“ข้ามีแผนนี้ในใจเ้าค่ะ” หลังจากที่หลี่ชิงชิงนั่งลง นางก็หันไปเผชิญหน้ากับผู้เฒ่าหวังและหลิวซื่อ ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยช้าๆ ว่า “เดิมทีข้าตั้งใจจะขายพริกสับเ้าค่ะ เพียงแต่การทำพริกสับต้องใช้ทั้งเวลาและแรงงานเยอะเกินไป อีกทั้งยังต้องซื้อมีดหั่นผักเพิ่ม พริกเองก็มีราคาไม่สูง เกรงว่าหากขายพริกสับคงมิอาจขายในราคาที่สูงได้ ข้าพักอยู่กับครอบครัวของพี่สาวทั้งสอง ได้เห็นพี่เขยทั้งสองขายดิบขายดีทั้งซาลาเปายัดไส้ทั้งซาลาเปาหวาน ข้าจึงคิดว่าครอบครัวของเราขายซาลาเปาบ้างคงจะปลอดภัยกว่าเ้าค่ะ”
การทำพริกสับไม่จำเป็ต้องมีฝีมือหรือความเชี่ยวชาญสูง มันง่ายกว่าการทำไข่เค็มเสียอีก
ดังนั้นสูตรการทำพริกสับจึงอาจถูกคนอื่นขโมยไปลอกเลียนแบบได้ง่ายๆ
อีกประการหนึ่งก็คือตระกูลหวัง้าการค้าที่สามารถทำในระยะยาวได้
ในหัวของนางมีความคิดอันบรรเจิดมากมาย ทว่าแคว้นต้าถังนั้นยังคงเป็สังคมศักดินาอยู่ ยามนี้ตระกูลหวังไร้ทั้งแรงกำลังไร้ทั้งอำนาจ หากนางผลิตสิ่งของเลิศล้ำออกมาได้จริงๆ เมื่อถึงเวลานั้นย่อมไม่มีกำลังที่จะปกป้องไม่ให้ถูกคนขโมยไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจเป็การนำภัยร้ายมาสู่ครอบครัวและตัวนางเองด้วย
การขายซาลาเปาสามารถทำกำไรได้เพียงเล็กน้อย ย่อมไม่ดึงดูดผู้มีอำนาจมาข่มเหงยึดครอง
วันคืนของตระกูลหวังจะต้องค่อยๆ ดีขึ้น ค่อยๆ ร่ำรวยมั่งคั่งขึ้นเรื่อยๆ ทำเช่นนี้ถึงจะปลอดภัยไร้สิ่งอันตรายเข้ามาใกล้
หลิวซื่อรีบร้อนเอ่ยว่า “ดี เช่นนั้นก็ฟังคำเ้า ขายซาลาเปากันเถิด”
ผู้เฒ่าหวังกลัวว่าหลี่ชิงชิงจะเสียใจในภายหลัง ดังนั้นเขาจึงเอ่ยตามว่า “ลูกสะใภ้ ซาลาเปาอร่อยถึงเพียงนี้ หากบ้านเราขายซาลาเปา ย่อมทำเงินได้อย่างแน่นอน”
หวังจื้อเงยหน้าขึ้นถามว่า “น้องสะใภ้ ซาลาเปามีโอกาสจะถูกคนอื่นเลียนแบบหรือไม่?”
ข้าวปั้นผักครั้งที่แล้ว เพียงครึ่งวันก็ถูกเลียนแบบไปอย่างง่ายดาย เขารู้สึกกลัวจริงๆ
ใบหน้าหลี่ชิงชิงเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ “พี่ชายใหญ่ ดินแดนแห่งนี้คือภาคใต้ คนที่รู้วิธีการทำอาหารประเภทแป้งนั้นมีน้อยนัก อีกประการ หากไม่มีคนที่สอนวิธีการทำแบบตัวต่อตัวติดต่อกัน ย่อมไม่มีทางทำได้เ้าค่ะ”
นางเอ่ยหนึ่งประโยค หวังจวี๋ที่อยู่ด้านหลังก็พยักหน้ารับหนึ่งครั้ง
หลิวซื่อเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น “ครอบครัวของเราสามารถขายซาลาเปาพรุ่งนี้ได้เลยหรือไม่?”
หลี่ชิงชิงส่ายศีรษะ “ท่านใจร้อนเกินไปแล้วเ้าค่ะ บ้านเรายามนี้ยังอยู่ในระหว่างซ่อมแซม ต้องรอให้บ้านใหม่เสร็จแล้ว ถึงจะสามารถขายได้เ้าค่ะ”
“ยายเฒ่า ยามนี้บ้านกำลังซ่อมอยู่ มีคนไปมาหาสู่เดินเข้าเดินออกทั้งวัน ลูกสะใภ้จะทำซาลาเปาได้อย่างไรเล่า?” ผู้เฒ่าหวังขยิบตาให้หลิวซื่อ
“จริงด้วย หากคนในตระกูลขอให้ชิงชิงช่วยสอนวิธีทำซาลาเปา ชิงชิงคงกระอักกระอ่วนใจที่จะเอ่ยปฏิเสธ” หลิวซื่อหาได้เกรงกลัวว่าคนรุ่นหลังและคนบ้านเดิมของตนจะหัวเราะเยาะ “ข้านี่โง่เสียจริงที่คิดไม่ถึงเื่นี้”
หลี่ชิงชิงกลับเอ่ยว่า “ท่านแม่มิได้โง่เลยเ้าค่ะ เพียงแต่อยากทำเงินให้ได้เร็วๆ ความรู้สึกของท่านแม่ ข้าเข้าใจดีเ้าค่ะ”
หลี่เอ้อร์หลินเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ คิดไม่ถึงว่าหลังจากที่หลี่ชิงชิงออกเรือนไป ฝีปากของนางจะแกร่งกล้า รู้จักพูดรู้จักจายิ่งกว่าเขาเสียอีก ดูจากคนทั้งตระกูลหวังไม่ว่าระดับบนหรือระดับล่างก็ล้วนฟังคำพูดนาง เื่นี้ช่างทำให้หลี่เอ้อร์หลินมองด้วยสายตาตกตะลึง
“ดูชิงชิงของข้าสิ ยังพูดแทนข้าอีก” หลิวซื่อหยิบซาลาเปาที่เก็บในกล่องบนโต๊ะแปดเซียนขึ้นมากิน “ต้องขอบคุณพรของชิงชิง ทุกวันนี้ข้าถึงได้ทานอาหารอร่อยๆ อยู่ตลอด”
ผู้เฒ่าหวังเชื่ออย่างสุดหัวใจ เขาชูซาลาเปาที่อยู่ในมือขึ้นสูง “อร่อย!”
หวังเลี่ยงเอ่ยอย่างจงใจว่า “ซาลาเปายัดไส้หนึ่งลูกสามเหรียญทองแดง แน่นอนว่ามันต้องอร่อยอยู่แล้วขอรับ”
“หา แพงขนาดนี้เชียวหรือ!” ดวงตาของผู้เฒ่าหวังเบิกกว้าง
หวังเลี่ยงรู้ดีว่าท่านพ่อจะต้องเอ่ยเช่นนี้ เขาเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “ท่านพ่อ ข้าวปั้นผักยังขายได้ถึงสองเหรียญทองแดง ซาลาเปายัดไส้อร่อยกว่าข้าวปั้นตั้งมาก ย่อมต้องขายสามเหรียญทองแดงขอรับ”
“ที่แท้ซาลาเปาราคาแพงเพียงนี้เชียวหรือ!” หลี่เอ้อร์หลินตาถลนลิ้นจุกปาก เมื่อครู่นี้เขาเพิ่งกินซาลาเปายัดไส้เข้าไปสิบแปดชิ้น นี่เขากินเงินห้าสิบสี่เหรียญเข้าจริงๆ หรือ เงินจำนวนมากขนาดนั้นเพียงพอให้ตระกูลหลี่ผ่านคืนวันไปได้ทั้งปีเชียว
หลิวซื่อเอ่ยว่า “ย่อมเป็เช่นนั้น ซาลาเปายัดไส้ทำจากแป้งขาว ด้านในยังมีไส้อีก แน่นอนว่าต้องราคาแพงกว่า แต่อย่างไรซาลาเปาก็อร่อยจริงๆ”
หลี่ชิงชิงตั้งใจเอ่ยว่า “ข้าตกลงกับพี่สาวสองคนแล้วว่าจะขายซาลาเปายัดไส้ด้วยราคาที่เท่ากัน หนึ่งลูกสามเหรียญทองแดง สองลูกห้าเหรียญทองแดงเ้าค่ะ ราคานี้คงจะไม่เปลี่ยนแปลงง่ายๆ”
จางซื่อพึมพำกับตนเอง “แล้วหากซื้อซาลาเปายัดไส้สามลูกเล่า?”
หลี่ชิงชิงตอบว่า “ย่อมเป็ราคาแปดเหรียญทองแดงเ้าค่ะ”
หลิวซื่อเอ่ยตามตรง “แม่ฟังคำเ้า” หลังจากนั้นนางก็เอ่ยกับผู้เฒ่าหวังว่า “พวกเรารีบสร้างบ้านกันเถิด ครอบครัวของเรายังต้องขายซาลาเปาอยู่!”
“ข้ารู้” ผู้เฒ่าหวังตอบอย่างตื่นเต้น
หลี่เอ้อร์หลินมิอาจสงบใจลงได้โดยง่าย เขาสงสัยว่าหลี่ชิงชิงจะสามารถสอนเขาทำซาลาเปาเพื่อขายบ้างได้หรือไม่?
อย่างไรเสียเขาก็เป็คนที่ทำงานนอกบ้าน ก่อนจะทำอะไรสักอย่างก็ต้องคิดให้รอบคอบเสียก่อน จะเอ่ยปากอย่างไรไม่ให้ถูกหลี่ชิงชิงปฏิเสธได้นะ?
เมื่อครู่นี้หลี่ชิงชิงบอกว่า หลี่หงหงและหลี่หลานหลานจะขายซาลาเปาในสองตำบลหนึ่งอำเภอ หลี่เอ้อร์หลินเดาว่าหลี่ชิงชิงน่าจะขายซาลาเปาในอำเภอเหอและตำบลชาง
หากเขาเรียนรู้วิธีการทำซาลาเปา เขาจะขายซาลาเปาที่ตำบลหรืออำเภอใดที่จะไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งกับน้องสาวทั้งสามคนดี?
หลี่ชิงชิงเห็นหลี่เอ้อร์หลินที่จู่ๆ ก็ปิดปากเงียบสนิท นางมิได้คิดที่จะเป็ฝ่ายเริ่มบทสนทนากับเขา ร่างเดิมนั้นมีความประทับใจที่ไม่ค่อยดีนักต่อหลี่เอ้อร์หลิน แต่นางรู้สึกว่าหลี่เอ้อร์หลินเก่งกาจมีวิชา ทว่านางยังคงต้องเฝ้าดูเพิ่มเติม
หลังจากที่ทุกคนทานข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว จางซื่อก็ไปล้างจาน ส่วนหวังจื้อไปต้มน้ำให้กลุ่มหลี่ชิงชิงทั้งสามคนอาบน้ำ
สองผู้เฒ่าตระกูลหวังออกจากห้องโถงใหญ่ไปเก็บกวาดเครื่องมือในลานบ้าน เปิดทางให้สองพี่น้องตระกูลหลี่หลี่เอ้อร์หลินกับหลี่ชิงชิงพูดคุยกันได้สะดวกยิ่งขึ้น
หวังเลี่ยงและหวังจวี๋เองก็มีสายตาเฉียบแหลม หวังเลี่ยงตามไปช่วยเหลือสองผู้เฒ่า พร้อมกับเล่าเื่ที่เกิดขึ้นในสองสามวันที่ผ่านมาไปด้วย เื่พวกนี้ย่อมรวมถึงการช่วยล้างพิษงูของหลี่ชิงชิง ส่วนหวังจวี๋พาหลานสาวทั้งสามไปเดินเล่นที่ลานบ้าน
หลี่ชิงชิงเล่าเื่ที่บ้านของพี่สาวทั้งสองคนให้หลี่เอ้อร์หลินฟัง
ยามนี้เองที่หลี่เอ้อร์หลินถึงเพิ่งจะค้นพบว่า คราวนี้หลี่ชิงชิงหาได้กลับไปเยี่ยมบ้านเดิมที่หมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนแต่อย่างใด และยามนี้เองที่เขารู้สึกว่า หลี่ชิงชิงยังเป็คนเดิมที่ดูถูกตระกูลหลี่คนนั้น
ทว่าเขามิได้กล่าวโทษว่าเป็ความผิดของหลี่ชิงชิง เฮ้อ ใครใช้ตระกูลหลี่ทำเื่งามหน้าเอาไว้ขนาดนั้นเล่า พวกเขาไม่ได้มอบสินเดิมให้หลี่ชิงชิงเลยสักเหรียญเดียว
“ถนนบนูเานั้นเดินทางลำบาก คราวนี้น้องเขยไม่อยู่และมิได้ตามไปด้วย เ้าคงมิอาจพาหวังเลี่ยงและหวังจวี๋เดินทางไปตามเส้นทางบนูเาจนถึงหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียน คราวหน้าหากน้องเขยจะกลับบ้านเป็เพื่อนเ้า พวกเ้าสองสามีภรรยาค่อยมาที่หมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนด้วยกัน”
หลี่ชิงชิงเอ่ยอย่างสงบ “ไว้ค่อยว่ากันทีหลังเถิดเ้าค่ะ”
“เ้ามีวันคืนที่ดีในตระกูลหวัง... เพียงแต่เ้าใช้เงินมือเติบมากเกินไป เ้าใช้เงินหมดเช่นนี้ ต่อไปหากเ้ากับสามีมีลูกด้วยกัน ยังมีเื่ที่ต้องจ่ายเงินอีกมากมาย...” หลี่เอ้อร์หลินเกรงว่าหากเขาเอ่ยหนักเกินไป หลี่ชิงชิงจะโมโหเอาได้
เฮ้อ น้องสาวคนนี้เกลียดการที่คนอื่นสอดมือเข้ามายุ่งเื่ของนางมากที่สุด
แต่ก่อนหลี่ชิงชิงมีจิตใจมุ่งมั่นปรารถนาจะออกเรือนกับบัณฑิตถงเซิงสกุลเทียน หลี่เอ้อร์หลินรู้สึกว่าอำนาจในมือของมารดาบัณฑิตหนุ่มผู้นั้นมีมากเหลือเกิน อีกทั้งตัวถงเซิงหนุ่มเองก็เชื่อฟังคำพูดมารดาเป็อย่างยิ่ง การแต่งงานนี้ย่อมไม่มีทางเกิดขึ้น หลี่เอ้อร์หลินพยายามเตือนหลี่ชิงชิงหลายครั้ง ทว่าทุกครั้งกลับถูกหลี่ชิงชิงด่ากลับมาว่าทำตัวเป็หมาจับหนู ยุ่งเื่ของคนอื่น...
“ข้าใช้ออกไปได้ก็หามาเติมเป็เ้าค่ะ” หลี่ชิงชิงมิใช่คนที่ไม่รู้ว่าผู้ใดมาดีหรือไม่ดี นางทราบดีว่าหลี่เอ้อร์หลินเป็ห่วงตนจึงเอ่ยพร้อมรอยยิ้มว่า “ท่านวางใจเถิด ข้าจะตั้งใจทำงานหาเงินเ้าค่ะ”
เมื่อหลี่เอ้อร์หลินได้ยินคำว่าหาเงินสองคำ เขาก็อดถามไม่ได้ว่า “การค้าซาลาเปาทำเงินได้จริงๆ หรือ?”
หลี่ชิงชิงเอ่ยตอบ “คงมิอาจหาได้มากขนาดนั้น แต่หากหาเพื่อเลี้ยงปากท้องทั้งครอบครัวก็นับว่าไม่มีปัญหาเ้าค่ะ”
หลี่เอ้อร์หลินลอบคิดในใจว่า หากวันหนึ่งสามารถหาเงินได้เกือบสองร้อยเหรียญทองแดง จะนับว่าแค่พอเลี้ยงทั้งครอบครัวได้อย่างไร เห็นได้อย่างชัดเจนว่านี่คือการค้าที่สร้างรายได้มหาศาล
หลี่ชิงชิงมองด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนเอ่ยว่า “พี่สาม มิใช่ว่าท่านคิดจะไปทำงานในอำเภอเหอหรือเ้าคะ? พรุ่งนี้ค่อยออกเดินทางไปอำเภอเหอเถิด หากท่านหาที่พักไม่ได้ ยามเย็นค่อยมาพักที่บ้านข้า”
หลี่เอ้อร์หลินครุ่นคิดแล้วจึงเอ่ยว่า “การจะทำเื่ใดล้วนต้องมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด ข้าจะอยู่ช่วยคนที่บ้านแม่สามีของเ้าเพื่อช่วยสร้างเรือนอิฐก่อน รอกระทั่งสร้างเสร็จเราค่อยมาคุยเื่นี้กันอีกครั้ง”
