“ข้าเป็มนุษย์ที่ยากจน เพิ่งจะเริ่มต้นใหม่ยังไม่มีอะไร พวกเขาไปเอามาจากที่ไหนกันรึ ขอที่ใช้เก็บสิ่งของได้เยอะนะ ถ้ามีข้าก็อยากได้เหมือนกัน จะได้ไม่ต้องสะพายถุงย่ามให้หนัก”
“ในป่านี้ที่เก็บสิ่งของได้เยอะ มีถุงดอกไม้ที่อยู่ข้างน้ำตก แต่มันอยู่ลึกในป่าใหญ่เลยนะ ตรงนั้นมีสัตว์อสูรอยู่เยอะ ดอกของมันมีรูปร่างคล้ายกับถุงย่ามของเ้า แต่ใบเล็กขนาดเท่าหัวของเ้านั่นแหละไม่มีสายคล้อง แต่ใส่ของเข้าไปข้างในได้เยอะมาก”
“ส่วนมากจะเป็พวก วานรเอาใช้ไปใส่เก็บผลไม้กัน เ้าสนใจจะไปดูไหม ่นี้ดอกมันกำลังบานพอดี”
“ข้าก็อยากไปหรอกนะ แต่เ้าบอกว่าตรงนั้นมีสัตว์อสูรอยู่เยอะ ข้ากลัวจะหนีไม่ทันน่ะสิ”
“เ้าก็ไป่อสูรหลับใหลสิ ่ที่ก่อนพระอาทิตย์จะขึ้นพวกมันจะนอนหลับกัน อสูรหากินกลางวันยังไม่ตื่นอสูรหากินตอนกลางคืนก็เพิ่งจะกลับรังไปนอน เ้าไป่นั้นรีบไปรีบกลับ ดูเหมือนเ้าจะวิ่งไว ทิ้งสิ่งของที่หนักไว้ในถ้ำนี้ก่อน”
“เอาแบบนั้นก็ได้ อย่างงั้นเ้าก็นอนรักษาตัว ข้าก็จะใช้ผนึกิญญานี้ เสริมพลังตัวเองก่อน พรุ่งนี้เราจะไปก่อนที่สัตว์อสูรทั้งหลายจะตื่น”
หยางตี้หาที่นั่งโคจรพลัง เอาผนึกิญญาวางไว้ตรงหน้าหลายก้อน “ตัวเตียวเ้าได้รับาเ็ มานอนอยู่ตรงนี้ข้าจะเอาผลึกิญญา เอาวางไว้ใกล้ๆเ้าได้ใช้พลังจากมัน”
จัดแจงทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว หยางตี้นั่งลงโคจรพลัง จนถึงเช้ามืดไม่มีสิ่งใดมารบกวน เป็เพราะสมุนไพรในถุงย่ามที่สัตว์ตัวใหญ่ไม่ชอบกัน มีเพียงแต่เสียงร้องที่อยู่ไกลออกไปเท่านั้น
“พลังข้าดูเหมือนจะเพิ่มขึ้น ตัวเตียวเดินทางกันเถอะ เดี๋ยวสว่างสัตว์อสูรจะตื่นขึ้นมาก่อน”นางจำเป็ต้องเอาผนึกิญญากองไว้ที่เดิม เก็บใส่ถุงย่ามไปแค่สามก้อนเท่านั้น เผื่อต้องใช้พลัง
หยางตี้อุ้มตัวเตียวออกมาจากถ้ำ วิ่งไปตามเส้นทางที่สัตว์ตัวน้อยชี้นำทาง นางตั้งใจวิ่งอย่างเดียว ไม่มีหยุดถามหรือสงสัยในตัวสัตว์ตัวน้อยที่บอกเส้นทาง ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงน้ำตก ที่ยังมองเห็นไม่ชัดได้ยินแต่เสียงน้ำ
“ทางนี้ ใกล้ถึงแล้วข้างน้ำตกนั่น เ้าเอาข้าใส่ไว้ในถุงย่ามแล้วรีบปีนขึ้นไป เก็บเอาดอกไม้ที่เ้าเห็น อย่าใช้เวลานานนักต้องรีบกลับ”
หยางตี้ได้ยินเสียงของตัวเตียว ก็รีบปีนด้วยความไว คว้าดอกได้สามดอกยัดใส่ถุงย่ามแล้วรีบปีนกลับลง เตรียมจะวิ่งกลับทางเดิม
“อุ้มข้าวิ่งไม่งั้นเ้าจะหลงทาง”นางรีบอุ้มเอาตัวเตียวออกมาจากถุงย่าม ก่อนจะสับขาวิ่งด้วยความไว และใช้สมาธิ
แม้แต่ตัวเตียวก็ไม่ส่งเสียง ถ้าไม่วิ่งผิดทาง นางวิ่งกลับมาถึงถ้ำพระอาทิตย์ขึ้นพอดี “เ้าไปนั่งรับพลังก่อน รอพลังเ้าฟื้นค่อยเดินทางไปหาตากับยายของเ้า”
หยางตี้ตอนนี้คิดอะไรไม่ออกแล้ว ทำได้เพียงนั่งโคจรพลังเท่านั้น เพราะนางเหนื่อยมาก วิ่งจนขาแทบหลุด แขนก็ปวดเพราะอุ้มตัวเตียว
หลังจากนั่งโคจรพลังไปได้หนึ่งชั่วยาม พลังนางก็ฟื้นขึ้นมา เอาถุงย่ามออกมา หยิบดอกไม้รูปร่างคล้ายถุงหอม แต่ใบใหญ่กว่าหลายเลยเท่า ออกมาดู
“สีของมันสวยงามมาก เป็สีชมพูอ่อนๆ ตัวเตียว ข้าเอาผนึกิญญาใส่เข้าไปได้เลยใช่หรือไม่ จะได้เก็บรีบออกเดินทางกัน”
“เก็บใส่ได้เลย เ้าจะได้รู้ว่ามันใส่ได้เยอะแค่ไหน แล้วค่อยเอาถุงดอกไม้ เก็บไว้ในถุงย่ามอีกทีหนึ่ง”
หยางตี้รีบเก็บผนึกิญญา ใส่เข้าไปในถุงดอกไม้ “โอ้! เก็บผนึกิญญาหมดแล้ว ถุงดอกไม้ยังไม่เต็มเลย ดีน่ะที่เก็บมาสามดอก ต้องเอาไปให้ท่านตากับท่านยายด้วย”
“ไปกันเถอะข้าเก็บของเรียบร้อยแล้ว เ้าไปส่งข้าแล้วตอนขากลับเ้าจะกลับยังไง ขาเ้าก็ยังไม่หายเลย หรือว่าข้าต้องกลับไปส่งเ้าอีก แล้วที่อยู่ของเ้าอยู่แถวไหน”
“รีบออกจากที่นี่ไปก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง ยังไงป่านี้ก็เป็บ้านข้า แต่เ้าต้องรีบกลับไปหาตากับยายไม่ใช่หรือ ไปเลยรีบไป ให้วิ่งไปเลยถ้าเดินช้าแล้ว อาจจะถูกขัดขวางจากสัตว์อสูร”
หยางตี้เดินออกตั้งหลักหน้าถ้ำ ก่อนจะออกวิ่งด้วยความไวมือข้างขวาอุ้มตัวเตียว เพื่อชี้บอกทาง
“เ้าวิ่งตรงไปข้างหน้า ดูเหมือนจะมีอสูรวัวไล่ตามหลังมา มันอยู่ระดับสามเ้าสู้มันไม่ได้หรอกวิ่งให้เร็วขึ้น”
หยางตี้รู้สึกมีเสียงฝีเท้าหนักๆวิ่งตามหลังมา ก็เพิ่มความเร็วขึ้นแทบจะเหาะอยู่แล้ว เท้าแทบไม่แตะพื้น
“เ้าเพิ่มความเร็วขึ้นอีก มันห่างเ้าไม่เกิน ห้าก้าววิ่งเร็วเข้า”เสียงของตัวเตียวที่ร้องลั่น สั่งนางให้วิ่งไวขึ้น ไม่ได้คิดเลยว่านางวิ่งไวแล้ว แต่เพราะขาสั้นทำให้เหมือนเคลื่อนที่ได้ช้า
หยางตี้ตัดสินใจ วิ่งหลบหลังต้นไม้ จับตัวเตียวใส่ถุงย่าม แล้วรีบปีนขึ้นต้นไม้สูง “ไม่ไหวขอพักเหนื่อยก่อน” นางนั่งอยู่บ้นต้นไม้ใหญ่ อสูรวัวตามขึ้นมาไม่ได้ แต่มันยืนเฝ้าอยู่ใต้ต้น
“ตัวเตียวเ้าออกมาดูหน่อย ทำไมอสูรวัวมันถึงไล่ข้า ถึงมันจะเป็สัตว์อสูริญญา แต่มันไม่ได้กินมนุษย์เป็อาหารนี่นา ทำไมมันถึงไล่ข้าล่ะ”
“อสูรในป่าถ้าเจุ์ มันไล่ทุกตัวแหละ ถือว่าเป็ศัตรูของมัน เพราะถ้ามันไม่ฆ่าเ้า วันหนึ่งเ้าอาจจะฆ่ามัน ในวันข้างหน้า”
“ไม่วันหนึ่งหรอก ถ้ามันยังตามไม่เลิกแบบนี้ ข้าก็จะฆ่ามันจริงๆนั่นแหละ มีอะไรที่สังหารมันบ้างได้นะ หรือไม่ก็ไล่มันไปที่อื่น ถ้าพามันวิ่งออกไปข้างนอก ตากับยายล่ะจะสู้มันได้ไหมน่ะ”
“แต่กวางระดับสองท่านตากับท่านยายยังสังหารได้ ถ้าเป็วัวระดับสามล่ะ รวมเราไปด้วยอีกคนหนึ่ง จะสู้ได้ไหมนะ นอกจากจะทำให้มันาเ็ก่อน”
หยางตี้ยืนขึ้น ใช้มีดเล็กตัดกิ่งไม้ ทำไปให้แหลมคม ไว้ห้าท่อน มองลงไปข้างล่างวัวยังนอน “ถ้าช้ากว่านี้ต้องมีอสูรตัวอื่น มาร่วมด้วยอยู่ใต้ต้นไม้เป็แน่”
“ถ้าปีนลงต่ำกว่านี้ แล้วใช้ไม้แหลม ขว้างใส่มันด้วยความเร็วและแรง เผื่อมันจะรำคาญแล้วหนีไป หรือไม่ก็โมโหขวิดชนต้นไม้ใหญ่แน่ มันก็อาจจะได้รับาเ็ เ้าว่าเวลามันโมโหมันจะไล่วิ่งขวิดไปทั่วไหม”
“คงเป็แบบนั้น เ้าต้องหาทางลงจากต้นไม้แล้ววิ่งกลับ เดี๋ยวจะมีสัตว์อสูรมาร่วมวงด้วยอีกหลายตัว ถ้าเ้ายังอยู่บนต้นไม้”
หยางตี้ปีนกลับลงไป ให้ต่ำกว่าเดิมใช้กิ่งไม้ใหญ่บังตัวตนไว้ มือข้างหนึ่งเกาะกิ่งไม้ อีกข้างหนึ่งออกแรงกว้างไม้แหลม ไปตรงสันคอของวัว
“ปึก ปึก!”ไม้แหลมคม แค่ไปสะกิดิัมันเล่นเท่านั้น กว้างไม้แหลมไปทั้งหมดมันไม่สนใจด้วยซ้ำ ยังคงนอนต่อไป “ทำยังไงล่ะทีนี้?หรือจะแอบลงจากต้นไม้ ไม่สิถ้าไม่ลงจากต้นไม้ ก็ปีนไปบนยอดไม้นี่แหละ ห่างจากมันแล้วค่อยลง”
หยางตี้มีความสามารถในการปีนต้นไม้เก่ง ั้แ่เด็กอยู่แล้ว จึงตัดสินใจปีนขึ้นไปบนยอดไม้ใหญ่ ที่แผ่กิ่งก้านออกไปไกลจากลำต้น นางจึงปีนไปเรื่อยๆ จนผ่านมาประมาณสามต้น
“ถ้าเ้าสามารถปีนอยู่ข้างบนได้ ก็อย่าเพิ่งลงไปเลยให้ไกลกว่านี้สักหน่อย ถึงมันมองไม่เห็นแต่ก็จับกลิ่นมนุษย์ของเ้าได้”สัตว์ตัวน้อยพูดเตือน
หยางตี้หยุดเท้าที่คิดจะปีนลงต้นไม้ ต้องปีนผ่านยอดไม้ไปอีกสามต้น เริ่มมีแสงแดดสาดส่องมาบนยอดต้นไม้
“ตัวเตียวจากตรงนี้ไปถึงทางออกไกลไหม เ้ามาดูทิศทางในการวิ่ง ข้าจะได้วิ่งถูกทาง”หยางตี้ยกตัวเตียวขึ้นสูง ให้ดูทิศทางว่าต้องออกไปทางไหน
“เ้าปีนขึ้นมาสูงขนาดนี้เลยหรือ หัวของเ้าสูงกว่าใบไม้ใบสุดท้ายของลำต้นเสียอีก โน้นเ้าเห็นพระอาทิตย์ขึ้นไหม ให้วิ่งไปตรงนั้น”ตัวเตียวชี้เท้าหน้าไปทางทิศตะวันออก
“ได้ถ้าอย่างนั้นข้าจะลงจากต้น รีบวิ่งไปทางทิศนั้น ถ้าวัวยังตามไปก็สังหาร จับมันไปเป็อาหารเสียเลย ท่านตาท่านยายอยู่ตรงนั้น”
หยางตี้ลงมาจากต้นไม้ได้ วิ่งมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกด้วยความไว วิ่งไปได้สักระยะหนึ่ง “มันตามมาอีกแล้วเร็วเข้า มีกำลังเท่าไหร่ใส่ไปให้หมด อีกไม่นานจะถึงทางออกแล้ว”
หยางตี้ “ข้าก็วิ่งไวที่สุดแล้วติดที่ขาสั้นนี้แหละ”
เสียงวิ่งของอสูริญญาวัว ยังตามมาติดๆ หยางตี้ก็ออกแรงวิ่งไม่หยุด
ภาพป่าที่พี่เคยผ่านตา ปรากฏอยู่ตรงหน้า “ใกล้ถึงทางออกแล้วยังงั้นรึ”
“ตัวเตียวจากนี่ถึงทางออก อีกไกลไหมข้าจะได้ะโส่งสัญญาณให้ท่านตาท่านยายได้รู้ตัวก่อน”
“ไม่ไกลแล้วเ้าจะทำอะไรก็รีบทำเถอะ มันตามเ้ามาติดๆแล้ว”
“ท่านตาท่านยาย ช่วยข้าด้วย!” ร้องได้เท่านั้นก็วิ่งเร่งฝีเท้า
“กรี๊ดดด!!”เสียงนี้น่าจะดังกว่า นางคิดในใจ
เสียงกรีดร้องของเด็กหญิง และเสียงฝีเท้าหนักๆของอสูริญญา สองตายายที่เดินอยู่ในป่า เพราะออกตามหาหยางตี้ได้ยินเสียง ต่างวิ่งตามทิศทางที่เป็ทางออก ไม่ไกลจากที่พักพวกเขาอยู่
“ปึก ฉึก! มู้ววว!”
เสียงร้องด้วยความเ็ปดังขึ้น จากการยิงธนูของตาและยาย วัวอสูริญญาตัวใหญ่ได้รับาเ็ แต่มันไม่ล้มลง สายตาของมันมองมายังสองตายายที่ยืนอยู่ ไล่ขวิดต้นไม้ใบหญ้าที่อยู่ข้างๆเปลี่ยนทิศทางจากเด็กหญิงมาเป็ ร่างชายหญิงชราทั้งสองคนแทน
“ตัวเตียวเ้ารออยู่ตรงนี้ ข้าจะไปช่วยทำตาท่านยายก่อน”หยางตี้วางตัวเตียวลงในที่ปลอดภัย ก่อนจะถือกระบี่ออกไป
“หยางตี้เ้าหลบไปก่อนไม่ต้องออกมา มันเป็อสูรระดับสามต้องใช้ธนูยิง ต่อสู้ระยะประชิดอันตราย”เสียงชายชราดังขึ้นเมื่อเห็นร่างของเด็กน้อยวิ่งกลับมา
“ข้าจะหลอกล่อมัน ท่านตาท่านยายยิงธนูซ้ำได้เลย”หยางตี้ไปปรากฏตัว ไม่ไกลจากหน้าวัว มันที่กำลังโมโหกระโจนเข้าใส่ แต่เพราะาเ็ทำให้การเคลื่อนไหวช้าลง หยางตี้จึงวิ่งอ้อมต้นไม้ เพื่อให้มันวิ่งตาม
เสียงลูกธนูและเสียงร้องโหยหวนของวัว ดังขึ้นเป็ระยะเพราะวัวไม่หยุดวิ่ง หยางตี้ก็ไม่หยุด ตามร่างกายอันใหญ่ของอสูรวัว เต็มไปด้วยเืและลูกธนู มีธนูลูกหนึ่งเสียบเข้าที่คอของมัน เป็ฝีมือของท่านตา
“ปึก ฉึก! มูววว”
อสูรวัวิญญาล้มลง ชายชราจัดการเอาดาบไปแทงซ้ำให้มันตาย จะได้ไม่ทรมานด้วยความเ็ป จนมันนอนแน่นิ่ง จึงยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้า มองมายังเด็กหญิง
“เด็กน้อยเ้าเป็ยังไงบ้าง ดีนะที่เ้าปลอดภัย วัวตัวนี้อยู่ระดับสาม ถ้ามันไม่หมดแรงไปครึ่งหนึ่ง จากการที่วิ่งไล่ตามเ้ามาไกล ไม่งั้นคงสังหารมันยาก”
“ท่านตาท่านยายข้าปลอดภัยดีเ้าค่ะ แล้วพวกเราจะเอาวัวตัวนี้ ออกไปจากป่าได้ยังไงเ้าคะ ข้ากลัวว่าถ้าอยู่ที่นี่นาน อสูรตัวอื่นจะตามมาด้วย”
“คงต้องชำแหละแล้วเอาเนื้อหนังมันไป เดี๋ยวยายเก็บสมุนไพรกันกลิ่นคาวเื มาวางไว้ก่อน”หญิงชราวิ่งไปเก็บสมุนไพรที่อยู่ไม่ไกล มาหลายสิบต้น เอามาวางไว้รอบร่างของวัวอสูร
“อสูรวัวตัวใหญ่ขนาดนี้ เนื้อและหนังมันก็เยอะ ถึงชำแหละออกมาก็ไม่น่าจะขนไปหมดนะเ้าคะ”
“ต้องพยายามเอาไปให้ ได้มากที่สุดเพราะมันจะเป็อาหารของพวกเราไปเป็ปี”
“เด็กน้อยเ้าไปนั่งพักก่อนเถอะ เื่ชำแหละวัวให้เป็หน้าที่ของตาและยาย”ชายชราพูดจบเอาถุงผ้าใบใหญ่ ออกจากถุงย่ามเตรียมไว้ใส่เนื้อของวัว
