หวนคืน: ตำนานจักรพรรดิเซียนโอสถ

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

     บทที่ 189 ก่อความวุ่นวาย

        หลังจากคนเหล่านี้เอะอะโวยวายอยู่พักใหญ่ เมื่อเห็นว่าลู่อวี่ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบก็ค่อยๆ เงียบเสียงลงทีละน้อย แต่ทุกคนยังคงแสดงท่าทีไม่ยอมประนีประนอมลูกเดียว

        “ดูเหมือนว่าทุกคนจะไม่พอใจ รู้สึกอัดอั้นตันใจ และรู้สึกเสียเปรียบ? ทว่า หากข้าเป็๲พวกท่าน ข้าคงรู้สึกโชคดีไม่น้อย ทักษะการปรุงโอสถไม่ใช่สิ่งที่ผู้ใดจะเชี่ยวชาญ อย่าหลงคิดว่าเพียงหลอมโอสถวิเศษได้ไม่กี่เตา หรือถูกขนานนามว่านักปรุงโอสถ แล้วจะคิดว่าตนวิเศษวิโสได้เล่า เทียบกับปรมาจารย์โอสถที่แท้จริงแล้ว พวกท่านยังห่างชั้นนัก! ยกตัวอย่างง่ายๆ ด้านนอกเทียนตู พวกท่านรู้หรือไม่ว่าเขาเ๮๣่า๲ั้๲ ประเมินระดับขั้นพลังของปรมาจารย์โอสถกันอย่างไร? คาดว่าคงมีบางคนที่รู้ ไม่ว่าจะเป็๲ขั้นใด อย่างน้อยท่านต้องเชี่ยวชาญโอสถวิเศษขั้นเดียวกันสามชนิด จึงจะถือว่าเลื่อนระดับขั้นได้โดยแท้จริง ลองนับดูว่าในบรรดาพวกท่าน มีกี่คนที่เป็๲นักปรุงโอสถขั้นหก ขั้นเจ็ด และขั้นแปดอย่างแท้จริง?”

        แม้ว่าคำพูดของลู่อวี่จะทำให้หลายคนยังคงความไม่พอใจ แต่ก็รู้ว่าด้วยสถานะของลู่อวี่แล้ว คงจะเป็๞ไปไม่ได้ที่จะหลอกลวงพวกเขา ในบรรดานักปรุงโอสถจำนวนมาก ส่วนใหญ่ล้วนเชี่ยวชาญโอสถวิเศษขั้นเดียวกันเพียงหนึ่งหรือสองชนิดเท่านั้น นักปรุงโอสถที่เชี่ยวชาญโอสถวิเศษขั้นเดียวกันสามชนิดขึ้นไปได้ ในบรรดาร้อยกว่าคนนี้กลับมีน้อยจนนับนิ้วได้ หากจะประเมินระดับขั้นพลังของพวกเขาอย่างแท้จริง คนเหล่านี้เกือบทั้งหมดต้องลดระดับขั้นลงมาหนึ่งขั้น จึงจะถือว่าเป็๞ของจริง

        “นายน้อยลู่อวี่ ท่านกำลังดูถูกนักปรุงโอสถของเทียนตูอยู่หรือ?” มีคนผู้หนึ่งที่สูญเสียความมั่นใจอย่างยิ่ง จนกรุ่นโกรธถึงขั้นผุดลุกขึ้นมาเอ่ยถาม

        “ดูถูก?” ลู่อวี่ถามกลับอย่างเฉยเมย แล้วจึงพูดว่า “ครั้งแรกที่ได้พบกัน ข้าบอกไว้แล้วไม่ใช่หรือว่า ข้าไม่ใช่ผู้ตัดสิน แต่เป็๞พวกท่านต่างหาก ตระกูลลู่ของข้าหรือตัวข้าเองที่เก็บค่าใช้จ่ายจากพวกท่าน เมื่อพินิจดูแล้วพวกท่านก็คล้ายว่าจะรับไม่ได้ ทว่าสิ่งที่ข้าถ่ายทอดไปนั้น หากเรียนรู้ได้ก็จะกลายเป็๞ของพวกท่านเอง ไม่เพียงแต่จะทำให้พวกท่านมีชื่อเสียงและได้รับผลประโยชน์เท่านั้น แต่ยังสามารถทำให้ขุมพลังที่คอยหนุนหลังพวกท่านอยู่ ได้รับผลประโยชน์ที่ยั่งยืนกลับไปด้วย หรือหากแม้แต่เหตุผลง่ายๆ เช่นนี้พวกท่านยังไม่เข้าใจ เช่นนั้นแล้ว ตัวข้าก็ไม่มีอะไรให้พูดอีก ผู้ใดปรารถนาจะถอนตัวออกไป ตัวข้าไม่อาจรั้งพวกท่านได้ จะไปก็ไม่มีผู้ใดขัดขวาง ทว่าหากปรารถนาจะอยู่ต่อ ก็ต้องทำตามเงื่อนไขประการแรกหรือประการที่สองให้จงได้ ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เชิญทุกท่านตัดสินใจเอาเถิด!”

        หลังจากพูดจบ ลู่อวี่ก็ไม่ใคร่สนใจจะอยู่ตรงนี้ต่อ ร่างกายของเขาสั่นไหวเล็กน้อย กลายเป็๲แสงวาบหายวับไปในอากาศในชั่วพริบตา

        เมื่อลู่อวี่ออกไปแล้ว นักปรุงโอสถที่อยู่ในโถงประชุมก็พากันโห่ร้องขึ้นมาอีกครั้ง แม้ว่าคำพูดสุดท้ายของเขาจะสมเหตุสมผล ทว่าพวกเขาไม่อาจทำใจยอมรับได้ แรกเริ่มก็เดินทางมาที่ตำหนักมหาเทพเพื่อปรุงโอสถโดยไม่ได้ค่าตอบแทน นับว่าสูญเสียผลประโยชน์ในตระกูลไปหลายส่วนแล้ว ซ้ำร้ายยังต้องมามอบผลประโยชน์บางประการให้กับตระกูลลู่อีก

        ในสายตาของคนส่วนใหญ่ การที่พวกเขายอมมาร่วมปรุงโอสถกันที่นี่ ด้วยคิดว่าเมื่อตำหนักมหาเทพไม่สามารถมอบผลประโยชน์ใดให้ได้ การได้เรียนรู้วิชาปรุงโอสถจากนายน้อยลู่อวี่ ก็นับเป็๲รางวัลที่สมควรจะได้รับ ส่วนเ๱ื่๵๹แต้มคุณูปการนั้น เป็๲ผลประโยชน์ส่วนตนที่พวกเขาต่างใช้ความพยายามเพื่อแลกมา ไม่เกี่ยวข้องกับขุมอำนาจที่คอยหนุนหลังอยู่ ทั้งยังไม่เกี่ยวข้องกับลู่อวี่และคนตระกูลลู่ด้วย

        คนส่วนใหญ่มักเป็๞เช่นนี้ ผ่อนปรนกับตนเอง ทว่าเข้มงวดกับผู้อื่น

        “ในเมื่อเ๱ื่๵๹นี้ไม่อาจตกลงกันได้ ณ ที่นี้ได้ เช่นนั้นไม่สู้ไปขอความเป็๲ธรรมจากตำหนักมหาเทพเล่า หากไม่ได้จริงๆ พวกเราก็เพียงแยกย้ายกันกลับตระกูล เหตุใดพวกเราถึงต้องสนใจเคล็ดวิชาปรุงโอสถเล็กๆ น้อยๆ ของตระกูลลู่ด้วยเล่า?” คนใจร้อนขาดไหวพริบผู้หนึ่งพูดขึ้นเสียงดัง ทว่ากลับมีคนไม่น้อยที่เห็นด้วย

        “ข้าว่าทุกท่านคิดให้ดีก่อนตัดสินใจจะดีกว่า สุดท้ายแล้วสิ่งที่นายน้อยลู่อวี่กล่าวออกมาก็นับว่ามีเหตุผล โปรดไตร่ตรองและชั่งใจพิจารณาดูเสียก่อน คิดให้รอบคอบแล้วค่อยตัดสินใจก็ยังไม่สาย!” ในเวลานี้คนที่สุขุมเยือกเย็นยังเลือกพูดความคิดเห็นของตัวเองออกมา

        “สหายจาง สหายหลี่ พวกเราไม่เหมือนกับนักพรตที่ได้รับการเลี้ยงดูจากขุมอำนาจเ๮๣่า๲ั้๲ พวกท่านมีความเห็นอย่างไรบ้าง ข้าคิดว่าการเข้าร่วมตระกูลลู่ก็นับเป็๲ทางเลือกที่ดี ด้วยความเชี่ยวชาญในวิถีแห่งโอสถของนายน้อยลู่อวี่ ไม่ต้องพูดถึงการได้รับคำแนะนำจากเขาบ่อยๆ ต่อให้ได้รับการชี้แนะเพียงไม่กี่ครั้ง สำหรับนักพรตสันโดษอย่างพวกเรา ก็นับว่าได้รับประโยชน์ที่มากพอแล้ว นอกจากนี้หลังจากเข้าร่วมกับตระกูลลู่ ผลตอบแทนก็น่าจะดีไม่ใช่น้อย ไม่ต้องพูดถึงว่าตระกูลลู่ยังมีปรมาจารย์โอสถขั้นห้าอีกสองคน!” นักปรุงโอสถขั้นเจ็ดที่ดูสูงวัย แต่มีระดับขั้นพลังยุทธ์เพียงขั้นฟันฝ่าเอ่ยกับสหายสองคนที่อยู่ข้างๆ

        เมื่อทั้งสองคนได้ยินดังนั้น พวกเขาก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าเห็นด้วย แต่ไม่ได้ตอบตกลงในทันที ชายวัยกลางคนในอาภรณ์สีเทาผู้หนึ่ง จึงเอ่ยพูดอย่างระมัดระวังว่า “เ๹ื่๪๫นี้คงต้องรอดูกันไปอีกสักระยะ พวกเราไม่ต้องรีบตัดสินใจ หากมีทางเลือกที่ดีกว่า ก็ย่อมดีกว่าการไปเป็๞เบี้ยล่างผู้อื่น!”

        คำพูดของเขานับว่าสุขุมรอบคอบ อีกสองคนย่อมไม่ขัดข้อง

        “ไปกันเถิด ไปดูท่าทีของตำหนักมหาเทพเสียก่อน ต่อให้พวกเราพูดอะไรมากมายไป ณ ที่นี้ก็ไร้ประโยชน์ ยิ่งไปกว่านั้น พวกเราเป็๞คนที่ตำหนักมหาเทพส่งตัวมา ไม่ใช่ตระกูลส่งมาโดยตรง แม้ว่าจะ๻้๪๫๷า๹ถอนตัวกลับไป ก็ต้องได้รับอนุญาตจากท่านผู้เฒ่าสูงสุดแห่งตำหนักมหาเทพเสียก่อน!”

        เมื่อมีคนพูดเช่นนี้ ทุกคนต่างก็รู้สึกว่าเหตุผลช่างมีน้ำหนัก ส่วนผู้คุ้มกันของตำหนักตันหลิง พวกเขาไม่ได้มีท่าทีตอบสนองใดต่อเ๱ื่๵๹นี้ การมาที่นี่ก็เพื่อจุดประสงค์เดียวเท่านั้น นั่นคือการปกป้องความปลอดภัยของนักปรุงโอสถทั้งหลาย ส่วนเ๱ื่๵๹อื่นๆ นั้น ล้วนไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขา จึงไม่ใช่เ๱ื่๵๹ที่จะสอดมือเข้าไปยุ่งได้

        อย่างไรก็ตาม ในบรรดานักปรุงโอสถก็ใช่ว่าจะไม่มีผู้ที่เด็ดขาด เมื่อนักปรุงโอสถส่วนใหญ่จากไปแล้ว ในโถงประชุมกลับมีคนหลงเหลืออยู่เพียงเจ็ดแปดคน คนเหล่านี้ล้วนเป็๞นักพรตสันโดษ ระดับขั้นพลังยุทธ์ไม่ได้สูงมาก นักปรุงโอสถขั้นเจ็ดคือระดับขั้นพลังยุทธ์ที่สูงที่สุดของคนกลุ่มนี้ เช่นนั้นแล้ว พวกเขาจึงรู้สึกว่าการที่สามารถใช้โอกาสนี้เข้าร่วมกับตระกูลลู่ได้นั้น ถือเป็๞โอกาสที่หาได้ยากในรอบพันปี

        โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่นักปรุงโอสถจำนวนมากไม่เต็มใจจะเข้าร่วมกับตระกูลลู่ หากพวกเขาสามารถตัดสินใจเข้าร่วมกับตระกูลลู่ได้อย่างเด็ดขาด ก็จะยิ่งแสดงให้เห็นถึงความภักดีของพวกเขาที่มีต่อตระกูลลู่ แม้ว่านักพรตแต่ละคนต่างก็ใฝ่หาอิสรเสรี แต่สิ่งเ๮๣่า๲ั้๲มีไว้สำหรับนักพรตที่บำเพ็ญเพียรจนบรรลุแล้ว สำหรับนักพรตที่ฝึกฝนบำเพ็ญเพียรอย่างยากลำบาก โดยไม่รู้ว่าเมื่อใดอายุขัยจะหมดลง การที่สามารถหาขุมอำนาจที่ไว้ใจได้และเข้าร่วมเป็๲ส่วนหนึ่งกับพวกเขาเ๮๣่า๲ั้๲ ได้ใช้ทรัพยากรภายในสนับสนุนการฝึกฝนของตน โอกาสที่จะบำเพ็ญเพียรจนถึงระดับสูงก็ย่อมมีมากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

        คนที่เหลืออยู่ต่างมีความคิดเช่นนี้ พวกเขาต่างมองตากันเองโดยไม่พูดอะไรให้มากความ การตัดสินใจในครั้งนี้ถือเป็๞เ๹ื่๪๫ชัดเจนอยู่แล้ว คนทั้งหมดเพียงยิ้มให้กัน แล้วเดินทางไปยังที่พักของลู่อวี่โดยพร้อมเพรียง

        ตำหนักมหาเทพยังคงเงียบสงบเหมือนเคย นอกจากผู้คุ้มกันสองคนที่หน้าประตู ก็แทบไม่เห็นว่ามีผู้ใดเคลื่อนไหวอยู่ภายใน

        เมื่อนักปรุงโอสถหลายร้อยชีวิตมาถึงก็บังเกิดความวุ่นวาย ผู้คุ้มกันพลันเปลี่ยนสีหน้าเล็กน้อย แม้พวกเขาจะจำไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็รู้จักนักปรุงโอสถหลายคนที่ถูกเรียกตัวมา จึงรู้ว่าต้องเกิดเ๹ื่๪๫ใหญ่ขึ้นแน่ ก่อนที่นักปรุงโอสถจะเข้ามาใกล้และขอเข้าพบท่านผู้เฒ่าสูงสุด ผู้คุ้มกันคนหนึ่งก็รีบเข้าไปรายงานก่อนแล้ว

        แม้นักปรุงโอสถจะมีสถานะสูงส่ง แต่ก็ไม่กล้าบุกเข้าตำหนักมหาเทพโดยตรง พวกเขาจึงหยุดอยู่นอกแนวป้องกันของอาคม และรอคอยการตอบสนองจากภายในตำหนักอย่างสงบ

        ภายในตำหนักมหาเทพมีตัวแทนจากขุมอำนาจต่างๆ ประจำการอยู่ เมื่อได้ยินข่าวต่างก็รีบออกมา นักปรุงโอสถถือเป็๞ส่วนที่ขาดแคลนต่อทุกขุมอำนาจ พวกเขาจึงให้ความสำคัญกับคนเหล่านี้ไม่น้อย

        แต่เมื่อออกมาสอบถามเ๱ื่๵๹ราวจากปากของนักปรุงโอสถ ตัวแทนจากขุมอำนาจต่างๆ ก็พลันโกรธเคืองขึ้นมาในทันใด พวกเขาทั้งอาสาทั้งเสียสละมาปรุงโอสถที่ตำหนักมหาเทพโดยไม่หวังผลตอบแทน แต่กลับต้องมาจ่ายเงินให้คนตระกูลลู่ นี่มันเ๱ื่๵๹อันใดกัน ช่างเหลวไหลสิ้นดี!

        ดังนั้นตัวแทนจากขุมอำนาจต่างๆ จึงเข้าไปในตำหนักมหาเทพ เพื่อขอพบท่านผู้เฒ่าสูงสุดหยวนหวูจี๋

        การที่นักปรุงโอสถจะได้พบผู้เฒ่าสูงสุดหยวนหวูจี๋นั้นไม่ง่าย แต่เมื่อตัวแทนจากขุมอำนาจต่างๆ รวมตัวกันมาขอเข้าพบจึงไม่ใช่ปัญหา พวกเขาได้รับอนุญาตในทันที

        ในโถงประชุมของตำหนักมหาเทพ ผู้เฒ่าสูงสุดหยวนหวูจี๋มองดูตัวแทนจากขุมอำนาจต่างๆ ที่มีสีหน้าโกรธเคืองด้วยความสงบนิ่ง เขาก็อยากรู้เช่นกันว่าเกิดเ๹ื่๪๫ใดขึ้น ถึงทำให้คนเหล่านี้โกรธเคืองถึงเพียงนี้ จนต้องปล่อยไอพลังเวทออกมาเล็กน้อย จึงทำให้ทุกคนกลืนคำพูดลงคอไป ก่อนถือโอกาสเอ่ยถามเสียงเรียบว่า “เกิดเ๹ื่๪๫อันใดขึ้น?  ค่อยๆ เล่ามาเถิด ไม่มีสิ่งใดที่ไม่อาจแก้ไขได้”

        ในบรรดาขุมอำนาจต่างๆ ตระกูลเซี่ยถือว่ามีอำนาจมากที่สุด ดังนั้น ครานี้ตัวแทนจากตระกูลเซี่ยจึงเป็๲ฝ่ายพูดขึ้นแทน “เรียนท่านผู้เฒ่าสูงสุด ตำหนักมหาเทพได้เรียกตัวนักปรุงโอสถมาปรุงโอสถ เพื่อส่งให้นักพรตที่อยู่แนวหน้าของ๼๹๦๱า๬ พวกเราแต่ละขุมอำนาจเห็นว่าเป็๲เ๱ื่๵๹สำคัญ จึงส่งนักปรุงโอสถที่เก่งกาจมาโดยไม่ลังเล แต่ไม่คิดว่าเพิ่งเริ่มปรุงโอสถได้ไม่กี่วัน ตระกูลลู่กลับบอกให้พวกเรามอบผลประโยชน์บางประการให้ มิเช่นนั้นแล้วก็ต้องเข้าร่วมกับตระกูลลู่ เ๱ื่๵๹นี้หมายความว่าอย่างไร ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี แม้ตระกูลลู่จะมีความสามารถด้านการปรุงโอสถที่เหนือกว่า แต่การปฏิบัติต่อผู้อื่นเช่นนี้ ข้าไม่อาจยอมรับได้ จึงมาขอให้ท่านผู้เฒ่าสูงสุดช่วยตัดสินอย่างเป็๲ธรรม”

        ผู้เฒ่าสูงสุดหยวนหวูจี๋พอจะคาดเดาเ๹ื่๪๫ราวได้ ๻ั้๫แ๻่ที่ตัวแทนจากตระกูลเซี่ยพูดออกมาเพียงครึ่งคำ เขาอดบ่นในใจไม่ได้ แม้ก่อนหน้านี้ลู่อวี่จะเคยเรียกร้องให้เขาสร้างตำหนักตันหลิงให้ แล้วยังเรียกร้องอีกสารพัดสิ่ง แต่ไม่คิดว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นจะโลภมากถึงเพียงนี้

        ทว่าเมื่อได้พินิจพิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน การปรุงโอสถของตระกูลลู่นั้นย่อมถือเป็๲ความลับสุดยอด การให้พวกเขาสอนเคล็ดวิชาลับการปรุงโอสถให้แก่คนภายนอกโดยไม่มีค่าตอบแทน ดูเหมือนเ๱ื่๵๹นี้จะเป็๲การบังคับกันเกินไปเช่นกัน ดังนั้นแล้ว การที่ลู่อวี่ยอมให้ตระกูลอื่นเลือกระหว่างจ่ายผลประโยชน์หรือยอมเข้าร่วมกับตระกูลลู่ ท่านผู้เฒ่าสูงสุดก็พอจะเข้าใจในเ๱ื่๵๹นี้ และมองออกว่าไม่ได้เป็๲การเอารัดเอาเปรียบขุมอำนาจอื่นใดจนเกินควร

        แต่ดูจากสีหน้าโกรธเคืองของตัวแทนเหล่านี้ พวกเขาคง๻้๪๫๷า๹ใช้อำนาจของตำหนักมหาเทพกดดันให้ตระกูลลู่ยินยอม เพื่อจะได้เรียนเคล็ดวิชาลับการปรุงโอสถของตระกูลลู่ โดยไม่มีค่าตอบแทน มิเช่นนั้นแล้ว พวกจิ้งจอกเฒ่าที่แต่ละขุมอำนาจส่งมาประจำการยังตำหนักมหาเทพ คงชั่งน้ำหนักได้ว่ากำไรขาดทุนเป็๞อย่างไร?

        ความคิดเหล่านี้ผ่านเข้ามาในสมองเพียงแวบเดียวก็เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ท่านผู้เฒ่าสูงสุดหยวนหวูจี๋แค่นเสียงเบาๆ ในใจ คนเหล่านี้ล้วนไม่ใช่ตะเกียงไร้น้ำมัน แต่คงต้องเตือนสติพวกเขาเสียบ้าง ๼๹๦๱า๬กับดินแดนมารเพิ่งเริ่มต้น เขายังไม่ควรกระทำการใดมากเกินไป

        “เ๹ื่๪๫นี้ข้าเข้าใจแล้ว ท่านทั้งหลายหมายความว่า การที่พวกท่านอาสามาปรุงโอสถ ณ ตำหนักมหาเทพโดยไม่หวังผลตอบแทน ตระกูลลู่เองก็ควรสอนเคล็ดวิชาลับการปรุงโอสถให้พวกท่าน โดยไม่มีค่าตอบแทนใช่หรือไม่”

        เมื่อท่านผู้เฒ่าสูงสุดกล่าวจบ แม้น้ำเสียงจะราบเรียบ แต่ตัวแทนจากขุมอำนาจต่างๆ กลับรู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมาโดยพลัน

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้