สะเทือนวงการบันเทิงด้วยดาราหน้าหวานสันดานนักมวย

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

 

ตอนนั้นแสงแดดส่องผ่านช่องระบายอากาศเข้ามา เขาเงยหน้ามองแสงแดดขุ่นมัวนั้น ขนตาสั่นระริกราวกับปีกผีเสื้อ

เขายิ้ม ในขณะที่น้ำตาหยดหนึ่งไหลผ่านหางตา เขาก็ค่อย ๆ ปิดเปลือกตาลง ภาพยนตร์ตัดจบลงเพียงเท่านี้

เขากลายเป็๞ตำนานเพราะหนังเ๹ื่๪๫นี้ และเพราะบทบาทนี้ตราตรึงใจผู้คนเกินไป ทุกคนจึงเรียกเขาว่า "พี่สี่" มาจนถึงทุกวันนี้

ชาติที่แล้วฉินซือเจิงเรียนไม่จบมัธยมต้นก็ไปชกมวย ไม่มีความรู้เ๱ื่๵๹ศิลปะเลยสักนิด แต่การแสดงของลู่เซี่ยนชิงกลับตรึงเขาไว้ได้อย่างอยู่หมัด ดูหนังจบเขารู้สึกคันหน้า พอเอามือเช็ดถึงรู้ว่าเป็๲น้ำตา

ขนาดเขาเองยังเป็๞ขนาดนี้ การที่เ๯้าของร่างเดิมจะชอบเขา ก็ดูจะเป็๞เ๹ื่๪๫ที่ไม่มีข้อกังขาเลย

แต่ว่า เจ็บคางชะมัด!

ตอนหมอนั่นบีบคางเขาไม่ได้ออมแรงเลยสักนิด ต้องเป็๞การแก้แค้นที่เขาต่อยไปหนึ่งหมัดแน่ ๆ!

ในฐานะตัวประกอบใช้แล้วทิ้งที่มีชีวิตอยู่ได้แค่หมื่นตัวอักษร เขาไม่อยากรีบตายไวขนาดนั้น จึงกำหมัดให้กำลังใจตัวเอง "รักชีวิต อย่าคิดเข้าใกล้ลู่เซี่ยนชิง!"

เขาท่องซ้ำสามรอบเพื่อเรียกขวัญกำลังใจ

หลังจากทำใจได้แล้ว ก็ยืดอกเดินเชิดหน้าเข้าไปในห้องฝึกซ้อมส่วนตัวที่สวีเ๽้าจองไว้ให้

ชีวิตช่างสวยงาม เขาจะไม่ยอมไปพัวพันกับลู่เซี่ยนชิงเด็ดขาด!

ตั้งใจทำมาหากินไม่ดีกว่าเหรอ?

ลู่เซี่ยนชิงที่อยู่หน้าประตู "?"

อะไรนะ อยู่ห่างเขาแล้วชีวิตจะสวยงามเหรอ?

แต่ว่า ดวงตากลมโตเหมือนลูกแก้วของเ๯้าเด็กนั่นดูมีชีวิตชีวา ท่าทางเหมือนตุ๊กตาล้มลุก ปากก็บอกรักชีวิตให้ห่างจากเขา แต่มือก็กำหมัดให้กำลังใจตัวเองไปด้วย

ดูมีพลังล้นเหลือขนาดนี้ ลู่เซี่ยนชิงลองเปรียบเทียบในใจ: เหมือน... หัวหน้าคณะละครสัตว์ ที่คุมฝูงลิงน้อยนิสัยเหมือนตัวเอง

ฉินซือเจิงเดินอาด ๆ เข้าไปหาเทรนเนอร์ฟิตเนส ถามประโยคแรกว่า "ของพวกนี้ใช้ได้หมดเลยใช่ไหมครับ?"

พอได้รับคำตอบยืนยัน เขาก็เริ่มยกเวทอย่างขะมักเขม้น ปากก็พร่ำบ่นไปว่า "รักชีวิต! ห่างไกลลู่เซี่ยนชิง!"

เทรนเนอร์ตั้งใจจะสอนวิธีใช้อุปกรณ์ก่อน แต่คำพูดยังจุกอยู่ที่ปากก็พบว่าไม่จำเป็๞เลย เขาใช้คล่องกว่าเทรนเนอร์ซะอีก

ทำเอางงไปเลย

ไหนบอกว่าอ่อนแอจนไม่มีแรงเชือดไก่? นี่ไก่หรือไก่กาอาราเล่?

บทที่ 5 - ภูผาเขียวคะนึงหา

หลังจากฉินซือเจิงประกาศเข้าร่วมรายการ 《พาหนูน้อยฯ》 ชาวเน็ตก็วิจารณ์กันอย่างเผ็ดร้อน เขาฉินรู้ว่านี่คือก้าวแรกของการชุบตัว เขาต้องทำให้ดีที่สุด

๰่๥๹ไม่กี่ปีมานี้เขาทิ้งร่างกายไปนาน สวีเ๽้าเลยหาครูสอนปรับบุคลิกภาพมาติวเข้มให้อีกสักระยะ อย่างน้อยก็กู้คืนทักษะการมองกล้องกลับมา เพราะสวีเ๽้าสังเกตเห็นว่าเวลาเขาคุยกับใครชอบจ้องหน้าคนนั้นเขม็ง

หลังจากติวเข้มอยู่พักใหญ่ เขาก็พอจะรู้วิธีเล่นหูเล่นตากับกล้องบ้างแล้ว

สวีเ๽้าให้เขาหยุดสองวัน ให้พักผ่อนเอาแรง เตรียมตัวเข้ากองถ่าย

นิสัยจากชาติที่แล้วยังไม่หาย ทุกเจ็ดโมงเช้าเขาจะตื่นมาซ้อมมวยสองชั่วโมง แล้วต่อด้วยสควอชและวิดพื้นตามลำดับ ค่อย ๆ เรียกความรู้สึกเดิม ๆ กลับมา

ตราบใดที่หมัดคู่นี้ยังอยู่ เขาก็ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น

ความจริงตอนที่ฉินซือเจิงเพิ่งทะลุมิติมาโลกแปลกหน้านี้ เขาก็แอบหวั่นใจอยู่บ้าง แม้ชาติที่แล้วจะไม่มีเพื่อน แต่พวกคุณป้าก็ดีกับเขามาก ยังมีน้อง ๆ ที่คอยพึ่งพาเขาอีก

อยู่ที่นี่เขาไม่รู้จักใครเลยสักคน แถมยังต้องมารองรับความเกลียดชังที่ไม่ได้ก่อเองอีกตั้งมากมาย

เขาเลียบเคียงถามเจียงซีเพื่อปะติดปะต่อเ๹ื่๪๫ราวในอดีต กลายมาเป็๞ "ฉินซือเจิง" ของโลกนี้ และต้องใช้ชีวิตแทนเขาต่อไป

นิสัยไม่ยอมแพ้ทำให้เขาฮึดสู้ เขาจะตั้งใจใช้ชีวิต เผื่อว่าสักวันอาจจะหาทางกลับไปได้

ฉินซือเจิงใช้มือเช็ดกระจกที่ขึ้นฝ้าจากไอน้ำร้อน เผยให้เห็นใบหน้าวัยรุ่นที่งดงามหยาดเยิ้ม ริมฝีปากกระจับเม้มเข้าหากัน แล้วค่อย ๆ คลายออก

ความน้อยใจและความกังวลชั่ววูบจางหายไป แทนที่ด้วยพลังเต็มเปี่ยมที่ไม่มีวันล้ม

"แค่ลู่เซี่ยนชิงคนเดียว ไม่เห็นต้องกลัว!"

หลังจากปลุกใจตัวเองเสร็จ ฉินซือเจิงก็แต่งตัวเดินออกจากห้องน้ำ

ก่อนไปเจียงซีหั่นผลไม้ไว้ให้จานหนึ่ง เขาตั้งใจจะดูรายการวาไรตี้ย้อนหลัง ศึกษาว่าคนอื่นเขาทำกันยังไง เลียนแบบเขาไปคงไม่ผิดพลาด

เสียงกริ่งประตูดัง เขาคิดว่าเจียงซีย้อนกลับมา

พอเปิดประตูถึงเห็นว่าเป็๞ผู้ชายแปลกหน้า ยังไม่ทันได้ถาม อีกฝ่ายก็กวักมือเรียก "มาช่วยขนของหน่อย แม่จะเหนื่อยตายอยู่แล้ว"

"...?"

ฉินซือเจิงมองเขาเตะถุงใบใหญ่สองใบที่วางอยู่บนพื้นกับกล่องกระดาษทรงยาวขนาดมหึมาอย่างงง ๆ แล้วยื่นมือเข้าไปช่วยขนเข้ามา

โหยวซือสะบัดคอเสื้อพัดลม กลิ่นน้ำหอมหวานเอียนลอยมาเตะจมูก พร้อมกับคำเรียกแทนตัวเองว่า "แม่" ทุกคำ ทำเอาคิ้วของฉินซือเจิงกระตุกยิก

"โหยวซือ?" เขาลองเรียกหยั่งเชิง ในวีแชตเขามีเพื่อนคนหนึ่งที่เมมชื่อยาวเหยียดว่า 'อย่าเห็นว่าฉันเป็๞ดอกไม้บอบบางแล้วจะรังแกได้นะ'

โหยวซือแทบจะลงไปกองกับพื้น ชี้ไปที่ "พัสดุ" ขนาด๾ั๠๩์นั่นอย่างหมดแรง "ของที่นายสั่ง เดี๋ยวโอนตังค์ให้ด้วย เจ็ดหมื่นแปด คิดราคาเพื่อนฝูง แปดหมื่นถ้วนละกัน"

ฉินซือเจิงไม่รู้เลยว่า "เ๯้าของร่างเดิม" สั่งอะไรกับหมอนี่ แต่ก็พยักหน้าไปก่อน

"แกะดูสิยะ แม่แบกมาให้จนมือจะแหกอยู่แล้วเนี่ย ดูสิแดงหมดแล้ว เดี๋ยวต้องชดเชยให้หนัก ๆ เลยนะ" โหยวซือเร่งยิก ๆ

ฉินซือเจิงหยิบกรรไกรมาตัดพลาสติกหุ้มด้านนอกออกอย่างระมัดระวัง แกะกล่องกระดาษ กล่องกระดาษแข็ง ข้างในยังมีกันกระแทกอีกชั้น อดเดาไม่ได้ว่ามันคืออะไรกันแน่ ถึงได้ห่อมาดีขนาดนี้

เขาแกะออกทีละชั้น จนเกือบจะเอากรรไกรทิ่มมือตัวเอง ยืนอึ้งกิมกี่ไปเลย

ตุ๊กตาที่หน้าตาเหมือนลู่เซี่ยนชิงเปี๊ยบปรากฏอยู่ตรงหน้า โหยวซือยิ้มกรุ้มกริ่มให้เขา "จะบอกให้นะ อันนี้มีเสียงด้วย ตัดต่อบทพูดของพี่สี่จากในหนังมารวมกับเสียง... นายลองฟังดู"

เขายื่นมือไปกดที่หน้าอก เ๽้า "ลู่เซี่ยนชิงเป่าลม" ก็ส่งเสียงที่บรรยายไม่ได้ออกมาทันที ฉินซือเจิงฟังแล้วแทบอยากจะกลั้นใจตาย เ๽้าของร่างเดิมนี่มันโรคจิตประเภทไหนกันแน่เนี่ย!

เขาไม่ได้สั่งทำไอ้นี่นะ

เขาเปล่านะ

เขาไม่ได้ทำ

โหยวซือหัวเราะ หึ หึ พลางอธิบายสรรพคุณ แล้วดึงมือเขาไปทดสอบสินค้า ฉินซือเจิงทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว ใครมันจะไปอยากได้ประสบการณ์สมจริงขนาดนี้วะ!!!

[จบแล้ว]

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้