ไม่ใช่ครั้งแรกที่ธารณ์ขับรถให้พรนับพันนั่ง บางครั้งเขาก็อยากเอื้อมมือข้ามเกียร์ไปกุมมือเธอ แต่รู้ว่ามันเป็ไปไม่ได้ เขาทำงานแทบทุกอย่างในบ้านหลังนี้ ไม่เคยสนใจว่าคนอื่นจะดูแคลนยังไง แต่สำหรับเขาแล้วแค่ทุกวันได้เห็นรอยยิ้มของหญิงสาวก็ทำให้เขามีความสุขมากพอแล้ว
“พี่ธารณ์ค่ะ”
“ครับ”
“เื่ที่โรงงานเป็ยังไงบ้างคะ”
ชายหนุ่มปรายตามองคนที่นั่งข้างๆแล้วยิ้มบางๆ “เรียบร้อยดีครับ ชาวบ้านที่ปลูกสมุนไพรต่างก็ดีใจที่จะได้มีที่ขายกัน คุณฐากรูให้ราคาดีไม่กดราคาพวกเขา ทุกคนก็มีความสุขครับ”
พรนับพันรู้ว่าธารณ์เป็มากกว่าคนงานหรือพนักงาน เขารู้เื่ในบ้านดีร่วมทั้งเื่บริษัทยาสมุนไพรที่กำลังก่อตั้งอยู่นี้ เขาอาจจะรู้แต่ไม่อยากพูดก็ได้ เธอพยายามคิดในแง่บวกมันน่าจะเหลือหนทางอื่นเป็ทางเลือกให้เธอได้สิ หากเป็อย่างที่พ่อพูด บ้านเราขาดสภาพคล่องธนาคารไม่ปล่อยกู้ การจะใช้เงินดำเนินการกิจการต่อนั้นจำเป็ต้องใช้มากกว่าเจ็ดหลัก การแต่งงานบ้าบออะไรกัน คนดีๆ ที่ไหนจะเอาเงินเป็ล้านมาแลกเพื่อการแต่งงานแบบนี้
ไม่นานนักธารณ์ก็ขับรถมาถึงร้านอาหารกึ่งผับ เขาจอดรถที่ลาดจอดรถแล้วอาสาเดินไปส่งที่ประตูทางเขา
“เที่ยวให้สนุกนะครับ จะกลับแล้วโทรบอก ผมจะมารับ”
“ขอบคุณค่ะพี่ธารณ์”
หญิงสาวส่งยิ้มแล้วเดินเข้าไปด้านใน เสียงเพลงจากการแสดงดนตรีสดดังทันทีที่ก้าวเข้าไปด้านใน เธอเดินตรงไปตามทางที่เพื่อนสนิทไลน์บอก ไม่นานก็เห็นเพื่อนสาวสามสี่คนโบกมือเรียกทำให้พรนับพันทิ้งความขุ่นมัวในใจแล้วฉีกยิ้มกว้างเดินตรงไปหาเพื่อนสนิท
“เบิร์ดเดย์จ๊ะคุณเพื่อน” พรนับพันหยิบกล่องใบเล็กจากกระเป๋าสะพายส่งให้ “ของขวัญวันเกิดจ๊ะ”
“ขอบใจนะ” แป๋มเ้าของงานวันเกิดรับของขวัญจากเพื่อน “แค่เธอมาก็ดีใจแล้ว ของขวัญไม่ต้องก็ได้”
“ของขวัญไม่ต้องแต่ขอลิปมันแทนใช่ไหม” ขวัญพูดหยอกเพื่อนแล้วชีนิ้วไปที่ริมฝีปากตัวเอง “ลิปกุหลาบอะไรนั้นน่ะ ริมฝีปากฉันดีขึ้นตั้งเยอะ ไม่เป็ขุยแล้ว”
“ครีมพอกหน้าก็ใช้ดีมาก ผิวเด้งมาก” กัลยาจิ้มนิ้วที่แก้มตัวเอง “ดีจังมีเพื่อนทำบริษัทเครื่องสำอางเนี้ย”
“ยังอยู่ในระหว่างการผลิต” พรนับพันหัวเราะเสียงใสแล้วนั่งลง “ดื่มอะไร ฉันเอาด้วย”
“ว้ายๆ นี่ปันปันเรียกหาเครื่องดื่มหรือเนี้ย!” เพื่อนๆ ต่างทำตาโต ปกติเพื่อนสาวคนนี้แทบไม่ดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอร์เลย
“พรุ่งนี้ไม่ได้ไปทำงาน คืนนี้ขอดื่มหน่อย” พรนับพันไม่อยากให้เพื่อนรู้ปัญหาที่ตัวเองเผชิญ เธอไม่ได้กลัวหรืออายถ้าวันหนึ่งจะกลายเป็คนล้มละลาย แต่ไม่อยากให้เพื่อนต้องมาเป็กังวลเื่ของเธอ
“ก็ดีนะ ตอนสมัยมัธยมอยากเที่ยวแต่อายุไม่ถึง ตอนนี้ทำงานแล้วเที่ยวได้”
“พูดเหมือนแก่เลย”
“ยี่สิบสี่แล้ว มันต้องเที่ยวตอนนี้แหละจะไปเที่ยวตอนแต่งงานมีลูกมีผัวได้ไง จะให้กระเตงลูกมานั่งในผับแบบนี้เหรอ”
“พูดแบบนี้มีคนจะแต่งงานแล้วเหรอ”
“สวยขนาดนี้มันก็ต้องมีคนมาขายขนมจีบอยู่แล้ว”
เพื่อนสาวสมัยเรียนมัธยมต่างพูดคุยหัวเราะสนุกสนาน พรนับพันก็พลอยหัวเราะไปกับเพื่อนด้วย เธอรับแก้วเครื่องดื่มเป็เหล้าผสมโค้ก จังหวะเพลงสนุกสนานและได้คุยเื่ความหลังทำให้เธอลืมที่กังวลใจไปได้บ้าง แม้รู้ว่าเมื่อถึงเวลาก็ต้องเผชิญหน้ากับความจริง
ไม่นานนักก็ถึงเวลาที่นัดหมายกับพนักงานในร้าน เพลงHappy birthdayก็ดังขึ้น พนักงานถือเค้กขนาดหนึ่งปอนด์เข้ามา เ้าของวันเกิดยิ้มร่าด้วยไม่รู้ว่าเพื่อนแอบเซอร์ไพร์สเข้าให้ พวกเธอแบ่งเค้กกันกิน เ้าของวันเกิดให้เอาเค้กไปให้นักร้องบนเวที นักดนตรีหนุ่มกล่าวคำขอบคุณพร้อมโปรยยิ้มหวานส่งสายตาหวานเชื่อมมาทางพรนับพันจนเพื่อนต่างกระแซะไหล่เป็เชิงหยอกเย้า
“ก็หล่อดีนะ ใช้แก้ขัดไปก่อน”
“แก้ขัดอะไร” พรนับพันส่ายหน้าไปมา
“คืนนี้กลับยังไง” เพื่อนสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
“พี่ธารณ์มารับ”
“ว้าว! นี่พี่ธารณ์ยังอยู่บ้านเธออยู่เหรอ ฉันนึกว่าเขาเรียนจบไปทำงานข้างนอกแล้ว”
“อืม พี่ธารณ์ช่วยงานคุณพ่อนะ” พรนับพันดื่มเหล้าไปจนจำไม่ได้แล้วว่ากี่แก้ว
“คืนนี้ฟรีสไตล์มาแดนซ์กันก่อนแยกย้ายเถอะ”
เ้าของวันเกิดพูดแล้วลุกขึ้นดึงแขนเพื่อนสาวให้ลุกขึ้นเต้น พรนับพันไม่เคยเต้นรำแต่เพราะเมามากและสนุกไปกับเพื่อนสนิทจึงโยกย้ายเรือนร่างตามจังหวะเสียงเพลง เธอไม่ได้สนุกแบบนี้มานานแล้ว และยิ่งไม่ต้องกังวลว่าพรุ่งนี้ต้องไปทำงานหรือจะขับรถกลับไม่ไหวจึงเต้นรำไปพร้อมกับเพื่อนสาว โทรศัพท์มือถือของพรนับพันสั่น หญิงสาวหยิบขึ้นมาดู เพราะแสงไฟวับแวบทำให้มองข้อความไม่ชัดนัก
“ผู้ปกครองโทรตามเหรอ”
“อื้ม” พรนับพันตอบเพื่อนทั้งที่ไม่แน่ใจนักว่าข้อความอะไร
“นี่มันเลยเที่ยงคืนแล้ว เราเช็กบิลกันดีกว่า”
“พวกเธอกลับยังไง” พรนับพันอดเป็ห่วงเพื่อนไม่ได้ “ฉันให้พี่ธารณ์ตระเวนขับรถส่งพวกเธอได้นะ”
“ไม่ต้องห่วง ฉันมีราชรถมารับ” แป๋มหัวเราะร่า “พวกนี้กลับกับฉัน”
เพื่อนสาวต่างพยักหน้ารับเพราะตกลงกันไว้แล้ว เมื่อทั้งหมดตกลงกันว่าจะกลับจึงเรียกบริกรมาเช็กบิลค่าอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อนต่างตกลงกันว่าจะหารกันโดยไม่ให้เ้าของวันเกิดต้องออกเงินแม้แต่บาทเดียว
“พวกแก”
“ไม่ต้องทำซึ้ง วันเกิดรอบหน้าก็ผลัดกันเลี้ยงเหมือนเดิม”
“ไปเข้าห้องน้ำกัน”
สาวๆ เดินประคองกันไปเข้าห้องน้ำก่อนกลับ พรนับพันทำธุระส่วนตัวเสร็จจึงได้อ่านข้อความในมือถือ แล้วเธอก็โทรหาธารณ์
“พี่ธารณ์”
“ครับ”
“มารับปันปันหน่อยค่ะ” เสียงเธออ้อแอ้เต็มที่
“คุณปันปันรอตรงประตูนะครับ ผมจะไปรับไม่ต้องเดินมาที่ลานจอดรถ”
“อื้ม”
“ไหวไหมเนี้ย” แป๋มถามเพื่อนซี้
“ไหว”
“ไม่เคยเห็นปันปันเมามาก่อนเลย” ขวัญหัวเราะออกมา “อ้าว แฟนแป๋มมารับแล้ว”
“กลับไปก่อนเลย เดี๋ยวพี่ธารณ์มาแล้ว” พรนับพันโบกมือไล่เพื่อน
“เอางั้นเหรอ”
“รถฉันจอดที่นี่ รอแค่คนขับรถมารับ”
“ต๊าย ฟังพูดเข้า เดี๋ยวพี่ธารณ์น้อยใจแย่ เป็ได้แค่คนขับรถ”
พรนับพันไม่เข้าใจที่เพื่อนพูด เธอดันไหล่ให้เพื่อนออกไป เธอโบกมือลาเพื่อนแล้วตั้งใจจะเดินไปทางประตูทางออก แต่เพราะเมามากไปหน่อยจนเดินไปชนกับใครเข้าก็ไม่รู้
“ขอโทษค่ะ” เธอพูดขึ้นแล้วขยับตัวถอยออกมา
“คุณนี่เอง”
“คะ?”
“เพื่อนคุณเอาเค้กวันเกิดมาให้ผม”
“อ้อ...” พรนับพันพนักหน้าอย่างมึนงง แต่ก็พอนึกออกว่าเอาเค้กไปให้นักร้องบนเวที แต่เขาหน้าตาเป็ยังไง ไม่ได้อยู่ในสายตาเธอเลยสักนิด เธอเบี่ยงตัวหลบเพื่อจะเดินไปด้านหน้าแต่อีกฝ่ายกลับขยับเท้ามาขวางเธอไว้ เธอจ้องหน้าอีกฝ่ายแล้วทำเสียงดุใส่
“หลบไปนะ”
อาจเพราะเมาทำให้เสียงของเธอคนฟังอดยิ้มไม่ได้ เขาขยับเท้าเข้าไปใกล้ทำให้เธอถอยหลังไปจนแผ่นหลังชิดผนังห้องอย่างไม่รู้ตัว
“ขู่เหมือนแมวเลย คืนนี้ไปห้องผมดีกว่านะ”
พรนับพันส่ายหน้าไปมา แม้จะเมาแต่ยังมีสติอยู่ เธอยื่นมือไปหมายจะผลักอีกฝ่ายแต่กลับไม่มีแรง เสียงหัวเราะเ้าเล่ห์ฟังบาดหู เธออ้าปากจะส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือแต่มือข้างหนึ่งยื่นมาจะปิดปากเธอไว้ ทว่าจู่ๆ ชายคนนั้นถูกกระชากไหล่จากด้านหลังจนผงะหงายหลังไปทันที
ริมฝีปากสวยอ้าปากค้าง ดวงตากลมจ้องมองชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทเนี้ยบสีเข้มดวงตาคมจ้องมองเธออย่างไม่พอใจนัก เขามองเหมือนรู้จักเธอ แต่เธอมั่นใจว่าไม่เคยเจอเขา หรือจะเป็คนไข้ที่เธอเคยรักษา?
“เป็ผู้หญิงมากินเหล้าคนเดียวแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน”
“!”
“หรือออกมาหาผู้ชาย?”
“คุณ!”
หญิงสาวทำตาโต เขาเป็ใครกล้ามาต่อว่าเธอ พ่อกับแม่ยังไม่เคยตำหนิเธอแบบนี้เลย แล้วนี่คนไม่รู้จักมาตัดสินกันได้ยังไง
“คุณปันปัน” ธารณ์สาวเท้าเข้ามาหาอย่างรีบร้อน “มีเื่อะไรหรือเปล่าครับ”
“ปันปันไม่มี แต่มีคนจะหาเื่ปันปัน” เธอพูดน้ำเสียงแทบฟังไม่รู้เื่
ธารณ์เองก็แปลกใจไม่น้อยที่เห็นพรนับพันเมามายขนาดนี้ เขาโอบร่างเล็กไว้ในวงแขน ไม่สนใจใครทั้งนั้นแล้วพาเธอเดินออกมาไปที่รถยนต์ที่จอดรออยู่
“คุณปันปัน นั่งดีๆ ครับ” ธารณ์ประคองให้หญิงสาวนั่งในรถ แต่เพราะเธอเมามายจึงให้นั่งที่เบาะหลัง ร่างเล็กร่วงผล็อยนอนกอดหมอนที่อยู่ในรถทันที
“ทำไมเมาขนาดนี้นะ” ธารณ์พูดกับตัวเองแล้วเดินกลับไปที่ฝังคนขับ เห็นที่ต้องปลุกให้แม่พาคุณปันปันขึ้นห้องนอนแล้ว
ชายหนุ่มในชุดสูทเรียบหรูยืนมองทั้งสองจนกระทั่งรถยนต์เคลื่อนผ่านไป เขาประหลาดใจที่เห็นเธอมีชายหนุ่มขับรถมารับ
“โสดไม่ใช่เหรอ แล้วนั้นใคร” เขาเอ่ยถามชายอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“รู้สึกว่าจะชื่อธารณ์ เป็ลูกของแม่บ้านครับ” ลูกน้อยรายงานไปตามจริง
“ท่าทางไม่เหมือนลูกน้องกับเ้านาย” เขาหัวเราะในลำคอ ท่าทางเมามายและเต้นรำในร้านยังเป็ภาพติดตาเขาอยู่
นี่นะหรือ? พรนับพัน ว่าที่เ้าสาวที่คุณปู่บังคับให้เขาแต่งงานด้วย
