“หลงจู้จี ท่านมีแผนอันใดใช่หรือไม่?”
“เอ่อ...ก็มีอยู่”
เดิมทีฮวาเหยียนเพียงสอบถามไปส่งๆ เท่านั้น กลับคาดไม่ถึงว่าจีอู๋ซวงจะยอมรับออกมาตามตรง! คลื่นในดวงตาเขากระเพื่อมทอประกายแย้มยิ้ม นางได้ยินเขาเอ่ยปากว่า “มิใช่พูดไปแล้วหรือว่าข้า้าพบนักปรุงยาอัจฉริยะผู้อยู่เื้ัเ้า ภายหลังหากได้รับการชี้แนะจากผู้าุโสักคำ มิใช่ว่ายิ่งดีเข้าไปใหญ่หรือ ดังนั้นข้าจึงยอมรับใช้เ้าให้ดีที่สุด ทำคำขอของเ้าให้สำเร็จอย่างไรเล่า”
คำกล่าวนี้จริงใจเป็อย่างยิ่ง
จริงใจเสียจนฮวาเหยียนไม่พบข้อบกพร่องใดสักนิด
หยวนเป่าที่อยู่ด้านข้างลอบกะพริบตาเงียบๆ นักปรุงยาอัจฉริยะ ผู้าุโที่พูดถึงคือเขาใช่หรือไม่?
ขณะที่ฮวาเหยียนกำลังจะเอ่ยปากก็มีชายผู้หนึ่งเดินเข้ามา ใบหน้าของเขาทรงเหลี่ยม คิ้วกว้าง หลังเสือเอวหมี [1] สูงแปดฉื่อ สวมชุดเกราะ สีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง เนื่องจากอากาศที่ร้อนอบอ้าวทำให้ใบหน้าของเขาแดงก่ำจากแสงแดด หน้าผากผุดเหงื่อซึม คนผู้นี้หาใช่ใครอื่น เขาคือเจียงถิง บิดาของเจียงจื่อเฮ่านั่นเอง
ฮวาเหยียนตกตะลึงชั่วครู่เมื่อเห็นเขา แต่เพราะยามนี้นางสวมผ้าโปร่งคลุมหน้า อีกฝ่ายจึงจำนางไม่ได้ เจียงถิงก้าวเท้ายาวๆ มายืนอยู่ตรงหน้าจีอู๋ซวง ประสานมือคำนับก่อนกล่าวว่า “หลงจู้จี”
“ท่านแม่ทัพเหล่ยถิง”
ทั้งสองประสานมือคารวะให้กันและกัน
“ท่านแม่ทัพเจียง งบประมาณที่ทางหออู๋ิรวบรวมเอาไว้มีทั้งหมดสิบแปดล้านตำลึง ขอท่านแม่ทัพโปรดตรวจสอบขอรับ”
จีอู๋ซวงกล่าวกับเจียงถิง
ทันทีที่สิ้นเสียง ก็เห็นใบหน้าจริงจังของเจียงถิงขมวดคิ้วมุ่นราวกับมีคำพูดที่ยากจะเอ่ย
ฮวาเหยียนมิอาจเข้าใจได้ว่ายามนี้กำลังเกิดเื่อันใดขึ้น ทว่าจู่ๆ ก็มีชายอีกคนรีบเดินมาจากระยะไกล บุรุษผู้นี้รูปงามหล่อเหลา แม้เขาจะมิได้สวมชุดเกราะ ทว่าทั้งร่างกลับแผ่บรรยากาศแข็งแกร่ง ทระนงและน่าเกรงขาม คนผู้นี้มิใช่ใครอื่น เขาคือมู่เอ้าเทียนนั่นเอง
ท่านพ่อ?
ท่านตา?
ฮวาเหยียนกับหยวนเป่าล้วนใทั้งคู่ พวกนางคิดไม่ถึงว่ามู่เอ้าเทียนจะปรากฏตัวที่นี่ เขามิได้เข้าเฝ้าอยู่ในวังหรอกหรือ? ฝีเท้าที่รีบร้อนทะยานพุ่งเช่นนี้ เกิดเื่อันใดขึ้นกันแน่?
ในสายธารความคิดของฮวาเหยียนสะท้อนภาพ่เวลาที่นางอยู่ในจวนไท่จื่อ ยามตี้หลิงหานได้รับจดหมายลับจากผู้ใต้บังคับบัญชา จากนั้นคิ้วของเขาก็ขมวดแน่น และครานี้เป็ท่านแม่ทัพเจียงถิงกับบิดาของนาง ทั้งยังมีทหารที่กำลังขนย้ายกล่องเหล่านี้อีก ฮวาเหยียนรู้ในทันทีว่าต้องมีเื่ใหญ่เกิดขึ้นเป็แน่!
มู่เอ้าเทียนสาวเท้าก้าวใหญ่ไปข้างหน้า สายตาของเขาเห็นฮวาเหยียนกับหยวนเป่าอย่างรวดเร็ว
แม้จะสวมหมวกงอบ และแม้คนอื่นจะมองไม่ออก ทว่าเขามองไม่ออกได้หรือ?
ทว่ามู่เอ้าเทียนก็รู้สถานการณ์ในตอนนี้ดี หลังเหลือบมองเพียงแวบเดียวก็รีบหันไปทางอื่น เขาเดินไปอยู่เบื้องหน้าเจียงถิงกับจีอู๋ซวงด้วยใบหน้าจริงจัง อารมณ์เคร่งเครียดเกร็งแน่นเป็อย่างยิ่ง “หลงจู้จี ท่านคงได้รับข่าวจากทางราชวงศ์แล้ว พวกเรา้ายืมเงินยี่สิบล้านตำลึงสำหรับกองกำลังปกปักรักษาชายแดน”
“ขอรับ ท่านแม่ทัพมู่ พวกข้าตรวจนับเงินทองไว้พร้อมสรรพแล้ว เดิมทียังขาดอีกสองถึงสามล้านตำลึง ข้าจึงจัดงานประมูลขายโอสถด่วนขึ้นมา ตอนนี้รวบรวมเงินได้ครบแล้ว ทั้งหมดอยู่ที่นี่ขอรับ”
จีอู๋ซวงชี้ไปที่กล่องเ่าั้
มู่เอ้าเทียนพยักหน้า บนใบหน้าไร้ซึ่งเศษเสี้ยวของความอ่อนโยน ชั่วขณะนั้นหัวใจของฮวาเหยียนสั่นกระตุก งบประมาณกองกำลังปกปักรักษาชายแดน? นี่หมายความว่าอย่างไร? ทว่านางย่อมรู้ดีว่ายามนี้ตนมิอาจส่งเสียงถามออกไปได้
และพริบตาต่อมานางก็ได้ยินมู่เอ้าเทียนกล่าวว่า “หลงจู้จี งบประมาณที่คาดการณ์ไว้สูงกว่าที่พวกเราคำนวณไว้ก่อนหน้าถึงสี่ล้านตำลึง ทางราชวงศ์มิอาจนำเงินออกมาได้มากกว่านี้แล้ว มิทราบว่าทางหออู๋ิมีวิธีใดอีกหรือไม่?”
มู่เอ้าเทียนกล่าว
ใบหน้าของเจียงถิงก็ขมวดแน่นเครียดเกร็งเป็อย่างยิ่ง
เวลานี้ศัตรูคู่แค้นทั้งสองมิได้หันมาจ้องเล่นงานกัน แสดงให้เห็นถึงความจริงจังของสถานการณ์
“แม้เงินหมุนเวียนในหออู๋ิจะมีมากมายมหาศาล ทว่าครานี้นับได้ว่าคลังกลางกลวงโบ๋แล้ว หากรออีกสองสามวันก็คง...”
“มิอาจรอได้แล้ว สถานการณ์ที่ชายแดนฉุกเฉินนัก ด่านอวี้สิงถูกตีจนแตกแล้ว! ้างบประมาณฉุกเฉินของกองทัพ เสบียง และผ้าฝ้ายอย่างเร่งด่วน ตัวข้าเองก็ต้องเร่งเดินทางวันนี้เช่นกัน”
เจียงถิงร้อนรน เขาเอ่ยปากอย่างรีบเร่ง
หัวใจของฮวาเหยียนกระตุกเต้นผิดจังหวะ
สถานการณ์ฉุกเฉินที่ชายแดน?
“เกิดาที่ชายแดนหรือ? เกิดเื่อันใดขึ้น?”
นางถามอย่างร้อนรน
หญิงสาวคว้าแขนของบิดาไว้ด้วยท่าทางกังวลใจ
“ชาวหูกับแคว้นซางแอบร่วมมือกัน พวกมันลอบโจมตีเมืองชายแดนทั้งสามในชั่วข้ามคืน ชายแดนจึง้าเสบียงอย่างเร่งด่วน”
มู่เอ้าเทียนเปิดปากกล่าวอย่างเคร่งเครียด
หัวใจของฮวาเหยียนสั่นสะท้าน เกิดาขึ้นที่ชายแดนหรือ?
พี่ชายคนรองของนางนามว่ามู่เหล่ย เป็แม่ทัพที่มีกำลังทหารอยู่ในมือสองแสนนาย มีหน้าที่ปกป้องชายแดน
เดิมทีนางคิดว่าจะได้เจอพี่ชายรองในไม่ช้า แต่นึกไม่ถึงว่าเมื่อเกิดาวุ่นวาย วันที่ได้พบหน้าคงห่างไกลจนมิอาจมองเห็น
“าปะทุขึ้นสามวันแล้ว จดหมายลับถูกส่งกลับมาอย่างเร่งด่วน ข้าได้แต่งตั้งผู้รับผิดชอบคุ้มกันงบประมาณสำหรับกองทัพแล้ว และจะเร่งออกเดินทางยามสายของวันนี้”
เจียงถิงเองก็เอ่ยปากเช่นกัน น้ำเสียงของเขายากที่จะปิดซ่อนความวิตกกังวล
“ใน่ฤดูกาลนี้ของต้าโจว เป็่ที่ร้อนอย่างหาใดเปรียบ ทว่าที่ชายแดนกลับหนาวจนถึงกระดูก ครานี้เกิดาโกลาหลขึ้น มิรู้ว่าผู้คนจะถูกแช่แข็งจนตายมากน้อยเพียงไร”
“เสบียง ผ้าฝ้าย อาวุธ และยารักษาโรค ทุกสิ่งล้วนต้องใช้เงินทั้งสิ้น งบประมาณทางการทหารต้องไม่ต่ำกว่าที่ตั้งไว้ อีกทั้งหากได้เงินเร็วขึ้นหนึ่งวัน มิรู้ว่าจะช่วยให้ทหารที่ชายแดนรอดได้มากขึ้นอีกกี่ชีวิต”
“ฮ่องเต้ทรงถอนงบประมาณทางการทหารออกมาจนหมดท้องพระคลังแล้ว ขุนนางทั้งหลายก็น้อมถวายทรัพย์สินส่วนตัวเพื่อแสดงความจงรักภักดี อย่างน้อยการคุ้มกันการส่งเงินในครั้งนี้ ก็ควรเตรียมงบประมาณให้เพียงพอสำหรับใช้จ่ายหนึ่งปี หออู๋ิเปรียบเสมือนคลังเงินหมุนเวียนของต้าโจวตลอดมา เป็ไปได้หรือไม่ที่จะขอให้หลงจู้ช่วยคิดหาวิธี”
คำพูดของเจียงถิงแฝงความอ้อนวอน เขาเป็คนอารมณ์ร้อน ยามนี้ใบหน้าแดงก่ำด้วยความรีบเร่ง เขาเคยผ่านสนามรบมาก่อน ย่อมทราบดีว่าที่นั่นเป็สถานที่ที่โหดร้ายเพียงใด
ยิ่งไปกว่านั้น าชายแดนในครานี้เริ่มต้นด้วยการลอบโจมตี ดังนั้นเวลานี้จึงเร่งด่วนเป็อย่างยิ่ง!
คิ้วของจีอู๋ซวงขมวดแน่นแล้วเช่นกัน “หากเป็ยามปกติ เงินจำนวนสี่ล้านตำลึงไม่ควรค่าที่จะหยิบยกมากล่าวกับหออู๋ิด้วยซ้ำ ทว่าเงินสดหมุนเวียนทั้งหมดของหออู๋ิล้วนถูกนำออกมาจนหมดแล้วจริงๆ ทั้งหมดเป็เงินยี่สิบล้านตำลึง หากตอนนี้จัดงานประมูลขึ้นอีก ข้าเกรงว่ามันจะไม่ราบรื่นเฉกเช่นครั้งก่อนหน้า ถึงอย่างไรโอสถเซวียนลี่กับโอสถจินฉวนก็ถูกขายออกไปจนหมดสิ้นแล้ว มิอาจสร้างผลลัพธ์มหาศาลอันใดได้อีก ยิ่งไปกว่านั้นสถานการณ์ครานี้ยังฉุกเฉินนัก ข้าเกรงว่าจะเกิดเื่ผิดพลาดขึ้นได้”
จีอู๋ซวงวิเคราะห์
ฮวาเหยียนที่อยู่ด้านข้างมิได้พูดอันใดออกมาสักคำ ตอนนี้นางทราบแล้วว่าเหตุใดจีอู๋ซวงจึงใช้เวลาที่นางไปเยือนจวนไท่จื่อสักครา แวะทานข้าวสักหน จัดการประมูลขึ้นอย่างเร่งรีบ ที่แท้เพราะต้องรีบรวบรวมงบประมาณทางการทหารสำหรับชายแดนนั่นเอง
ชั่วขณะนั้นฮวาเหยียนรู้สึกตระหนกขึ้นมาบ้างแล้ว
แว่นแคว้นเกิดเื่ใหญ่ขึ้น เื่อื่นย่อมไม่สำคัญแล้วจริงๆ
นางเชื่อมั่นว่าตอนที่บิดาได้รับข่าว เขาจะต้องนำเงินเก็บทั้งหมดของครอบครัวออกมาอย่างแน่นอน
แท้จริงแล้วต้าโจวนับว่าเป็อาณาจักรที่มั่งคั่งร่ำรวย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสี่แคว้นหลัก ต้าโจวถูกจัดอยู่ในอันดับต้นๆ ต้าโจวร่ำรวยด้านอสังหาริมทรัพย์ ทรัพยากรแร่ และการพาณิชย์ การที่ชาวหูกับแคว้นซางแอบร่วมมือกันจู่โจมอย่างฉับพลันขณะอีกฝ่ายเผอเรอ! นับว่ารวดเร็ว โเี้ และแม่นยำนัก ทว่าตราบใดที่เสบียงทหารของที่นี่เพียงพอ แม้ทั้งสองแคว้นจะร่วมมือกัน พวกเราย่อมมิต้องเกรงกลัว แต่ถ้ากองหนุนไม่เพียงพอ การาเ็ล้มตายก็ล้วนมิอาจคาดเดาได้แล้ว
“เจียงถิง เ้าล่วงหน้าไปก่อน เงินที่ขาดอยู่ข้าจะเป็ผู้รับผิดชอบรวบรวมให้เอง เมื่อรวบรวมได้ครบจะรีบนำไปเติมให้เ้าทันที”
มู่เอ้าเทียนกล่าว ใบหน้าของเขาตึงเครียด
แต่ในความเป็จริงทุกคนต่างรู้ดีว่าวิธีนี้สิ้นเปลืองเวลาและกำลังเป็อย่างยิ่ง ทว่าเจียงถิงจำเป็ต้องเร่งออกเดินทางแล้ว เขาร้อนรนเป็อย่างยิ่ง
“คงต้องเป็เช่นนั้นแล้ว”
เจียงถิงขมวดคิ้วและพยักหน้า พยายามระงับความวิตกกังวลในใจอย่างสุดกำลัง
“หลงจู้จี เงินจำนวนสามล้านตำลึงของข้ายังอยู่หรือไม่?”
ทันใดนั้นฮวาเหยียนก็เอ่ยปากขึ้น น้ำเสียงนางหล่นเข้าหูของทุกคนอย่างชัดเจน
จีอู๋ซวงตกตะลึง มิได้กล่าวตอบนางทันที
มู่เอ้าเทียนมองไปทางฮวาเหยียน หัวใจของเขาเต้นกระตุก ก่อนหน้านี้เขามัวแต่ยุ่งวุ่นวายจนสับสน ตอนนี้เมื่อคิดขึ้นมาได้ เขาย่อมทราบดีว่าแม่นางน้อยของครอบครัวถามหาเงินก้อนนั้นเพื่อสิ่งใด
“ยังอยู่ที่นี่ แม่นางเหยียนมิได้สั่งการอันใดเอาไว้ ข้าจึงมิอาจเคลื่อนย้ายมันโดยไม่ได้รับอนุญาต”
จีอู๋ซวงกล่าว
“ดี เช่นนั้นก็นำเงินก้อนนี้ไปสมทบ บวกกับเงินที่ท่านพ่อมอบให้ข้าเมื่อคืนอีกห้าแสนตำลึงและเงินเก็บส่วนตัวของข้า คาดว่าคงเพียงพอสำหรับสี่ล้านตำลึง ท่านแม่ทัพเจียง รบกวนท่านรวบรวมเงินทั้งหมดและรีบออกเดินทางเถิดเ้าค่ะ”
เชิงอรรถ
[1] หลังเสือเอวหมี 虎背熊腰 (hǔ bèi xióng yāo) หมายถึง คนที่มีร่างกายแข็งแรง กำยำเหมือนเสือและหมี
