หลังจากต่อยเสร็จฉินเฟิงมองไปที่สองคนที่เหลือ “นิสัยลูกพี่พวกนายนี่ระห่ำจริงๆ เลยพอพูดจบก็จะสู้เลย รอยสักเขารูปอะไรนะ?”
เป็ครั้งที่สามแล้วที่ทั้งสองเห็นฉินเฟิงใช้พลังผิดธรรมชาติพวกเขากลัวมากจนสั่นทั้งตัว พวกเขาพูดทันที “แมว ไอ้บ้านั่นมันสักโดราเอมอนครับ”
หลังพูดจบทั้งสองก็วิ่งหายไป โดยไม่คำนึงถึงลูกพี่และพรรคพวกที่หมอบอยู่ตรงนั้น
“มันสักโดราเอมอนและคิดว่าตัวเองเยี่ยมมากจนหาเื่คนอื่นเหรอ?รอยสักอุลตร้าแมนหรืออภินิหารเ้าหนูน้ำเต้าทั้งเจ็ดยังดีกว่าเลย” ฉินเฟิงพึมพำกับตัวเอง“แม้แต่แมวดำยอดนักสืบยังดูเกรียงไกรกว่าด้วยซ้ำ”
การสู้กันเพียงเล็กน้อยนี้แทบจะไม่ได้รับความสนใจจากผู้คนที่อยู่ในบาร์อันครึกโครมเลยเพราะมันมีคนทะเลาะกันและสู้กันบ่อยที่นี่ ทุกคนจึงชินแล้ว
หลังจากจัดการพวกอันธพาลเ่าั้แล้วฉินเฟิงเตรียมที่จะโทรเรียกเ้าผมยาวและบอกให้เขามาหาแต่แล้วก็มีบางอย่างที่นุ่มและเด้งดึ๋งมาััแขนของเขาเขาหันไปมองและเห็นว่าสาวสวยที่เขาเพิ่งช่วยไว้กำลังกอดแขนเขาอยู่เธอมองมาที่เขาอย่างมีเสน่ห์
“สุดหล่อให้ฉันซื้อเครื่องดื่มให้คุณและนั่งคุยกับคุณไหม?”
สาวสวยไม่แม้แต่จะให้โอกาสฉินเฟิงตอบรับและดึงเขามานั่งในมุมที่ว่างเปล่าเธอสั่งเบียร์ดำมาลังหนึ่งและเริ่มคุยกับฉินเฟิง
“สุดหล่อบ้านอยู่แถวไหนเหรอ?”
สาวสวยหยิบบุหรี่ผู้หญิงออกมาจุดและสูดเข้าไปพร้อมพ่นควันวงแหวนออกมาท่ามกลางควันบุหรี่เธอนั่งลงอย่างระทวยพิงเก้าอี้พร้อมกับท่าทียั่วยวนชวนดึงดูด
เธอจ้องไปที่ฉินเฟิงอย่างเสน่หา
“ชื่ออะไร?”ฉินเฟิงถามแบบไม่สนใจ
สาวสวยจ้องตะลึงสักพักและบอก“หลิวเหวินจิ้ง คุณล่ะ?”
“ฉินเฟิง”ฉินเฟิงจ้องหลิวเหวินจิ้งอีกครั้งก่อนจะพูด “ชื่อเธอเหมือนหน้าตาเลย สดใส อ่อนโยนและสงบ แต่การกระทำของเธอต่างกันคนละโยชน์…จริงสิ เธอคิดยังไงกับคู่ขาคืนเดียวล่ะ?”
กระแสความคิดของฉินเฟิงเปลี่ยนไวมากหลิวเหวินจิ้งสับสนอีกครั้งและก็พบว่าเธอไม่สามารถควบคุมความคิดเขาได้นี่มันเป็อะไรที่โชคร้ายเอามากๆ
เธอเพิ่งเห็นฝีมือของฉินเฟิงแม้ว่าเธอจะเห็นไม่ชัดนักแต่หลิวเหวินจิ้งก็เริ่มอ่อยฉินเฟิงเพราะเธอรู้ว่าฉินเฟิงคือยอดฝีมือตัวจริงที่เหล่านักสู้บ้าระห่ำและเ้าพวกนั้นเทียบไม่ติด
หลิวเหวินจิ้งยิ้มกริ่มเธอเอนตัวและตั้งใจเผยหน้าอกขาวหิมะให้ฉินเฟิงได้เห็นนิดหน่อย“ถ้านั่นเป็ผู้ชายที่ฉันชอบ ฉันก็คงจะยินดีที่จะทำอะไรอย่างนั้นแต่แย่หน่อยที่ฉันไม่มีผู้ชายคนไหนที่สนใจเลย แน่นอน คุณอาจจะเป็คนแรก”
“จริงเหรอ? แล้วเธอชอบฉันตรงไหนล่ะ?”ฉินเฟิงยิ้ม
“ฝีมือของคุณ”หลิวเหวินจิ้งไม่ได้ซ่อนอะไร เธออยากจะได้ฉินเฟิงมาอยู่ภายใต้การควบคุมของเธอเธอจึงต้องสะสางเื่พวกนี้ไม่ช้าก็เร็ว
“ละเอียดกว่านี้ได้ไหม?”ฉินเฟิงถาม
“ฉันเห็นว่าคุณมีออร่าที่ไม่ธรรมดาคุณไม่กลัวความตายที่ใกล้เข้ามาแม้ว่าจะเผชิญหน้ากับอันธพาลสี่คนและฝีมือคุณก็น่าเหลือเชื่อฉันไม่แม้แต่จะเห็นการเคลื่อนไหวของคุณ และคุณก็เล่นงานพวกอันธพาลพวกนั้นซะหมอบแม้ว่าจะเป็ครั้งแรกที่เราเจอกัน แต่สัญชาตญาณของผู้หญิงบอกว่าคุณต้องมี่เวลาที่ยากลำบากบนข้างถนนและนั่นก็ทำให้คุณน่าอัศจรรย์ตอนนี้ในเว่ยเฉิงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ในแก๊งหมาป่าแห่งตะวันตกเฉียงเหนือกับแก๊งับินแห่งตะวันออกเฉียงใต้กลุ่มหนึ่งมีปัญหาภายในอย่างเห็นได้ชัด ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งถูกตระกูลฉินกดดันอย่างหนักจนไม่ได้หายใจ”
หลิวเหวินจิ้งพูดเื่สำคัญและก็เริ่มจริงจัง“นี่เป็โอกาสดีอย่างมากฉันได้สร้างกลุ่มเหวินและตอนนี้ฉันกำลังหาคนมีพร์อยู่ ฉันขอชวนคุณมาร่วมด้วยเราจะทำงานอย่างหนักเพื่อครองเว่ยเฉิงด้วยกัน”
“ฉินเฟิงคุณตั้งใจจะเข้าร่วมกับเราไหม?” หลิวเหวินจิ้งเลียริมฝีปากสีแดงสดและส่งสายตามารยาให้ฉินเฟิง
“เธอเป็ผู้หญิงเหรอ?ฉันหมายถึง เธอเคยทำกับใครมาก่อนหรือเปล่า?” ฉินเฟิงหยิบแก้วเบียร์และเล่นกับมันขณะที่พูด
หน้าของหลิวเหวินจิ้งดำมืดทันทีใน่เวลาสำคัญ ฉินเฟิงเปลี่ยนหัวข้ออีกแล้วหลิวเหวินจิ้งรู้สึกราวกับว่าถูกถอดกางเกงเพราะเขาพูดเื่นี้ออกมากะทันหัน
“เปล่า”หลิวเหวินจิ้งโกรธเล็กน้อย
“งั้นเธอก็ไม่นับว่าเป็ผู้หญิงและเธอก็ไม่มีสัญชาตญาณของผู้หญิง ดังนั้นสัญชาตญาณของเธอจึงไม่แม่นยำ”ฉินเฟิงจิบเบียร์ดำและกล่าวอย่างไม่แยแส “ฉันไม่เคยลำบากอยู่ข้างถนน”
หลิวเหวินจิ้งมีความรู้สึกเพิ่มขึ้นว่าฉินเฟิงยากที่จะรับมือแต่นี่เป็อนาคตสำคัญเพราะเขาเป็ยอดฝีมือที่เก่ง คนที่มีฝีมืออย่างนี้มักจะอารมณ์ศิลปินอยู่แล้วเป็คนที่หลิวเหวินจิ้งต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อให้ได้รับมา
“งั้นฉันจะเป็ผู้หญิงของคุณฉันจะได้มีสัญชาตญาณของผู้หญิงไง” หลิวเหวินจิ้งโน้มตัวของเธอมากขึ้นเผยหน้าอกที่งดงามของเธอมากขึ้น
ฉินเฟิงวางแก้วลงอย่างฉับพลันและมองไปที่หลิวเหวินจิ้งอย่างเป็เื่เป็ราวเขาถาม “เมื่อไร?”
หลิวเหวินจิ้งตามความคิดของฉินเฟิงไม่ทันแล้วจริงๆและเธอใช้เวลาคิดเกี่ยวกับมันนานมากก่อนที่จะเข้าใจความหมายของเขาเธอมองฉินเฟิงอย่างรักใคร่และกล่าว “ถ้าคุณช่วยฉันยึดครองโลกใต้ดินของเมืองเว่ยเฉิงร่างกายของฉันจะเป็ของคุณ และจะเล่นกับมันยังไงก็ได้ตามใจชอบ!”
“ฮ่าๆๆ”ฉินเฟิงหัวเราะเบาๆ และกล่าว “เธอนี่ท่าจะบ้า!”
หลังพูดจบเขากำลังจะยืนขึ้นเพื่อออกไป แต่ก็ได้ยินเสียงประกาศจากระบบดังเข้ามาในหัว
“ติ๊ง…ระบบราชันเ้าสำราญมีภารกิจ:ช่วยหลิวเหวินจิ้งแผ่ขยายแก๊งเหวินและทำให้เป็ขุมพลังอันดับหนึ่งในโลกใต้ดินของเมืองเว่ยเฉิง!”
“ระยะเวลาภารกิจ: 3 เดือน”
“เมื่อภารกิจลุล่วงจะได้แต้มสำราญ 3,000 แต้มเป็รางวัล หากล้มเหลว โฮสต์จะเสียอายุขัย 3 ปี”
…
ฉินเฟิงนั่งลงอีกครั้งและมองหลิวเหวินจิ้งอย่างหงุดหงิดเขาพูดพร้อมหัวเราะ “คุณเหวิน ผมสนใจในข้อเสนอของคุณมาก เราพูดเื่รายละเอียดกันอีกนิดได้ไหม?”
หลิวเหวินจิ้งมองฉินเฟิงแบบเซ่อซ่าและทันใดนั้นก็สงสัยว่าเธอพบคนบ้า เธอเงียบไปสักพักแล้วเปิดปากพูด“ตอนนี้แก๊งเหวินของเรามีสมาชิกหลักสิบคน พวกเขามีฝีมือที่เก่งกาจและไม่ธรรมดาฉันเชื่อว่าถ้าคุณเข้าร่วมด้วย แก๊งเหวินของเราจะเป็เหมือนเสือติดปีกและไปได้อีกระดับเราแค่จำเป็ต้องทำงานหนักร่วมกันและเราจะสามารถยึดครองโลกใต้ดินของเมืองเว่ยเฉิงได้อย่างรวดเร็ว
“คุณเหวินถ้าแก๊งเหวินมีสมาชิกหลักประมาณสิบคน แล้วถ้ารวมส่วนนอกของกลุ่มแล้วจะมีกี่คน?” จู่ๆระบบก็ให้ภารกิจมา ฉินเฟิงจึงช่วยไม่ได้นอกจากให้ความสนใจกับแก๊งเหวิน
หลิวเหวินจิ้งหัวเราะอย่างกระอักกระอ่วน“อุ...โดยรวมแล้วมีสิบสามคน รวมคุณด้วยเราจะมีสิบสี่คน สิบสี่! คุณก็คิดว่ามันเป็จำนวนที่เยอะใช่ไหม?”
มุมปากของฉินเฟิงกระตุก“ดูเหมือนว่าสมาชิกของเธอจะเป็สมาชิกหลักกันหมดเลย”
หลิวเหวินจิ้งอายนิดหน่อยเธอยิ้มอย่างมีเสน่ห์ “ฮ่าๆๆ ฉินเฟิงอย่าไปสนใจความจริงที่ตอนนี้เรามีสมาชิกน้อยมากเลย ถ้าเราพัฒนาขึ้นงั้นเราก็จะมีลำดับาุโที่สูงขึ้น และต่อไปเราก็จะสามารถเดินไปได้ทั่วทั้งเว่ยเฉิง”
