“แป้งหอม?" หัวหน้าแก๊งัดินเลิกคิ้วมองห่อกระดาษในมือหญิงสาวก่อนจะหัวเราะลั่นจนตัวงอ "ฮ่าๆๆ! นังหนูนี่จะมาไม้ไหนกันแน่ จะยั่วยวนข้าหรือไง ไหนๆ เอามาให้พี่ชายดมหน่อยซิ ถ้าหอมถูกใจพี่อาจจะลดค่าคุ้มครองให้ โอ๊ย!"
ยังไม่ทันสิ้นเสียงหัวเราะเซียวหลันก็สะบัดข้อมือวูบ ผงสีขาวละเอียดฟุ้งกระจายออกจากห่อปะทะเข้ากับใบหน้าของกลุ่มนักเลงที่ยืนเกาะกลุ่มกันอยู่อย่างจัง
"แค้ก! แค้ก! นี่มันอะไรวะ!” เหล่าชายฉกรรจ์ยกมือขึ้นปิดหน้าปิดตา ไอโขลกจนตัวโยน ทันใดนั้นความรู้สึกแสบร้อนราวนรกแตกก็แล่นพล่านไปทั่วิัและดวงตา น้ำหูน้ำตาไหลพรากไม่หยุด ลำคอแสบไหม้ราวกับกลืนถ่านแดงลงไป
"อ๊ากกก! ตาข้า! ตาข้าบอดแล้ว!"
"ร้อน! ร้อนโว้ย! แสบไปหมดแล้ว!"
พวกเขาล้มกลิ้งไปกับพื้นพลางดิ้นทุรนทุรายพยายามเกาหน้าเกาตา แต่ยิ่งเกาก็ยิ่งแสบ ิัเริ่มแดงเถือกและบวมเป่ง
เสี่ยวชุนและอาหลงยืนตะลึงมองภาพเบื้องหน้าด้วยความสยดสยอง
“คุณหนู นั่นมัน..." เสี่ยวชุนกระซิบ
"ส่วนผสมง่ายๆ" เซียวหลันเอ่ยเสียงเรียบพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดนิ้ว “พริกปีศาจแห้งบดละเอียดผสมกับเกสรดอกหมามุ่ยและผงกำมะถัน ข้าเรียกมันว่าผงทลายทวาร"
นางเดินเข้าไปหาหัวหน้าแก๊งที่กำลังนอนน้ำลายฟูมปาก ร้องครวญครางเหมือนหมูถูกเชือด จากนั้นนางก็ใช้เท้าเขี่ยไหล่เขาเบาๆ
"เป็ยังไงบ้างพี่ชาย หอมชื่นใจไหม"
"นะ... นังแม่มด! แกใช้วิชามาร!" หัวหน้าแก๊งพยายามจะลุกขึ้นสู้ แต่ความเ็ปและอาการหายใจไม่ออกทำให้เขาหมดแรง "แก... แกต้องตาย!"
"จุ๊ๆ อย่าเพิ่งรีบตาย" เซียวหลันย่อตัวลงนั่งยองๆ "พิษนี้จะค่อยๆ ซึมเข้าสู่กระแสเื มันจะกัดกินอวัยวะภายในของเ้าทีละส่วน เริ่มจากปอด แล้วก็ตับ ภายในหนึ่งชั่วยาม (2 ชั่วโมง) ถ้าไม่ได้ยาแก้พิษ ลำไส้เ้าจะเน่าเปื่อยจนไหลออกมาทางทวารทั้งเก้า"
คำขู่ที่ผสมโรงกับความเ็ปจริงที่ได้รับ ทำให้พวกนักเลงหน้าซีดเผือด ความกลัวตายเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะทันที
"ยะ... ยาแก้พิษ! ขอยาแก้พิษให้ข้า!" หัวหน้าแก๊งละล่ำละลักก้มหัวโขกพื้นโป๊กๆ "ข้ายอมแล้ว! แม่นาง... ไม่สิ ท่านย่า! ท่านบรรพบุรุษ! ไว้ชีวิตพวกข้าด้วย!"
เซียวหลันยิ้มเย็น “ข้าเป็หมอย่อมมียารักษา แต่ยาของข้าราคาแพงนะ"
"เท่าไหร่! ข้ายอมจ่ายหมดตัวเลย!"
"ข้าไม่้าเงินสกปรกของพวกเ้า" เซียวหลันลุกขึ้นยืนกวาดสายตามองสภาพบ้านที่ผุพัง "แต่ข้า้าแรงงาน"
นางชี้มือไปรอบๆ ลานบ้าน "รื้อพื้นไม้ผุๆ นั่นออก ซ่อมหลังคา ขัดผนัง ขุดลอกบ่อน้ำ และทาสีใหม่ทั้งหลัง ถ้าพวกเ้าทำงานเสร็จก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ข้าจะมอบยาแก้พิษให้ แต่ถ้าใครอู้งานก็เตรียมตัวไส้เน่าตายได้เลย"
"ทำ! ทำขอรับ! พวกข้าจะทำเดี๋ยวนี้!"
เหล่าแก๊งัดินผู้ยิ่งใหญ่แห่งย่านตลาดรีบกระวีกระวาดลุกขึ้นทั้งน้ำตาจากฤทธิ์พริกแล้ววิ่งไปหาไม้กวาด ถังน้ำ และค้อนมาลงมือทำงานอย่างขยันขันแข็งยิ่งกว่าทาสในเรือนเบี้ย
อาหลงมองดูภาพนั้นด้วยความทึ่ง "คุณหนู ยาแก้พิษที่ว่า..."
“อ้อ! ก็แค่น้ำมันพืชผสมน้ำตาล" เซียวหลันกระซิบตอบ “พริกกับหมามุ่ยมันแพ้น้ำมัน แค่ล้างออกก็หายแล้ว แต่ปล่อยให้พวกมันแสบๆ คันๆ ไปสักพักเถอะ จะได้จำใส่กะโหลกไว้บ้าง”
ตลอด่บ่ายเรือนกลืนิญญาที่เคยเงียบเหงากลับเต็มไปด้วยเสียงตอกตะปูและเสียงขัดถูปนเสียงสูดปากด้วยความแสบคันบนิั ด้วยแรงงานชายฉกรรจ์ 6 คน งานที่ควรใช้เวลาสามวันก็เสร็จสิ้นภายในครึ่งวัน พื้นไม้ที่ขึ้นราถูกรื้อออกไปเผาทิ้ง หน้าต่างทุกบานถูกเปิดโล่งรับลม ผนังที่เคยดำมืดด้วยคราบราถูกขัดและทาทับด้วยปูนขาวจนสว่างไสว กลิ่นอับชื้นจางหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นสะอาดของปูนขาวและน้ำส้มสายชู
เมื่อพระอาทิตย์จวนจะลับขอบฟ้า บ้านผีสิงหลังนี้ก็ดูเหมือนบ้านใหม่ที่น่าอยู่ขึ้นมาถนัดตา
เซียวหลันเดินตรวจงานด้วยความพอใจก่อนจะโยนไหดินเผาใบเล็กให้หัวหน้าแก๊ง “เอ้านี่! ยาแก้พิษ" ที่ความเป็จริงข้างในคือน้ำมันหมูผสมสมุนไพรเย็นๆ "ทาบริเวณที่แสบ แล้วกินน้ำตามเยอะๆ"
เหล่าอันธพาลรีบแย่งกันทายา พอความแสบร้อนทุเลาลง พวกเขาก็มองเซียวหลันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่กลัว แต่เป็ความเคารพในความเหี้ยมเกรียมของนาง
"ขอบพระคุณท่านหมอ!" หัวหน้าแก๊งประสานมือคารวะ “ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ วันหน้าหากท่านหมอ้าอะไรบอกพวกข้าแก๊งัดินได้เลย แถวนี้ไม่มีใครกล้าหือกับข้า เอ้ย! กับท่านแน่นอน"
"ดี..." เซียวหลันพยักหน้า “จำไว้ว่าที่นี่คือหอโอสถเซียว ใครป่วยให้มาหาข้า แต่ถ้าใครมารังแกข้า จุดจบจะไม่ใช่แค่คันคะเยอแน่ ไสหัวไปได้แล้ว!"
เมื่อพวกนักเลงจากไปอาหลงและเสี่ยวชุนก็ช่วยกันนำป้ายไม้เก่าๆ ที่อาหลงแกะสลักไว้อย่างประณีตขึ้นไปแขวนเหนือประตู ตัวอักษรคำว่าหอโอสถเซียวเด่นตระหง่านต้องแสงตะวันยามเย็น
"ในที่สุด..." อาหลงน้ำตาซึม "ตระกูลเซียวก็มีที่ยืนอีกครั้ง"
"นี่ยังเป็แค่ก้าวแรกอาหลง" เซียวหลันกล่าว สายตามองไปยังผู้คนที่เดินผ่านไปมาแล้วชี้ชวนกันดูด้วยความประหลาดใจที่บ้านผีสิงกลับมาเปิดไฟสว่าง “ข่าวลือเื่ผียังคงอยู่ คนยังไม่กล้าเข้ามาหรอก" นางวิเคราะห์ “เรา้าจุดเปลี่ยน เรา้าคนไข้สักคนที่สิ้นหวังพอที่จะยอมเสี่ยงกับผี เพื่อแลกกับชีวิต"
และราวกับ์รับรู้สิ่งที่นางหวัง
ท่ามกลางความมืดสลัวของยามพลบค่ำ รถลากเก่าๆ คันหนึ่งก็แล่นมาหยุดที่หน้าประตูร้าน ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งแบกร่างที่ห่อด้วยผ้าห่มวิ่งถลาเข้ามา
"ท่านหมอ! ที่นี่คือร้านหมอใช่ไหม!" ชายคนนั้นะโเสียงสั่น "ช่วยด้วย! หมอในเมืองไม่มีใครยอมรักษาเขา เขาบอกว่าลูกข้าต้องสาป!"
เซียวหลันหันขวับ สัญชาตญาณแพทย์ตื่นตัวทันที "พาเข้ามา!"
เมื่อผ้าห่มถูกเปิดออก กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงก็โชยออกมาที่ขาของเด็กหนุ่มวัยรุ่นมีแผลขนาดใหญ่ที่เน่าเปื่อยจนเห็นกระดูก สีดำคล้ำลามขึ้นมาเกือบถึงหัวเข่า
"บาดทะยัก และเนื้อตายเน่า” เซียวหลันขมวดคิ้ว “ถ้ามาช้ากว่านี้อีกคืนเดียว ขาข้างนี้คงต้องตัดทิ้ง หรือไม่ก็ต้องแลกด้วยชีวิต"
"ท่านรักษาได้หรือ!" พ่อเด็กถามทั้งน้ำตา
“ได้!" เซียวหลันตอบเสียงหนักแน่น แววตาเป็ประกายวาวโรจน์ “แต่ข้าต้องขูดกระดูกและตัดเนื้อตายสดๆ เ้าใจกล้าพอจะดูหรือไม่"
นี่แหละคือจุดเปลี่ยนที่นางรอคอย เคสผ่าตัดสุดหินที่จะประกาศศักดาว่าหอโอสถเซียวสามารถยื้อแย่งชีวิตคนจากมัจจุราชได้
