“โอ้? ข้าไม่เข้าใจว่าองค์ชายเซี่ยหมายถึงอะไร?”
ตี้เลี่ยมองไปที่เซี่ยหมางด้วยความประหลาดใจ เหตุใดเซี่ยหมางผู้นี้จึงมาที่นี้ด้วยตัวเองและกล่าวเช่นนี้ แต่ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็ถึงองค์ชายเก้าของจักรวรรดิต้าเซี่ยอันยิ่งใหญ่
ดังนั้นตี้เลี่ยจึงจำต้องต้อนรับอย่างแขกผู้มีเกียรติ อย่างไรก็ตามตี้เลี่ยเป็คนที่ไม่สามารถเก็บงำสิ่งต่างๆ ที่อยู่ภายในใจได้ เขามักจะกล่าวอย่างตรงไปตรงมาเสมอ
“ข้าได้ยินมาว่าตี้ชิงบุตรชายของอ๋องเหยียนได้รับการสืบทอดิญญายุทธ์ระดับนภา แต่เ้าวางแผนจะและมอบิญญายุทธ์นี้ให้บุตรชายของตนเอง ข้าพูดถูกใช่หรือไม่?” เซี่ยหมางกล่าวและมองไปที่ตี้เลี่ย ลมหายใจต่อมาก็มองไปที่ตี้เทียนเซิ่งที่อยู่ด้านข้าง
ตี้เลี่ยขมวดคิ้วทันที เื่นี้เป็ความลับภายในตระกูลตี้ อีกฝ่ายรู้ความลับนี้ได้อย่างไร?
“ใช่! บุตรชายของข้ามีความสามารถมากกว่าจึงเหมาะสมที่สุดที่จะได้รับการสืบทอดิญญายุทธ์!” ตี้เลี่ยตอบแม้จะยังสับสนอยู่ก็ตาม
“อ๋องเหยียนไม่มีทางละมอบิญญายุทธ์ของตี้ชิงให้อย่างแน่นอน ข้าได้ยินมาว่ามีชายหนุ่มผู้หนึ่งมาที่จวนของอ๋องเหยียน คนผู้นี้สามารถปลุกิญญายุทธ์ในร่างตี้ชิงได้ หากถึงเวลานั้นข้าเกรงว่าอ๋องเลี่ยจะไม่สามารถเอาชนะอ๋องเหยียนได้!”
“เป็ไปไม่ได้!” ตี้เลี่ยทุบมือลงบนโต๊ะด้านข้างอย่างรุนแรง เขาวางแผนเื่นี้มานาน แม้แต่ผู้าุโของตระกูลยังถูกเกลี้ยกล่อมให้คล้อยตาม!
“ข้าไม่ได้โกหกอย่างแน่นอน แม้แต่นักปรุงยาเจิ้งของข้ายังถูกหัวขโมยตัวน้อยนามว่าถังเหล่ยหลอกเอาหม้อปรุงยาไป ดังนั้น...”
“ช้าก่อนองค์ชาย ชายผู้นั้นมีนามว่าอย่างไรนะ?"
ทันทีที่ชิงจือได้ยินชื่อของถังเหล่ยก็กล่าวขัดจังหวะเซี่ยหมางทันที เซี่ยหมางที่ถูกขัดจังหวะดูไม่สบอารมณ์เล็กน้อย เหตุใดชิงจือผู้นี้ถึงกล้าขัดจังหวะขณะที่เขากำลังพูดคุยกับตี้เลี่ย?
“องค์ชายเก้าโปรดอภัยที่ข้าแนะนำช้า นี่คือท่านชิงจือ ศิษย์ใกล้ชิดของาาเหอชิงผู้โด่งดัง” ตี้เลี่ยรีบอธิบายอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นใบหน้าที่ไม่สบอารมณ์ของเซี่ยหมาง
เซี่ยหมางไม่เคยได้ยินชื่อของเหอชิง แต่อี้เฟิงและนักปรุงยาเจิ้งเคยได้ยินชื่อนี้ เหอชิงผู้นี้เป็าาพิษในตำนาน
อี้เฟิงกระซิบที่ข้างหูเซี่ยหมางไม่กี่คำก็ทำให้เซี่ยหมางรู้สถานะของเหอชิงและท่านชิงจือผู้นี้ทันที อย่างไรก็ตามเซี่ยหมางคือองค์ชายของจักรวรรดิต้าเซี่ยอันยิ่งใหญ่ ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าจักรวรรดิลอยฟ้าอวิ๋นซ่าง!
“แล้วท่านชิงจือรู้จักถังเหล่ยหรือไม่?” เซี่ยหมางกล่าวเสียงเรียบ
ชิงจือเพียงยิ้มแต่ไม่ได้กล่าววาจา ก่อนหน้านี้หวังเจี๋ยได้มาพบชิงจือพร้อมนำสารจากเยียนหลิงชวนมาด้วย ข้อความภายในสารนั้นขอให้ชิงจือช่วยกำจัดถังเหล่ย เพราะถังเหล่ยได้ฆ่าเยียนหลิงซานน้องชายของเขา ที่สำคัญหวังเจี๋ยบอกชิงจือว่าเขาพบถังเหล่ยอยู่กับตี้เชียนเสวี่ยบุตรีของตี้เหยียน
หมายความว่าถังเหล่ยที่เซี่ยหมางกล่าวถึงคือคนที่เยียนหลิงชวน้ากำจัด
ถังเหล่ย!
ชิงจือได้ยินเหอชิงกล่าวว่าถังเหล่ยได้ตายไปแล้ว เขาจึงคาดเดาว่าถังเหล่ยที่พบในครั้งนี้เป็เพียงบุคคลที่มีชื่อเดียวกันเท่านั้น
อย่างไรก็ตามชิงจือยังคงมีความตั้งใจที่จะฆ่าถังเหล่ยเช่นเดิม เขาไม่ได้ทำเพื่อเยียนหลิงชวน แต่ทำเพื่อตี้เลี่ย
“องค์ชายเซี่ย ถังเหล่ยผู้นี้แข็งแกร่งหรือไม่?” ตี้เลี่ยไม่รู้ว่าถังเหล่ยปรากฏตัวมาจากที่ใด และมีสถานะเช่นไร แต่ใครก็ตามที่ขัดขวางแผนการของเขาจะต้องตาย!
“ในแง่ของความแข็งแกร่งนั้นไม่มาก แต่ถังเหล่ยผู้นี้รู้วิธีชั่วร้ายมากมาย และยังออกปากว่าจะช่วยให้ตี้ชิงผ่าน่ยากลำบากนี้” เซี่ยหมางกล่าวอย่างเ็า
ไม่ว่าอย่างไรเซี่ยหมางจะไม่ยอมรับว่าถังเหล่ยผู้นี้แข็งแกร่งกว่าตนเด็ดขาด ในเวลานี้เซี่ยหมางเพียงต้องทำให้ตี้เลี่ยรู้สึกโดนคุกคาม หากถังเหล่ยผู้นี้ไม่ตายแผนการของตี้เลี่ยจะสำเร็จได้อย่างไร?
ทันใดนั้นเคราบนใบหน้าของตี้เลี่ยได้ลุกโชนด้วยเปลวเพลิง ในเวลานี้ตี้เลี่ย้าสังหารถังเหล่ยเป็อย่างมาก ไม่ว่าในอนาคตถังเหล่ยจะช่วยตี้ชิงได้หรือไม่ก็ตาม ตราบใดที่เขารู้สึกว่าแผนกำลังจะพัง ผู้ที่มีท่าทีทำลายแผนของเขาจะต้องตายสถานเดียว!
“ฆ่าถังเหล่ยให้ได้ ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม!” ตี้เลี่ยลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมกับคำรามออกมา
เซี่ยหมางปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้าทันที แต่ภายในใจของเขากลับดูถูกเหยียดหยามตี้เลี่ยอย่างมาก เขาตระหนักได้ว่าตี้เลี่ยผู้นี้ด้อยกว่าตี้เหยียนมากจริงๆ เขางุนงงว่าตี้เลี่ยผู้นี้เทียบกับตี้เหยียนได้อย่างไร?
“ท่านพ่อไม่จำเป็ต้องกังวล องค์ชายเซี่ย ถังเหล่ยผู้นี้อยู่ในระดับใดกัน?”
ตี้เทียนเซิ่งกล่าวขึ้นมาเมื่อเห็นบิดาของตนโมโห เมื่อเขาลอบสังเกตสถานการณ์ของกลุ่มเซี่ยหมางก็สงสัยว่าอีกฝ่ายนั้นมีความแข็งแกร่งมากเพียงใด เหตุใดนักปรุงยาเจิ้งจึงหมดสภาพเช่นนี้ และเห็นได้ชัดว่าการที่เซี่ยหมางมาในครั้งนี้เพราะ้ายืมมีดฆ่าคน ดังนั้นเขาจึงสงสัยว่าถังเหล่ยผู้นี้อยู่ในระดับใดกันแน่
“ถังเหล่ยอยู่ในระดับผู้ชำนาญยุทธ์เท่านั้น” เซี่ยหมางกล่าวออกมาด้วยความอับอาย เขาเป็ถึงองค์ชายผู้สูงส่งของจักรวรรดิต้าเซี่ย แต่กลับต้องบากหน้ามาขอร้องผู้อื่น
ทุกคนที่อยู่ภายในห้องโถงต่างพากันตกตะลึง เว้นแต่ท่านชิงจือเพราะเขารู้สถานะของอีกฝ่ายจากปากของหวังเจี๋ยแล้ว
“ผู้ชำนาญยุทธ์อย่างนั้นหรือ?”
ตี้เลี่ยเกาศีรษะด้วยความสับสน แผนการของเขาถูกขัดขวางโดยผู้ฝึกตนระดับผู้ชำนาญยุทธ์หรือ? ประโยคนี้ฟังดูราวกับมดพยายามจะล้มช้าง
“อะแฮ่ม! ข้าเพียงแค่ล้อเล่นเท่านั้น โปรดอย่าถือสา แต่ถังเหล่ยผู้นี้ร้ายกาจนักทั้งยังมีไหวพริบที่ดี หากไม่ระวังตัวพวกเ้าอาจจะถูกเขาเล่นงาน!” เซี่ยหมางกล่าวเสริมขึ้นมาเพื่อแก้เก้อทันที
หลังจากนั้นไม่นานเซี่ยหมางก็ออกจากจวนตี้เลี่ย แน่นอนว่าการมาเยือนของเขาในครั้งนี้เพียงเพื่อ้าให้ตี้เลี่ยสังหารถังเหล่ย เขามีความมั่นใจอย่างมากว่าถังเหล่ยจะต้องถูกสังหารอย่างแน่นอน
แม้ว่าเซี่ยหมางจะรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ลงมือสังหารอีกฝ่ายด้วยมือของตนเอง แต่การตายของถังเหล่ยสามารถลบความขุ่นเคืองภายในใจได้ไม่มากก็น้อย
หลังจากออกจากจวนของตี้เลี่ยแล้ว เซี่ยหมางก็ตรงกลับไปยังจักรวรรดิต้าเซี่ยทันที เขาไม่้าอยู่ที่นี่อีกต่อไป
“องค์ชายเซี่ยหม้อปรุงยาของข้าน้อย...” ทันทีที่นักปรุงยาเจิ้งตระหนักได้ว่าเซี่ยหมางกำลังจะกลับไปยังจักรวรรดิต้าเซี่ยจึงรีบกล่าวถามถึงหม้อปรุงยาล้ำค่าของตัวเอง
“เ้ายังกล้าพูดเื่นี้อีกหรือ? เ้าทำให้ข้าต้องเสียหน้า ทันทีที่กลับไปถึงจักรวรรดิเ้าก็เก็บข้าวของแล้วไสหัวออกไปจากจวนของข้าได้เลย!”
เซี่ยหมางรู้สึกโกรธขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงของนักปรุงยาเจิ้ง เพราะทันทีที่เขาได้ยินเสียงของนักปรุงยาผู้นี้มันจะทำให้เขานึกถึงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันของถังเหล่ย ถือว่าโชคดีมากแล้วที่เขาไม่ทิ้งนักปรุงยาเจิ้งไว้ที่นี่
จากนั้นเซี่ยหมางก็นำพวกเขาทั้งสองออกจากจักรวรรดิซือฉีด้วยความคับแค้นใจ และสาบานกับตนเองว่าจะไม่มาเหยียบจักรวรรดิแห่งนี้อีก
ในขณะนี้แผนการของเซี่ยหมางสำเร็จแล้ว เพราะภายในจวนของตี้เลี่ยกำลังวางแผนสังหารถังเหล่ย
……
