จ้าวไท่ไท่้าให้เจินเจินหรือบุตรเขยหาเวลาสอนหนังสือให้แก่จ้าวจินจู้ โดยจะให้เขาพักอยู่ที่นี่สักระยะหนึ่ง
“ให้นอนในห้องโถงก็ได้ นำตั่งมาวางต่อกัน ปูที่นอนมีผ้าห่มให้สักผืนแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว”
“ไว้ท่านพี่กลับมาข้าจะลองถามดู” ความจริงแล้วสำหรับจ้าวซื่อเื่นี้ไม่ใช่เื่ใหญ่ ทว่านางเคยชินกับการให้สามีเป็คนตัดสินใจในทุกเื่
“แน่นอน” จ้าวไท่ไท่ยิ้มจนตาหยีกลายเป็เส้นตรง พลางคิดในใจ ถึงว่าเหตุใดบุตรเขยคนที่สามของนางถึงดูแลบุตรสาวคนที่สามของนางเป็อย่างดี แม้นว่าจ้าวซื่อจะไม่ใช่คนที่เฉลียวฉลาดมากนัก แต่กลับฉลาดเฉลียวในเื่ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา
หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จจ้าวซื่อพาบิดามารดาซึ่งสะพายตะกร้าไว้ที่หลังไปยังบ้านสกุลกู้ แต่จ้าวจินจู้ไม่ได้ตามไปด้วยเพราะต้องเฝ้าบ้าน และช่วยผ่าฟืน ทำความสะอาดบ้านในระหว่างรอ
จ้าวไท่ไท่อยากเห็นหน้าหลานสาว แต่เมื่อไปถึงปรากฏว่าเจินเจินกำลังนอนกลางวัน เห็นมารดามีสีหน้าผิดหวัง จ้าวซื่อจึงทำท่าจะไปปลุกบุตรสาว ทว่ากลับถูกจ้าวไท่ไท่ห้ามเอาไว้ “นางยังเด็กอยู่ในวัยกำลังโต ปล่อยให้นอนเถิด ไม่ต้องไปปลุกนาง” จากนั้นหญิงชราก็นำของที่นำมาด้วยมอบให้สองสามีภรรยากู้
“ท่านมาแต่ตัวก็พอ เหตุใดถึงต้องนำของมามากมายเช่นนี้ด้วย พวกท่านเกรงใจเกินไปแล้ว” กู่ซื่อเอ่ยอย่างเกรงอกเกรงใจเมื่อเห็นผู้เฒ่าจ้าวและจ้าวไท่ไท่นำของมาฝากมากมาย
จ้าวไท่ไท่ยิ้มกล่าว “ล้วนเป็ของที่ที่บ้านปลูกเอง มิได้มีราคามากมาย ข้ารู้มาว่าบ้านท่านไม่ขาดแคลนสิ่งใด ก็เลยอยากนำมาฝาก ถือเป็น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากข้า ขอพวกท่านอย่าได้รังเกียจ”
“พวกเราไม่รังเกียจแน่นอน” กู้ซิ่วไฉกล่าวยิ้มแย้ม ก่อนจะพูดคุยทักทายกับผู้เฒ่าจ้าว ขณะที่กู่ซื่อเดินเข้าไปในบ้านเพื่อนำขนมมาห่อจะได้มอบให้แก่ผู้เฒ่าจ้าวและจ้าวไท่ไท่ตอนจะกลับ แต่ปรากฏว่าพอนางเดินออกมา ทั้งคู่เห็นว่านางนำของมาด้วยก็รีบลุกขึ้นแล้วขอตัวลาทันที กู่ซื่อรีบตามออกไป แต่ไม่ว่าจะรีบตามไปอย่างไรก็ไม่ทัน
“ขอพวกท่านอย่าได้ถือสา ท่านพ่อท่านแม่ของข้าก็มีนิสัยเช่นนี้” กล่าวจบจ้าวซื่อจึงรีบเดินตามบิดามารดาออกไป
ตกเย็นหยวนเหล่าเอ้อร์กับเจินเจินกลับมาบ้าน จ้าวซื่อนำขนมถั่วลิสงออกมาให้บุตรสาว “ท่านตากับท่านยายซื้อมาฝากเ้า”
เจินเจินหยิบขนมขึ้นมาชิมหนึ่งชิ้น ทั้งกรอบทั้งหอมและหวานอร่อย นางพึงพอใจยิ่ง ด้วยเหตุนี้จึงป้อนให้บิดามารดาคนละชิ้น ส่วนที่เหลือนางเก็บไว้กินเอง
“เหตุใดท่านตาท่านยายถึงไม่มาอาศัยอยู่ที่นี่กับพวกเราเ้าคะ” เจินเจินเอ่ยถาม นางชื่นชอบท่านตาท่านยายมาก พวกท่านเอ็นดูนางเป็ที่สุด ทุกครั้งที่เจอก็มักจะมองนางอย่างรักใคร่เสมอ ไม่เหมือนท่านย่าสกุลหยวน ซึ่งมักจะมองนางอย่างรังเกียจเดียดฉันท์ แต่ถึงอย่างไรนางก็ไม่สนใจพวกเขาหรอก
“ก็เพราะอยู่ไม่ได้น่ะสิ” จ้าวซื่อตอบ
เจินเจินเอียงคอครุ่นคิด จากนั้นวิ่งเข้าไปในห้องแล้วกลับมาพร้อมกับเงินตำลึงทองหนึ่งก้อน ยัดใส่มือบิดาพลางเอ่ยว่า “ท่านพ่อ ก่อห้องเพิ่มสักสองสามห้องเถิด”
หยวนเหล่าเอ้อร์รับเงินตำลึงทองมาลองกัด ของจริง!
“เ้าไปเอาเงินนี่มาจากที่ใด” หยวนเหล่าเอ้อร์เก็บเงินใส่ในแขนเสื้อพลางถาม
“พี่ชายเป็คนให้ข้า” เจินเจินตอบอย่างไม่คิดมาก “แต่ว่าเป็สตรีจะใช้เงินของบุรุษไม่ได้ รอให้ข้าหาเงินเองได้เมื่อใดจะนำไปคืนให้พี่ชาย”
หยวนเหล่าเอ้อร์ขมวดคิ้ว กล่าวว่า “เหลวไหล สตรีใช้เงินบุรุษนับว่าเป็เื่ถูกต้องแล้ว”
เจินเจินส่ายหน้าอย่างดื้อดึง “ไม่ถูก สตรีมีหน้าที่หาเงินเลี้ยงครอบครัว บุรุษมีหน้าที่รักษารูปโฉมให้หล่อเหลาดูดีอยู่เสมอ” กล่าวจบเด็กหญิงมองบิดาอย่างพิจารณาแล้วถอนหายใจก่อนจะเอ่ยว่า “ท่านพ่อ ดูท่านสิ มีหนวดมีเครา เหตุใดถึงไม่ดูแลตัวเองบ้างเลย หากท่านเปลี่ยนไปน่าเกลียด ทำให้ท่านแม่รังเกียจและขอหย่ากับท่าน ท่านจะทำอย่างไร สตรีล้วนเ้าชู้ ท่านคงไม่ได้คิดว่าแม้อายุเยอะแล้วท่านแม่จะยังชื่นชอบอยู่เหมือนเช่นตอนหนุ่มสาวกระมัง”
เจินเจินอบรมบิดา นั่นเพราะนางเคยเห็นบุรุษมากมายที่ถูกพี่สาวสุนัขจิ้งจอกทอดทิ้งเพราะรูปโฉมโรยรา พี่สาวสุนัขจิ้งจอกเคยบอกกับนางว่า ‘สตรีไม่มีหัวใจบุรุษจึงต้องเจ็บช้ำน้ำใจ’
หยวนเหล่าเอ้อร์ยกมือลูบใบหน้าของตนเอง “ข้าเปลี่ยนไปน่าเกลียดมากหรือ”
จ้าวซื่อยิ้มตอบ “ไม่น่าเกลียด”
หยวนเหล่าเอ้อร์ถามต่อ “หากต่อไปข้าน่าเกลียดเ้าจะรังเกียจข้าหรือไม่”
จ้าวซื่อตบอกยืนยัน “ไม่แน่นอน”
ได้ยินคำจากภรรยาหยวนเหล่าเอ้อร์ถึงค่อยรู้สึกโล่งใจ
รอจนจ้าวซื่อพาบุตรสาวไปอาบน้ำและส่งเข้านอน หยวนเหล่าเอ้อร์ถึงค่อยได้สติกลับคืนมาว่าได้ถูกบุตรสาวพาออกนอกเื่ เดิมทีเขาคิดจะเถียงเื่ใครกันแน่ที่มีหน้าที่หาเลี้ยงครอบครัว แต่ปรากฏว่าบุตรสาวกลับเฉไฉไปเื่รูปลักษณ์เสียนี่ แต่ทว่าที่เจินเจินพูดมาก็มีส่วนถูก เขาสมควรต้องเริ่มใส่ใจตัวเองให้มากกว่านี้บ้างแล้ว
หลังอาบน้ำ หยวนเหล่าเอ้อร์ทาน้ำมันหอมบนกายก่อนจะขึ้นเตียง ยามนี้สองสามีภรรยาต่างตัวหอมกรุ่นกันทั้งคู่
“ท่านพี่ ท่านแม่อยากให้ท่านกับเจินเจินช่วยสอนหนังสือให้จินจู้”
“ตอนกลางวันข้าไม่ว่าง” หยวนเหล่าเอ้อร์ตอบออกไปอย่างรวดเร็ว
“ท่านแม่หมายความว่า้าให้จินจู้พักอยู่ที่นี่สักระยะหนึ่ง อยู่ในห้องโถงก็ได้ แล้วท่านกับเจินเจินค่อยสอนหนังสือให้เขาในเวลาเย็น จินจู้ไม่ได้้าเรียนหนังสือไปเพื่อสอบแข่งขัน แค่ให้มีความรู้พอค้าขายก็เท่านั้น” จ้าวซื่ออธิบาย
ใจจริงหยวนเหล่าเอ้อร์อยากจะบอกออกไปว่า หากเขามีเวลาว่างไปสอนหนังสือ ไม่สู้เอาเวลานั้นไปนอนไม่ดีกว่าหรือ ทว่าน้องภรรยาผู้นี้เชื่อฟังและนับถือตนเองอย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้บ้านเดิมของจ้าวซื่อก็เคยช่วยเหลือเขาเอาไว้ไม่น้อย แม้ว่าทางนั้นจะมิได้มีฐานะดี หากก็ยังยอมเข้าเนื้อเพื่อให้ความช่วยเหลือเขา หนี้น้ำใจที่พวกเขาเคยให้ ตนเองก็สมควรต้องตอบแทน จึงตอบตกลงออกไป “ก็ได้”
จ้าวซื่อยิ้มดีใจ หอมแก้มสามีหนึ่งที
หยวนเหล่าเอ้อร์ซึ่งนอนราบอยู่บนเตียงเอ่ยด้วยสีหน้าลังเลว่า “แม่เจินเจิน ถึงแม้พวกเราสมควรจะมีน้องชายน้องสาวให้เจินเจินอีกสักคน หากแต่ตอนกลางวันข้าเรียนหนังสือเหนื่อยเหลือเกิน ่นี้คงต้องลำบากเ้าแล้ว”
จ้าวซื่อ “…”
วันต่อมาหยวนเหล่าเอ้อร์ใช้เวลา่กลางวันไปหาผู้ใหญ่บ้านเพื่อพูดคุยเื่ก่อห้องเพิ่ม
“เ้าเพิ่งจะก่อกำแพงบ้านไปเองไม่ใช่หรือ อีกอย่างบ้านเ้าก็หลังเล็ก หากก่อห้องเพิ่มอีกสองห้องคงต้องก่อนอกกำแพง”
“ก่อห้องนอกกำแพงก็ไม่เป็ไร ขอแค่ให้ประตูอยู่ในบ้านก็พอ” หยวนเหล่าเอ้อร์กล่าวอย่างไม่ถือสา
‘ช่างทำแบบขอไปทีโดยแท้’ ผู้ใหญ่บ้านคิดในใจ ก่อนจะถามต่อ “แล้ว้าจะก่อห้องแบบอิฐหรือดินโคลนเล่า”
“ย่อมต้องเป็ดินโคลน ข้าไหนเลยจะมีเงินก่อห้องจากอิฐได้” หยวนเหล่าเอ้อร์ตอบ
ผู้ใหญ่คิดในใจ ‘หลังแยกบ้านออกมาแล้ว หยวนเหล่าเอ้อร์นับว่ามีชีวิตที่ดีขึ้นไม่น้อย’
“บ้านที่เ้าอยู่ในยามนี้ตั้งอยู่บนที่ที่ไม่ได้ทำประโยชน์อันใด ข้าจึงไม่เก็บเงินจากเ้า เพียงแต่ต้องบอกมาก่อนว่าวางแผนจะก่อห้องเป็ขนาดเท่าใด ข้าจะได้ให้คนเตรียมดินเหนียวให้เพียงพอ”
“ข้า้าสร้างต่อจากกำแพงฝั่งซ้ายขวา ก่อทั้งหมดสองห้อง แล้วก็ทลายกำแพงทั้งสองฝั่งนั้นบางส่วนเพื่อทำเป็ประตูและหน้าต่าง กว้างน่าจะประมาณหนึ่งจั้ง[1] ท่านลองดูว่าที่ข้าพูดนั้นถูกต้องหรือไม่ ไหนๆ ก็ทำแล้วไม่สู้ทำให้ใหญ่หน่อย ต่อไปจะได้ไม่ต้องทำเพิ่มอีก”
ผู้ใหญ่บ้านถามสีหน้าลังเล “จะทลายกำแพงบางส่วนด้วยหรือ เช่นนั้นคงต้องให้ช่างอิฐมาทำ หากให้คนในหมู่บ้านทำได้ทลายกำแพงของเ้าออกทั้งหมดแน่”
หยวนเหล่าเอ้อร์ยิ้มตอบ “ข้าไม่มีความรู้ในเื่นี้ รบกวนท่านช่วยจัดการเถิด ส่วนเื่กำแพงจะทลายทั้งหมดก็ไม่เป็อันใด อย่างไรอิฐก็ยังอยู่ เพียงแค่ก่อขึ้นใหม่ก็ใช้ได้แล้ว” กล่าวจบหยวนเหล่าเอ้อร์ก็ล้วงหยิบเงินออกมาจากอกเสื้อ “ข้าให้เงินท่านไว้ก่อน เสร็จงานค่อยมาคำนวณค่าใช้จ่ายกันอีกที ถ้าขาดก็มาบอกข้า แต่หากเหลือท่านไม่ต้องนำมาคืน”
[1] จั้ง เป็หน่วยความยาวของจีน หนึ่งจั้งเท่ากับ 3.33 เมตร
