คำร่ำลือเกี่ยวกับกาย์นั้นมีอยู่เยอะมาก กายชนิดนี้เป็กายที่แข็งแกร่งเป็อย่างยิ่ง ความเป็มาของมันนั้นมีมาั้แ่สมัยโบราณกาล อีกทั้งยังลึกลับ ยากมากที่จะพบเจอกายชนิดนี้ ในใต้หล้ามีจำนวนเพียงแค่หยิบมือ
มีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่ากาย์เป็กายของเทพเ้าสมัยโบราณ ภายในร่างมีเื์ไหลเวียนอยู่ คนที่มีกายนี้เพียงแค่เริ่มฝึกฝน ขั้นพลังก็จะทะลวงฝ่าชั้นฟ้า ในภายภาคหน้าสามารถพัฒนาขึ้นได้อย่างไร้ขีดจำกัด
กาย์ใกล้เคียงกับพลังเต๋า มีคนที่สามารถควบคุมเปลวเพลิงใต้หล้า และได้กลายเป็ผู้นำดินแดน
และยังมีคนที่สามารถเหนี่ยวนำสายฟ้ามาใช้สังหารศัตรูที่แข็งแกร่ง
กาย์มีอยู่หลายชนิด แต่ละชนิดล้วนไม่ธรรมดา อีกทั้งกาย์ยังมีวิชาสืบทอดมหาอำนาจ
สำหรับในขั้นสถิติญญา กาย์สามารถปลุกพลังแรกเริ่มขึ้นมาได้ พวกเขาที่อยู่ในขั้นพลังนี้ต่างก็มีพลังยอดเยี่ยมเหนือฟ้ากันทั้งนั้น
พวกซ่างกวานอวี่ต่างก็ใจสั่น หรือว่าอู่ตี้จะเป็กาย์สองธาตุจริงๆ ถ้าเป็เช่นนั้น นั่นมันจะเหนือคำบรรยายมากเกินไปแล้ว ไม่แน่ว่าเขาอาจจะมีวิชาสืบทอดมหาอำนาจสองชนิด
วิชาสืบทอดมหาอำนาจของกาย์นั้น ร้ายกาจยิ่ง พวกมันล้วนแล้วแต่เป็วิชายอดมหาอำนาจขั้นสูงที่อยู่ในอันดับเจ็ดสิบสองยอดวิชามหาอำนาจ อีกทั้งยิ่งฝึกฝนเพิ่มพูนระดับมากเท่าไร เื์ก็จะน่ายำเกรงขึ้นเท่านั้น
ฝ่ามือของเต้าหลิงกำแน่น หรือว่าอู่ตี้ที่ดูดซับพลังต้นกำเนิดของเขาไป ทำให้ร่างกายของเขามีผลของพลังาศักดิ์สิทธิ์ ถ้าเป็เช่นนั้นจริงๆ อู่ตี้ก็คงจะขึ้นไปอยู่ขั้นพลังล้ำเลิศจนน่าหวาดหวั่น
“เอาล่ะ พวกเราไม่คุยเื่นี้แล้ว งานประมูลกำลังจะเริ่มแล้ว” อู่อวี้เจ๋อรู้สึกเสียใจที่ตัวเองปากมาก เขารีบกล่าวเปลี่ยนประเด็นแล้วชวนพูดคุยถึงเื่ของล้ำค่า
บรรยากาศภายในห้องโถงของงานประมูลเงียบสงัด ในตอนนั้นเองก็มีหญิงสาวหน้าตาสะสวยเดินขึ้นมา ผิวของนางขาวประหนึ่งหิมะ ใบหน้าผุดรอยยิ้มเย้ายวนชวนหลงใหล นางเกริ่นทักทาย “ท่านลูกค้าทุกท่าน ขออภัยที่ให้รอนาน ตอนนี้งานประมูลกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว”
“ของที่ขึ้นประมูลในรอบนี้จะเป็อาวุธล้ำค่าที่มีคุณภาพระดับสูงขึ้นไป แต่ละชิ้นราคาเริ่มต้นที่สองล้าน ในการเพิ่มราคาแต่ละครั้งจะต้องเพิ่มอย่างน้อยหนึ่งแสนเหรียญทอง ตอนนี้เริ่มการประมูล!”
อาวุธล้ำค่าแต่ละชิ้นถูกนำขึ้นมาประมูล บรรยากาศครึกครื้นเกรียวกราว ถึงแม้ว่าของเ่าั้จะไม่เป็ที่เตะตาของขุมพลังอำนาจขนาดใหญ่ แต่ก็มีหลายคนที่เสนอราคาแข่งขันประมูล ในตอนนี้ราคาของอาวุธล้ำค่าระดับสูงได้พุ่งขึ้นไปถึงหกล้านเหรียญิญญา
สายตาเป็ประกายของเต้าหลิงจ้องมองไปยังคันธนูสีทอง เพื่อรอดูราคาประมูล จนสุดท้ายราคาของมันก็ถูกประมูลไปในราคาสี่ล้านห้าแสนเหรียญทองทำให้หัวใจของเต้าหลิงเต็มไปด้วยความเบิกบาน
“การประมูลอาวุธล้ำค่าก็จบสิ้นลงแต่เพียงเท่านี้ ของชิ้นต่อไปที่จะนำมาประมูลนั้น คาดว่าทุกๆ ท่านจะต้องสนใจมากแน่”
เสียงหวานๆ ของหญิงสาวผู้ทำหน้าที่ดำเนินงานประมูลดังขึ้นมาอีกหน ทำให้บรรยากาศรอบๆ ร้อนระอุ เดาว่าครั้งนี้จะต้องเป็อาวุธเต๋าอย่างแน่นอน
อาวุธเต๋าแต่ละชิ้นนั้นกำเนิดขึ้นได้ยากเป็อย่างยิ่ง อาวุธประเภทนี้จะมีอักขระ มีเพียงยอดยุทธ์ที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะสามารถหลอมมันออกมาได้ มูลค่าของอาวุธเต๋านั้นไม่ใช่สิ่งที่อาวุธล้ำค่าจะสามารถทัดเทียม
กระบี่สีเงินเล่มหนึ่ง ความกว้างของใบกระบี่มีขนาดแค่ห้าฟุต ้ามีอักขระสีเงิน ทั่วทั้งเล่มวิจิตรสดใสดุจอัญมณี ทั้งยังส่องแสงสว่างจ้า ดูอย่างไรก็รู้ได้อย่างชัดเจนว่าเป็กระบี่ล้ำค่าสำหรับผู้หญิง
แววตาของหลินซือซือพราวระยับ หลังจากนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของนางก็จางหายไป มูลค่าของของสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่นางจะสามารถรับได้
กระบี่สีเงินส่งเสียงออกมาคล้ายกับัคะนองน้ำที่กู่ร้องลั่นอยู่กลางอากาศ แสงกระบี่เส้นหนึ่งพวยพุ่งออกมา ทั้งยังแฝงไปด้วยแรงกดดันที่น่ากลัว ทำให้ร่างของคนหลายคนสั่นเทา
แสงกระบี่ที่ส่องออกมานั้นยังมีอักขระปลดปล่อยออกมาเป็เส้นๆ ซึ่งนั่นก็คืออักขระเต๋า แต่ละเส้นอักขระเต๋านั้นทำให้ผู้คนโดยรอบต้องหวาดผวา มันสามารถเสียดสีเืเนื้อของพวกเขาจนแหลกได้
เต้าหลิงใจเต้นระริก ของสิ่งนี้น่ากลัวมากเกินไปแล้ว มันไม่ใช่อาวุธระดับเดียวกับอาวุธล้ำค่า
“อาวุธเต๋าชิ้นนี้จะใช้แลกเปลี่ยนกับยาโอสถรักษาขั้นสูงระดับห้า โดยมีคุณภาพเป็เกณฑ์ในการเลือกผู้เป็เ้าของ”
เมื่อเสียงของหญิงสาวสิ้นสุดลง บรรยากาศก็เต็มไปด้วยเสียงแตกตื่น ยาโอสถขั้นสูงระดับห้าอย่างนั้นหรือ ในสายตาของพวกเขามันก็เหมือนกับโอสถ์ ของสิ่งนั้นมีเพียงเฉพาะปรมาจารย์นักปรุงโอสถที่จะหลอมมันออกมาได้ ระดับของมันใกล้เคียงกับยาโอสถระดับหก
ผู้ชราอายุมากไม่น้อยที่เดินออกมา อาวุธชิ้นนั้นสำหรับพวกเขาถือว่าเป็ของที่เกินเอื้อมถึง แม้ว่าการประมูลอาวุธเต๋าจะคึกคัก แต่คนที่ประมูลมีอยู่น้อยมาก
“นั่นมันอะไรกัน” มีคนกล่าวออกมาด้วยความตกตะลึง ทำให้ดึงดูดสายตาของผู้คน
อัญมณีกระจ่างใสขนาดเท่ากำปั้นก้อนหนึ่ง ปลดปล่อยพลังชีวิตต้นกำเนิดขจายไปทั่ว แสงมรกตส่องประกายเจิดจรัสทำให้คนที่เห็นััได้ถึงพลังชีวิตอันเปี่ยมล้น
“หินต้นกำเนิด” สายตาของซ่างกวานอวี่ลุกโชนขึ้น นางขบริมฝีปากแดงสวย “หินต้นกำเนิดขนาดสิบชั่ง นี่มันของดี ข้าจะประมูลมัน”
“ที่แท้ก็เป็หินต้นกำเนิดนี่เอง กล่าวกันว่ามีเพียงแค่ในเหมืองโบราณเท่านั้นที่จะสามารถขุดมันขึ้นมาได้ ภายในอุดมไปด้วยพลังชีวิตบริสุทธิ์”
“ใช่แล้ว หินต้นกำเนิดนั้นล้ำค่าเป็อย่างมาก มีเพียงผู้หยั่งรู้ปฐีที่จะสามารถหามันมาได้ แร่หินที่ล้ำค่าเหล่านี้ต่างก็อยู่ในมือของขุมพลังอำนาจขนาดใหญ่ นั่นเป็ถึงของล้ำค่าที่กำเนิดขึ้นมาจากฟ้าดินเลยนะ”
“ข้าเองก็เคยได้ยินมา แร่หินแต่ละชิ้นกว่าจะแปรสภาพได้นั้นจะต้องใช้พลังต้นกำเนิดจำนวนมาก แล้วแร่หินชิ้นนี้ที่มีขนาดสิบชั่ง มูลค่าของมันจะต้องไม่ธรรมดาแน่”
เสียงพูดคุยของผู้คนโดยรอบดังขึ้น ทำให้สีหน้าของเต้าหลิงดูไม่ปกตินัก แร่หินที่ดูดซับพลังต้นกำเนิดจนแปรสภาพ มูลค่าของมันจะต้องสูงลิบลิ่วเป็แน่แท้
“หินต้นกำเนิดนี้สามารถแลกเปลี่ยนโดยใช้แร่หินหายาก โอสถล้างไขกระดูก หรือยาล้ำค่า”
เมื่อได้ยินดังนั้น เต้าหลิงก็ถอนหายใจออกมา เป็อย่างที่คาดการณ์ไว้ ถึงแม้ว่าเขาจะมีแร่หินอยู่ แต่มูลค่าของมันนั้นจะต้องสูงกว่าแร่หินต้นกำเนิด
ซ่างกวานอวี่ยกมือขึ้นพลางวางท่าราวกับเศรษฐินี นางนำสมุนไพริญญาล้ำค่าต้นหนึ่งแลกมันมาได้ จากนั้นนางก็ยิ้มกล่าวออกมาด้วยความปีติ “ถ้ามีแร่หินต้นกำเนิดนี้ ขอแค่ข้าหลอมมัน พลังของข้าก็จะแข็งแกร่งมากขึ้น”
หินต้นกำเนิดไม่ได้มีแค่ก้อนเดียว หินที่นำมาประมูลมีอยู่ด้วยกันหลายสิบก้อนทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็ของล้ำค่าที่ทำให้เต้าหลิงถึงกับอ้าปากค้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหินก้อนสุดท้ายที่มีขนาดสามสิบชั่งซึ่งทำให้ผู้คนตาเป็มัน
ยิ่งขนาดของก้อนหินใหญ่เท่าไร ก็จะยิ่งล้ำค่ามากเท่านั้น
“มีเพียงผู้หยั่งรู้ปฐีที่มีวิชาขั้นสูง จึงจะสามารถหาแร่หินเ่าั้ได้ น่าเสียดายที่คนแบบนั้นมีอยู่น้อยมาก” หวังเทียนเฉินเปรย
“ผู้หยั่งรู้ปฐี” ดวงตาของเต้าหลิงวามวาวในทันควัน เขารู้ว่าชายขาเป๋เป็ผู้หยั่งรู้ปฐี ในตอนนั้นเพื่อเขา ชายขาเป๋จึงดึงชีพจรัขึ้นมาทำลายสถานที่ล้ำค่าของวิหารยุทธ์
ได้ยินดังนั้น อู่อวี้เจ๋อก็ทุบอกและเอ่ยว่า “น่าเสียดายจริงๆ ข้าได้ยินผู้าุโในตระกูลพูดกันว่าถ้าตำราปฐีไม่หายไปเสียก่อน ไม่เช่นนั้นตระกูลของข้าคงจะมีผู้หยั่งรู้ปฐีไปแล้ว”
“ของประมูลในครั้งนี้อาจจะประหลาดไปเสียหน่อย” บนฝ่ามือของหญิงสาวเป็เหล็กสีดำทมิฬที่เต็มไปด้วยสนิมอยู่ชิ้นหนึ่ง ดูแล้วเก่าแก่เป็อย่างมากทั้งยังมีกลิ่นทองแดงลอยโชยออกมา
กลุ่มคนถึงกับขมวดคิ้ว ทำไมถึงได้เอาขยะมาประมูลกันเล่า?
“ทุกท่านอย่าได้ดูถูกเหล็กดำชิ้นนี้ เพราะเหล็กดำชิ้นนี้มีน้ำหนักถึงแปดหมื่นชั่ง” หญิงสาวขยายความด้วยรอยยิ้ม ทำให้เกิดเสียงพูดคุยดังจ้อกแจ้ก ด้วยเพราะน้ำหนักมหาศาลของมัน หรือว่ามันจะเป็เหล็กลึกลับ
“เหล็กชิ้นนี้พิเศษเป็อย่างยิ่ง มันแข็งแกร่งมาก ทั้งยังสามารถทำลายอาวุธเต๋าได้”
“เหล็กอะไรจะแข็งแกร่งขนาดนั้น ถ้านำไปหลอมเป็ของล้ำค่าพลังอานุภาพของมันจะต้องสุดยอดมากแน่”
“เ้านี่ไม่รู้อะไร ถ้าเอาไปหลอมเป็ของล้ำค่าได้ ใครจะเอาออกมาประมูลกัน เดาว่าน่าจะเป็เศษชิ้นส่วนของอาวุธเต๋า อย่าติดกับเด็ดขาดไม่เช่นนั้นเ้าได้เสียใจแน่”
ภายในใจของเต้าหลิงสั่นไหว เขามองสำรวจหินก้อนนั้นอย่างพินิจพิจารณา รู้สึกว่าหินชิ้นนั้นคล้ายคลึงกับวัสดุของกระบี่หักสามท่อนมาก อีกทั้งยังเหมือนกับจะเป็ส่วนหนึ่งของใบกระบี่
หัวใจของเขาเต้นเร็วแรงขึ้นไม่เป็จังหวะ จิต์ไหลเข้าไปภายในกำไลมิติ เพื่อมองดูกระบี่หัก เขามองดูอยู่หลายครั้ง ทำให้เขารู้สึกได้ถึงความคล้ายคลึงของมัน หรือว่าจะเป็ชิ้นส่วนที่หลุดร่วงลงมาจากกระบี่หัก
“ของชิ้นนี้ไม่สามารถตรวจสอบคุณสมบัติที่ชัดเจน ไม่แน่ว่าอาจจะเป็ชิ้นส่วนชิ้นใดชิ้นหนึ่งของสมบัติล้ำค่า” หญิงสาวยิ้มออกมา นางเลือกใช้ถ้อยคำเชิญชวนซึ่งอาจจะกระตุกต่อมความโลภของใครบางคน กระนั้นมีคนหลายคนที่ไม่ยอมตกหลุมพราง ถ้ามันเป็สมบัติล้ำค่าจริงๆ พวกเขาจะเอามาประมูลขายอย่างนั้นหรือ
“ราคาประมูลเหล็กชิ้นนี้เริ่มต้นที่ห้าล้านเหรียญทอง ตอนนี้เริ่มการประมูลได้”
คำพูดของหญิงสาวทำให้ผู้คนไม่น้อยนิ่งสงัด บรรยากาศในงานประมูลเงียบไปสักพัก ก็มีคนเสนอจำนวนเงิน “ข้าประมูลห้าล้าน ข้าอยากจะนำมันไปศึกษาดูว่าแท้จริงแล้วมันเป็วัสดุชนิดไหนกัน”
“ข้าจะทำให้มันคึกคักหน่อยก็แล้วกัน ข้าเสนอห้าล้านห้า” มีคนกล่าวออกมาอย่างใจสั่น ไม่แน่ว่าของสิ่งนี้อาจจะพิเศษจริงๆ ก็ได้
ราคาเสนอเพิ่มขึ้นน้อยเป็อย่างมาก พอถึงตอนที่ราคาพุ่งขึ้นไปอยู่ที่หกล้าน ราคาก็ขยับเขยื้อนขึ้นเหมือนกับเต่า ไม่มีใครที่อยากจะซื้อมันในราคาที่สูงเกินไป ในตอนนั้นเต้าหลิงก็ยกมือพร้อมกล่าวออกไป “หกล้านห้า”
เสียงที่จู่ๆ ก็ดังออกมา ทำให้ทั่วทั้งห้องรับรองพลันเงียบสงัด สายตาของพวกเขาจ้องมองไปที่เต้าหลิงด้วยความประหลาดใจ เมื่อครู่พวกเขาที่ประมูลกัน มีเพียงพวกเต้าหลิงเท่านั้นที่ยืนนิ่ง ฉะนั้นเสียงดังกล่าวจึงทำให้พวกเขาถึงกับสะดุ้งใ
“เ้านี่ตาถึงจริงๆ เลยนะ” ซ่างกวานอวี่ยิ้มออกมาน้อยๆ ไม่รู้ว่ายิ้มจริงๆ หรือยิ้มเยาะเย้ย
“น้องชาย เ้าอย่าหลงกลแม่นางคนนั้นเชียวนะ มันจะเป็สมบัติล้ำค่าได้อย่างไร ถ้ากลับบ้านไปเ้าได้เสียใจแน่” อู่อวี้เจ๋อเตือนด้วยความหนักใจเหมือนกับผู้ใหญ่กำลังสอนเด็กอย่างไรอย่างนั้น
“ฮึ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะรู้ว่านั่นเป็สมบัติล้ำค่าก็ได้ พวกเ้าอย่าไปห้ามเขาสิ” หวังเทียนเฉินต่อประโยค
เต้าหลิงยิ้ม เสนอราคาประมูลออกไปโดยไม่คิดฟังคำทัดทาน ถ้าหากของสิ่งนี้เป็ส่วนหนึ่งของกระบี่หักจริงๆ เขาก็จะได้กำไรมาเป็กอบเป็กำ
