ผลเซวียนหยินหมื่นปี หยกเหมันต์หมื่นปี
โอสถเก้าชีพจร์ โอสถปราณม่วงรวมิญญา
ศิลาิญญาห้าสี ด้ายหยกชีเจี๋ย
ธงหลอมิญญากระดูกขาว ค่ายกลเก้าบุตร
……
สมบัติล้ำค่าหายาก โบราณวัตถุจากมิติลับปรากฏออกมาชิ้นแล้วชิ้นเล่า ทำให้ผู้คนตื่นเต้นยิ่งนัก
มีคนลองมาคำนวณคร่าวๆ ดูแล้ว เพียงแค่การประมูลสินค้าสามสิบสามชิ้นก็มีค่าถึงศิลาเซียนหมื่นล้านก้อนแล้ว เรียกได้ว่าเท่ากับรายได้ของห้าแคว้นตลอดสามปี อีกทั้งงานประมูลยังไม่จบลง
หลังจากพักผ่อนครู่หนึ่งแล้ว ในที่สุด่เวลาสำคัญที่สุดก็มาถึง
ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนที่ประมูลสินค้าทีละชิ้นๆ และมิได้เล่นแง่แต่อย่างใด จูหยวนหยวนสั่งให้คนนำสินค้าประมูลหกชิ้นสุดท้ายขึ้นเวที ทั้งหอเจินเป่าตกอยู่ในความเงียบสงบทันที
สมบัติล้ำค่า! เป็สมบัติล้ำค่าอย่างแท้จริง!
เสียงหายใจหอบถี่ เสียงหัวใจเต้นแรง...ล้วนได้ยินอย่างชัดเจน!
……
“ดีใจหรือไม่? ประหลาดใจหรือไม่?”
จูหยวนหยวนกล่าวหยอกล้อสองประโยค จากนั้นแนะนำสินค้าให้ทุกคนฟังทีละชิ้น
สินค้าชิ้นแรกคือเมล็ดเพลิงระดับเจ็ดของจริงเม็ดหนึ่ง มีนามว่า ‘เพลิงโอสถมรกต’ จัดอยู่อันดับที่ห้าสิบสองบนทำเนียนเพลิงิญญาฟ้าดิน นับว่าเป็เพลิงระดับสูงในหมู่เพลิงิญญาระดับเจ็ด มันมีความสามารถพิเศษในการยกระดับพลังวิชาต่างๆ ...ราคาเริ่มต้นอยู่ที่หนึ่งล้านศิลาเซียน
สินค้าชิ้นที่สองคือ ‘ิญญาทอง’ ของสิ่งนี้เป็สิ่งของหลอมจิตระดับสูงสุด แข็งแกร่งไม่แตกสลาย ฟันแทงไม่เข้า โดยเฉพาะผู้บำเพ็ญสายกระบี่...ราคาเริ่มต้นที่หนึ่งล้านศิลาเซียน
สินค้าประมูลชิ้นที่สามเป็ของที่พิเศษมาก มันคือ ‘กระดูกัแท้จริง’ ขนาดเท่านิ้วมือ ผ่านกาลเวลามานับหมื่นปีโดยไม่เน่าสลาย พลังิญญายังไม่ดับสูญ หากหลอมกลั่นมัน จะทำให้ิญญาเซียนเกิดการวิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว ทั้งยังแฝงไปด้วยปราณั...ราคาเริ่มต้นสองล้านศิลาเซียน
สินค้าชิ้นที่สี่เป็โอสถเทพระดับสูง ‘โอสถ์สิบชั้น’ ์หมายถึงฟ้าดินแรกกำเนิด เป็ตัวแทนของความไร้ขีดจำกัด สิบชั้นหมายถึงความสมบูรณ์แบบ โอสถเม็ดนี้เรียกได้ว่าเป็ราชันแห่งโอสถ ชำระจิตใจ ยกระดับปณิธาน ทะลวงคอขวด สามารถป้องกันแม้กระทั่งจิตปีศาจได้...ราคาเริ่มต้นที่สามล้านศิลาเซียน
ทว่าเมื่อสมบัติสองชิ้นสุดท้ายส่องแสงสว่าง ทั้งหอเจินเป่าเดือดพล่านขึ้นอย่างแท้จริง
สินค้าชิ้นที่ห้า คือสมบัติิญญาระดับกลาง ‘หม้อสี่คชสารรวมิญญา’ ด้านในนั้นสลักแผนผังค่ายกลเอาไว้นับพันแบบ รวมทั้งโจมตี ป้องกัน สะกด ปรุงโอสถ สร้างอาวุธ และอื่นๆ เรียกได้ว่าหากมีหม้อใบนี้อยู่ก็สามารถทำได้ทุกอย่าง อีกทั้งหากใช้หม้อใบนี้ปรุงโอสถระดับสูงสุด อัตราสำเร็จจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสามส่วน สามารถปรุงได้แม้กระทั่งโอสถราชัน
สินค้าชิ้นที่หกก็เป็สมบัติิญญาระดับกลางเช่นกัน มันมีนามว่า ‘เรือเมฆาเจ็ดสมบัติ’ ไม่เพียงสามารถโบยบินบนฟ้า ยังสามารถแล่นบนมหาสมุทร ต่อให้เผชิญหน้ากับพายุสายฟ้าของทะเลล่วนซิงก็สามารถทนได้ระยะเวลาหนึ่ง มูลค่าของมันมิอาจประเมินค่าได้
แน่นอนว่าสมบัติิญญาเก่งกาจสองชิ้นเช่นนี้ ราคาของมันก็ไม่ธรรมดาด้วย...ราคาเริ่มต้นห้าล้านศิลาเซียน
เมื่อเปิดราคาเริ่มต้นขึ้นมา ก็มีคนมากมายถอยทันที
ห้าล้านศิลาเซียนแพงหรือ?
แพงมาก!
ต้องรู้ว่าราคาของสมบัติวิเศษระดับสูงสุดชิ้นหนึ่งเพียงแค่หนึ่งแสนศิลาเซียนเท่านั้น ส่วนสมบัติวิเศษระดับสูงสุดก็เพียงพอให้ตระกูลเซียนธรรมดาใช้แล้ว ต่อให้เป็เ้าแคว้นหากคิดจะใช้ศิลาเซียนห้าล้านก้อน ก็ต้องเจ็บตัวไปพักหนึ่ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงขั้วอำนาจธรรมดาเลย
ดังนั้นคนที่มีนิสัยย่ำแย่จึงก่นด่าว่าหอเจินเป่าใจดำ คนที่นิสัยดีหน่อยเพียงแค่ยิ้มอย่างขมขื่น ทำได้เพียงรอดูเื่สนุกเท่านั้น
พูดได้เต็มปากเลยว่าสินค้าชุดสุดท้ายทุกชิ้นล้วนสามารถกลายเป็รากฐานของขั้วอำนาจแห่งหนึ่งได้เลย สามารถเพิ่มพลังให้ขั้วอำนาจนั้นได้อย่างแน่นอน
บางทีอาจ้าหลีกเลี่ยงข้อสงสัย หอการค้าต้าทงจึงมิได้ร่วมการประมูลเลยั้แ่ต้นจนจบ แต่ภาษีจากการจัดงานประมูลก็เพียงพอให้พวกเขาหาศิลาเซียนได้เต็มกระเป๋าแล้ว
……
“สองล้านศิลาเซียน เมล็ดเพลิงโอสถมรกตต้องเป็ของข้า!”
“แค่สองล้านก็คิดจะประมูลเมล็ดเพลิงระดับเจ็ดแล้วหรือ ฝันไปเสียเถอะ! ข้าเสนอสามล้าน!”
“สี่ล้านศิลาเซียน ผู้ใดกล้าแย่งเกาะเซวียนิของข้า!”
“เกาะเซวียนิแล้วอย่างไร? ก็ยังถูกเกาะสามเซียนกดดันจนโงหัวไม่ขึ้นเหมือนกัน ข้าเสนอสี่ล้านห้าแสน!”
“มารดามันเถอะ! ห้าล้าน!”
……
“สามล้านศิลาเซียน กระดูกัแท้จริงเป็ของตำหนักเซวียนหนี่ว์ ใครกล้าแย่งจะต้องเป็ศัตรูกับตำหนักเซวียนหนี่ว์ของเรา!”
“ตำหนักเซวียนหนี่ว์เก่งนักหรืออย่างไร? ก็แค่พวกสตรีสารเลวเท่านั้น! เกาะชื่อหลงของข้าเสนอสี่ล้านศิลาเซียน!”
“ช่างกล้ายิ่งนัก! ความอัปยศในวันนี้ ตำหนักเซวียนหนี่ว์จะให้เ้าได้ชดใช้เป็ร้อยเท่า! ห้าล้านศิลาเซียน!”
“ที่นี่คืองานประมูล เ้าคิดว่าเป็ตำหนักเซวียนหนี่ว์ของเ้าหรืออย่างไร? ข้าเสนอหกล้าน!”
“รนหาที่ตาย! หกล้านห้าแสน!”
……
บรรยากาศการประมูลดุเดือดมาก วิธีข่มขู่บีบบังคับต่างๆ ล้วนถูกใช้ออกมาหมด
เป็ดังที่จั๋วอวิ๋นเซียนคาดเอาไว้เมื่อตอนแรก เมื่อไม่มีกฎบังคับ ความทะเยอทะยานของทุกคนนั้นก็เพิ่มขึ้นตามความโกรธและความปรารถนา งานประมูลดีๆ ในตอนแรกถูกทำจนกลายเป็ตลาดสด หากไม่ทะเลาะก็ข่มขู่ อารมณ์ด้านลบเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ กดทับในจิตใจ อาจจะะเิออกมาได้ทุกเมื่อ
เหมือนหอเจินเป่าก็สังเกตเห็นว่าสถานการณ์ผิดปกติ จูหยวนหยวนจึงรีบควบคุมสถานการณ์ทันที จากนั้นไกล่เกลี่ยให้การค้าขายจบลง
แม้จะเป็เช่นนี้ ราคาประมูลออกไปก็ทำให้ผู้คนจิตใจสั่นไหวอยู่ดี
……
‘เพลิงโอสถมรกต’ กับ ‘ิญญาทอง’ ต่างถูกคู่หูสุรากระบี่ประมูลไปคนละอัน อันหนึ่งถูกประมูลในราคายี่สิบแปดล้าน อีกอันถูกประมูลด้วยราคาสามสิบล้าน
เป็ครั้งแรกที่ผู้คนสังเกตเห็นว่า ผู้บำเพ็ญพเนจรก็มีเงินมากกว่าขั้วอำนาจได้เช่นกัน!
ส่วนอีกด้านหนึ่ง ดาบใหญ่เถาเหมินรู้สึกเจ็บใจ ของดีสองชิ้นถูกจวินซางกับจุ้ยเจียงหูซื้อไปแล้ว ส่วนเขาก็สู้กับอีกฝ่ายไม่ไหว นี่เท่ากับว่าเขาขาดทุนไปห้าสิบแปดล้านเลยมิใช่หรือ?
สำหรับคนนิสัยหากมิได้มาก็รู้สึกขาดทุนอย่างดาบใหญ่เถาเหมิน สูญเสียศิลาเซียนไปมากมายขนาดนั้นจะไม่เจ็บใจได้อย่างไร?
เหมือนััได้ถึงสายตาของดาบใหญ่เถาเหมิน จวินซางกับจุ้ยเจียงหูหันหน้าไปมอง ทันใดนั้นพวกเขาใกับสายตาราวกับภรรยาถูกสามีทิ้ง จึงรู้สึกหนาวสั่นอย่างห้ามมิได้
“ไอ้โง่นี่!”
ว่านเฉินมองดาบใหญ่เถาเหมินด้วยสายตาเ็า อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความดูถูก
……
‘กระดูกัแท้จริงครึ่งท่อน’ ถูกตำหนักเซวียนหนี่ว์ประมูลไปด้วยราคาสี่สิบห้าล้านศิลาเซียน ทั้งยังทำให้ตำหนักเซวียนหนี่ว์กับเกาะชื่อหลงเกิดความแค้นต่อกันด้วย เหลิ่งเฟิ่งเซียนสาบานว่าจะทำลายเกาะชื่อหลงให้ได้
ส่วนเกาะชื่อหลงก็เป็ขั้วอำนาจสิบอันดับแรกของทะเลล่วนซิงเช่นกัน จะยอมถูกรังแกง่ายๆ ได้อย่างไร?
เหมือนมีเค้าลางว่าจะเกิดเื่ใหญ่ขึ้น สามารถคาดเดาได้เลยว่าสายฝนโลหิตไหลนองกำลังจะมาถึง นี่มิใช่ลางบอกเหตุที่ดีอะไร
‘โอสถ์สิบชั้น’ ถูกประมูลด้วยราคาสี่สิบล้านภายใต้การข่มขู่จากเกาะเซวียนิ แต่กลับล่วงเกินยอดฝีมือพเนจรกับกลุ่มการค้าไปไม่น้อย ความขัดแย้งระหว่างขั้วอำนาจต่างๆ ยากจะไกล่เกลี่ยได้
‘หม้อสี่คชสารรวมิญญา’ ถูกเกาะสามเซียนประมูลไปด้วยราคาหกสิบล้านศิลาเซียน ถึงแม้คนไม่น้อยจะรู้สึกเจ็บใจ แต่ที่นี่เป็ถิ่นของเกาะสามเซียน อีกทั้งอำนาจของเกาะสามเซียนราวกับดวงอาทิตย์กลางฟ้า หากไม่มีความจำเป็ คงไม่มีใครอยากล่วงเกินเกาะสามเซียน
เพียงแต่ตอนประมูล ‘เรือเมฆาเจ็ดสมบัติ’ เื่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
เดิมทีเกาะสามเซียนกับหอการค้าต้าทงร่วมมือกัน จึงรับรู้ของที่้าประมูลก่อนหน้าแล้ว และเป้าหมายของพวกจี้ไป๋อี้ก็คือ ‘หม้อสี่คชสารรวมิญญา’ กับ ‘เรือเมฆาเจ็ดสมบัติ’ คิดไม่ถึงว่าจะมาตกม้าตายกลางทางเพราะสมาคมการค้าห้าแคว้นเสนอราคาหนึ่งร้อยล้านศิลาเซียน ซื้อเรือเมฆาเจ็ดสมบัติเข้ากระเป๋าไป
ครั้งนี้พวกจี้ไป๋อี้ไม่มีทางยอมรามือแน่ แข่งกันไปแข่งกันมาจนโมโหอย่างจริงจัง
