มีด้านมืดฝังลึกในกระดูกของหยวนเป่าน้อย จุดนี้ฮวาเหยียนค้นพบมาเนิ่นนานแล้ว ั้แ่คราที่เขาฉีกกระชากร่างของหมาป่าเพราะคิดว่านางถูกกินเข้าไป นางที่สังเกตเห็นจึงพยายามชักนำหยวนเป่าให้เข้าสู่ด้านสว่าง สอนทุกสิ่งที่คิดว่าดีสำหรับเด็กให้เขา หยวนเป่าน้อยเองก็เป็เด็กดีมาโดยตลอด จิตใจงามมีเมตตา กตัญญูรู้ความ...
ทว่าแท้จริงแล้ว ด้านมืดของหยวนเป่าก็ยังคงฝังลึกอยู่ในกระดูก มิได้หายไปแต่อย่างใด...
“เื่ที่ควรได้ยิน ข้าล้วนได้ยินทั้งสิ้นขอรับ...”
ฮวาเหยียน “...!”
ใบหน้าของหยวนเป่าน้อยปราศจากอารมณ์ ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มเล็กๆ บนใบหน้า ริมฝีปากปิดสนิท
เมื่อเห็นหยวนเป่าที่เป็เช่นนี้ มู่เอ้าเทียนกับมู่เสวียนเย่พลันตกตะลึง เด็กน้อยในเวลานี้ช่างแตกต่างจากยามปกตินัก
“ลูกรัก เ้าสงสารแม่ใช่หรือไม่? ยามนี้แม่สบายดี เป็แม่ที่ไม่ดีเอง เ้าอย่าเป็เช่นนี้เลย แม่กลัวแล้วนะลูก”
ฮวาเหยียนโอบกอดหยวนเป่าแน่น ใช้เสียงแ่เบาปลอบโยนเขา
แววตาของนางอบอุ่น อดทนและให้อภัย เต็มไปด้วยความรักอันลึกซึ้ง นางฝากจุมพิตไว้บนหน้าผากของเด็กน้อย ราวกับบุปผาเบ่งบานยามสายพิรุณร่วงโรย มีกระแสห่วงใยหวังดูแลเปี่ยมล้น
“ท่านแม่...!”
หยวนเป่าน้อยกะพริบตา ริมฝีปากเม้มแน่น และในที่สุดหยาดน้ำตาก็ร่วงหล่นเป็สาย เขากอดฮวาเหยียนแน่น “ท่านแม่ เป็ผู้ใดที่ชั่วช้าถึงเพียงนี้ กล้ามาทำร้ายท่านแม่ หยวนเป่าสงสารท่านแม่ขอรับ”
หยวนเป่าร้องไห้สะอึกสะอื้น
ภาพตรงหน้าทำให้มู่เอ้าเทียนและมู่เสวียนเย่ทุกข์ใจยิ่ง ั้แ่ที่หยวนเป่ากลับมา พวกเขาไม่เคยเห็นเด็กน้อยร่ำไห้จนเป็เช่นนี้มาก่อน
“หยวนเป่า อย่าร้องไห้ ตากับท่านลุงของเ้าต้องจับคนที่ทำร้ายท่านแม่ของเ้าให้จงได้ ถึงยามนั้นย่อมไม่ปล่อยให้มันมีชีวิตที่ดีแน่”
มู่เอ้าเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
ฮวาเหยียนลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ร้องไห้ออกมาก็ดี นางกลัวว่าเด็กน้อยจะดื้อดึงทำเื่ที่สุดท้ายไม่เกิดประโยชน์ นางใแทบตาย เกือบคิดว่าบุตรชายของนางถูกความมืดครอบงำแล้ว
หลังจากได้ยินคำปลอบโยน หยวนเป่าก็เงยหน้าขึ้นจากอ้อมแขนของฮวาเหยียน ดวงตาที่ชโลมไปด้วยน้ำตาเปล่งประกายดั่งหมู่ดารา แพขนตาของเขายังคงเปียกชื้น “ข้ารู้ว่าเกิดอันใดขึ้นกับท่านแม่และสาวใช้ของท่านที่มีนามว่าฉิงคงขอรับ”
“หืม?”
“หยวนเป่า เ้ารู้หรือ?”
ทั้งสามตื่นตระหนกจนต้องกลั้นหายใจ จากนั้นก็ได้ยินหยวนเป่ากล่าวว่า “หากข้าคาดเดาไม่ผิด ท่านแม่คงถูกพิษของสิ่งที่เรียกว่าเครื่องหอมกลืนิญญาขอรับ...”
หยวนเป่าค่อยๆ เปิดปากกล่าว
มู่เอ้าเทียนและอีกสองคนไม่เข้าใจ “เครื่องหอมกลืนิญญา? คือสิ่งใด?”
พวกเขามิได้เอะอะสร้างเื่ ทว่าเพราะเพิ่งเคยได้ยินนามนี้เป็คราแรกจริงๆ
“เครื่องหอมกลืนิญญา สามารถบงการิญญาสะกดจิตผู้คน หลังถูกจุดจะไร้สีไร้กลิ่น ผู้ที่สูดดมเข้าไปจะเชื่อฟังคำสั่งของคนแรกที่เห็นเมื่อลืมตา เหมือนดั่งหุ่นเชิด มิว่าสังหารคนหรือลอบวางเพลิงล้วนไม่รู้สึกตัวทั้งสิ้น จนกว่ากลิ่นหอมในร่างจะสลายไป แต่เื่ที่ได้กระทำลงไปล้วนไม่เหลือเป็ความทรงจำ”
จนกระทั่งคำพูดของหยวนเป่าสิ้นสุดลง มู่เอ้าเทียนและมู่เสวียนเย่ก็ยังไม่ได้สติกลับคืน เห็นได้ชัดว่าคำพูดของหยวนเป่าทำให้พวกเขาตื่นใแล้วจริงๆ อันที่จริงฮวาเหยียนก็รวมอยู่ในนั้นด้วย นางรู้สึกตระหนกยิ่ง ใช่จริงๆ เป็เช่นที่นางคิด!
คล้ายว่าทุกสิ่งจะสมเหตุสมผลแล้ว
เหตุใดมู่อันเหยียนกับสาวใช้ประจำกายจึงออกจากจวนและเข้าหอนางโลมไปด้วยกัน จนประสบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทว่าภายหลังเมื่อเื่จบกลับจดจำสิ่งใดมิได้สักนิด
นับว่าสมเหตุสมผล มู่อันเหยียนถูกตลบหลัง! ถูกลอบทำร้าย! และเพราะยามปกติฉิงคงจะนอนอยู่ห้องข้าง เกรงว่าจะกระทบต่อแผนการณ์ จึงรวมนางเข้าไว้ในแผนเช่นกัน ทว่าคนที่อยู่เื้ัผู้นั้น้าทำร้ายเพียงมู่อันเหยียน จึงสั่งให้ฉิงคงไปอยู่ห้องข้างยามเกิดเื่...
ฮวาเหยียนไตร่ตรองจนเข้าใจ มู่เอ้าเทียนกับมู่เสวียนเย่เองก็เข้าใจแล้วเช่นกัน พวกเขาคาดไม่ถึงว่าตลอดหลายปีที่ไร้เบาะแส มิอาจคลี่คลายจุดที่สงสัยได้ ที่แท้เป็เพราะมีเหตุผลเช่นนี้อยู่เื้ั
“เครื่องหอมกลืนิญญา เครื่องหอมกลืนิญญา ่ชีวิตตลอดยี่สิบปีของข้า ปกป้องแว่นแคว้น สังหารคนมานับไม่ถ้วน ทว่าทุกสิ่งล้วนตรงไปตรงมา มิเคยได้ยินว่าในใต้หล้านี้มีของอันตรายที่ทำร้ายคนเช่นนี้อยู่ด้วย ที่แท้มีคนใช้ของชั่วร้ายเช่นนี้มาทำร้ายบุตรสาวของข้า จิตใจเหี้ยมโหดยิ่งนัก เหี้ยมโหดยิ่งนัก!”
มู่เอ้าเทียนตื่นตระหนกและโกรธแค้น ดวงตาของเขาเปี่ยมด้วยสีแห่งโลหิต
แม้แต่มู่เสวียนเย่ก็ไม่สามารถควบคุมประกายสังหารอันเยือกเย็นของตนได้
“ขอเพียงจับคนผู้นี้ออกมาได้ จึงจะเป็การคืนความยุติธรรมให้น้องหญิง”
มู่เสวียนเย่กล่าว
พริบตาต่อมา พลันได้ยินหยวนเป่ากล่าวว่า “บันทึกที่เกี่ยวข้องกับเครื่องหอมกลืนิญญา ข้าพบในตำราการแพทย์ที่อาจารย์มอบให้ โอสถที่ขาดมิได้ในการสกัดเครื่องหอมกลืนิญญาคือหญ้าฮวานหยิน หรือหญ้าหลอนิญญา ตามบันทึก หญ้าหลอนิญญานี้เติบโตในูเาผิงหยินทวีปชางหลาน ูเานี้มีแต่ไอปีศาจ หมอกขึ้นกระจายทั่วทุกทิศ เย็นชื้น มิอาจมีโอสถใดเติบโตได้ ไร้สิ่งมีชีวิต สิ่งเดียวที่เติบโตก็คือหญ้าฮวานหยินขอรับ”
หยวนเป่ารอบรู้เื่ต่างๆ ของโอสถตามแต่ที่เขาจะหยิบจับขึ้นมาศึกษา จึงรีบอธิบายสิ่งที่เขารู้เกี่ยวกับเครื่องหอมกลืนิญญานี้ออกมา ทว่ามู่เอ้าเทียน มู่เสวียนเย่ และฮวาเหยียน ล้วนตะลึงงัน
ทวีปชางหลาน ูเาผิงหยินอยู่ที่ใด?
“ท่านพ่อ ท่านถูกส่งไปประจำการที่ชายแดนมานานปี ต่อสู้ในสนามรบมาหลายที่ ท่านเคยได้ยินนามของูเานี้หรือไม่? อีกทั้งทวีปชางหลานอยู่ที่ใดหรือขอรับ?”
มู่เสวียนเย่ขมวดคิ้วพลางมองมู่เอ้าเทียนด้วยสีหน้าสับสน
เวลานี้ใบหน้าของมู่เอ้าเทียนยังคงมึนงง เขามีชีวิตอยู่มานานกว่าสี่สิบปี ทว่าไม่เคยได้ยินนามของูเาลูกนี้หรือแม้แต่ทวีปนี้มาก่อน...
สองพ่อลูกมองหน้ากัน เ้ามองข้า ข้ามองเ้า แล้วจึงหันไปมองฮวาเหยียนพร้อมกัน ทว่ากลับเห็นเพียงนางยกมือพลางกล่าว “ข้าเองก็ไม่เคยได้ยินนามนี้มาก่อนเ้าค่ะ”
ดังนั้นดวงตาของทั้งสามคนจึงตกลงบนร่างของหยวนเป่า ทว่าพวกเขากลับเห็นหยวนเป่าสั่นศีรษะไปมาอย่างซื่อตรง “ข้าเพียงเห็นจากบันทึกตำราทางการแพทย์ที่ท่านอาจารย์มอบให้ ข้าเองก็ไม่ทราบเช่นกันขอรับว่าูเาและทวีปนี้อยู่ที่ใด?”
“เช่นนั้น ตัวตนแท้จริงท่านอาจารย์ของหยวนเป่าคือผู้ใดกันแน่?”
ฮวาเหยียนกับหยวนเป่าส่ายหัว พวกนางเองก็ไม่ทราบ
เบาะแสชัดเจนแล้ว แต่มู่เอ้าเทียนและมู่เสวียนเย่ล้วนมีความคิดของตนอยู่ในใจ ครานี้เมื่อแน่ใจแล้วว่ามีมือมืดวางแผนทำร้ายมู่อันเหยียนอย่างลับๆ ดังนั้นต่อให้พวกเขาต้องขึ้น์หรือตกนรก ก็ต้องลากคนผู้นี้ออกมาให้จงได้
“เย่เอ๋อร์ เ้าลอบตรวจสอบทวีปชางหลานและูเาผิงหยินอย่างลับๆ ดูว่าอาจพบเบาะแสใหม่หรือไม่?”
“ขอรับ”
มู่เสวียนเย่พยักหน้า
“ลูกรัก บอกทุกสถานที่ที่ท่านอาจารย์ของหยวนเป่าน่าจะพำนักในยามนี้ให้พ่อที พ่อจะส่งคนไปตามหาเขา เพื่อขอบพระคุณสำหรับความเมตตาที่ช่วยชีวิตพวกเ้า พร้อมกับเชิญมาที่จวนในฐานะแขกด้วย”
มู่เอ้าเทียนกล่าวขึ้นอีกครั้ง
ฮวาเหยียนพยักหน้า “เ้าค่ะ”
หลังจากสั่งการเรียบร้อย มู่เอ้าเทียนยังตกอยู่ในสภาวะมึนงง เขาไม่เคยคิดว่าความจริงของเื่นี้จะกลายเป็เช่นนี้ไปได้
เพียงแต่ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา พวกเขาล้วนมิอาจค้นพบเบาะแสของผู้ที่ลงมือทำร้ายเหยียนเอ๋อร์ได้
จนถึงตอนนี้ก็เป็แค่การคลี่คลายปมเื่ที่เหยียนเอ๋อร์และฉิงคงเข้าไปในหอนางโลมเท่านั้น
มู่เอ้าเทียนหลับตา ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขากัดฟันแน่น ลอบกล่าวคำสาบานในใจ อย่าให้เขาหาตัวคนใจอำมหิตผู้นี้พบ มิเช่นนั้นเขาย่อมให้มันชดใช้หนี้ด้วยเื บุตรสาวของเขาได้รับความทุกข์ทรมานมามากพอแล้ว
เวลานี้ฮวาเหยียนก็กำลังครุ่นคิดอยู่เช่นกัน นางนึกถึงเื่หนึ่งขึ้นมาได้ มู่อันเหยียนกับฉิงคงถูกพิษของเครื่องหอมกลืนิญญา หากมิใช่เป็บุคคลภายนอกแอบลอบเข้าจวน หลังพบเรือนของมู่อันเหยียนแล้วจุดเครื่องหอมกลืนิญญาในห้องของนางและออกคำสั่ง ก็ต้องเป็คนในจวนที่ลอบเข้ามาในห้องของมู่อันเหยียนก่อนจุดเครื่องหอมกลืนิญญา...
แต่ไม่ว่าจะเป็ทางใด สิ่งที่เหมือนกันก็คือ ในจวนมีคนทรยศ!
