เล่ากันว่าเื้ัของเถ้าแก่ร้านค้าแห่งนี้ใหญ่นัก เหมือนเขาจะเป็น้องชายแท้ๆ ของประมุขแห่งสำนักจิ่วเทียนซวน เปิดกิจการที่นี่ เขาไปมาหาสู่กับคนทำการค้ารายใหญ่ที่นี่นานมากแล้ว…
ไม่นานสิงโตน้อยก็พบหญ้าวิเศษที่มีชื่อว่าองุ่นจักรวาลตั้งอยู่บนชั้นวางที่สูงที่สุด ก่อนแววตาจะประกายความโลภออกมา
“นี่ พี่ชาย มานี่หน่อย” สิงโตน้อยยื่นมือไปชี้้า
“หญ้าวิเศษต้นนั้นราคากี่ตำลึง ข้าขอซื้อ”
เด็กในร้านเดินตัวเบาเข้ามาเหมือนไม่สบอารมณ์ แล้วมองบน “ที่นี่ เราไม่รับเหรียญเงิน ราคาต่ำสุดเริ่มต้นที่หยกิญญา ต่อให้เ้าจะเอาเหรียญเงินมากอง ข้าก็ไม่อยากรับใช้เ้าหรอก”
ตอนแรกสิงโตน้อยอยากะเิโทสะ ทว่าหลงเหยียนเดินเข้ามาห้ามไว้ก่อน
“พี่ชาย หญ้าวิเศษนั่นราคาเท่าไร พวกเราจะซื้อเอง”
“ดูเองไม่เป็หรือ บนนั้นบอกรายละเอียดและราคาชัดเจน” เมื่อเห็นหลงเหยียนเหมือนคนต่างถิ่น กิริยาของพวกเขาจึงไม่ดีเท่าไรนัก ทว่าหลงเหยียนก็ไม่ถือสา
สิงโตน้อยชี้ต้นหญ้าวิเศษที่อยู่ตรงกลางชั้นวางและอยู่แถบบนสุด ทันใดนั้น แววตาของหลงเหยียนและเด็กในร้านก็ตะลึง
ต้นหญ้าวิเศษที่มีชื่อว่าองุ่นจักรวาล ขายที่ราคาหยกิญญาสองร้อยชิ้น
“หยกิญญาสองร้อยชิ้น? ของชิ้นนี้แพงขนาดนี้เชียว?” หลงเหยียนเก็บอาการไม่อยู่ ร้องโวยวายขึ้น
‘ดูเหมือนเ้าสิงโตนี่ไม่รู้จักคำนึงถึงผลที่ตามมาเลยจริงๆ’ เหมือนหัวใจของหลงเหยียนกำลังนองเื หยกิญญาสองร้อยชิ้นนั่นเท่ากับกี่ตำลึง? เกรงว่าคนทั้งเมืองัยังไม่มีปัญญาซื้อเลย
“พี่เหยียน ข้าััได้ว่ามันสามารถช่วยผลักดันข้าได้นานยิ่งนัก”
หลงเหยียนครุ่นคิดก่อนถามเด็กในร้านค้า “พี่ชาย เป็ไปได้ไหม หากข้าจะขอนำต้นหญ้าวิเศษนี้ไปก่อน หลังจากนี้สองวัน ข้าค่อยมาจ่าย… ข้าสามารถให้สหายข้าอยู่เป็ตัวประกันที่นี่”
“อะไรนะ? ท่านจะทิ้งข้าไว้ที่นี่หรือ?” สิงโตน้อยมองหลงเหยียนด้วยความโกรธ
เด็กในร้านโมโหยิ่งกว่าเดิม “้าจนไม่อยากเสียเงินสักแดงเลยหรืออย่างไร? ไอ้หนุ่ม ดูเหมือนเ้ารนหาที่ตายเสียแล้ว” เขารู้สึกเหมือนตนถูกหลอกอย่างไรอย่างนั้น เขารู้ดีว่าเด็กที่มาจากถิ่นฐานเล็กๆ จะมีหยกิญญามากมายมาซื้อของมูลค่าสูงได้อย่างไร ความโมโหจึงพุ่งขึ้นสูง
“ไสหัวออกไป ไม่ส่ง”
ขณะที่เขากำลังจะไล่หลงเหยียนออกจากร้าน สิงโตน้อยยังคงเสียดาย ไม่อยากจากไปมือเปล่า
“ช้าก่อน!” หลงเหยียนะโเสียงดัง ทำให้ชายหนุ่มหยุดชะงัก
เขาหยิบกระบี่สังหารัออกมาจากถุงผ้าเฉียนคุนแล้ววางไว้ตรงหน้าชายหนุ่ม “เช่นนั้นข้าขอใช้กระบี่เล่มนี้แลกกับมันได้หรือไม่?” เมื่อชายหนุ่มเห็นกระบี่สังหารั เขาเบิกตาโพลงทันที
กระบี่เล่มนี้หลอมไปด้วยพลังมายา มองแค่แวบเดียวก็รู้แล้วว่ามันไม่ใช่กระบี่ธรรมดา ชายหนุ่มมองประเมินหลงเหยียนั้แ่หัวจรดเท้าอีกครั้ง แลดูตกตะลึงไม่น้อย
“รู้จักหรือไม่? หากไม่รู้จักก็ไปเรียกเถ้าแก่เ้ามา ข้าอยากคุยกับเขา” หลงเหยียนไม่ชอบพวกสุนัขปลายแถวที่วางตัวสูงเป็ที่สุด จึงพูดด้วยความโมโห เกิดเป็คนต้องรู้จักอดทน ถึงอย่างไรการอดทนก็ต้องมีขอบเขต
หลงเหยียนหยิบกระบี่สังหารัออกมา เมื่อสิงโตน้อยที่อยู่ข้างๆ เห็นแบบนั้นก็รู้สึกตื้นตัน!
“ไอ้หนุ่ม ก็แค่กระบี่กระจอกๆ เท่านั้น ยังไม่รีบไสหัวไปอีก หากยังกล้ามาส่งเสียงโวยวาย อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ” ชายหนุ่มไม่เห็นหลงเหยียนอยู่ในสายตา
เพราะเขาไม่รู้จักกระบี่สังหารัเล่มนี้ด้วยซ้ำ
หลงเหยียนหมดคำพูด เวลานี้เอง ด้านหลังชายหนุ่มมีเสียงทุ้มดังขึ้น
“เสี่ยวลั่ว ถอยไป ให้ข้าดูหน่อยสิว่าใครมา ถึงได้กล้ามาโวยวายในร้านข้า!” ชายวัยกลางคนมาพร้อมรังสีที่น่าเกรงขาม ก้าวเท้ายาวมาหาหลงเหยียน ขณะที่เดินก็มีเสียงลมดังขึ้น คล้ายเป็มีดที่กำลังทำงานบนตัวหลงเหยียนกับราชสีห์หิรัณย์
ดูท่าเ้าหมอนั่นมีพละกำลังแข็งแกร่งนัก ิญญายุทธ์ของตนไม่สามารถตรวจสอบระดับพลังของเขาได้
เด็กในร้านรีบเดินไปด้านหน้าพร้อมพูดด้วยความสุภาพ “เถ้าแก่ เ้าหมอนี่อยากได้หญ้าวิเศษ กลับไม่มีเงิน เลยอยากใช้กระบี่พังๆ เล่มนั้นมาแลก”
เถ้าแก่ร้านหันมาส่งสายตาให้ลูกน้องตน เขาถอยไปด้านข้าง จากนั้นก็หันมามองหลงเหยียน ก่อนจะรับกระบี่สังหารัจากมือหลงเหยียนมา
เมื่อกวาดตามอง ลำกระบี่ประกายแสงสีฟ้าครามที่เย็นะเื บนตัวกระบี่สลักรูปั ในจังหวะที่เขาถือไว้ในมือ ใจกระตุกวูบทันที
จากนั้นเถ้าแก่ร้านก็ถามด้วยความตื่นตระหนก “สหาย มัน มันคือกระบี่สังหารั… ที่หายสาบสูญไปนานใช่หรือไม่!”
“ท่านคิดว่าอย่างไรเล่า นี่คือสมบัติประจำตระกูลข้า หากไม่ยอมแลก เช่นนั้นก็ขอลา ไปดูร้านอื่นดีกว่า”
เถ้าแก่ร้านรีบเดินเข้ามาขวางหลงเหยียน แล้วก่นด่าคนงานเมื่อครู่ “เสี่ยวลั่ว ยังไม่รีบไปขอโทษแขกทั้งสองท่านอีก”
เมื่อพูดจบก็หันมามองหลงเหยียนด้วยรอยยิ้ม “สหาย เด็กในร้านข้ามีตาหามีแววไม่ เขาเพิ่งมาทำงานได้ไม่นาน ยังไม่รู้กาลเทศะ ท่านอย่าถือสาเลย”
หลงเหยียนสบถเสียงดัง มองชายคนนั้นด้วยความโมโหแล้วโบกมือส่งๆ “ช่างเถอะ ไม่ต้องขอโทษหรอก ท่านให้เขาตบหน้าตัวเองเป็การลงโทษก็แล้วกัน”
“ข้าเพิ่งมาเมืองหยุนจง เข้าตระกูลอู่ตี้แห่งเมืองอู่ตี้ บนตัวไม่ได้พกของมีค่ามากมาย นี่คือสมบัติประจำตระกูลข้า”
“อะไรนะ? ตบหน้าตัวเองเป็การลงโทษ เถ้าแก่ ท่านจะฟังเขาสามหาวไม่ได้นะขอรับ เพื่อกระบี่พังๆ เล่มเดียว ท่านคงไม่…”
ชายหนุ่มกำลังหาทางเอาตัวรอดนั้นไม่ทันตั้งตัว เถ้าแก่ร้านเดินเข้าไปตบหน้าเขาโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ซึ่งแรงในการฟาดออกไปก็ไม่เบา คาดว่าคงใช้พลังปราณเล็กน้อย
ชายหนุ่มแทบล้มลงกับพื้น
“ยังไม่รีบไสหัวไปอีก มีตาหามีแววไม่”
เถ้าแก่ร้านก่นด่า ชายหนุ่มประคองหน้าตนแล้วก้มหน้าลง ตอนนี้เขาโมโหมาก
หลงเหยียนหัวเราะเสียงดัง “เถ้าแก่ ท่านเป็คนถนัดซ้ายหรือ” เสียงหัวเราะของหลงเหยียนทำให้ความแค้นของชายหนุ่มเพิ่มมากขึ้น ถึงอย่างไรก็ไม่กล้าพูดออกมา
เมื่อเห็นกิริยาของชายคนนั้น หลงเหยียนและสิงโตน้อยก็รู้สึกสะใจจริงๆ เริ่มแรกพวกเขายังกลัวเถ้าแก่ร้านไม่รู้จักกระบี่สังหารั อย่างไรเสียก็พอดูออกว่ากระบี่เล่มนี้มีชื่อเสียงไม่น้อยเลย
กระบี่สังหารัเป็อาวุธคู่กายของยอดนักรบระดับสูงในอดีต ทว่าต่อมาเขาหายตัวไป ตำนานเล่ากันว่าผู้สูงส่งท่านนั้นทิ้งการสืบทอดเอาไว้ เป็ไปได้สูงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบี่สังหารัเล่มนี้
อีกทั้งลำตัวกระบี่สังหารันั้นคล้ายเป็ที่ซ่อนสมบัติบางอย่าง อย่าว่าแต่หญ้าวิเศษอย่างองุ่นจักรวาลหนึ่งต้นเลย ต่อให้เป็สิบต้นก็ไม่มีปัญหา
‘โชคดีที่วันนี้มีคนสติเพี้ยนเข้ามา ยังดีที่ข้าออกมาทันเวลา ไม่อย่างนั้น เนื้อตกเข้าปากเสือ คงไม่หลุดออกมาง่ายๆ หากปล่อยเ้าหมอนี่ออกไป คงตามหาไม่เจอแล้ว ไอ้เด็กนั่นเกือบทำเราเสียของดี’
เถ้าแก่ร้านนึกถึงตรงนี้ จากนั้นก็หันมามองหลงเหยียน
“สหาย สะดวกคุยกันหน่อยหรือไม่”
หลงเหยียนพยักหน้า “คุยได้ คุยได้” ดูเหมือนเ้าหมอนี่มีความคิดอะไรบางอย่าง หลงเหยียนจึงรอฟัง
เถ้าแก่ร้านพาหลงเหยียนและสิงโตน้อยไปด้านหลังร้านแล้วเอ่ยถาม “ไม่ทราบว่าท่านมาจากไหน เหตุใดถึงได้กระบี่สังหารัเล่มนี้?”
หลงเหยียนมองเขา ครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงตอบออกไป “แหะๆ พอดีข้าไม่สะดวกเปิดเผย”
“ช่างเถอะ!” ใบหน้าของเถ้าแก่ปกคลุมไปด้วยความโลภ เขารับหน้าที่ทำการค้าในที่พื้นที่เล็กๆ แห่งนี้เท่านั้น ความจริงผู้จัดการของกิจการใหญ่ไม่ใช่เขา และผู้จัดการร้านก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ ในเมืองหยุนจงยังมีร้านค้าที่ถูกดูแลโดยผู้จัดการอีกหลายเ้า ซึ่งต่างก็อยู่ภายใต้ผู้จัดการ และเถ้าแก่ร้านอย่างพวกเขาก็แก่งแย่งลูกค้ากันอย่างหนัก
‘หากข้ารับซื้อกระบี่เล่มนี้ จากนั้นก็รายงานแก่ผู้จัดการ เช่นนั้นเขาต้องดีใจมากแน่’
หลงเหยียนวางแผนไว้ั้แ่แรกแล้ว หากทิ้งกระบี่สังหารัไว้ที่นี่ วันนี้เขาจะนำหญ้าวิเศษกลับไปให้ราชสีห์หิรัณย์หลอมก่อน อย่างน้อยก็รับรองได้ว่าภายในหลายเดือนนี้ เขาไม่ต้องวิ่งหาหญ้าวิเศษให้สิงโตน้อยไปทั่วเมืองอีก
อีกด้านหนึ่ง หลงเหยียนมองไปทางสิงโตน้อย พวกเขาวางแผนกันแล้วก็คือบนตัวสิงโตน้อยไม่มีกลิ่นอายผู้ฝึกยุทธ์ หากเขาหลอมหญ้าวิเศษเข้าไป สรรพคุณของมันสามารถช่วยซ่อนกลิ่นอายปีศาจอสูร เมื่อตกดึก เขาจะสั่งให้สิงโตน้อยกลายร่าง แปลงเป็สิงโตมาขโมยกระบี่สังหารักลับไป เท่านี้ก็เป็อันสำเร็จ
--------------------
