บทที่ 1 ลมหายใจสุดท้ายกลางสายฝน
มหานครเซี่ยงไฮ้, ปี 2026
เหนืออ่าวผู่ตงที่เคยระยิบระยับด้วยแสงไฟประดับประดาราวกับสร้อยเพชรของสรวง์ บัดนี้กลับถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆฝนสีตะกั่วที่ตั้งเค้าทะมึน ราวกับลางร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามากลืนกินความรุ่งโรจน์ของเมืองที่ไม่เคยหลับใหล สายฟ้าแปลบปลาบเป็ระยะสะท้อนกับผิวแก้วของ ดิ อีเทอร์นิตี้ (The Eternity) ตึกระฟ้าทรงบิดเกลียวเชิงสถาปัตยกรรมแบบนีโอ-ฟิวเจอริสม์ที่สูงที่สุดในเอเชีย มันตั้งตระหง่านท้าทายกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ดุจหอคอยงาช้างของเทพเ้าที่หลงลืมและมองข้ามความทุกข์ยากของโลกเบื้องล่าง
บนชั้นที่ 108 พื้นที่หวงห้ามซึ่งเป็อาณาจักรส่วนตัวของประธานกรรมการบริหาร กลิ่นอายของความมั่งคั่งที่สร้างขึ้นจากหยาดเหงื่อและคราบน้ำตาของผู้อื่นอบอวลอยู่ในอากาศที่เย็นเฉียบจนิัแทบจะกลายเป็น้ำแข็ง แสงไฟสลัวจากโคมไฟระย้าคริสตัลสั่งทำพิเศษ ส่งประกายล้อไปกับใบหน้าด้านข้างของหญิงสาวผู้ถูกขนานนามว่า จักรพรรดินีแห่งวงการเทค
เซียวฉิง ผู้นำสูงสุดแห่ง เนบิวลา คอร์ปอเรชัน (Nebula Corp) อาณาจักรเทคโนโลยีชีวภาพและปัญญาประดิษฐ์ที่กุมบังเหียนเศรษฐกิจโลกไปเกือบครึ่ง เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำตัวเขื่อง ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบจะหายใจไม่ออก แผ่นหลังของเธอเหยียดตรง สง่างามทว่าดูโดดเดี่ยวเกินกว่าที่ใครจะกล้าเอื้อมมือไปถึง
สายตาเรียวคมดุจพญาเหยี่ยวของเธอกวาดมองไปยังเหล่าผู้บริหารระดับสูงที่นั่งเรียงรายอยู่รอบโต๊ะหินอ่อน คาร์ราร่า สีขาวบริสุทธิ์ บรรยากาศในห้องประชุมเย็นเยียบยิ่งกว่าอุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศหลายเท่า
‘คนพวกนี้...’ เซียวฉิงคิดในใจ มุมปากหยักขึ้นเป็รอยยิ้มหยัน ‘ยามรุ่งโรจน์ก็ประจบสอพลอราวกะสุนัขเชื่องๆ ยามเกิดปัญหา... กลับหดหัวอยู่ในกระดองราวกับเต่าที่กลัวตาย’
บรรดาเสือเฒ่าในวงการธุรกิจที่เคยผ่านาการค้ามาอย่างโชกโชน บัดนี้กลับมีหยาดเหงื่อซึมตามไรผม พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับสตรีที่มีอายุน้อยกว่าลูกหลานของพวกเขาคนนี้ ความเป็ผู้นำที่แผ่ออกมาจากร่างระหงนั้นรุนแรงจนคนรอบข้างรู้สึกเหมือนกำลังถูกบีบคอ
"ห้าพันล้านดอลลาร์สหรัฐ..."
เสียงของเซียวฉิงพึมพำออกมาเบาๆ ทว่ามันกลับทรงพลังและก้องกังวานจนกำแพงกระจกนิรภัยแทบสั่นะเื
"นั่นคือเม็ดเงินที่หายไปกับ โปรเจกต์ เอเดน (Project Eden) ระบบฟื้นฟูเซลล์มนุษย์ที่พวกคุณทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่ เคยตบโต๊ะรับรองกับฉันหนักหนาว่ามันจะเป็กุญแจดอกสำคัญที่ทำให้มนุษย์ก้าวข้ามขีดจำกัดของความตาย... มันจะเปลี่ยนโลก"
เธอกวาดสายตาช้าๆ ไปหยุดอยู่ที่ชายวัยกลางคนผมสีดอกเลาที่นั่งอยู่ขวามือ เขาคือ ผอ. จาง หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนา ผู้ที่เธอเคยไว้วางใจให้คุมโครงการที่สำคัญที่สุดของบริษัท
"แต่สิ่งที่ฉันได้เห็นในรายงานการทดสอบระดับคลินิกรอบล่าสุด คือความล้มเหลวโดยสมบูรณ์" เซียวฉิงโยนแท็บเล็ตบางเฉียบลงบนโต๊ะ หน้าจอโฮโลแกรมฉายภาพเซลล์ที่แตกสลายเป็สีดำหม่น
"อาสาสมัครเกิดภาวะเซลล์ล่มสลายฉับพลัน และที่น่าสนใจไปกว่านั้น... เซิร์ฟเวอร์สำรองที่ควรจะกู้คืนข้อมูลกลับถูกไวรัสประหลาดลบทำลายจนเกลี้ยงภายในสามวินาที"
"ผอ. จาง..." เธอเว้นจังหวะ น้ำเสียงเย็นเยียบลงจนถึงจุดเยือกแข็ง
"คุณคิดว่าฉันควรจะจัดการกับเื่ความประมาท ที่ดูเหมือนการจงใจนี้ยังไงดี?"
ผอ. จาง สั่นสะท้านไปทั้งตัวจนเห็นได้ชัด มือที่กุมกันอยู่บนโต๊ะสั่นระริกราวกับคนเป็ไข้ป่า เขารู้ดีว่าจักรพรรดินีผู้นี้ไม่ได้มาเพื่อรับฟังคำแก้ตัว
"ท่านประธานครับ... มัน... มันเป็ข้อผิดพลาดทางอัลกอริทึมที่ไม่คาดคิด ระบบ AI มันเกิดการเรียนรู้ที่ผิดเพี้ยนแบบแบล็คบ็อกซ์ (Black Box) เราไม่สามารถควบคุมลำดับการประมวลผลได้... ผมขอเวลาอีกนิด..."
"หยุดพูดเื่ไร้สาระนั่นซะ!"
เซียวฉิงตัดบทพร้อมกับฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะหินอ่อน เสียงดัง "ปัง!" จนคนทั้งห้องสะดุ้งสุดตัว บางคนถึงกับทำแก้วน้ำหลุดมือ
"อัลกอริทึมของเนบิวลาไม่มีวันผิดเพี้ยน ถ้าไม่มีคนไปแตะต้องซอร์สโค้ดของมัน แต่สิ่งที่บิดเบี้ยว... คือใจคนต่างหาก"
เธอแสยะยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา แววตาคู่นั้นเ็าและดูิ่ถิ่นแคลน
"ฉันรู้เื่ที่คุณแอบขายข้อมูลการวิจัยลับให้กับคู่แข่งที่สิงคโปร์ผ่านบัญชีคริปโตเคอเรนซี่ที่แกะรอยไม่ได้... แต่น่าเสียดายที่คุณลืมไปว่าฉันคือใคร... ฉันคือคนที่เขียนโปรโตคอลความปลอดภัยของโลกนี้ขึ้นมาเองกับมือ"
‘โง่เง่า...’ ความคิดของเหล่าผู้บริหารคนอื่นดังระงมอยู่ในหัว
‘คิดจะลองดีกับเซียวฉิง ก็เหมือนเดินเข้าไปในปากเสือที่กำลังหิวโหย’
ความเงียบที่น่ากลัวเข้าปกคลุมห้องประชุมทันที ราวกับเวลาถูกหยุดนิ่ง เซียวฉิงลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงในชุดสูทสั่งตัดสีเทาเข้มเนื้อผ้าพิเศษดูสง่างามทว่าน่าเกรงขามดุจรูปปั้นเทพีแห่งา
"ในโลกของเนบิวลา ความผิดพลาดคือบทเรียนที่ราคาแพง... แต่การทรยศคือจุดจบเพียงอย่างเดียว" เธอหันไปพยักหน้าให้พนักงานรักษาความปลอดภัยที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตู
"คุณถูกไล่ออก และเตรียมรับหมายเรียกจากศาลเศรษฐกิจและข้อหาจารกรรมข้อมูลภายใน 24 ชั่วโมงต่อจากนี้... เชิญ!"
ผอ. จาง หน้าซีดเผือดราวกับคนตาย เขาทรุดลงกับพื้นก่อนจะถูกรักษาความปลอดภัยลากตัวออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงสายตาหวาดระแวงและหวาดกลัวของคนอื่น ๆ ที่เหลือ
เมื่อความวุ่นวายสงบลง เซียวฉิงสั่งให้ทุกคนออกไปจากห้องประชุม เหลือเพียงคนสนิทสามคนที่เธอเชื่อใจที่สุดในชีวิต เธอกลับลงไปนั่งบนเก้าอี้อีกครั้ง ความเข้มแข็งที่แสดงออกมาเมื่อครู่พังทลายลงในชั่วพริบตา เหลือเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่แบกโลกไว้บนบ่า ความอ่อนแรงแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
"เหนื่อยมากไหม... ฉิงเอ๋อร์"
ััอบอุ่นที่วางลงบนไหล่ทำให้เธอต้องหลับตาลงเพื่อซึมซับความรู้สึกนั้น หลินเจี้ยน ชายหนุ่มรูปงามที่มีใบหน้าปานสลักและรอยยิ้มแสนอ่อนโยนเสมอ เขาคือคู่หมั้นที่คบหากันมานานและดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายบริหารที่เธอไว้ใจที่สุด เขาเดินเข้ามานวดไหล่ให้เธออย่างแ่เบาด้วยท่าทางรักใคร่ที่ดูเป็ธรรมชาติที่สุด
ข้างๆ กันนั้นคือ โจวอี้ เพื่อนสนิทั้แ่วัยเยาว์ ผู้ที่ร่วมหัวจมท้ายสร้างเนบิวลาขึ้นมาด้วยกันจากห้องใต้ดินแคบๆ เขาเป็อัจฉริยะด้านการเงินที่เธอเชื่อมั่น โจวอี้ยื่นแก้วน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งให้เธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเป็ห่วง
"เธอพักบ้างเถอะฉิง เื่ที่เหลือฉันกับหลินเจี้ยนจะรับ่จัดการต่อเอง ทั้งเื่การกู้คืนระบบและข่าวลือในตลาดหุ้น" โจวอี้กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ราวกับเป็ปราการที่คอยปกป้องเธอจากพายุ
เซียวฉิงลืมตาขึ้นมองชายทั้งสองคนที่เธอรักที่สุด
"ถ้าไม่มีพวกนายสองคน ฉันคงยืนหยัดอยู่บนยอดเขาที่หนาวเหน็บนี้ไม่ไหวจริงๆ"
หลินเจี้ยนยิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มนั้นยังคงดูอบอุ่นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่ั์ตาเขากลับไหววูบไปชั่วขณะ เขาวางปึกเอกสารลงตรงหน้าเธออย่างระมัดระวัง
"ถ้าอย่างนั้น เพื่อให้ทุกอย่างคลี่คลายเร็วที่สุด เซ็นเอกสารชุดนี้หน่อยสิฉิงเอ๋อร์ มันคือแผนการเยียวยาผู้ถือหุ้นเร่งด่วนและการอนุมัติโอนงบจากกองทุนสำรองพิเศษมากู้หน้าโปรเจกต์เอเดน ถ้าเธอเซ็นตอนนี้ เราจะเริ่มกู้ระบบและทำราคาหุ้นคืนได้ทันทีก่อนตลาดหุ้นนิวยอร์กจะเปิดในคืนนี้"
เซียวฉิงหยิบปากกาหมึกซึมด้ามทองขึ้นมา เธอจ้องมองเอกสารนั้นอยู่ครู่หนึ่ง... ลึกลงไปในดวงตาที่เป็ประกายของเธอ ไม่มีใครรู้เลยว่าเธอกำลังคิดอะไร
‘แปลก...’ สัญชาตญาณที่ทำให้เธอรอดชีวิตมาได้ในสมรภูมิธุรกิจร้องเตือน
ในฐานะอัจฉริยะแห่งวงการโค้ดดิ้ง เซียวฉิงมีนิสัยหนึ่งที่ทำให้เธออยู่เหนือทุกคน คือความละเอียดลออในระดับพิกเซล ขณะที่เธอกำลังจะจรดปากกา แสงจากโคมไฟระย้าสะท้อนเข้ากับเนื้อกระดาษในมุมหนึ่ง ทำให้เธอสังเกตเห็นลายน้ำที่แทบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า...
มันไม่ใช่ลายน้ำรูปกลุ่มดาวเนบิวลาที่ควรจะเป็... แต่มันคือสัญลักษณ์ หลุมดำ (Black Hole) ของ แบล็ค โฮล โฮลดิ้ง (Black Hole Holding) บริษัทนอมินีลึกลับที่พยายามกว้านซื้อหุ้นของเธออย่างลับๆ มาตลอดทั้งปี
ความเ็ปแปลบแล่นเข้าสู่หัวใจราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง คนที่เธอรักที่สุด... คนที่เธอยอมมอบชีวิตให้... กำลังถือดาบเตรียมจะแทงข้างหลังเธออย่างเืเย็น
‘หลินเจี้ยน... โจวอี้... พวกนายทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง?’ หัวใจของเธอร่ำไห้ไร้เสียง แต่ใบหน้ายังคงนิ่งสนิทราวกับหินสลัก
เธอแสร้งทำเป็ถอนหายใจยาวและลงชื่อลงในเอกสารนั้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่เผยพิรุธแม้แต่น้อย
"เรียบร้อยแล้วใช่ไหม?" หลินเจี้ยนถาม น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันสั่นด้วยความตื่นเต้นที่กักเก็บไว้ไม่มิด เขาแทบจะคว้าเอกสารนั้นไปจากมือเธอทันที
ทันทีที่เอกสารอยู่ในมือหลินเจี้ยน บรรยากาศแห่งความรักและความอบอุ่นเมื่อครู่มลายหายไปราวกับภาพลวงตา รอยยิ้มของเขาบิดเบี้ยวกลายเป็เสียงหัวเราะที่ฟังดูเ็าและน่ารังเกียจที่สุดเท่าที่เซียวฉิงเคยได้ยินมา
"ในที่สุด... เธอก็ตกหลุมพรางจนได้นะ เซียวฉิง"
โจวอี้ที่เคยดูเป็เพื่อนผู้ซื่อสัตย์ เดินไปกอดอกยืนมองทิวทัศน์เมืองเซี่ยงไฮ้ที่หน้าต่าง แววตาที่เขามองเธอนั้นไม่มีความสงสารเหลืออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่าและความโลภ
"เธอมั่นใจในตัวเองมากเกินไปฉิง คิดว่าทุกคนในโลกจะต้องหมอบราบคาบแก้วอยู่ใต้เท้าเธอตลอดไปงั้นเหรอ? ยุคสมัยของจักรพรรดินีผู้โอหังมันจบสิ้นลงแล้ว"
เซียวฉิงยังคงนั่งนิ่งบนเก้าอี้ตัวเดิม ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่หลินเจี้ยน ชายที่เธอเคยฝันว่าจะร่วมใช้ชีวิตด้วยจนแก่เฒ่า
"ทำไม? ฉันให้ทุกอย่างกับนาย ทั้งอำนาจที่คนอื่นได้แค่ฝัน เงินทองที่ใช้ได้สิบชาติก็ไม่หมด และความรักที่ฉันไม่เคยให้ใคร..."
"ความรักงั้นเหรอ?" หลินเจี้ยนแค่นยิ้มอย่างสมเพช
"ความรักของเธอมันเหมือนกรงขังทองคำ! ฉันต้องเป็รองเธอตลอดเวลา ต้องคอยเดินตามหลังเธอ รับใช้เธอ และทำตามคำสั่งของจักรพรรดินีอย่างเธองั้นเหรอ? ใครจะอยากเป็หมาที่คอยรับเศษอาหารจากมือเ้าของตลอดไปล่ะ!"
เขากระแทกเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดัง
"เอกสารที่เธอเซ็นไปเมื่อกี้ ไม่ใช่การโอนงบกู้โปรเจกต์ แต่เป็หนังสือมอบอำนาจเด็ดขาดในการบริหาร และการทำธุรกรรมโอนทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมดของเธอเข้าสู่บัญชีของฉันในหมู่เกาะเคย์แมน!"
หลินเจี้ยนโน้มตัวลงมาหาเธอ ใบหน้าที่เคยงดงามบัดนี้ดูอัปลักษณ์ด้วยความโลภ "ตอนนี้ฉันคือเ้าของเนบิวลาที่แท้จริง ส่วนเธอก็เป็แค่ผู้หญิงล้มละลายที่ไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอนในมหานครแห่งนี้!"
เซียวฉิงหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ มันไม่ใช่เสียงหัวเราะของคนที่สิ้นหวัง แต่มันคือเสียงหัวเราะของพญาเหยี่ยวที่เห็นเหยื่อติดกับดัก เป็เสียงที่ทำให้ชายทั้งสองคนรู้สึกเย็นสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูก
"พวกนายคิดว่าฉันเป็ใคร?" เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่าทางดูสง่าและน่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม
"คิดว่าฉันสร้างอาณาจักรหมื่นล้านดอลลาร์ขึ้นมาได้เพียงเพราะความโชคดี หรือเพราะพร์ในการเขียนโค้ดงั้นเหรอ?"
เธอหยิบรีโมทขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทออกมาแล้วกดปุ่มเบาๆ ทันใดนั้น หน้าจอโฮโลแกรมั์กลางห้องประชุมพลันสว่างวาบ ปรากฏกราฟิกการเงินที่ซับซ้อนสลับไปมาอย่างรวดเร็ว และภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องลับใต้ดินแห่งหนึ่ง
"นั่นอะไร!" โจวอี้ะโด้วยความใ เมื่อเห็นตัวเลขในบัญชีของเขาเริ่มลดลงอย่างรวดเร็วราวกับถังที่ก้นรั่ว
"นั่นคือโครงสร้างบัญชีของ แบล็ค โฮล โฮลดิ้ง ที่พวกนายใช้ฟอกเงินและยักยอกทรัพยากรของบริษัทไงล่ะ" เซียวฉิงกล่าวอย่างใจเย็น ราวกับกำลังบรรยายสภาพอากาศ "และภาพที่เห็นนั่น คือทนายความส่วนตัวและทีมตรวจสอบภายในของฉัน ที่กำลังเซ็นเอกสารส่งมอบหลักฐานทั้งหมดให้กับหน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจสากล พร้อมหลักฐานการทุจริตที่ฉันเก็บสะสมมาตลอดสามเดือน"
ใบหน้าของหลินเจี้ยนที่เคยเป็สีชมพูระเรื่อ บัดนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษที่ถูกทิ้งไว้กลางแดด
"เป็ไปไม่ได้! เธอเซ็นเอกสารโอนหุ้นให้ฉันแล้ว! เอกสารฉบับนี้มีผลทางกฎหมาย!"
"ไปดูชื่อที่ฉันเซ็นให้ดีๆ สิ... หลินเจี้ยน" เซียวฉิงยิ้มเยาะ
หลินเจี้ยนรีบพลิกไปหน้าสุดท้ายของเอกสาร และดวงตาของเขาก็แทบจะถลนออกจากเบ้า ลายเซ็นที่ประทับอยู่นั้นไม่ใช่ชื่อ เซียวฉิง แต่เป็รหัสโค้ดชุดหนึ่งที่ดูยุ่งเหยิง... 'VOID_000'
"ในทางกฎหมาย ลายเซ็นนี้ถือเป็โมฆะเพราะมันไม่มีตัวตนอยู่จริง... แต่ในทางเทคนิค เมื่อมันถูกสแกนเข้าสู่ระบบเมนเฟรมของเนบิวลาที่เชื่อมต่อกับคลาวด์ทางการเงิน มันคือคำสั่ง Execute (ปะา) ระบบการเงินทั้งหมดที่เชื่อมต่อกับรหัสนี้ทันที"
ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนของหลินเจี้ยนและโจวอี้ดังระรัวไม่หยุด ข้อมูลบนหน้าจอปรากฏข้อความสีแดงฉานที่น่าสยดสยอง:
[CRITICAL ERROR: ACCESS DENIED] [FOREIGN BANK ACCOUNTS FROZEN BY INTERPOL] [STOCK LIQUIDATION IN PROGRESS: SHORT SELL TRIGGERED] [CURRENT LIABILITIES: 12,000,000,000 YUAN]
[ข้อผิดพลาดวิกฤต: ปฏิเสธการเข้าถึง] [บัญชีธนาคารต่างประเทศถูกอายัดโดยตำรวจสากล ] [กำลังดำเนินการล้างพอร์ตหุ้น: คำสั่งขายชอร์ต (Short Sell) เริ่มทำงาน] [ยอดหนี้สินคงค้างปัจจุบัน: 12,000,000,000 หยวน]
"ฉันยอมทำลายเนบิวลาด้วยมือตัวเอง ดีกว่าจะให้มันตกอยู่ในมือของคนสารเลวอย่างพวกนาย" เซียวฉิงกล่าวเสียงกร้าว ดุจประกาศิตจาก์
"เงินที่พวกนายยักยอกไป ฉันนำมันไปเปิดสถานะ Short Sell หุ้นบริษัทตัวเองในชื่อของพวกนายผ่านบัญชีที่พวกนายสร้างขึ้นมาเอง... ตอนนี้หุ้นเนบิวลากำลังดิ่งเหว กลายเป็เศษกระดาษ และพวกนายก็เป็หนี้มหาศาลที่ต่อให้ตายแล้วเกิดใหม่สิบชาติก็ชดใช้ไม่หมด!"
"นังปีศาจ! ฉันจะฆ่าแก!" หลินเจี้ยนสติหลุด เขาพุ่งเข้าใส่เซียวฉิงด้วยความคลุ้มคลั่ง หวังจะบีบคอหญิงสาวที่ทำลายชีวิตเขา
ปัง!
ประตูห้องประชุมถูกถีบเปิดออกอย่างแรง เ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยพิเศษในชุดเกราะพร้อมอาวุธครบมือพุ่งเข้ามาล็อกตัวหลินเจี้ยนและโจวอี้กดลงกับพื้นทันที เสียงะโด่าทอและความวุ่นวายดังระงมไปทั่วห้องที่เคยเงียบสงบ
"คุณเซียวฉิง เราดำเนินการจับกุมและยึดทรัพย์ตามแผนที่วางไว้เรียบร้อยแล้วครับ" หัวหน้าชุดจับกุมกล่าวพลางทำความเคารพสตรีที่ยืนนิ่งสงบอยู่ท่ามกลางพายุ
เซียวฉิงไม่ได้มองคนทรยศทั้งสองที่ถูกลากตัวออกไปแม้แต่น้อย สายตาของเธอว่างเปล่าทว่ามั่นคง เธอก้าวเดินออกจากห้องประชุมที่เคยเป็บัลลังก์ของเธอ เดินผ่านโถงทางเดินที่ว่างเปล่าซึ่งครั้งหนึ่งเคยคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่ก้มหัวให้เธอ เธอลงมายังชั้นล่างสุดของตึก ทิ้งความรุ่งโรจน์ที่กลายเป็ซากปรักหักพังไว้เื้ั
ภายนอกตึก ฝนกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ลมแรงพัดพาััเย็นเฉียบกระทบใบหน้า เซียวฉิงก้าวออกไปยืนกลางสายฝนโดยไม่มีร่มคันไหนกำบัง เธอยืนอยู่กลางมหานครที่สว่างไสวด้วยแสงไฟนีออน เงยหน้ามองยอดตึก "ดิ อีเทอร์นิตี้" ที่ค่อยๆ เลือนหายไปในม่านหมอกสีเทา
บริษัทพังทลายลงแล้ว... ความรักถูกทำลายลงแล้ว... ตัวตนในฐานะจักรพรรดินีแห่งเนบิวลาจบสิ้นลงในค่ำคืนนี้
(รู้หน้าไม่รู้ใจ)... สำนวนจีนนี้ช่างเหมาะสมกับเธอในตอนนี้เหลือเกิน
ท่ามกลางม่านฝนที่กระหน่ำซัดมหานครเซี่ยงไฮ้จนพร่าเลือน เซียวฉิงยืนนิ่งสนิทดุจรูปปั้นหินแกะสลักที่ไร้ความรู้สึก หยาดน้ำเย็นจัดไหลรินผ่านั์ตาคมกริบ แต่มันไม่ใช่กระแสธารแห่งความอ่อนแอ แต่มันคือการชะล้างคราบไคลของความรักที่โง่เขลาให้มลายหายไปกับสายลม
"เถ้าธุลีพวกนี้... จะกลายเป็ปุ๋ยให้กับต้นไม้ต้นใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม" เธอกระซิบกับตัวเอง น้ำเสียงนั้นราบเรียบแต่กลับก้องกังวานในโสตประสาทอย่างประหลาด ริมฝีปากบางสวยขยับยิ้ม ยิ้มที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและอำมหิต ก่อนจะหันหลังให้แก่ "ดิ อีเทอร์นิตี้" ตึกระฟ้าที่ครั้งหนึ่งเคยเป็สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จสูงสุด แต่บัดนี้มันเป็เพียงอนุสาวรีย์แห่งการทรยศ
ทว่า... โชคชะตาไม่ได้ปล่อยให้จักรพรรดินีผู้ล่มสลายเดินจากไปอย่างสงบเพียงนั้น
"เซียวฉิง! ถ้าฉันไม่ได้... แกก็ต้องไม่ได้อะไรเลย!!!"
เสียงคำรามอย่างคลุ้มคลั่งดังฝ่าเสียงพายุพัดกระพือ หลินเจี้ยนที่สลัดหลุดจากการเกาะกุมของเ้าหน้าที่ตำรวจด้วยความบ้าดีเดือด เขาพุ่งตัวออกมาจากโถงอาคาร ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาราวกับเทพบุตรบัดนี้บิดเบี้ยวอัปลักษณ์ด้วยแรงอาฆาต ในมือของเขากุมปืนพกกระบอกสั้นที่ลักลอบพกติดตัวไว้
ปัง! ปัง!
ะุสองนัดพุ่งเจาะผ่านม่านฝน นัดแรกถากไหล่ซ้ายของเซียวฉิงจนผ้าสูทสีเทาเข้มขาดวิ่น เผยให้เห็นเืสีแดงฉานที่ไหลซึมออกมาอย่างรวดเร็ว แต่นัดที่สอง... มันพุ่งเข้ากลางแผ่นหลังของเธออย่างแม่นยำ
ร่างระหงสะดุ้งสุดตัว ความรู้สึกแรกไม่ใช่ความเ็ป แต่มันคือความร้อนระอุที่แผ่ซ่านไปทั่วช่องอก ราวกับมีเหล็กแดงพุ่งทะลวงผ่านขั้วหัวใจ เซียวฉิงทรุดฮวบลงกับพื้นคอนกรีตที่เจิ่งนองด้วยน้ำฝน
เืสีข้นไหลออกจากปากปนไปกับหยาดฝน เธอมองเห็นหลินเจี้ยนถูกตำรวจกดร่างลงกับพื้นดินอีกครั้ง เขาหัวเราะร่าราวกับคนเสียสติขณะถูกลากตัวไป ส่วนโจวอี้ได้แต่ยืนมองด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับหุ่นเชิดที่ด้ายขาด
‘อา... สุดท้ายฉันก็หนีความตายไม่พ้นงั้นเหรอ?’ เธอนึกในใจอย่างโดดเดี่ยว สติของเธอเริ่มพร่าเลือน แสงนีออนจากยอดตึกที่เคยสว่างไสวกลับค่อยๆ มืดดับลง ความเ็ปที่บาดลึกเริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยความหนาวเหน็บที่กัดกินไปถึงดวงิญญา
ในนาทีสุดท้ายแห่งชีวิต ภาพความทรงจำหลากสีสันผุดขึ้นมา ไม่ใช่ภาพการเซ็นสัญญาพันล้าน หรือภาพการขึ้นปกนิตยสารระดับโลก แต่มันคือภาพในความฝัน... ภาพของบ้านหลังเล็กๆ ที่อบอุ่น กลิ่นดิน กลิ่นควันไฟ และเสียงเรียก "พี่สาว" ที่แ่เบาจากที่ไกลแสนไกล
"ถ้าชาติหน้ามีจริง..." เซียวฉิงพยายามขยับปากที่สั่นเทา
"ฉันขอ... ขอเป็เพียงคนธรรมดา... ที่มีคนที่รักฉัน... ด้วยใจจริง..."
เปลวไฟสีเขียวหยกในดวงตาของเธอกระพริบเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะมอดดับลง พร้อมกับลมหายใจที่หยุดนิ่งกลางสายฝนที่ชำระล้างทุกสิ่ง ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังของอาณาจักรหมื่นล้านและร่างที่ไร้ิญญาของสตรีผู้ยิ่งใหญ่
