“ติดค้างเ้ากับผีน่ะสิ!”
ลี่ฝานแห่งสำนักหลิงอวิ๋นถลึงตาใส่โจวอี้อย่างดุดัน พูดด้วยเสียงอันดังว่า “หากเ้ากล้าทำตัวเหลวไหลก็อย่ามาโทษว่าข้าไม่เกรงใจ!”
หลิ่วเยี่ยนเองก็มีสีหน้าเคร่งขรึม ต่อให้โจวอี้จะไม่มีท่าทางผิดปกติอีกแล้ว ทว่าเขายังไม่กล้าวางใจง่ายๆ กลัวว่าโจวอี้จะแค่พูดให้จบๆ เื่ไปเท่านั้น
ตอนที่เหยียบเข้าไปในประตูเมือง พวกเขาพลันััได้ว่าคนที่มีจุดแสงสีแดงเยอะมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเข้าไปในเมืองคูน้ำได้ง่ายมากขึ้นเท่านั้น
พวกคนต่างอาณาจักรเ่าั้ล้วนสังหารคนของเจ็ดสำนักอย่างบ้าคลั่งก็เพื่อให้ได้เข้าไปในเมืองคูน้ำนั่นน่ะหรือ?
เนี่ยเทียนอยู่ห่างจากโจวอี้ไปข้างหน้าห้าเมตร ขอบเขตต่ำต้อย แต่กลับมีโชควาสนาได้จุดแสงถึงสิบห้าจุด ขอแค่เนี่ยเทียนถูกโจวอี้ฆ่า โชควาสนาอันเป็ของเนี่ยเทียนก็จะถูกโจวอี้่ชิงไปทันที
สำนักภูตผีและสำนักหลิงอวิ๋นไม่ได้มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันแม้แต่นิดเดียว และครั้งนี้ก็เป็เพราะอาณาจักรหลีเทียนประสบภัย ถึงได้ยอมร่วมมือกันชั่วคราว
เขาไม่คิดว่าโจวอี้จะต้านทานมารในใจได้จริงๆ
ลี่ฝานและหลิ่วเยี่ยนไม่เพียงแต่ป้องกันโจวอี้ พวกเขายังแอบระแวดระวังเฟิงหลัวแห่งสำนักโลหิตผู้นั้นด้วย
พวกเขาไม่รู้ว่าหลังจากที่เฟิงหลัวและเนี่ยเทียนผ่านการต่อสู้กับจ้าวโม่มาด้วยกัน ความสัมพันธ์จึงคลี่คลายขึ้นมาแล้ว
ในสายตาของพวกเขา เฟิงหลัวและโจวอี้ต่างก็เป็คนประเภทเดียวกัน---ก่อนหน้านี้ล้วนเป็ศัตรูของพวกเขา
พวกเขายังถึงขั้นสงสัยด้วยว่าการที่เฟิงหลัวโปรดปรานเนี่ยเทียน แท้จริงแล้วอาจเป็เพราะมีจุดประสงค์อื่น จงใจอำพรางความละโมบในใจของตัวเอง เพื่อลงมือกะทันหันใน่เวลาสำคัญ
“อย่ามามองข้า ข้าไม่ได้คิดอะไรกับเ้าเด็กนั่น” เฟิงหลัวพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“หัวใจคนเรามองกันไม่เห็น เ้าคิดอะไรอยู่ เ้าย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจตัวเอง” ลี่ฝานแค่นเสียง
“ฟิ้วๆ!”
และเวลานี้เองก็มีเงาร่างอีกสองร่างห้อทะยานมาจากทิศไกล
“จ้าวโม่! ถังหยาง!”
เฟิงหลัวหันไปมองครั้งหนึ่งก็หน้าถอดสีทันที ร้องอุทานกับตัวเองในใจว่าแย่แล้ว
“เขาอยู่ที่ไหน?”
ถังหยางที่เรือนกายใหญ่โต บนแขนเปลือยเปล่าสองข้างมีภาพเปลวเพลิงมากมายสักเอาไว้ พอมาถึงก็เอ่ยถามจ้าวโม่ที่อยู่ข้างกายทันที
จ้าวโม่ที่มาจากอาณาจักรอั้นิเหมือนกันพาถังหยางไล่ตามร่องรอยของเนี่ยเทียน ค้นหาอยู่นานมาก ในที่สุดก็มาถึงที่แห่งนี้
จ้าวโม่หรี่ตาลง มองไปที่ประตูเมืองทั้งสี่ แล้วจึงชี้มายังตำแหน่งที่เนี่ยเทียนอยู่ กล่าว “เ้าเด็กนั่นแหละ”
“อะไรนะ?” ถังหยางจ้องเขม็งไปที่เนี่ยเทียน มองอย่างละเอียดรอบหนึ่งก็อดร้องอุทานเสียงหลงอย่างห้ามไม่ได้ “แสง์สิบห้าจุด! เขาใช้วิธีอะไรถึงได้แสง์มาถึงสิบห้าจุด?” ถังหยางแสดงความเหลือเชื่อออกมาทางสีหน้า
“แสง์” ที่เขาพูดถึงก็คือจุดแสงสีแดงสิบห้าจุดที่อยู่ในรูปประตู์บนหลังมือของเนี่ยเทียน
เขาเรียกจุดแสงสีแดงนั้นว่าแสง์ เห็นได้ชัดว่ารู้ถึงความหมายแฝงของมัน รู้ว่าแสง์เ่าั้เป็ตัวแทนของอะไร
“แสง์?” โจวอี้แห่งสำนักภูตผีพึมพำเบาๆ หนึ่งประโยค ในที่สุดก็รู้ชื่อของจุดแสงสีแดงพวกนั้นแล้ว
“แสง์...”
เนี่ยเทียนเองก็ได้ยินเสียงะโของถังหยางเช่นกัน เขาเหม่อมองไปที่จุดแสงสีแดงบนหลังมือซึ่งร้อนลวกอย่างถึงที่สุด พึมพำแ่เบา “ที่แท้เ้าสิ่งนี้ก็เรียกว่าแสง์ แสง์ เจ็ดสำนักในอาณาจักรหลีเทียนกลับไม่มีใครรู้เื่ ทว่าเ้าพวกคนจากต่างอาณาจักรคล้ายจะรู้ถึงความมหัศจรรย์ของพวกมัน”
“เ้าเด็กนั่นเป็ของข้าแล้ว!”
ถังหยางตวาดกร้าวขึ้นมาหนึ่งประโยค รอบด้านมีเปลวไฟเป็กลุ่มก้อนพวยพุ่ง เปลวไฟเ่าั้ลุกโชติ่ ทำให้เขากลายมาเป็เหมือนคนไฟที่ถูกเปลวเพลิงกลืนกิน
ถังหยางที่ปลดปล่อยเปลวเพลิงร้อนแผดเผาขยับร่างหนึ่งครั้งก็พุ่งเข้าใส่ประตูเมืองที่เนี่ยเทียนยืนอยู่อย่างรวดเร็วราวดาวตก
“แย่แล้ว!”
โจวอี้ เฟิงหลัว และยังมีลี่ฝานกับหลิ่วเยี่ยนที่รวมตัวกันอยู่ในประตูเมืองนี้พลันหน้าเผือดสี
โจวอี้และเฟิงหลัวมาจากสำนักภูตผีและสำนักโลหิต ก่อนหน้าที่พวกเขาจะเข้ามาก็ได้รับรู้ข้อมูลของคนสองคนที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาคนต่างอาณาจักรผ่านช่องทางต่างๆ
คนหนึ่งก็คือโหมวเฉินที่มาถึงที่นี่ก่อนแล้ว เขามาจากอาณาจักรเฮยเจ๋อ พลังิญญาแฝงเร้นไว้ด้วยพิษร้ายแรง โดนร่างเมื่อใดเืเนื้อก็จะถูกกัดกร่อนเมื่อนั้น
อีกคนหนึ่งก็คือถังหยางที่อยู่เบื้องหน้าคนนี้ มีตบะขอบเขตต้น์่ท้ายเช่นเดียวกัน มาจากอาณาจักรอั้นิ เชี่ยวชาญคาถาวิเศษเปลวเพลิงที่ร้อนแผดเผา
“ถังหยาง!”
คนต่างอาณาจักรอีกสามคนที่มีโหมวเฉินเป็ผู้นำ พอเห็นเขาปรากฏตัวต่างก็แอบตะลึง
แม้แต่โหมวเฉินเองก็ยังมีสีหน้าเคร่งขรึม เห็นได้ชัดว่าหวาดเกรงถังหยางไม่น้อย “ไม่นึกเลยว่าเ้าหมอนี่จะตามมาเจอด้วย บัดซบ!”
มีเพียงโหมวเฉินเท่านั้นที่รู้ดีว่าเพื่อป้องกันไม่ให้ถังหยางตามมาเจอ เขาต้องแอบวางแผนชั่วร้ายอย่างลับๆ มากมายแค่ไหน
หลังจากที่เขาเข้ามาในประตู์ก็ใช้วิธีการมหัศจรรย์บางอย่างจนแน่ใจว่าเมืองคูน้ำที่ล่องลอยนั้นจะปรากฏอยู่บนหินอุกกาบาตั์ก้อนนี้
เพื่อป้องกันไม่ให้ถังหยางมาถึงใน่เวลาสำคัญ เขาจึงแอบวางแผนอย่างลับๆ จัดการให้พื้นที่สังหารของถังหยางอยู่ห่างจากหินอุกกาบาตก้อนนี้มากที่สุด
ที่เขาทำเช่นนี้ก็เพื่อไม่ให้ถังหยางที่อยู่ห่างไกลที่สุดััได้ถึงการปรากฏตัวของเมืองคูน้ำ
ต่อให้ถังหยางตระหนักได้ว่าพื้นที่ที่เขาอยู่ห่างจากเมืองคูน้ำมากที่สุด รอจนเขาหาเจอแล้ว โหมวเฉินก็ยังรู้สึกว่าตัวเองน่าจะคว้าเอาโชควาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมาครองได้แล้ว
เดิมทีหากเนี่ยเทียนไม่ปรากฏตัว ถังหยางก็ยังคงอยู่ในพื้นที่นั้นเพื่อตามหาผู้รอดชีวิตของเจ็ดสำนักต่อไป จากนั้นค่อยทยอยฆ่าไปทีละคนเพื่อสะสมแสง์ให้มากขึ้น
ยิ่งได้รับแสง์มาก ความเชื่อมโยงกับเมืองคูน้ำผุพังก็จะยิ่งแข็งแกร่ง ซึ่งเดิมทีถังหยางก็คิดจะใช้การสะสมแสง์ในปริมาณมากมายืนยันตำแหน่งที่แน่นอนของเมืองคูน้ำ
ทว่าการมาถึงของจ้าวโม่ นำข่าวของ “เกราะัเพลิง” มาให้แก่เขา อีกทั้งยังบอกกับเขาว่าเกราะัเพลิงและแกนเืรวมเป็หนึ่งเดียวกันแล้ว
เกราะัเพลิงมาจากสำนักของอาณาจักรอั้นิที่ถังหยางอยู่ ตอนนี้เมื่อมันอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมและตกอยู่ในมือของเด็กรุ่นเล็กขอบเขตท้าย์ของอาณาจักรหลีเทียนคนหนึ่ง เขาย่อมรีบมา่ชิงกลับคืนไปอยู่แล้ว
ด้วยเหตุนี้การสังหารลูกศิษย์เจ็ดสำนักอาณาจักรหลีเทียนของถังหยางถึงได้หยุดลงกลางคัน
เขาถูกจ้าวโม่ชักนำให้ไล่ตามหา จนกระทั่งเมื่อเมืองคูน้ำปรากฏตัว อีกทั้งยังปล่อยคลื่นพลังงานระลอกแรกออกมา เขาจึงััได้ในทันที
ที่เขาสามารถตามมาทันเวลาสาเหตุสำคัญก็คือเนี่ยเทียน
“ไสหัวไปกันให้หมด! ข้าไม่สนใจพวกเ้า แค่พวกเ้ายอมรออยู่ที่เดิมอย่างว่าง่าย ไม่มารบกวนข้า ข้าจะไว้ชีวิตพวกเ้าชั่วคราว!”
ถังหยางคำราม ร่างที่คล้ายคนไฟลุกไหม้ไปด้วยเปลวเพลิงของเขากระโจนเข้าใส่ประตูเมืองที่เฟิงหลัวและลี่ฟานยืนอยู่
บนหลังมือของเขามีแสง์อยู่ถึงสิบกว่าจุด นี่หมายความว่ามีคนของเจ็ดสำนักสิบคนที่ถูกเขาสังหารไป
“ถังหยางก็คือเ้าผู้นี้เองรึ!”
โจวอี้แห่งสำนักภูตผี และเฟิงหลัวแห่งสำนักโลหิตพลันหน้าเปลี่ยนสี แอบหลีกทางให้โดยไม่รู้ตัว กลายเป็การเปิดทางให้เขาได้เข้าไปในเมืองคูน้ำผุพังนั่น
แม้ว่าเฟิงหลัวจะชื่นชมเนี่ยเทียนอยู่มากแต่กลับรู้ดีถึงความน่ากลัวของถังหยาง และเขาเองก็ไม่ยินดีต่อสู้สุดชีวิตกับถังหยางเพื่อเนี่ยเทียน
ลี่ฝานและหลิวเหยี่ยนต่างก็อยู่ขอบเขตต้น์่ต้น ตอนที่พวกเขามองเห็นสายตาที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงของถังหยางจ้องเขม็งไปที่เนี่ยเทียน ต่างก็แอบตะลึงระคนหวาดหวั่น
พวกเขามองออกว่าเป้าหมายหลักของถังหยางในครั้งนี้ อาจจะเป็เนี่ยเทียน!
พวกเขาไม่รู้ว่าเนี่ยเทียนไปล่วงเกินถังหยางั้แ่เมื่อไหร่ แต่กลับรู้ว่าหากถังหยางเข้าไปใกล้เนี่ยเทียนได้ เกรงว่าเนี่ยเทียนคงถูกสังหารในชั่วพริบตาเดียว
พวกเขามองตากันหนึ่งครั้ง ต่างก็มองออกถึงความขมขื่นและจนใจในสายตาของอีกฝ่าย
หากโจวอี้และเฟิงหลัวยินดีร่วมมือกับพวกเขาสกัดกั้นถังหยาง บางทีพวกเขาอาจจะพอขัดขวางถังหยางไว้ได้
ทว่าโจวอี้และเฟิงหลัวกลับเบี่ยงตัวออกเปิดทางให้ นี่ก็แสดงออกถึงความคิดของพวกเขาอย่างชัดเจนแล้ว
---พวกเขาไม่กล้าไปตอแยกับถังหยาง!
ไม่มีโจวอี้และเฟิงหลัวสองคน ลำพังเพียงแค่พละกำลังของพวกเขาย่อมไม่มีทางที่จะสกัดกั้นถังหยางไว้ได้
ขณะที่พวกเขากำลังสองจิตสองใจ จ้าวโม่ที่มาจากอาณาจักรอั้นิเช่นเดียวกันก็ตามถังหยางมาด้วย
จ้าวโม่มีตบะอยู่ต้น์่กลาง ฝีมือเหนือล้ำกว่าพวกเขา อีกทั้งเห็นได้ชัดว่าจ้าวโม่ผู้นั้น...ติดตามถังหยาง คล้ายมีถังหยางเป็ผู้นำ
แค่ถังหยางคนเดียวก็น่ากลัวมากพออยู่แล้ว นี่เพิ่มจ้าวโม่ไปอีกคน จะต้านทานได้อย่างไร?
ตอนที่โจวอี้และเฟิงหลัวเห็นว่าจ้าวโม่เองก็เลือกประตูเมืองบานนี้เช่นกันก็ยิ่งกระวนกระวายอยู่ไม่สุข แล้วก็รีบหลีกทางออกกว้างกว่าเดิม เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ถังหยางและจ้าวโม่คิดว่าพวกเขาเกะกะแล้วลงมือสังหารพวกเขา
“ไสหัวไป!”
ลำแสงเปลวเพลิงขนาดั์ลำหนึ่งะเิออกมาจากหน้าอกของถังหยาง ในลำแสงนั้นมีประกายไฟมากมายเปล่งระยิบระยับ ตัดสลับกันเป็ลายไฟที่มหัศจรรย์
ท่ามกลางลายไฟนั้นคล้ายนาบประทับคาถาเปลวเพลิงที่ลึกลับบางอย่างเอาไว้ แฝงเร้นไว้ด้วยเจตจำนงของการเผาไหม้ทุกอย่างให้เป็เถ้าถ่าน!
“ตูมๆๆ!”
หลิ่วเยี่ยนและลี่ฝานเรียกอาวุธวิเศษออกมาหลายชิ้น พยายามสกัดขวางลำแสงเปลวเพลิง ทว่าวินาทีที่ััเข้ากับลำแสงเปลวเพลิงนั่นก็ถูกกระเทือนจนกระอักเืทันที
อาวุธวิเศษระดับกลางเ่าั้มีสะเก็ดไฟลุกไหม้ ถูกผลักให้ออกไปอยู่ด้านข้างแล้วร่วงกระแทกลงพื้นทันใด
“ปัง!”
ลำแสงเปลวเพลิงนั้นกระแทกลงบนร่างของหลิ่วเยี่ยนอย่างจัง หลิ่วเยี่ยนตัวปลิวกระเด็นขึ้นฟ้า แล้วร่วงตกลงมาหนักๆ บนพื้นด้านหลังเนี่ยเทียน
หลังจากที่ถังหยางและจ้าวโม่ปรากฏตัว เนี่ยเทียนที่สังเกตความเคลื่อนไหวอยู่เงียบๆ เห็นคาตาว่าร่างของหลิ่วเยี่ยนลอยขึ้นฟ้าแล้วกระแทกลงบนพื้นอย่างแรง
“ท่านลุงหลิ่ว!” เนี่ยเทียนดวงตาแดงก่ำ
วินาทีที่ร่างของหลิ่วเยี่ยนร่วงลง ประกายในดวงตาก็แตกสลาย พลังชีวิตหายสิ้นไปแล้ว
“อู้ๆ!”
ลำแสงเปลวเพลิงที่น่าหวาดกลัวนั้นพวยพุ่งเข้าไปในประตูเมืองที่มีแสงเจ็ดสีล้อมวนได้หลายเมตรก็คล้ายได้รับอิทธิพลจากพลังผลักดันในประตูเมือง สุดท้ายจึงค่อยๆ หายไป
ลี่ฝานแห่งสำนักหลิงอวิ๋นตาแดงฉานขึ้นมาในพริบตาเดียว เขาเห็นกับตาตัวเองว่าหลิ่วเยี่ยนถูกลำแสงเปลวเพลิงนั่นสังหารจึงหมายจะพุ่งเข้าไปสู้อย่างไม่คิดชีวิต
เฟิงหลัวที่อยู่ใกล้เขามากที่สุดกระชากเขากลับมา ไม่สนใจว่าเขาจะดิ้นรนมากแค่ไหน รั้งเขาให้ถอยหลังอย่างสุดความสามารถ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เขาที่เสียสติเอาตัวไปให้ถังหยางฆ่า
เฟิงหลัวมองออกว่าในสายตาของถังหยางนั้นมีแต่เนี่ยเทียน!
คนอื่นๆ ขอแค่ไม่ขัดขวางให้เขาเข้าใกล้เนี่ยเทียน เขาก็ไม่คิดจะแยแสแม้แต่นิด
ที่หลิ่วเยี่ยนถูกฆ่าตายก็เพราะเขาไม่รู้จักกลัวตาย มาขวางระหว่างเนี่ยเทียนและถังหยาง นั่นถึงได้ทำให้ถังหยางกำจัดเขาทิ้งอย่างไม่เกรงใจ
ลี่ฝานที่อยู่ข้างกายหลิ่วเยี่ยน ถังหยางไม่แม้แต่จะชายตามอง เห็นได้ชัดว่าลี่ฝานที่มีพลังต้น์่ต้นไม่ได้อยู่ในสายตาของเขา
“ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก!”
โจวอี้แห่งสำนักภูตผีที่เห็นว่าหลิ่วเยี่ยนเพิ่งเผชิญหน้ากับถังหยางเท่านั้นก็ถูกถังหยางฆ่าตายทันที ในใจเขาก็สั่นะเือย่างบ้าคลั่ง
หน้าเขาเปลี่ยนสีกะทันหัน แล้วจึงถอยหลังออกไปเงียบๆ อย่างไม่ให้เป็ที่จับสังเกต เปิดทางที่กว้างยิ่งกว่าเดิมให้กับถังหยาง
ตลอดร่างของถังหยางเต็มไปด้วยเปลวไฟลุกโหม เรือนกายที่ใหญ่โตดุจูเาลูกย่อมก้าวยาวๆ มาข้างหน้า ไม่สนใจมองคนที่อยู่สองฝั่งทางอีก เอาแต่จับจ้องไปที่เนี่ยเทียน ตวาดดุดัน “ไอ้หนู! มอบเกราะัเพลิงมาซะ แล้วข้าจะยอมให้ศพเ้าอยู่ครบชิ้นส่วน! หากยังไม่รู้จักกลัวตายอีก ข้าจะเผาให้เ้ามอดไหม้เป็จุล แม้แต่ซากกระดูกก็ไม่มีเหลือ!”
ระหว่างที่พูดเขาได้เดินผ่านเฟิงหลัว ลี่ฝานและโจวอี้เข้ามาใกล้เนี่ยเทียนทุกขณะแล้ว
เปลวเพลิงร้อนแรงที่ล้อมวนไปทั่วกายเขาตัดสลับกับพลังผลักดันเจ็ดสีในเมืองจนเกิดเป็เสียงลั่น “เปรียะๆ”
ถังหยางที่ผมยาวประบ่า พลังอำนาจค่อยๆ ไต่ขึ้นสูงคล้ายเทพมารเปลวเพลิงตนหนึ่ง ปลดปล่อยเพลิงร้อนแผดเผาที่ดุร้ายและเหี้ยมหาญ
-----
