล่อยให้เฉียนหวนเพ้อฝันได้ไม่นานนัก ทันใดนั้นคลื่นแสงวาบสีขาวประดุจดั่งดาวหางพุ่งผ่านมาจากที่ใดไม่ทราบได้ ก่อนที่คลื่นสีขาวจะตัดผ่านศีรษะของวานรเพลิงฟ้าที่กำลังอุ้มร่างเฉียนหวนอยู่ด้วยความเร็วสายฟ้าแลบ!
"ฉัวะ!"
ต้นคอของวานรเพลิงฟ้าพุ่งกระฉูดด้วยโลหิตสีดำสูงเสียดฟ้า ก่อนที่ศีรษะของมันจะหลุดจากบ่าตกลงไปที่ผืนหิมะย้อมอาณาบริเวณจนแดงฉาน!
ร่างั์ของมันล้มลงจนเกิดหลุมบ่อขนาดใหญ่มาพร้อมกับเสียง "โคร้ม!"
วินาทีต่อมาปรากฏให้เห็นร่างอันงดงามชดช้อยของเยว่หลิงเสวี่ยและนาหลันเสี่ยวฉีที่กำลังพุ่งเข้าหาวานรเพลิงฟ้าที่เหลืออยู่อีกสามตัวโดยมิได้มีความ้าจะปล่อยมันไป!
พร้อมกับบังเกิดแสงวาบสองจุด กลิ่นอายปราณน้ำแข็งะเิออก นาหลันเสี่ยวฉีสะบั้นศีรษะวานรเพลิงฟ้าที่กำลังพะว้าพะวงอยู่กับกู่หลิงหลงอย่างไร้ปราณี!
อีกด้านหนึ่งวานรเพลิงฟ้าอีกสองตัวที่กำลังจะหลบหนีพลันถูกกระบวนท่าจากกระบี่อ่อนของเยว่หลิงเสวี่ยจนร่างกายทั้งสองขาดครึ่งซีก! ก่อนจะล้มลงและกลับกลายเป็ซากศพอย่างไร้ใยดี
เฉียนหวนที่เห็นดังนั้นก็มีสีหน้าซีดเผือด มันไม่คาดคิดว่าเยว่หลิงเสวี่ยและนาหลันเสี่ยวฉีจะปรากฏกายขึ้นมาช่วยเหลือได้ทันเวลา
"เยว่! หลิง! เสวี่ย!" เฉียนหวนคำรามลั่นประดุจดั่งสัตว์ร้ายได้รับาเ็ แววตาคู่นั้นฉายแสงแห่งความอาฆาตยิ่ง
มันได้วางข้อจำกัดระดับ 6 ขั้นสูงไว้ด้านนอกแล้ว เย่วหลิงเสวี่ยและสตรีอีกหนึ่งนางจะสามารถเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร?
อย่างน้อยต้องใช้เวลากว่าสิบนาทีจึงจะสามารถแหวกช่องว่างของข้อจำกัดเข้ามาได้
ทว่ากลับไม่มีเวลาให้เฉียนหวนไตร่ตรองมากนัก ด้วยพละกำลังเพียงน้อยนิดที่เหลืออยู่ มันจึงรีบคว้าตราสีเงินจากซากศพของวานรเพลิงฟ้าใกล้ตัวไว้ด้วยมือขวา ก่อนที่มือซ้ายจะส่องประกายเผยให้เห็นหยกบริสุทธิ์อีกหนึ่งชิ้น เห็นได้ชัดว่าเฉียนหวนยังคงมีหยกหลบหนีสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันอีกหนึ่งชิ้น
"ฮ่าๆๆ! แม้นว่าพวกเ้าจะมีกำลังเสริมที่แข็งแกร่งแล้วอย่างไร!? แต่พวกเ้าก็มิอาจหยุดข้าไว้ได้อีกต่อไป!" เฉียนหวนรีดเค้นเสียงหัวเราะจากลำคออย่างบ้าคลั่ง
ก่อนจะบดขยี้หยกด้วยสีหน้าเยาะเย้ยโดยไม่สังเกตเห็นใบหน้าที่ไร้ความตื่นตระหนกของเยว่หลิงเสวี่ย และแววตาที่เย้ยหยันของนาหลันเสี่ยวฉีเลย
"เคร้ง!"
วินาทีต่อมาหยกหลบหนีในมือของเฉียนหวนถูกบดขยี้เป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยในชั่วพริบตา!
