หลายวันผ่านไปั้แ่ ริค เริ่มรับสมัครคน
เสียงดาบไม้กระทบกันดังปัง ๆ ในสนามฝึกของกลุ่มผู้กล้า
นักผจญภัยหนุ่มหอบหายใจ ขณะยืนประจันหน้ากับชายร่างใหญ่กว่าหนึ่งเท่าตัวตรงหน้า มือไม้ของเขาเจ็บพอสมควร แต่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความภูมิใจ
“เอ้อ...ไม่เลวนี่หว่าเ้าน่ะ!”
พวกลูกน้องของ ริค กล่าวชมชายหนุ่ม แต่สีหน้าของพวกเขาดูมีลับลมคมในอะไรบางอย่าง
เสียงหัวเราะ เสียงชมเบา ๆ จากกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดฝึกดังอยู่ระยะหนึ่ง จนกระทั่ง...
“เฮ้...นั่นแฟนเ้ามาอีกแล้ว”
เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างไม่เกรงใจเท่าไร
ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนหันไปมอง
ใช่แล้ว มาเรียยืนอยู่ไม่ไกลใต้ต้นไม้ใหญ่ ดวงตาเธอจับจ้องมาทางเขา ใบหน้าสงบแต่แววตาแฝงความเป็ห่วง
“โอ้โห ข้าล่ะอิจฉาเ้าชิบเป๋ง...”
ชายหนึ่งพูดพลางถอนหายใจ
“ฝีมือก็ไม่เลว แถมแฟนยังสวยขนาดนั้นอีก”
“เ้าดูมันสิ! ได้ทั้งดาบ ได้ทั้งดอกไม้... ชีวิตดีเกินไปแล้ว!”
อีกคนหัวเราะลั่น
เสียงแซวเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ บางคนถึงขั้นแกล้งผลักเขาเบา ๆ พลางหันไปยิ้มให้มาเรียที่ยืนอยู่ห่างออกไป
นักผจญภัยหนุ่มได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ พยายามไม่แสดงสีหน้าหวงเกินไป แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกประหลาดนิด ๆ
“แต่นางดูนิ่ง ๆ นะ สงบเกินไปสำหรับคนที่เป็แฟนเ้าว่ะ”
ชายร่างสูงพูดพลางจ้องสายตาไปที่เธออีกครั้ง
“เฮ้ย ๆ ๆ พวกเ้านี่! แซวก็พอ... อย่าเผลอไปทำน้ำลายไหลใส่ของเขาล่ะ!”
ชายอีกคนหัวเราะพลางแซวพวกตัวเองบ้าง
มาเรียเหมือนจะรับรู้ได้ว่าเธอกลายเป็จุดสนใจ เธอหลุบตาเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ แล้วหันหลังกลับ เดินจากไปอย่างเงียบ ๆ
นักผจญภัยหนุ่มมองตามอย่างอึดอัดนิด ๆ
“ข้าไปหาเธอสักครู่นะครับ...”
เขาพูดพลางเดินออกจากกลุ่ม เสียงหัวเราะยังดังตามหลังมา
“อย่าลืมกลับมาล่ะ! พวกเรารอรอบสองอยู่ ฮ่า ๆ ๆ”
เขาเดินตามรอยมาเรียไปจนทันที่ริมลำธาร เธอหยุดยืนอยู่ตรงนั้น
“มาเรีย...” เขาเรียกเบา ๆ
“ฉันรู้สึกว่า พวกเขามองฉันด้วยสายตาแปลกๆ ”
เขานิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะยิ้มจาง ๆ
“เธอคิดมากเกินไปแล้ว พวกหนุ่มๆ เวลาเห็นสาวสวยก็เป็อย่างงี้กันทั้งนั้น แล้วมาเรียของผมก็สวยซะขนาดนี้ การที่พวกเขาจะเก็บอาการไม่อยู่ก็คงจะไม่แปลก แต่พวกเขาไม่ทำอะไรเธอหรอก พวกเขาจริงๆ แล้วเป็คนดีมากนะ พวกเขาคอยดูแลผมหลายๆ เื่เลย”
มาเรียที่ได้ยินอย่างงั้นก็วางใจ เมื่อเห็นท่าทางชื่นชมพวกของ ริค เป็อย่างมากของเขาแล้ว เธอก็ไม่อยากขัด
ดูเหมือนว่านักผจญภัยหนุ่มจะกลายเป็สาวกผู้ภักดีของกลุ่มผู้กล้าไปเสียแล้ว