บทที่ 148 แผนการลับของสองพี่น้อง
เซินหยวนชิงเพิ่งได้รับคำชมจากอาจารย์ แต่เมื่อเห็นอาจารย์ลุงในเวลานี้ก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ก่อนจะรีบถามด้วยความเคารพทันทีว่า “อาจารย์ลุง ศิษย์ความรู้น้อยนัก ก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินเกี่ยวกับเบญจพฤกษาเทพ์และโลกมาก็ไม่น้อย ต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นนี้ได้ยินว่าสามารถรวบรวมพลังปราณได้ อีกทั้งมันยังสามารถรวบรวมพลังิญญาส่งต่อกันในสำนักได้ด้วย ไม่ทราบว่าต้นไม้ต้นนี้ใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้อีกหรือไม่?”
เสิ่นตานเจวี๋ยปลูกต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นเสร็จแล้ว ก็รู้สึกโล่งใจ เมื่อได้ยินคำถามของลูกศิษย์ ก็เป็สิ่งที่เขาอยากถามเช่นเดียวกัน แม้ว่าเขาจะมีประวัติความเป็มาไม่ธรรมดา แต่รู้เื่เบญจพฤกษาเทพ์และโลกน้อยนัก รู้เพียงว่าคือเบญจพฤกษาเทพ์และโลก การรวบรวมพลังปราณนั้นเป็เพียงความสามารถพื้นฐานที่สุดก็เท่านั้น แต่ความสามารถหลักของมันนั้นก็ไม่แน่ชัดเหมือนกัน
หวันต่านเยวี่ยหัวเราะ เมื่อมองไปก็เห็นศิษย์น้องของเขาจ้องมองมาด้วยอยากรู้เช่นกัน จึงไม่ทำเป็อ้อมค้อมอีก จึงถือโอกาสพูดขึ้นมา “ต่อให้พวกเ้าไม่ถามข้าก็จะบอก ก่อนที่จะได้สมบัติล้ำค่านี้มา ข้าก็ไม่รู้รายละเอียดเหมือนกัน แต่หลังจากที่กลับไปแล้วตรวจสอบตำราดูหลายเล่มถึงรู้คุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมของต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋น ถึงแม้ต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นต้นนี้ยังเป็เพียงต้นกล้าอยู่ แต่คุณสมบัติของมันไม่ธรรมดา”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทุกคนก็มีความหวังที่แรงกล้ามากขึ้น และทันใดนั้นท้องฟ้าเหนือผาเจียเทียนก็เงียบสงบลงทันที
“เบญจพฤกษาเทพ์และโลก มีหลากหลายประเภท มีลักษณะ และสรรพคุณแตกต่างกัน การแบ่งระดับก็ซับซ้อนอย่างมาก ส่วนใหญ่จะแยกแยะตามอายุของการเจริญเติบโตและเป็ที่รู้กันว่าเบญจพฤกษาเทพ์และโลกเป็ะ ดังนั้น ยิ่งอายุมากเท่าไร ประสิทธิภาพก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น”
“ต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นต้นนอกเหนือจากจะรวบรวมพลังปราณได้แล้ว ยังมีฤทธิ์ในการชำระจิติญญาและกำจัดปีศาจภายในใจ แต่นี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับต้นไม้ต้นนี้ สิ่งที่มีค่าที่สุดคือเมื่อใดก็ตามที่ต้นไม้ต้นนี้ออกดอกบานสะพรั่งมา หากมาฝึกตนอยู่ใต้ต้นไม้ก็จะตระหนักรู้และบรรลุได้ ไม่ว่าจะเป็การเข้าใจวิทยายุทธ์หรือพลังเวทก็จะได้รับผลลัพธ์สองเท่าโดยใช้ความพยายามเพียงครึ่งเดียว!”
หวันต่านเยวี่ยเพียงพูดออกมาลอยๆ ก็ดูมีใบหน้าที่ภาคภูมิใจ แม้ว่าเบญจพฤกษาเทพ์และโลกนี้จะยังเป็เพียงเพียงต้นกล้า แต่ศักยภาพของมันยิ่งใหญ่นัก ยิ่งใหญ่เสียจนไม่อาจจินตนาการได้ การได้รับต้นนี้มาได้นับแสดงให้เห็นว่าเขามีบุญวาสนามากจริงๆ
ลูกศิษย์ของเขาหนิงชุยเฟิงต่างก็ใอ้าปากค้างเมื่อได้ยินเช่นนี้ เพราะก่อนหน้านี้ไม่รู้กันเลยว่ามีสมบัติล้ำค่าเช่นนี้อยู่ในโลกใบนี้ด้วย ไม่เพียงแต่สามารถรวบรวมพลังปราณ ชำระจิติญญาให้บริสุทธิ์ และกำจัดปีศาจภายในใจได้ แต่ยังช่วยให้เข้าใจวิทยายุทธ์ และพลังเวทได้ด้วย ไม่ว่าคุณสมบัติใดในนี้ เพียงหยิบเอามาใช้ ก็เพียงพอที่จะทำให้นักพรตนับไม่ถ้วนแย่งกันจนหัวแตกแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ยังรวมถึงคุณสมบัติต่างๆ มากมายที่มีในตัวด้วย?
เซินหยวนชิงและลูกศิษย์คนอื่นที่เป็คนสืบทอดตัวจริงทั้งสี่คน ต่างก็หน้าแดงระรื่นด้วยความตื่นเต้น ลูกศิษย์พวกนั้นไม่ต่างกันเพราะมีเพียงไม่กี่คนที่จะได้รับประโยชน์จากสิ่งนี้ แต่พวกเขาทั้งสี่คนในฐานะผู้สืบทอดต่อตัวจริงของเขาหนิงชุยเฟิง จึงสามารถมาฝึกฝนที่นี่ได้บ่อยๆ ผลประโยชน์ที่ได้รับมากจนไม่อาจจินตนาการได้
เสิ่นตานเจวี๋ยก็รู้สึกตื่นเต้นมากเช่นเดียวกัน มีต้นไม้ที่ล้ำค่าขนาดนี้ต้นหนึ่งแล้ว หากเขาหนิงชุยเฟิง ยังไม่สามารถตั้งหลักอยู่ในเทียนตูและมีอำนาจที่ผงาดขึ้นมาได้อีก เขาคงจะรู้สึกเสียใจต่อตัวเองไม่น้อย
“หยวนชิง นับจากวันนี้เป็ต้นไปจัดให้สถานที่แห่งนี้เป็พื้นที่ต้องห้าม หากไม่ได้รับอนุญาตจากอาจารย์ ห้ามให้ผู้ใดย่างกรายเข้ามาที่นี่แม้แต่ก้าวเดียว เดี๋ยวเ้าไปเชิญผู้าุโอวี๋มาคุ้มครองที่นี่ คิดว่าผู้าุโอวี๋ไม่น่าจะปฏิเสธ!” เสิ่นตานเจวี๋ยกำชับอย่างไม่เป็ทางการและไม่สนใจผู้อื่น แต่กลับเชิญศิษย์พี่หวันต่านเยวี่ยไปปรึกษาหารือกันที่ถ้ำของตัวเอง
ทั้งสองขึ้นขับเคลื่อนแสงหลบหนีและเหาะตรงออกไป เมื่ออยู่กลางอากาศหวันต่านเยวี่ยก็ถามขึ้นมาว่า “ผู้าุโอวี๋ผู้นั้นก็คือคนที่พูดถึงในจดหมาย ก็คือยอดฝีมือที่ทางเ้าเหนือหัวตำหนักมหาเทพส่งตัวมาคุ้มครองให้เ้าหรือ?”
เสิ่นตานเจวี๋ยพยักหน้าเมื่อได้ยินเช่นนี้ จึงพูดอย่างจนใจว่า “อืม ช่างเถิด ผู้าุโผู้นี้เป็ยอดฝีมือที่มีพลังยุทธ์่กลางเกิดเทพเ้า ตอนที่ข้ามาถึงที่นี่ครั้งแรกอยู่ตัวคนเดียวโดดเดี่ยว ดังนั้นจึงต้องไปพึ่งใบบุญอีกฝ่าย แต่ผู้าุโอวี๋ผู้นี้ก็เพียงมาคุ้มครองความปลอดภัยของเขาหนิงชุยเฟิงของข้าเท่านั้น เื่อื่นไม่เคยเข้ามายุ่ง และปกติก็จะพบเจอกับท่านผู้าุโผู้นี้น้อยนัก!”
“เชอะ ก็เพียงนักพรตในดินแดนห่างไกลผู้หนึ่งก็เท่านั้น แม้พลังยุทธ์ขั้นเกิดเทพเ้าจะไม่ต่ำเลย แต่อยู่ข้างนอกก็ไม่นับประสาอะไร!” หวันต่านเยวี่ยมีความรู้และวิสัยทัศน์ที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงเป็เื่ปกติที่จะมีทัศนคติต่อยอดฝีมือที่แตกต่างออกไป
“ศิษย์พี่ ท่านโปรดระวังคำพูดด้วย แม้ว่าตำหนักมหาเทพจะดินแดนเล็กๆ เท่านั้น แต่ก็มียอดฝีมืออยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาเทพ เป็บุคคลที่ทรงพลังมีพลังยุทธ์ขั้น์ แม้แต่สำนักจิ่วติ่งของเราก็ไม่สามารถรุกรานได้ ยิ่งไปกว่านั้นตำหนักมหาเทพยังมียอดฝีมือขั้นหวนสู่สัจธรรมด้วยอีกผู้หนึ่งที่ค่อยนั่งคุ้มเชิงอยู่ และเป็ที่หนึ่งไม่เป็รองใครในดินแดนของโลกบำเพ็ญเพียรเทียนตูนี้ ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่ประสบความสำเร็จในกิจการอย่างทุกวันนี้!”
แม้ว่าหวันต่านเยวี่ยที่ได้ยินเช่นนี้จะรู้สึกไม่พอใจนัก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
“หากเป็เช่นนั้นเราคงต้องกลับไปหารือกันดีๆ เสียหน่อยแล้ว ว่าจะจัดการกับตระกูลลู่นั่นที่เ้าพูดถึงอย่างไร ได้ยินมาว่าตระกูลลู่นั้นมีอัจฉริยะที่ปรุงโอสถได้อย่างน่าทึ่งผู้หนึ่ง มันทำให้ศิษย์พี่อย่างข้าอยากรู้อยากเห็นไม่น้อย นึกถึงสำนักจิ่วติ่งของเราที่สืบทอดมาเป็เวลาหลายพันปี มีคนไหนที่เข้ามาในสำนักแล้วไม่ใช่อัจฉริยะบ้าง นี่เพียงโลกบำเพ็ญเพียรเทียนตูจะมีอัจฉริยะแบบไหนกัน? ศิษย์น้องเ้าทำเื่เล็กให้เป็เื่ใหญ่ไปหรือไม่? ”
“ศิษย์พี่อย่าได้ประมาทตระกูลลู่เชียว เขาหนิงชุยเฟิงของข้าในทุกวันนี้เมื่อหลายกี่ปีก่อนก็กล่าวได้ว่าเป็มืออันดับหนึ่งในการปรุงโอสถในเทียนตู แต่ตอนนี้ก็ถูกกดขี่จนโงหัวไม่ขึ้น พูดแล้วก็น่าอายที่จะบอกว่านายน้อยของตระกูลลู่ผู้นี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ยาอายุวัฒนะหลายอย่างที่หลอมออกมานั้นศิษย์น้องยังไม่เคยได้ยินมาก่อน เมื่อไม่นานมานี้ก็หลอมยาชิง์ที่สามารถช่วยยืดอายุได้สามร้อยปีออกมาได้ ซึ่งมันคือยาอายุวัฒนะขั้นสี่ของจริงเลย คิดว่าศิษย์พี่เองก็น่าจะรู้ ยาอายุวัฒนะที่ยืดอายุขัยพวกนี้มันปรุงและหลอมออกมายากนัก ดังนั้นจึงเห็นได้ว่านายน้อยของตระกูลลู่ต้องมีวัตถุดิบชั้นดิบชั้นดีหลายอย่างแน่ๆ เราจะประมาทศัตรูไม่ได้!”
“ศิษย์น้องไม่ต้องกังวล ครั้งนี้ข้าเตรียมตัวมาอย่างดี นอกจากนี้วิชาปรุงโอสถของข้าอยู่ระดับไหนแล้วเ้ายังไม่เชื่ออีกงั้นหรือ? นอกจากนี้ เหตุใดตอนนี้ข้าถึงได้นำต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นมาที่นี่ เพราะต้นไม้นี้ไม่เพียงแต่มีความสามารถสุดยอดหลายแบบเท่านั้น แต่ทั้งต้นเต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่าทั้งนั้น เดี๋ยวรออีกสักพักเมื่อต้นไม้ต้นนี้ดอกบานสะพรั่ง กลีบดอกพวกนั้นก็เป็วัตถุดิบยาที่ราคาสูงลิบลิ่ว และข้าก็มีสูตรยาหลายชนิดที่สามารถใช้กลีบดอกไม้ของต้นไม้นี้ได้ ผลที่ได้ก็วิเศษมากด้วย ถึงเวลาพวกเราจะจัดงานเลี้ยงใหญ่และแข่งขันกับตระกูลลู่ดู ดูสิว่าวิชาปรุงโอสถของใครกันแน่ที่ดีกว่ากัน!”
“ฮ่าฮ่า ศิษย์พี่พูดถูก ในเวลานี้พวกเราควรจะปรึกษาหารือกันให้ดี เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาด เพราะก่อนหน้านี้ศิษย์น้องก็เสียเปรียบตระกูลลู่มาไม่น้อย ครั้งนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องทำให้ตระกูลลู่รู้ถึงความร้ายกาจของเรา ไม่เพียงต้องทำให้ตระกูลลู่ขายหน้า แต่ต้องกดขี่ตระกูลลู่ให้จมดินกันไปเลย เพื่อระบายความโกรธแค้นที่มี!”
“ไม่ต้องห่วง เื่นี้...”
พวกเขาทั้งสองคุยกันไป ในไม่ช้าก็เดินทางมาถึงถ้ำของเสิ่นตานเจวี๋ย
บนหน้าผาเจียเทียน หลังจากที่เสิ่นตานเจวี๋ยและหวันต่านเยวี่ยจากไปแล้ว เซินหยวนชิงและทั้งสี่คนก็ไล่ลูกศิษย์ทุกคนออกไป เพื่อหารือกันทันทีว่าจะปกป้องต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นกันอย่างไรดี ต้นไม้ต้นนี้มีค่ามากจนเป็ไปไม่ได้ที่จะปลูกไว้ที่นี่แล้วใช่เื่ที่จะมาเพิ่มข่ายอาคมหลายอย่างเข้ามา นอกจากนี้เขาหนิงชุยเฟิงก็สะสมความมั่งคั่งและอำนาจมาเป็เวลาหลายร้อยปี เพียงยอมจ่ายเงินก้อนใหญ่แล้วจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลกระบี่มาปกป้องต้นไม้ต้นนี้ก็ไม่ใช่เื่ยาก
นอกจากนี้ ผู้าุโอวี๋ผู้นั้น เซินหยวนชิงยังต้องไปเชิญเขาด้วยตนเอง คิดว่ามีต้นไม้ต้นนี้อยู่ที่นี่ ผู้าุโผู้นั้นต้องเต็มใจมาแน่!
การฝึกบำเพ็ญเพียรไม่นับวันเวลา เพียงในพริบตาเดียวก็ผ่านไปสามเดือนแล้ว
เวลานี้ จู่ๆ ก็มีข่าวดังหนึ่งแพร่กระจายไปทั่วเทียนตู ว่าเขาหนิงชุยเฟิงกำลังจะจัดงานยาอายุวัฒนะขึ้น และวางแผนที่จะเชิญคนปรุงโอสถทั้งหมดในโลกบำเพ็ญเพียรเพื่อมาเข้าร่วม อีกทั้งยังเชิญยอดฝีมือจำแต่ละตระกูลและสำนักต่างๆ ให้มาเข้าร่วมพิธีอีกด้วย
เขาหนิงชุยเฟิงกล่าวว่าจุดประสงค์ของงานเลี้ยงในครั้งนี้คือเพื่อแลกเปลี่ยนวิชาการปรุงโอสถ สนับสนุนผู้ด้อยโอกาส ค้นพบอัจฉริยะ ส่งเสริมการปรุงโอสถ และตัดสินใจแจกของล้ำค่ามากมายเป็รางวัลใน่เวลานี้ รวมถึงยาอายุวัฒนะที่ยืดอายุก็มี อีกทั้งยังจะจัดงานประมูลยาอายุวัฒนะและยาวิเศษบางชนิดที่มีค่ามากขึ้นด้วย
สรุปนี่ก็คืองานเลี้ยงใหญ่ที่เขาหนิงชุยเฟิงจัดขึ้น!
แม้ว่าหลายคนจะเดาถูก ที่เขาหนิงชุยเฟิงเคลื่อนไหวในครั้งนี้ก็เพื่อตอบโต้การกดขี่ของตระกูลลู่ แต่ทุกคนดูออกว่าการกระทำในครั้งนี้ของเขาหนิงชุยเฟิง เป็แผนที่โจ่งแจ้ง ดังนั้นตระกูลพวกเขาจึงอดไม่ได้ที่จะยอมรับคำเชิญ มิฉะนั้น เพียงเส้นสายและอิทธิพลที่เขาหนิงชุยเฟิงได้ก่อร่างสร้างไว้เมื่อก่อนหน้านี้ ครั้งนี้หากทำสำเร็จและพูดหว่านล้อมคนปรุงโอสถระดับล่างส่วนใหญ่ในเทียนตูได้ เช่นนั้นต่อให้ตระกูลลู่มีคนปรุงโอสถขั้นห้าถึงสามคน คงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ที่เขาหนิงชุยเฟิงจะกลายเป็ดินแดนโอสถศักดิ์สิทธิ์ของเทียนตูได้
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ตระกูลลู่ก็เป็เพียงตระกูลหนึ่งเท่านั้น ไม่ว่าประชากรจะมีจำนวนมากหรือมีพละกำลังเพียงใด ก็ไม่สามารถรับมือกับคนปรุงโอสถทั้งเทียนตูได้ ที่เขาหนิงชุยเฟิงที่กล้าตัดสินใจกระทำการที่น่าใเช่นนี้ได้นั้น เห็นได้ชัดว่าคนพิจารณามาถี่ถ้วนแล้ว ดังนั้นผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนจึงให้ความสนใจงานนี้กันเป็อย่างมาก
ทันทีที่มีข่าวนี้เผยแพร่ออกมา ก็มีการลุกฮือขึ้นทั่วทั้งเทียนตู ไม่ว่าเป็คนปรุงโอสถระดับสูงหรือนักพรตระดับล่างธรรมดาทั่วไปต่างก็พูดถึงเื่นี้
บนยอดเขาหนิงชุยเฟิง ในตำหนักาาโอสถเสิ่นตานเจวี๋ยได้เรียกลูกศิษย์คนโตเซินหยวนชิงเข้ามาหาแล้วกำชับว่า “ใบเชิญที่ให้เ้าเตรียมไว้เตรียมพร้อมหรือยัง? ยอดฝีมือที่พอจะมีชื่อเสียงในเทียนตูต้องให้คนนำไปส่งให้หมด สำหรับเจ็ดตระกูลใหญ่ สำนักหลักทั้งสี่ และตำหนักมหาเทพสามที่นี่พวกเ้าทั้งสี่ต้องไปเชิญด้วยตัวเอง อย่าเสียมารยาทเชียว!”
เมื่อเซินหยวนชิงได้ยิน แววตาก็ฉายแววดีใจและพูดด้วยเสียงอันดัง “ขอรับ อาจารย์!” เมื่อเห็นว่าอาจารย์อารมณ์ดี จึงถามอย่างกล้าหาญออกไปว่า “อาจารย์ ท่านและอาจารย์ลุงเตรียมพร้อมที่จะจัดการกับตระกูลลู่แล้วใช่หรือไม่?”
เสิ่นตานเจวี๋ยจ้องหน้าลูกศิษย์คนโตด้วยความไม่พอใจ แต่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งและตำหนิไปด้วยว่า “ทำมาสอดรู้หาอะไร แม้ว่าข้าและอาจารย์ลุงของเ้าจัดงานเลี้ยงใหญ่ครั้งนี้ขึ้นก็มีมูลเหตุจูงใจที่จัดการกับตระกูลลู่อยู่ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ ้าใช้งานนี้ช่วยผลักดันให้ชื่อเสียงของเขาหนิงชุยเฟิงโด่งดังเป็ที่รู้จักมากขึ้น ส่วนตระกูลลู่นั้นก็เป็เพียงเพียงทางผ่านเท่านั้น!”
“ขอรับอาจารย์ ศิษย์ผิดไปแล้ว ข้าจะไปจัดการให้เดี๋ยวนี้ รับประกันว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย!” เซินหยวนชิงสีหน้าเคร่งขรึม แต่ในใจกลับดีใจนัก ก็ยังเป็อาจารย์และอาจารย์ลุงที่มีวิสัยทัศน์มองการณ์ไกล กระทำการในตำแหน่งที่ได้เปรียบและควบคุมสถานการณ์ได้ ดูเหมือนว่าตระกูลลู่จะสูญเสียอำนาจแล้วในครั้งนี้ ถึงเวลาดูสิว่าลู่อวี่เขาจะหยิ่งผยองไปได้ถึงไหน
“ท่านปู่ ท่านปู่ เขาหนิงชุยเฟิงส่งใบเชิญมาเชิญท่านไปเข้าร่วมอะไรนะ ‘งานเลี้ยงยาอายุวัฒนะ’ พวกเราจะไปกันหรือไม่?” ใบหน้าของมู่เสวียนแดงระรื่น เพราะเกือบปีแล้ว แม่สาวน้อยคนนี้ดูเหมือนจะโตขึ้นแล้วไม่น้อย แต่นิสัยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย
ปู่และหลานสาวทั้งสองได้กล่าวลากลับไปแล้วก่อนที่ลู่อวี่จะออกเดินทางไปที่เป่ยหยวน แม้ว่ามู่เสวียน ลู่หนาน และจีชิงรั่วจะเล่นสนุกกันอย่างมีความสุข แต่เหมือนจะรู้สึกสนิทสนมกับลู่อวี่ขึ้นมาบ้างแล้ว จึงเป็เื่ปกติที่จะทำใจจากกันได้ยากยิ่ง หากไม่ใช่เพราะมู่ซิงเหอชักแม่น้ำทั้งห้ามาพูด ถึงจะตะล่อมโน้มน้าวแม่สาวน้อยผู้นี้กลับไปด้วยได้ ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเป็อย่างไรบ้างแล้ว
