“ไปเปลี่ยนเป็เสื้อเชิ้ตคอปกก่อน” เ้าหน้าที่ประจำสตูดิโอถ่ายภาพบอกคังอิงตอนที่กำลังจะถ่ายรูปติดบัตรประจำตัวประชาชน
วันนี้คังอิงไม่ได้คิดว่าจะมาทำบัตรประจำตัวประชาชน เธอจึงสวมเสื้อยืดคอกลมสีขาวมา
โชคดีที่ทางสถานีตำรวจมีการเตรียมพร้อมสำหรับเื่นี้ บนชั้นวางของในสตูดิโอถ่ายภาพมีเสื้อเชิ้ตคอปกหลากหลายสีสันทั้งของผู้ชายและผู้หญิงเอาไว้ให้ใช้ชั่วคราวในกรณีฉุกเฉิน
คังอิงหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวมาตัวหนึ่ง พอสวมแล้วก็พบว่าเสื้อเชิ้ตค่อนข้างหลวม ไม่ค่อยเข้ารูปเท่าไหร่ แต่ยังดีที่มันเป็คอปกสี่เหลี่ยม
มุมปากเธอยกยิ้มบางๆ ขณะมองไปที่กล้อง และบอกกับตัวเองในใจว่า ‘นี่คือบัตรประชาชนใบแรกในชีวิตของเธอ เธอจะต้องถ่ายรูปให้ออกมาดูดีที่สุด’
ทว่าความทรงจำของชาติที่เธอไม่ใช่หญิงงามเฉิดฉาย ทำให้เธอขาดความมั่นใจในการถ่ายรูปติดบัตรประชาชน เพราะรูปติดบัตรไม่ต่างจากกระจกวิเศษที่ส่องให้เห็นใบหน้าแท้จริงของคน แถมยัแต่งหน้าไม่ได้อีกด้วย พื้นฐานใบหน้าของคนคนหนึ่งเป็แบบไหนนั้น มันจะปรากฏออกมาทันที
แปลกตรงที่รูปติดบัตรประชาชนมักจะดูน่าเกลียดกว่ารูปที่ถ่ายกันเอง ในชาติที่แล้ว บนโลกอินเทอร์เน็ตมักมีรูปติดบัตรประชาชนของเหล่าดาราดังหลุดออกมาบ่อยๆ เหล่าแฟนคลับถึงขั้นนำรูปติดบัตรประชาชนของเหล่าดาราดังมาเปรียบเทียบกัน พวกเขามักจะตัดสินว่าดาราคนไหนสวยจริงๆ จากรูปติดบัตร
แต่ถึงรูปที่ถ่ายออกมาจะน่าเกลียดเพียงใด เธอก็ยังคงต้องทำให้ตัวเองดูมีชีวิตชีวา มุมปากของคังอิงเผยยกขึ้นเป็รอยยิ้มขึ้นกว่าเดิมอีกหน่อย
ช่างภาพรู้สึกพอใจมาก จึงกดชัตเตอร์ ‘แชะ’ บันทึกภาพแห่งความสุขเอาไว้ในเสี้ยววินาที
หลังจากจ่ายค่าธรรมเนียมทำบัตรห้าหยวน ตำรวจหญิงที่รับผิดชอบการทำบัตรประชาชนบอกว่า อีกหนึ่งเดือนก็มารับบัตรได้ ให้เธอเก็บใบเสร็จไว้ให้ดี แล้วค่อยนำใบเสร็จมารับบัตร
หลังจากที่จัดการเื่สำคัญอีกเื่เรียบร้อยแล้ว คังอิงก็รู้สึกถึง่เวลาของตัวเองในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็เื่การหย่าร้าง การย้ายไปอยู่ที่่บ้านสันโดษแสนสงบ การเจรจาธุรกิจ หรือการทำบัตรประชาชนในวันนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอทำล้วนแต่ทิ้งร่องรอยเอาไว้ในยุคสมัยนี้
่เวลาที่คังอิงกำลังทำบัตรประชาชน สือเจียงหย่วนจอดรถจิ๊ปเอาไว้หน้าสถานีตำรวจ เขาปรับเบาะคนขับให้เอนราบแล้วก็นอนพักผ่อน
คนที่ดื่มหนักเมื่อคืน ถึงจะมีร่างกายแข็งแรงเพียงใด วันรุ่งขึ้นย่อมรู้สึกเหนื่อยล้าเป็ธรรมดา
พอคังอิงเดินออกมา เธอก็เห็นสือเจียงหย่วนกำลังหลับอยู่บนรถจิ๊ป เธอเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วเคาะกระจกรถเบาๆ เขาลืมตาตื่นขึ้นทันที ครั้นเห็นรอยยิ้มแสนสดใสของคังอิงอยู่ตรงหน้า เขาก็รู้สึกตื่นตัวขึ้นมา “ขึ้นรถเถอะ”
พอคังอิงขึ้นรถแล้ว สือเจียงหย่วนจึงเอ่ยถามขึ้น “คุณอยากซื้ออะไรอีกไหม? ถ้าไม่มี ผมจะไปส่งคุณกลับบ้านนะ”
คังอิงส่ายหน้า “ฉันอยากไปร้านหนังสือซินหัว [1] หาอะไรอ่านหน่อย คุณไปส่งฉันที่นั่นก็พอ”
สือเจียงหย่วนได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยถาม “แล้วคุณจะซื้อหนังสือด้วยไหม?”
“ลองไปดูก่อนค่ะ ไม่แน่ใจ” คังอิงตอบอย่างคลุมเครือ
ที่ร้านหนังสือซินหัวสามารถอ่านหนังสือได้ฟรี ตอนนี้เงินสดติดตัวของเธอลดลงทุกวัน หากเอาแต่ใช้จ่ายไปเรื่อยๆ ในที่สุดเงินของเธอก็จะหมดไป หากไม่ต้องเสียเงิน ก็อย่าเสียเลยจะดีกว่า ข้อมูลบางอย่างแค่อ่านผ่านๆ แล้วจำเอาไว้ในหัวก็พอ ไม่จำเป็ต้องซื้อ
ส่วนวรรณกรรมชิ้นเอกอะไรพวกนั้น คังอิงเคยอ่านมาเกือบหมดแล้วในชาติก่อน เธอไม่จำเป็ต้องเสียเงินซื้อหนังสือแบบเดียวกันกลับมาอ่านซ้ำอีกในชาตินี้
แม้ว่าในบัตรจะมีเงินสองแสนหยวน แต่เงินนั้นเอาไว้ใช้ทำธุรกิจ คังอิงจะไม่แตะต้องมันโดยพลการ เธอมีหลักการและบรรทัดฐานแบบนี้
สือเจียงหย่วนรู้สึกเสียดายเล็กน้อย เขาคิดในใจว่า ‘ทำไมคังอิงไม่ชวนเขาไปอ่านหนังสือด้วยกันล่ะ? เขาเองก็ต้องหาความรู้ใหม่ๆ เหมือนกันไม่ใช่หรือ?’
สือเจียงหย่วนขับรถไปยังร้านหนังสือซินหัว แล้วให้คังอิงลงจากรถ
สือเจียงหย่วนไม่รู้เลยว่าหนิงเชี่ยนผู้เป็ลูกพี่ลูกน้องกำลังมองรถจิ๊ปของเขาอยู่ฝั่งตรงข้าม
หนิงเชี่ยนไม่มีทางจำป้ายทะเบียนรถจิ๊ปคันนี้ของสือเจียงหย่วนผิดอย่างแน่นอน เธอไม่เห็นหน้าค่าตาพี่ชายมาหลายวันแล้ว ไม่รู้ว่าเขาไปอยู่ที่ไหน หนิงเชี่ยนกำลังจะเดินเข้าไปหาลูกพี่ลูกน้องของเธอ นึกไม่ถึงว่าจู่ๆ เขาจะจอดรถ จากนั้นก็เปิดประตู แล้วมีผู้หญิงคนหนึ่งก้าวลงมาจากเบาะหลัง
ผู้หญิงคนนั้นมีรูปร่างสูงเพรียว ผมยาวสลวยสีดำขลับถูกมัดไว้ด้านหลัง หางม้าของเธอแกว่งไปมา เธอสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนขาสั้น รองเท้าผ้าใบยี่ห้อหุยลี่ [2] ดูแล้วเปี่ยมไปด้วยความอ่อนเยาว์มีชีวิตชีวา
‘ว้าว ไม่ธรรมดาจริงๆ พี่ชายมีแฟนแล้วเหรอเนี่ย?’
ดูเหมือนว่าหนิงเชี่ยนจะค้นพบเื่ซุบซิบอันยิ่งใหญ่เข้าแล้ว ทันใดนั้นเธอก็หยุดฝีเท้า
พี่ชายสืออายุยี่สิบหกปีแล้ว ในอำเภอหลี่ว์ หากผู้ชายอายุเท่านี้ยังไม่ได้แต่งงาน อาจเป็เพราะทำงานในหน่วยงานของรัฐ จึงมีตัวเลือกมากเกินไปจนเลือกไม่ถูก หรือไม่ก็เป็พวกที่ยากจนมากจนหาใครมาแต่งด้วยไม่ได้
เื้ัความยากลำบากของครอบครัวที่หาใครมาแต่งด้วยไม่ได้นั้น มักจะมีมารดาที่ชอบบ่นอยู่ข้างหลังลูกชายเสมอ แน่นอนว่าแม่ของสือเจียงหย่วนไม่ชอบบ่นเื่นี้ แต่น้ารองของเขาชอบพูดถึงเื่นี้บ่อยๆ
โชคดีที่สือเจียงหย่วนมาจากเมืองหลวงอันยิ่งใหญ่ เพราะชื่อเสียงของเมืองหลวงนั้นโด่งดังมาก ทำให้สือเจียงหย่วนดูลึกลับน่าค้นหา
ยิ่งไปกว่านั้น หนิงเชี่ยนเคยได้ยินแม่ของสือเจียงหย่วนพูดให้ฟังว่าเขาเป็คนนิสัยแปลกๆ พอพูดถึงเื่แฟนทีไร เขาก็จะเงียบไป ไม่ค่อยตอบอะไร แม่ของสือเจียงหย่วนบอกหนิงเชี่ยนเป็การส่วนตัวว่า ใหครอบครัวของพวกเธอพยายามอย่าถามเื่แฟนของเขา
หนิงเชี่ยนจึงรู้ว่าพี่ชายคนนี้น่าจะไม่กระตือรือร้นเื่การแต่งงานเท่าไหร่ เขาเดินทางมายังอำเภอหลี่ว์ ก็ไม่เห็นเขาจะคบหากับผู้หญิงคนไหนเลย แต่คิดไม่ถึงว่าวันนี้เธอจะจับได้คาหนังคาเขา
แต่พี่ชายของเธอก็มีเกียรติยศชื่อเสียงมาก หนิงเชี่ยนไม่กล้าเข้าไปขัดจังหวะเื่ดีๆ ของพี่ชายตนเองเด็ดขาด
เธอหยุดฝีเท้าลง ไม่อาจรู้ได้ว่าตอนนี้พี่ชายกำลังคบหาดูใจกับหญิงสาวคนนี้อย่างจริงจังหรือเปล่า เธอจึงตัดสินใจว่าจะกลับไปปรึกษาแม่ของตนก่อน
ทั้งสือเจียงหย่วนและคังอิงต่างก็ไม่รู้เลยว่าภาพที่พวกเขาอยู่ด้วยกันนั้น ถูกหนิงเชี่ยนมองเห็นเข้าแล้ว เธอจินตนาการเป็เื่โรแมนติกไปต่างๆ นานาไม่รู้กี่เื่ต่อกี่เื่
พอคังอิงลงจากรถ เธอก็เดินตรงเข้าไปในร้านหนังสือซินหัวทันที
‘ตอนเที่ยงแบบนี้ อากาศร้อนมาก คงไม่มีใครมาที่ร้านหนังสือสินะ?’ คังอิงคิดในใจ
แต่พอเธอเข้าไปในร้าน เธอก็รู้ว่าตนเองคิดผิด ที่นี่ไม่เพียงแต่มีคนอยู่เท่านั้น แต่ยังมีคนมากมายอีกด้วย
ทว่าลูกค้าส่วนใหญ่เป็เด็กๆ ที่กำลังอยู่ใน่ปิดเทอมฤดูร้อน คนที่อายุมากที่สุดก็แค่สิบเจ็ดสิบแปดปี ส่วนที่อายุน้อยหน่อยก็เพิ่งพ้นสิบปี
พวกเขานั่งหรือยืนอ่านหนังสืออยู่ตรงหน้าชั้นวางหนังสือ พนักงานที่นี่ก็ไม่ได้ไล่พวกเขาออกไป
ดูเหมือนเด็กๆ พวกนี้จะเหมือนกับคังอิง เห็นว่าที่นี่เป็สถานที่พักผ่อนหย่อนใจใน่วันหยุดฤดูร้อนก็เท่านั้น
แต่คังอิงรู้ดีว่าเด็กๆ ที่รักการอ่านหนังสือจะต้องมีอนาคตที่สดใส เพราะหนังสือเป็เครื่องมือในการถ่ายทอดความรู้ที่ถูกที่สุดและสะดวกที่สุดที่ผู้คนจะหาได้
คนคนหนึ่งคงไม่มีทางสามารถพูดคุยกับ บิล เกตส์ โดยตรงได้ แต่เขาสามารถอ่านหนังสือที่ บิล เกตส์ เขียนขึ้นมาได้ เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตจากในนั้น
คนคนหนึ่งคงไม่มีโอกาสพูดคุยกับนักเศรษฐศาสตร์เกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ แต่เขาสามารถหาคำตอบได้จากหนังสือที่เขียนโดยนักเศรษฐศาสตร์...
คังอิงอ่านหนังสือหลายประเภท ั้แ่นิตยสารยอดนิยมในปัจจุบัน ไปจนถึงหนังสือพิมพ์สารสนเทศต่างๆ แต่เป้าหมายหลักของเธอมักจะเน้นไปที่นิตยสารและหนังสือที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจในปัจจุบัน
คังอิงพบว่ามีหนังสือมากมายวางขายในร้าน เช่น ‘หุ้นเบื้องต้น’ ‘คู่มือการลงทุน’ ‘วิธีขุดทองก้อนแรก’ ทำเอาอะดรีนาลีนสูบฉีดั้แ่ได้เห็นชื่อหนังสือ
คนที่อ่านหนังสือพวกนี้มักจะมีอายุขึ้นมาหน่อย โดยมากแล้วเป็ผู้ใหญ่อายุยี่สิบถึงสามสิบปี
เชิงอรรถ
[1] ร้านหนังสือของรัฐบาลจีน
[2] แบรนด์ Warrior (回力) หรือ “หุยลี่” ก่อตั้งที่เซี่ยงไฮ้เมื่อปี พ.ศ. 2470 โดยบริษัท เซี่ยงไฮ้เจิ้งไท (Zhengtai Shanghai) ที่ได้ขยายธุรกิจยางไปสู่ตลาดรองเท้ากีฬา ซึ่งคำว่า 回力 (หุยลี่) หมายถึงอำนาจ หรือพลังที่จะเอาชนะความยากลำบาก
