ตามที่กระจกศิลาแสดงไว้ เ่ิูจะถูกลบชื่อออกจากอันดับของศิษย์ปีหนึ่ง ถึงแม้เขาจะพิชิตคนส่วนมากในสิบรายชื่อได้เป็ผลสำเร็จ ทว่าผลการต่อสู้นี้ไม่ได้รับการยอมรับ หลังจากนั้นต้องเข้ากักตัวในห้องปิดของสำนัก ทบทวนความผิดเป็เวลาสามเดือนเต็ม...
บทลงโทษแบบนี้จริงๆ หรือ?
ที่กลุ่มคนตกอกใมิใช่เพราะว่าหนักเกินไปหรอก แต่เพราะ...เบาเกินไปแล้วต่างหาก!
อันดับรายชื่อสำหรับเ่ิูแล้ว ไม่ได้มีความหมายมากมายอะไรกับเขาเลย ยังไม่นับที่ศึกคราวก่อนทำให้ทุกคนรู้ถึงพลังอันแข็งแกร่งเพียงใดของเด็กหนุ่มคนนี้ ถึงแม้จะไม่ได้เข้าจัดอันดับด้วย แต่ยังจะมีใครหน้าไหนกล้ายืดอกองอาจว่าตนแข็งแกร่งกว่าเ่ิูได้อีกงั้นหรือ?
ไม่ยอมรับผลการประลองสิบรายชื่อ?
นั่นก็เหมือนจี้ไม่ถูกเป้าอยู่ดี เ่ิูไม่เคยใส่ใจรายชื่ออะไรนี่มาั้แ่เริ่ม เขาขึ้นสังเวียนท้าประลองก็เพียงเพราะเ้าเฉวียนย่าหลินกระทำการให้เขาไม่พอใจเท่านั้นเองปะไร
เข้ากักตัวในห้องปิด?
ดูท่าแล้วเหมือนจงใจปกป้องเ่ิูชัดๆ
หอพิจารณ์เป็หนึ่งในแผนกที่เข้มงวดกวดขันที่สุดของสำนัก ความเข้มงวดเช่นนี้ ไม่เพียงใช้ในการแถลงมาตรการต่อผู้รับโทษเท่านั้น สำหรับคนนอกแล้วก็มาตรฐานเดียวกัน หากถูกลงโทษให้เข้าไปในนั้นแล้ว คนอื่นๆ ไม่มีทางเข้าถึงตัวพวกเขาได้ไม่ว่าจะมีตื้นลึกหนาบางอะไร
ให้เ่ิูเข้าหอพิจารณ์ เช่นนี้แล้วบรรดาคนที่้าสืบสวนพิจารณาหรือแก้แค้นเ่ิู เช่นสำนักเ้าเมือง บ้านตระกูลหลิว อย่างน้อยที่สุดในสามเดือนนี้ พวกเขาก็ไม่อาจแตะต้องเ่ิูได้แม้แต่ปลายผม
“นี่...สำนักออกบทลงโทษแบบนี้ออกมาจริงๆ หรือนี่?”
“เข้าข้างเพื่อปกป้องกันนี่!”
“หรือสำนักจะมีระดับสูงครองอำนาจอยู่ และ้าปกป้องเ่ิู?”
“ไม่ถูกนะ เ่ิูเป็แค่ศิษย์ยากจนข้นแค้นเท่านั้น ไฉนถึงพลิกวิกฤติเป็โอกาสได้อย่างนี้?”
“หรือสำนักจะเห็นดีเห็นงามกับพร์เขา?”
“มีใครอื่นที่ปกป้องเ่ิูจากอิทธิพลกดดันของพวกชั้นสูงในนครลู่ิได้ด้วยหรือ?”
เหล่านักเรียนนักมุงของสำนักกวางขาว ยังคงเป็กลุ่มหัวกะทิจากทั่วทั้งแว่นแคว้นเช่นเดิม ไม่มีใครเป็คนโง่ อ่านประกาศบนกระจกศิลาเสร็จแล้ว ก็มาพินิจพิเคราะห์กันจนได้ความมาบ้าง แต่ก็มีบางอย่างที่ฟันธงไม่ออก
ข่าวแพร่สะพัดออกไป ไม่เพียงแต่ในสำนักเองเท่านั้น ทั้งนครลู่ิ กลุ่มอำนาจอิทธิพลต่างะเืกันถ้วนหน้า
สำนักสำมะโนประชา
ผนังลึกล้ำในสำนักนั้น ส่งเสียงคำรามราวสัตว์ป่าาเ็ของหลิวหยวนชั่ง มีเสนาธิการทหารผ่านศึกของบ้านหลิวคนหนึ่งพูดผิดไปประโยคเดียว จุดไฟโทสะหลิวหยวนชั่ง สุดท้ายถูกซ้อมจนตาย...
สำนักเ้าเมือง
ฉินอู๋ซวงอัจฉริยะวัยเด็กผู้ซึ่งเพิ่งยืมมือคนที่อุทิศตนต่อตระกูล ขับไล่าแชอกช้ำภายในของตนไปเมื่อครู่ ยืนอยู่หน้าระเบียงที่เต็มไปด้วยควันและสายฝน เงียบงันไม่เอื้อนเอ่ยอยู่เนิ่นนาน เขาเลื่อนวันที่จะกลับสำนักกวางขาวไปอีกวัน...
ในหอพักของหอพักนักเรียนปีสี่
เี๋เี่ายืนอยู่ตรงหน้าต่าง สีหน้าแววตาเปลี่ยนแปรไปร้อยแปดพันเก้า ในที่สุดก็เหวี่ยงมือตบอย่างเกรี้ยวกราด พลังพุ่งพล่านกระแทกโต๊ะหินในห้องแหลกในพริบตา...
“ข้าไม่ผิด ข้าไม่ได้เลือกทางผิดเป็อันขาด...” นางครางต่ำเคลือบความดุร้าย “เ่ิู ข้าไม่เสียดายเลยสักนิดที่ทิ้งเ้า ข้าไม่มีวันเสียดาย ชาตินี้ชาติไหนเ้าก็เป็ได้แค่ขยะ แค่ขยะ อย่าคิดจะโผทะยานเสียให้ยาก...”
ห้องเก็บตำราวรยุทธ์ชั้นพิเศษของสำนักกวางขาว
ไป๋อวี้ชิงวางหนังสือในมือลงอย่างแช่มช้า หันหน้ามามองโจวอวี้ข้างหลังนาง ก่อนจะเอื้อนเอ่ย “พูดเช่นนี้ แสดงว่ามีคน้าปกป้องเ่ิูหรือ?”
โจวอวี้พยักหน้า
“แล้วจะเป็ใครกันล่ะ?” ไป๋อวี้ชิงราวครวญคิด
“ได้ยินมาว่าเป็อาจารย์ใหญ่ข่งคง” โจวอวี้ตอบไม่ช้าไม่เร็ว “ทว่าลมปากก็ยากจะเชื่อถือ ความสามารถของอาจารย์ใหญ่ข่งคงยังไม่ถึงขั้นนี้ เกรงว่าแม้แต่หัวหน้าหมวดหวังเยี่ยนเองก็ยังทำได้ไม่ถึงขั้นนี้เลย”
ไป๋อวี้ชิงคิดแล้วส่ายศีรษะ นางเสริม “ไม่ว่าใครก็ตามที่ปกปักเขา อย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับพวกเรา คนๆ นี้ตรงไปตรงมาและทระนงเกินไป หากไม่เปลี่ยนนิสัย สำนักกวางขาวก็คงคุ้มครองเขาได้แค่ชั่วเวลาหนึ่ง แต่ไม่อาจคุ้มครองได้ตลอดไป”
โจวอวี้คิดตาม แต่ก็มิได้เอื้อนเอ่ยอะไร
เพียงแต่ในใจเด็กหนุ่มรู้สึกอยู่ลับๆ ว่าศิษย์พี่ไป๋ชักวิจารณ์เด็กคนนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกที
...
...
“นี่คือหอพิจารณ์หรือ?”
เ่ิูแบกหอกไว้บนหลังเช่นเคย มีอาจารย์คุมกฎอาภรณ์ดำสองคนคุ้มกันมาส่งถึงที่ เขาเดินเข้าหอพิจารณ์ที่กล่าวขานกันมานักต่อนัก
เด็กหนุ่มมองประเมินสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างอยากรู้อยากเห็น
สถาปัตยกรรมทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็สีดำขลับ ขับอารมณ์เข้มงวดกวดขันได้แจ่มชัดยิ่ง รังคนรู้สึกถึงความกดดันเบาบาง ทุกหนทุกแห่งยังมีกระบวนอักขระที่ซ่อนเร้นไว้เต็มที่ ให้ทั้งหอพิจารณ์ได้รับความพิทักษ์ปกป้องโอบล้อมเป็ชั้นๆ
อากาศในที่แห่งนี้ นำพากลิ่นอายพลังให้คนหายใจไม่ทั่วท้องทั้งหวาดผวา
แม้แต่ยอดฝีมืออาณาทะเลระทม อยากจะรุกล้ำเข้าหอพิจารณ์ ยังต้องคิดสักตลบบ้างแล้ว
เ่ิูดูสนอกสนใจเป็ยิ่ง
อาจารย์คุมกฎสองคนทำหน้าไม่ถูก
นักเรียนคนอื่นเมื่อเห็นร่างอาจารย์คุมกฎชุดดำมีแต่จะหน้าเปลี่ยนสีกันโต้งๆ ทั้งเคารพและยำเกรง หากได้เข้าหอพิจารณ์ โดยพื้นแล้วร้องไห้เนืองนองเหมือนถูกทิ้ง ขัดขืนจะเป็จะตายเหมือนจะเข้าลานปะา เด็กคนนี้แปลกไปจากคนอื่น สภาพเช่นนี้เหมือนไม่ใส่ใจทั้งคู่เลยแม้แต่น้อย ไม่เพียงไม่กลัว ยังท่าทีราวกับว่าพลิกเบี้ยล่างเป็เบี้ยบนอีกต่างหาก...
นี่มันหนามตำตา
อาจารย์คุมกฎสองคนคิดวิจารณ์ในใจ คุมเ่ิูผ่านกลไกตรวจตราของกระบวนอักขระทั้งหกทาง ส่งเขาเข้าหอโดดเดี่ยวหอหนึ่งไป
“นี่คือกำแพงของเ้า เข้าไปอยู่ในนั้นสามเดือนค่อยออกมาได้ ไม่อนุญาตให้เดินออกประตูใหญ่ของหอ ห้ามอาละวาด ทุกทิศทุกทางมีแต่กระบวนยุทธ์ทั้งสิ้น หากฝ่าฝืนเข้าหากระบวน ไม่ตายก็คางเหลือง!”
อาจารย์คุมกฎคนหนึ่งว่าหน้าหงิกหน้างอ
เ่ิูพยักหน้าเหมือนลูกเจี๊ยบจิกข้าวเปลือก ว่านอนสอนง่ายนัก
อาจารย์อีกคนเบือนหน้าหนี พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่หัวเราะออกมา เด็กนี่น่าชังเกินไปแล้ว เสแสร้งทำเป็เหมือนบุปผาสีขาวไร้พิษภัยต่อสัตว์หรือคน หากไม่รู้ว่ามันถูกกักตัวเพราะอะไร เขาอาจเห็นอกเห็นใจไปแล้วก็เป็ได้
จัดเรียงเื่สำคัญเรียบร้อยแล้ว สองคนก็หันหลังเดินจากไป
แอ๊ด...ปึง!
ประตูใหญ่สีดำปิดจากด้านนอก
อักขระเรืองแสงระยิบยับไหลเวียนอยู่ทั้งที่บานประตูและกรอบประตู พริบตาก็ปิดตาย เ่ิูถูกขังไว้ในหอเล็กๆ นี้คนเดียว
ชีวิตในห้องปิดตายกำลังเริ่มขึ้นแล้ว
เ่ิูสำรวจทุกมุมทาง
หอเล็กกว้างประมาณหกหมู่ได้ พอจะเป็สนามเล็กๆ สนามหนึ่ง เหมาะกับการฝึกฝนวรยุทธ์เป็ที่สุด
กำแพงสีดำรอบด้านสูงราวสามจ้าง ปิดบังทัศนวิสัยภายนอกหมดสิ้น ผนังและพื้นหอมีอักขระกักขังสถิตอยู่ แม้จะเป็นักยุทธ์ขั้นอาณาเนื้อฟ้าก็อย่าคิดจะะโมองทิวทัศน์ข้างนอกเชียว
ทิศใต้มีห้องนอนเล็กๆ อยู่ ใช้สำหรับพักผ่อน
ทิศตะวันตกมีถังเล็กๆ สีดำวางอยู่ เ่ิูคาดว่าคงเป็ของไว้แก้ปัญหาสามอย่างแน่นอน
เรียบง่ายและหยาบเหลือเกิน!
เขาเดินมาถึงห้องนอนเล็กๆ จัดวางของที่แขวนสะพายมาด้วยให้เข้าที่เข้าทาง หลังจากนั้นจึงกลับมาที่หอ เริ่มต้นฝึกฝน
ถึงแม้จะมาถึงที่นี่แล้ว ต้องตัดขาดจากโลกภายนอกชั่วคราว เื่วุ่นวายมากหลายด้านนอกไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ ตั้งตากับการสงบจิตใจ ยกระดับพลังแท้จริงของตนเองจะดีกว่า
บนโลกนี้ มีเพียงพลังที่แท้จริงเท่านั้น คือพื้นฐานของทุกสิ่งทุกอย่าง
ฟ้าวๆๆ!
หอกยาวดั่งัคะนองนทีสีดำ สั่นะเืโบกโบยอยู่กลางมือ เงื้อมกายแผดร้อง ดั่งเสียงครวญแห่งั จากการผนึกพลังสัมฤทธิ์ผล จนได้มาซึ่งพลังชีวิต เ่ิูชูหอกโบกมันได้ตามใจอยากมากยิ่งขึ้น
ฝึกเพลงหอกพื้นฐานไปแล้ว เ่ิูรู้สึกถึงเพียงความปลอดโปร่งโล่งสบาย
ทว่าเขาก็พบปัญหาอย่างหนึ่ง
เพราะขั้นของพลังแท้จริงทำให้เด็กหนุ่มค่อยๆ เข้าใจ ว่าเพลงหอกขั้นพื้นฐานไม่อาจยกระดับพลังสู้ศึกของตนได้อีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อข้ามผ่านอาณาเนื้อฟ้ามาแล้ว ทักษะต่อสู้วรยุทธ์ต่างหากจึงจักเป็สิ่งที่ทำให้นักยุทธ์แข็งแกร่ง ก่อนหน้าที่ประมือกับฉินอู๋ซวง หมื่นดาบสังหารทรงพลานุภาพนั่น สลักเป็ความทรงจำบาดลึกในใจเขา
“ถ้าตัวข้าเองควบคุมทักษะสู้ศึกได้สักอย่างหนึ่ง คงดีไม่น้อย!”
เ่ิูคิดอย่างอดรนทนรอไม่ไหวบ้าง
หมื่นดาบสังหารที่ฉินอู๋ซวงแสดงออกมา เป็การบุกโจมตีทักษะาที่ลึกซึ้งแท้จริง นี่ต่างหากที่เป็แก่นสารของวรยุทธ์ มิใช่กระบวนท่าอสรพิษหรือหมีโอบใดๆ กระบวนยุทธ์พื้นเพทั้งแปดนั้นไม่อาจเทียบเคียงได้เลย
น่าเสียดายที่เคล็ดวิชาวรยุทธ์เช่นนี้ เป็ทักษะลับแท้จริงของโลกวรยุทธ์
ของแบบนี้ ไม่มีบันทึกในหอสมุดสาธารณะ
ที่ฉินอู๋ซวงทำได้ เพราะเขาเป็นายน้อยของสำนักเ้าเมือง ได้เพลงดาบจากสำนักมาโดยตรง มิใช่รับมอบจากสำนักกวางขาว
นักเรียนธรรมดาเดินดินหากอยากได้เคล็ดวิชาวรยุทธ์ขั้นต่ำ ต้องนำคะแนนจำนวนมากไปแลกมา ศิษย์มากมายที่ตรากตรำอยู่ปีสองปีเต็มถึงได้มากพอไปแลกกับเคล็ดวิชาตามใจชอบ หากขึ้นชั้นปีสองเมื่อไร จะมีอาจารย์เฉพาะทางถ่ายทอดทักษะสู้ศึกวิชาลับให้โดยทั่วกัน ทว่าอำนาจของทักษะลับนี้ ยากจะอธิบาย
เ่ิูเป็ยาจก ไม่มีทรัพย์สินสนับสนุนจากบ้าน
ทางเดียวที่มี คือต้องเก็บเกี่ยวคะแนนให้พอเหมาะพอดี แลกกับทักษะลับ
เขาวางแผนไว้เป็่ ไหนๆ ก็สู้กับฉินอู๋ซวงต่อหน้าต่อตาประชาชีไปแล้ว เช่นนั้นก็ไม่จำเป็ต้องปิดบังใดๆ อีก ของที่ได้มาจากการลงสนามสู้ศึกจริงก่อนหน้านั้น จะใช้แลกคะแนนหลังจากหลุดจากที่นี่ไป สะสมทีละเล็กละน้อยไป หากมีทดสอบอีกสักห้าหกครั้ง คงไม่แคล้วแลกคะแนนได้มากพอไปแลกกับทักษะลับอักขระพลังขั้นต่ำ
นี่ดูท่าจะเป็หนทางเพียงอย่างเดียวแล้ว
การถูกกักตัวอยู่ในหอพิจารณ์นี้ เ่ิูมีเป้าหมายใหญ่ที่สุดคือ ทำการฝึกฝนพลังตัวเองให้มีเสถียรภาพเสีย ใช้โอกาสสามเดือนนี้ บุกเบิกบ่อน้ำพุิญญาให้ได้ เข้าสู่อาณาน้ำพุิญญาอย่างเต็มคราบ
เมื่อฝึกกระบวนหอกจนได้ที่แล้ว เด็กหนุ่มก็นั่งลงขัดสมาธิ หายใจเข้าออก เริ่มมองภายใน ฝึกฝนพลังแห่งใต้หล้า
กำหนดจิตคิดแล้ว พลังใต้หล้าภายในกายไหลเวียนวนราววังน้ำวน นำพาคลื่นลูกใหญ่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า รวมตัวสู่ในกายเ่ิูอย่างเชื่องช้า เป็ระบบระเบียบ
วิสัยทัศน์แปรเปลี่ยนอีกครา
สู่โลกแห่งทะเลทรายตันเถียน แห้งขอดไร้ชีวิต ไร้ความหวังแห่งเดิม