ไม่มีใครตอบคำถามของพวกเขา หลังจากเห็นซูเฟยหยิ่งเพิ่งใช้เคล็ดวิชาดวงดาวร่วงหล่น เย่เฟิงก็สามารถเข้าใจเคล็ดวิชาศรฝังดวงดาวขั้นสองได้ ทันทีที่ตวัดมือขวา เขาก็ควบแน่นพลังชี่ไปยังกระจกครอบสุริยะอีกครั้ง
เมื่อไม่นานมานี้ เย่เฟิงหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับผู้ฝึกวรยุทธ์ระดับพลังสามสิบปี แต่ตอนนี้เขาสามารถเผชิญหน้าคู่ต่อสู้เพียงลำพัง เห็นได้ว่าความสามารถในการต่อสู้เติบโตอย่างรวดเร็ว
วิชาเซียนดวงดาวร่วงหล่น!
เย่เฟิงสะบัดมือข้างหนึ่ง ลูกศรสีน้ำเงินทั้งห้าดอกควบแน่นจากกระจกครอบสุริยะ ความเฉียบคมราวกับปืนลำแสงสีน้ำเงินพุ่งไปยังห้าคนที่เหลือ อาจเป็เพราะคุณสมบัติของวิชาศรฝังดวงดาวและกระจกครอบสุริยะไม่ตรงกันเท่าใดนัก เย่เฟิงสังเกตว่าความรุนแรงของวิชาศรฝังดวงดาวไม่เท่ากับลูกไฟสุดยอดเปลวสุริยะ อย่างไรก็ตามนี่ไม่ได้หมายความว่ากระจกครอบสุริยะไร้ประโยชน์สำหรับเขา
แหวนกระบี่ัโบราณไม่อาจนับเป็อาวุธวิเศษได้ ต่อให้กระตุ้นกระบี่พลังชี่ใช้วิชาเซียนก็ไม่สามารถเพิ่มพลังได้ กระจกครอบสุริยะจึงมีประโยชน์ต่อเย่เฟิงมาก น่าเสียดายที่การใช้กระบี่ไร้ตัวตนและกระบี่สยบั เย่เฟิงจำเป็ต้องส่งพลังชี่เข้าไปในแหวนกระบี่ัโบราณ ซึ่งจะเปลี่ยนเป็กระบี่ไม่ได้ จึงทำให้เย่เฟิงเสียใจเล็กน้อย แน่นอนว่าแหวนกระบี่ัโบราณเป็สมบัติที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาตอนนี้ เขาไม่มีวันยอมให้มันตกไปอยู่ในมือคนอื่น
ฝุ่นและควันจากการะเิของลูกไฟสุดยอดเปลวสุริยะยังไม่จบลง ดวงดาวร่วงหล่นของเย่เฟิงก็ตามมาติดๆ ทำให้ศิษย์ตำหนักไท่จี๋ที่เหลืออีกห้าคนไม่อาจโต้ตอบได้ทันและถูกสังหารทันที จากนั้นถูกเย่เฟิงทำลายซากศพโดยใช้ลูกไฟ
หากไม่สังหารก่อนก็จะเป็ฝ่ายโดนสังหารเสียเอง จึงต้องยอมรับที่จะถูกสังหารด้วยเช่นกัน เย่เฟิงส่ายหัวพลางถอนหายใจ เขาไม่ชอบสังหารผู้บริสุทธิ์ แต่หากฝ่ายตรงข้าม้าชีวิตเขา เขาก็ทำได้เพียงโต้กลับเท่านั้น
ราชันหั่วยวินเยาและซูเฟยหยิ่งที่อยู่อีกด้านก็ถึงจุดที่ยอมอ่อนข้อต่อกันในที่สุด
“หานปิง! เธอจับฉันได้แล้ว! แต่ฉัน้าจะพูดบางอย่าง!”
ราชันหั่วยวินเยาถูกเส้นไหมเงาหิมะห่อพันอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากหยางเสินถูกซูเฟยหยิ่งทำลายแล้ว ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขาจึงไม่สามารถหลุดพ้นจากพันธนาการได้เลย หลังจากต่อสู้มาเป็เวลานาน ในที่สุดเขาก็ยอมแพ้ แต่เขายังไม่หยุดขัดขืน เพราะรู้ว่าตราบใดที่ตนยอมแพ้เลิกขัดขืน แน่นอนว่าซูเฟยหยิ่งจะต้องพันเขาเป็ก้อนดินแน่
ร่างของราชันหั่วยวินเยาคือวัว หลังจากฝึกฝนจนเติบโตก็ถูกเรียกว่าราชัน เขาผ่านความยากลำบากมากมาย จึงไม่อยากตายด้วยน้ำมือของซูเฟยหยิ่งแบบนี้
ถึงต้องตาย เขาก็ไม่อยากตายในต่างแดน...
“ถ้าจะขอความเมตตาก็จงลืมเื่นั้นไปซะ”
เสียงเยือกเย็นของซูเฟยหยิ่งดังขึ้น เห็นได้ชัดว่าเธอไม่้าปล่อยราชันหั่วยวินเยาไป
เริ่มจากโลกเทวะ เป็เพราะราชันย์หั่วยวินเยาหลงใหลความงดงามของเธอ และตามรังควานเธอครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดทั้งสองฝ่ายก็ต่อสู้กันจนตกมายังโลกใบนี้ ทำให้ซูเฟยหยิ่งไม่พอใจ ตราบใดที่กำจัดราชันหั่วยวินเยาได้ แม้ว่าจะไม่สามารถกลับไปโลกเทวะ แต่เธอสามารถใช้ชีวิตอย่างสงบสุขต่อไปบนโลกนี้ได้!
“ไม่ใช่ร้องขอชีวิต แต่ขอความร่วมมือ” เมื่อราชันหั่วยวินเยาเอ่ยเช่นนี้ น้ำเสียงแหบแห้งเผยความรู้สึกอันลึกลับและคาดหวัง “เธอมีเข็มทิศดวงดาว คงรู้ว่ามีจุดวาร์ปในซากโบราณสถานใช่ไหม? ฉันอยู่ที่นี่เพื่อพักฟื้นมาหลายเดือนแล้ว และก็หาที่ตั้งของจุดวาร์ปพบแล้ว เพียงแต่ตอนที่ฉัน้าเปิดใช้งานจุดวาร์ป กลับมีบางอย่างขาดหายไป...”
“ขาดอะไรไป?”
แน่นอนว่าเมื่อซูเฟยหยิ่งได้ยินเื่จุดวาร์ปก็ขมวดคิ้วทันที และเอ่ยปากถาม
“พลังมันไม่เพียงพอ ไม่ว่าจะพึ่งของฉันหรือของเธอเพียงคนเดียวก็เป็ไปไม่ได้ที่จะเปิดจุดวาร์ปแน่นอน แต่ถ้าเธอร่วมมือด้วย แน่นอนว่ามันจะแตกต่างออกไป”
ราชันหั่วยวินเยาเต็มไปด้วยความมั่นใจและบอกข้อมูลที่เขารู้
“จุดวาร์ปอยู่ที่ไหน?”
แน่นอนว่าซูเฟยหยิ่งไม่เชื่อคำพูดของอีกฝ่าย เมื่อเป็เช่นนี้เธอจึง้าเห็นจุดวาร์ปด้วยตาของตัวเองเสียก่อน ไม่ว่าอย่างไรเธอจะไม่ปล่อยราชันหั่วยวินเยาไปง่ายๆ แน่นอน
“ผ่านตำหนักใหญ่ แล้วเลี้ยวซ้ายสองครั้งก็จะถึงห้องแห่งความลับ...”
ราชันหั่วยวินเยากล่าวโดยไร้ความลังเล
เย่เฟิงได้ยินจากระยะไกลก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกได้ว่าสิ่งที่ราชันหั่วยวินเยาพูดดูเหมือนจะเป็ความจริง แต่ถ้าเป็เช่นนี้ หากต้องเปิดใช้งานจุดวาร์ปก็ไม่อาจสังหารราชันหั่วยวินเยาได้สินะ? แต่ก็ไม่รู้ว่าซูเฟยหยิ่งจะตัดสินใจอย่างไร...
เย่เฟิงส่ายหัว ปล่อยให้ซูเฟยหยิ่งเป็คนตัดสินใจเื่นี้ ซูเฟยหยิ่งมีประสบการณ์บนโลกเทวะมากกว่าเขามาก เมื่อพบสถานการณ์มากมาย หลายครั้งที่เธอรู้ว่าควรจัดการปัญหาอย่างไร
“งั้นไปดูก่อน”
ซูเฟยหยิ่งยกมือขาวเนียนและลากร่างราชันหั่วยวินเยาที่ถูกพันธนาการด้วยเส้นไหมเงาหิมะให้ตามเธอมา
เดิมทีราชันหั่วยวินเยาสูงสี่เมตร แต่หลังจากถูกพันด้วยเส้นไหมเงาหิมะจนเหมือนมัมมี่ก็เหลือความสูงไม่ถึงสามเมตร ไม่เห็นแม้กระทั่งร่องรอยของเปลวเพลิง น่าคิดว่าพละกำลังของเส้นไหมเงาหิมะนั้นรัดแน่นเพียงใด
ที่สำคัญที่สุดคือความแข็งแกร่งของซูเฟยหยิ่งกับราชันหั่วยวินเยาในตอนนี้ หากราชันหั่วยวินเยา้าหลบหนี มันเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้เลย
ตามเส้นทางที่ราชันหั่วยวินเยาบอก เย่เฟิงเดินตามซูเฟยหยิ่งและมาถึงตำหนักศิลาว่างเปล่าอย่างรวดเร็ว เธอลากราชันย์หั่วยวินเยาตามมาตลอดเส้นทาง จนััได้ถึงไอความร้อนที่ออกมาจากร่างกายอีกฝ่าย
ตำหนักศิลาที่ว่างเปล่าเป็ที่ตั้งของจุดวาร์ป เสาหินหลายต้นมีคบเพลิงอยู่หลายอันซึ่งแตกต่างจากที่อื่นอย่างสิ้นเชิง ในซากโบราณสถานอื่นนั้นจะประดับประดาด้วยไข่มุกราตรี
หากโจรปล้นสุสานมาที่ซากโบราณสถานแห่งนี้จะต้องโห่ร้องด้วยความยินดี แต่สำหรับเย่เฟิงและซูเฟยหยิ่งแล้ว เดิมทีไข่มุกราตรีไม่นับว่าเป็อะไรเลย ในโลกเทวะมีอยู่มากมายราวกับก้อนหินตามถนน
เมื่อเย่เฟิงเดินผ่านเข้าไปในตำหนักศิลาที่ว่างเปล่า เขาก็ใช้จิตหยั่งรู้ตรวจสอบในห้องนั้น อยู่ๆ ก็รู้สึกถึงอุณหภูมิภายอันน่าใในห้อง แน่นอนว่าไม่ใช่เปลวเพลิงของคนธรรมดา แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็เปลวเพลิงของราชันหั่วยวินเยาด้วย
ไม่รู้ว่าซากโบราณสถานนี้มีมานานกี่ปีแล้ว แต่คบเพลิงเหล่านี้ก็ยังคงมีไฟลุกโชนอยู่ตลอดจนน่าอัศจรรย์ ช่างน่าใแม้แต่เกิดบนโลกเทวะก็ตาม
ชายหนุ่มเดินตามซูเฟยหยิ่งทีละก้าวไปตามทางเดินเดียวที่นำไปสู่ตำหนักศิลา เย่เฟิงรู้สึกถึงความผันผวนโดยรอบตลอดเวลา เขารู้สึกว่ารอบๆ พื้นที่นี้เปลี่ยน ไม่ใช่สถานที่จริงๆ ราวกับการใช้กระบี่ไร้ตัวตนก่อนหน้านี้
“จุดวาร์ปนี้ยังไม่พังจริงๆ ด้วย!”
เย่เฟิงมีความสุขอย่างยิ่ง
เวลานี้ในที่สุดเขาก็เดินตามซูเฟยอิ่งเข้ามาในห้อง กวาดตามองรอบๆ ก็ถูกดึงดูดความสนใจด้วยจุดวาร์ปโบราณที่อยู่ตรงกลางทันที
มันเป็จุดวาร์ปโบราณที่มีขนาดใหญ่กว่าจุดวาร์ปอันนั้นทีู่เาฉางไป๋และทะเลตะวันออก ดูเหมือนทำจากวัสดุที่แข็งแกร่ง บนแผ่นสลักด้วยตัวอักษรลึกลับที่ยากจะเข้าใจ
จุดวาร์ปนี้เป็วัสดุที่มีคุณภาพ เกรงว่าพวกมันจะเป็วัสดุชั้นยอดในโลกเทวะ!
“สิ่งนี้จะทำให้มั่งคั่งจนผู้มีอำนาจในโลกเทวะถึงกับอิจฉาตาร้อนเลยทีเดียว...”
เย่เฟิงอดไม่ได้ที่จะคิดเช่นนั้น แต่ในเวลานี้สถานการณ์กลับเปลี่ยนไป
“อ๊าก! หานปิง เธอทำให้ฉันทุกข์จะตายอยู่แล้ว!”
ราชันหั่วยวินเยาคำราม พลังชี่อันแข็งแกร่งปะทุขึ้นมาขณะที่ซูเฟยหยิ่งและเย่เฟิงถูกจุดวาร์ปโบราณดึงความสนใจ เขาพยายามสลัดตัวให้หลุดจากการจับกุมของซูเฟยหยิ่ง แต่น่าเสียดายที่หญิงสาวคาดการณ์ไว้ จึงไม่อาจยอมให้เขาได้สมใจหวัง
“เมื่อเป็เช่นนี้ ฉันจะร่วมมือกับแกเปิดใช้งานจุดวาร์ปเพื่อกลับไป”
ซูเฟยหยิ่งกล่าวเสียงเ็าขณะสะบัดแขนขาวเพื่อกระตุ้นพลังชี่ไปยังเส้นไหมเงาหิมะ ราชันหั่วยวินเยาที่้าหลบหนีจึงถูกจับกุมแน่นยิ่งกว่าเดิม
