ตอนที่ 5 : หน้ากากคุณหมอ
“คุณพราวคะ... คุณพราว! แบบเสื้อคอลเลกชันใหม่สรุปเอาสีนี้ไหมคะ?”
เสียงเรียกของเลขาฯ ทำให้ พราวพรรณ สะดุ้งโหยงจนปากกาในมือร่วง “อะ... อะไรนะ? อ้อ สีครีม เอาสีครีม” เธอตอบส่งๆ ทั้งที่ตายังลอยคว้าง วันนี้ทั้งวัน ดีไซเนอร์สาวเ้าของแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังทำงานแทบไม่ได้เลย ในหัวมีแต่ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนกับคำขู่ทิ้งท้ายของ หมอติณห์ วนเวียนอยู่เหมือนเทปตกร่อง
‘รีบรักษาตัวให้หาย... เพราะคืนต่อไป ผมคงไม่ ออมมือ’ บ้าจริง! แค่คิดหน้าก็ร้อนวูบวาบแล้ว นี่เธอเป็โรคหัวใจหรือเปล่านะ?
“วันนี้คุณพราวดูแปลกๆ นะคะ หน้าแดงๆ ไม่สบายหรือเปล่า?” เลขาฯ สาวถามด้วยความเป็ห่วง “เปล่า! ฉันแค่... อากาศมันร้อนน่ะ” พราวรีบปฏิเสธ พลางยกน้ำขึ้นดื่มแก้เขิน
ทันใดนั้น เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นจากหน้าร้านกระจกใส พนักงานสาวๆ ในร้านต่างพากันชะเง้อคอมองรถยนต์สีดำหรูหราที่มาจอดเทียบท่า “อุ๊ย! นั่นคุณหมอติณห์สามีคุณพราวนี่คะ วันนี้มารับถึงที่เลยเหรอเนี่ย ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็น” “เสียดายจัง หล่อก็หล่อนะคะ แถมเป็ถึงดอกเตอร์ แต่ดูเงียบๆ ขรึมๆ จืดชืดไปหน่อย ไม่ค่อยเหมาะกับสาวเปรี้ยวอย่างบอสเราเลย”
เสียงซุบซิบนั้นเข้าหูพราวพรรณเต็มๆ ปกติเธอคงพยักหน้าเห็นด้วยและร่วมวงนินทาสามีตัวเองไปแล้ว แต่ทำไมวันนี้... เธอกลับรู้สึกอยากจะะโใส่หน้าลูกน้องว่า ‘พวกเธอไม่รู้อะไร! อีตาแว่นนี่แหละตัวอันตรายระดับสิบ!’
กริ๊ง... ประตูร้านเปิดออก ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนและสวมแว่นตาหนาเดินเข้ามาด้วยมาดสุขุมนุ่มลึก “สวัสดีครับ” ติณห์เอ่ยทักทายพนักงานด้วยรอยยิ้มสุภาพ ก่อนจะเดินตรงมาหาภรรยา “เลิกงานหรือยังครับพราว? ผมมารับไปทานข้าว”
“คุณมาทำไม? ปกติเราต่างคนต่างกลับนี่” พราวพรรณถามเสียงแข็ง พยายามรักษามาดนางพญาต่อหน้าลูกน้อง “ก็ตอนนี้เราอยู่ใน่... ‘โปรโมชัน’ นี่ครับ” ติณห์ขยับแว่น พูดคำกำกวมที่รู้กันแค่สองคน “ผมก็ต้องทำหน้าที่ให้สมบูรณ์หน่อย”
พราวพรรณหน้าขึ้นสีระเรื่อ รีบคว้ากระเป๋าถือลุกขึ้นทันที ขืนอยู่นานกว่านี้มีหวังหลุดโป๊ะ “ก็ได้ค่ะ กลับก็กลับ!”
...
บรรยากาศในรถเงียบกริบจนกระทั่งรถเคลื่อนตัวออกจากย่านร้านค้า ทันทีที่พ้นสายตาคน ติณห์ก็เอื้อมมือข้างหนึ่งมาวางแปะลงบนหน้าขาเนียนนุ่มของพราวพรรณที่โผล่พ้นกระโปรงทรงสอบผ่าข้าง
“เฮ้ย! คุณจะทำอะไร ขับรถอยู่นะ!” พราวสะดุ้ง ตะครุบมือเขาไว้ “เช็กอาการครับ” ติณห์ตอบหน้าตาย สายตายังมองตรงไปที่ถนน “เมื่อเช้าบ่นว่าปวดขา ตอนนี้หายดีหรือยัง?”
“หะ... หายแล้ว! เอามือออกไปเลยนะ” “หายแล้วเหรอ?” ติณห์หันมามองแวบหนึ่ง มุมปากยกยิ้มเ้าเล่ห์ที่พราวเริ่มจะเกลียด (และหวั่นไหว) “ว้า... แย่จัง ผมอุตส่าห์รีบเคลียร์เคสผ่าตัด เพื่อจะกลับมา ‘กายภาพบำบัด’ ให้คุณต่อที่บ้าน”
นิ้วหัวแม่มือของเขาคลึงเบาๆ ที่ต้นขาด้านใน ทำเอาพราวพรรณขนลุกซู่ไปทั้งตัว “ติณห์! นี่มันบนรถนะ แล้วคุณก็ใส่แว่นอยู่ด้วย ช่วยทำตัวให้สมกับลุคคุณหมอผู้ทรงภูมิหน่อยได้ไหม!”
ติณห์หัวเราะในลำคอ เขาชะลอรถจอดติดไฟแดง ก่อนจะหันมาโน้มหน้ากระซิบข้างหูเธอ “ช่วยไม่ได้ครับ... เวลาเห็นคุณใส่กระโปรงผ่าข้างแบบนี้ ลุคคุณหมอมันก็เอาไม่อยู่เหมือนกัน... อยากถึงบ้านเร็วๆ จังเลยครับคุณภรรยา”
พราวพรรณกัดริมฝีปากแน่น กรีดร้องในใจ ใครก็ได้เอานายแว่นจืดชืดคนเดิมคืนมาที! ไอ้หมอหื่นนี่มันใครกันเนี่ย!
