เช้าวันรุ่งขึ้น ผู้คนในหมู่บ้านเริ่มเคลื่อนไหว แบกย่ามใบใหญ่และใบเล็กพาครอบครัวมารวมกันที่ลานนวดข้าว ผู้นำหมู่บ้านมองไปรอบๆ เมื่อไม่เห็นพวกหลิวจือโม่ก็ขมวดคิ้ว แอบถอนหายใจ ตอนนี้เป็่หนีภัย เขาเองก็ดูแลไม่ไหว
"ออกเดินทาง..." เขาะโไปทางชาวบ้านและเดินนำหน้าไปก่อน ชาวบ้านตามหลัง เดินออกจากหมู่บ้านอย่างยิ่งใหญ่
กลายเป็ป้าหวงที่ไม่เห็นพวกหลี่ชิงหลิงแล้วกังวลมาก ขอให้หัวหน้าครอบครัวพาเด็กๆ ออกไปก่อน เดี๋ยวนางจะตามไป
ก่อนที่หัวหน้าครอบครัวจะได้พูด นางก็แบกสัมภาระใหญ่วิ่งไปที่บ้านของหลี่ชิง
“เสี่ยวหลิง อยู่บ้านหรือเปล่า”
หลี่ชิงหลิงได้ยินเสียงของป้าหวงก็รีบเปิดประตู เมื่อเห็นป้าหวงที่กำลังแบกถุงใหญ่หอบอยู่ก็รู้สึกประหลาดใจ "ท่านป้า เกิดอะไรขึ้น?" ตอนนี้ควรจะเดินทางแล้วไม่ใช่หรือ? ทำไมป้าหวงยังอยู่ที่นี่?
ป้าหวงสูดหายใจเข้าลึกๆ ค้ำกรอบประตูและมองหลี่ชิงหลิง "เราจะออกเดินทางแล้ว พวกเ้าสองคนยังเก็บของไม่เสร็จอีก?”
เมื่อรู้ว่าป้าหวงเป็ห่วง หลี่ชิงหลิงก็รู้สึกตื้นตันมาก “ท่านก็รู้สถานการณ์ของครอบครัวเรา ถ้าหนีตามไปจริงๆ พูดยากด้วยซ้ำว่าจะเกิดอะไรขึ้น เหลืออยู่ที่นี่ดีกว่า อาจจะยังมีโอกาสรอด” แค่น้องสาวที่ยังเด็กทั้งสองคนก็ทำให้พวกเขาไม่สามารถหนีตามไปแล้ว
เมื่อนึกถึงสถานการณ์ของครอบครัวของหลี่ชิงหลิง ป้าหวงก็เงียบไปครู่หนึ่ง "ตกลง! งั้นข้าไปก่อน พวกเ้าระวังตัวด้วยนะ" นางหันกลับเตรียมจากไป
หลี่ชิงหลิงหยุดนาง วิ่งกลับไปที่บ้านหยิบของออกมาหนึ่งห่อยัดใส่มือป้าหวง ให้พวกเขากินระหว่างทาง
เมื่อป้าหวงเห็นก็ปฏิเสธบอกว่าไม่ต้องหรอก ครอบครัวนางมีของกิน
"รับไปเถอะ ข้าทำไว้เยอะ” หลี่ชิงหลิงบังคับ “เดินทางต้องระวังนะ ตอนกินต้องแอบๆ กิน อย่าโดนแย่งไปล่ะ” ทุกคนกำลังหนี ระหว่างทางก็ไม่มีของกินมากนัก หากคนอื่นที่หิวมากเห็นเข้าต้องแย่งแน่
ป้าหวงพยักหน้าด้วยตาแดงก่ำ รับขนมที่หลี่ชิงหลิงให้แล้ววิ่งจากไป
หลี่ชิงหลิงมองป้าหวงที่ไกลออกไปแล้วรู้สึกเศร้าใจอย่างอธิบายไม่ถูก ไม่รู้ว่าพวกเขาจะมีโอกาสได้เจอกันอีกหรือไม่
เด็กสาวถอนหายใจช้าๆ ปิดประตู เดินเข้าไปในบ้าน มองเด็กๆ "เก็บของเสร็จหรือยัง” วันนี้พวกเขาจะไปูเาซง
หมู่บ้านนี้กลายเป็หมู่บ้านที่ว่างเปล่า ถ้าพวกเขายังอยู่ที่นี่จะเด่นเกินไป ไปวันนี้จะดีที่สุด
เด็กๆ ได้ผลกระทบจากบรรยากาศนี้ พวกเขาพยักหน้าเงียบๆ บอกว่าเก็บเสร็จแล้ว
หลี่ชิงหลิงตอบรับด้วยความพึงพอใจ หันหลังกลับตรวจสอบว่าขาดเหลืออะไรหรือไม่
“เก็บของเยอะขนาดนี้ ครั้งเดียวคงขนไม่หมดหรอกใช่ไหม?” หลิวจือโม่มองหลี่ชิงหลิง
หลี่ชิงหลิง้าพาไก่และกระต่ายทั้งหมดไปูเาซง จำนวนเยอะขนาดนี้จะขนรอบเดียวได้ยังไง
"ไม่เป็ไร เดี๋ยวข้าวนเพิ่มอีกรอบ" หลี่ชิงหลิงตอบโดยไม่หันกลับมามอง นางยอมทิ้งลูกเจี๊ยบและลูกกระต่ายไม่ไหว พาไปเลี้ยงปล่อยทีู่เาซงดีกว่า แถมยังสามารถจับเชือดบำรุงร่างกายได้เป็ครั้งคราว
หลิวจือโม่รู้สึกเป็กังวลเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบ เขาไม่ไว้ใจให้นางกลับมาเอาของคนเดียวจริงๆ
“ไม่ต้องหรอก ลูกเจี๊ยบเลี้ยงปล่อยไว้บนูเานี้เถอะ ไม่ต้องพาไปแล้ว ส่วนไก่กับกระต่ายตัวใหญ่ก็เชือดทำเนื้อตากแห้ง เก็บไว้ค่อยๆ กินเถอะ”
มือของหลี่ชิงหลิงชะงัก นางขมวดคิ้ว พวกเขาฆ่าไก่และกระต่ายส่วนใหญ่เมื่อคืนนี้โดยเหลือไว้อีกเพียงเล็กน้อย ตอนแรกนางว่าจะฆ่าไก่และกระต่ายจำนวนมากในคราวเดียว แต่อากาศร้อนจะทำให้เสียง่าย นางถึงได้คิดอยากแยกส่วนหนึ่งไว้เชือดกินภายหลัง
"ไม่ล่ะ เอาตามที่เราคุยกันเถอะ!" นางรู้ว่าหลิวจือโม่เป็ห่วงจึงปลอบเขา "ไม่เป็ไร าาหนานเยี่ยนคงไม่มาถึงเร็วขนาดนั้นหรอก!" แถวนี้ค่อนข้างห่างไกล อาจจะมาไม่ถึงด้วยซ้ำไป!
เมื่อรู้ถึงความดื้อรั้นของหลี่ชิงหลิง หลิวจือโม่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก แต่ตัดสินใจเงียบๆ ในใจว่าตอนแบกของไปจะต้องแบกให้เยอะหน่อย
เมื่อรู้ว่าหลิวจือโม่ยอมประนีประนอม หลี่ชิงหลิงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางลุกบอกจะไปทำอาหาร หลังกินเสร็จค่อยออกเดินทาง
หลิวจือโม่ก็ไปช่วยด้วย
อาหารมื้อนี้อุดมสมบูรณ์ มีทั้งเนื้อไก่และเนื้อกระต่าย หลี่ชิงหลิงเร่งให้เด็กๆ รีบกิน กินเสร็จจะได้ออกเดินทาง
เด็กสาวอุ้มหลี่ชิงหนิงพลางป้อนไข่ตุ๋น โชคดีที่น้องสาวสามารถกินอาหารเสริมได้แล้ว ไม่กินนมแพะก็ได้แล้ว
ไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรดี
หลังจากรับประทานอาหารและพักผ่อนครึ่งชั่วโมง พวกเขาก็พร้อมที่จะไปูเาซง
หลี่ชิงเฟิงและหลิวจือเยี่ยนต่างแบกน้องสาวของตนไว้บนหลัง ขณะที่หลี่ชิงหลิงและหลิวจือโม่ขนเสื้อผ้า อาหารและหม้อ
หลี่ชิงเฟิงมองบ้านที่ยังอยู่อาศัยไม่ได้นานนักแล้วตาแดง สะอื้นถามหลี่ชิงหลิงว่าเมื่อไรพวกเขาจะได้กลับมา
หลี่ชิงหลิงเอื้อมมือไปลูบหัวปลอบโยน หลังภัยแล้งครั้งนี้จบลง พวกเขาจะกลับมา
แต่นางเองก็ไม่แน่ใจ ไม่รู้ว่าความภัยแล้งนี้จะกินเวลานานเท่าใด จะกลับมาได้เมื่อใด
นางไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าพวกเขาจะรอดชีวิตหรือไม่
ยามนี้หัวใจของเด็กสาวหนักอึ้ง
เมื่อเห็นนางเป็เช่นนี้ หลิวจือโม่ก็เอื้อมมือไปจับมือนางแน่น เป็การบอกว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาจะอยู่เคียงข้างนาง
เมื่อหลี่ชิงหลิงรู้สึกดีขึ้นก็ยิ้มให้หลิวจือโม่ ล็อกประตู และครอบครัวก็ออกเดินทาง
พวกเขาไม่กล้าใช้ถนนสายหลัก สลับไปใช้เส้นทางที่ค่อนข้างห่างไกล พวกเขาเดินทางสลับหยุดพัก ใช้เวลาเกือบสามชั่วยามกว่าจะถึงูเาซง
หลี่ชิงหลิงสูดลมหายใจลึกๆ พลางหัวเราะ ในที่สุดก็เห็นความหวัง
"เอาล่ะ เราอยู่ทีู่เาซงแล้ว พักผ่อนที่นี่เถอะ กินข้าวแล้วค่อยเข้าไป!"
นางวางของลงแล้วไปช่วยอุ้มน้องสาวจากพวกหลี่ชิงเฟิง พูดให้กำลังใจพวกเขาสองสามคำ
เด็กๆ ต่างเชื่อฟัง ใจเย็นสุขุม ไม่เอะอะโวยวาย ทำให้นางปลื้มใจมาก
“ท่านพี่ อาหวงอยู่ที่นี่หรือเปล่า” หลิวจือโหรวดึงเสื้อของหลี่ชิงหลิง เงยหน้าเล็กๆ ถาม
หลี่ชิงหลิงย่อตัวลงและจูบแก้มน้อยๆ ของน้องสาว "พี่เองก็ไม่รู้ ทำไมโหรวโหรวไม่ลองเรียกเบาๆ ดูล่ะ ดูว่าอาหวงจะออกมาไหม" ่นี้อาหวงจะหายตัวเป็พักๆ นางเองก็ชินแล้ว ไม่เป็ห่วงเหมือน่แรกแล้ว
ทันทีที่หลิวจือโหรวได้ยินก็ะโสุดเสียง “อาหวง อาหวง อยู่ที่นี่หรือไม่" เสียงเด็กน้อยดังก้องไปทั่วูเา
เรียกจนน้ำลายแห้งก็ยังไม่มีวี่แววของอาหวง นางจึงรู้สึกหดหู่เล็กน้อย "อาหวงไม่อยู่ที่นี่"
หลี่ชิงหลิงลูบหัวน้อยๆ ของนาง กำลังจะปลอบก็ได้ยินเสียงเสือคำราม
หลังจากนั้นไม่นาน เ้าของเสียงที่คุ้นเคยก็วิ่งลงมาจากูเา ดวงตาของหลิวจือโหรวเป็ประกาย เรียกอาหวงอย่างตื่นเต้น
อาหวงรีบวิ่งมาเลียแก้มหลิวจือโหรว เลียจนนางหัวเราะคิกคัก จากนั้นก็วิ่งไปอ้อนคนอื่น ๆ แล้ววิ่งกลับมามองหลี่ชิงหลิงพร้อมน้ำตาเอ่อคลอ
หลี่ชิงหลิงกอดและหัวเราะ "เราก็จะอยู่ที่นี่ด้วย เ้าจะได้มีเพื่อนแล้ว” นางปฏิบัติต่อมันเหมือนเด็กพลางเล่าทุกอย่าง
ดูเหมือนมันจะเข้าใจถึงได้ส่งเสียงร้องอย่างตื่นเต้น
ยามเมื่ออยู่ที่บ้าน หลี่ชิงหลิงกลัวว่ามันจะสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้าน มันจึงไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งเสียง แตู่เาซงเป็อาณาเขตของมัน มันสามารถส่งเสียงร้องได้อย่างเต็มที่
"เอาล่ะ หยุดร้องได้แล้ว เราเหนื่อยแล้ว ไว้กินเสร็จค่อยเข้าป่าไปอีก” หลี่ชิงหลิงลูบหัวอาหวงอีกครั้ง หันหลังกลับและไปเตรียมอาหาร
หลี่ชิงหลิงร่วมมือกับหลิวจือโม่ทำอาหารเสร็จอย่างรวดเร็ว
เด็กๆ ได้กลิ่นหอมก็พลันน้ำลายสอ
พวกเขารีบเดินทางมา กินซาลาเปาระหว่างทางจนหมดความอยากอาหารแล้ว ตอนนี้ได้กลิ่นหอมจึงกระตุ้นความอยากขึ้นมา
"มากินกันเถอะ!" หลี่ชิงหลิงเรียก แบ่งเนื้อไก่เนื้อกระต่ายให้อาหวงกิน
อาหวงจะกินดิบเฉพาะตอนอยู่ในูเาซง เมื่อกลับไปบ้านจะไม่กินดิบเด็ดขาด มันจะกินตามพวกหลี่ชิงหลิง
ทุกคนต่างคุ้นเคยดี
พวกเขากินกันอย่างเอร็ดอร่อย นั่งพักครู่หนึ่งแล้วเดินทางเข้าในป่าลึกต่อไป
เมื่อถึงถ้ำที่หลี่ชิงหลิงเคยค้นพบ นางก็บอกให้พวกเขาอยู่ด้านล่าง ส่วนนางจะขึ้นไปดู
นางกลัวว่าจะมีสัตว์ป่าเข้ามา
หลิวจือโม่บอกให้นางระวัง นางพยักหน้าและเดินขึ้นไปพร้อมกับคันธนู เข้าไปแล้วก็พบว่าถ้ำแห่งนี้ไม่แตกต่างจากครั้งล่าสุดที่มา
นางตรวจดู เห็นอาหารที่กักตุนไว้ไม่ได้ลดลงจึงรู้สึกโล่งใจอย่างมาก
“เหมือนเดิม ไม่มีอะไรแตกต่าง ข้าจะทำความสะอาดก่อนแล้วพวกเ้าค่อยขึ้นมา” นางยิ้มให้กับพวกหลิวจือโม่ จากนั้นหันหลังกลับเข้าไปอีกครั้ง
หลิวจือโม่ขอให้เด็กๆ อยู่ด้านล่าง ให้อาหวงเฝ้าดูพวกเขา จากนั้นจึงปีนขึ้นไปช่วย
หลี่ชิงหลิงเห็นเขามาก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่หัวเราะบอกว่าโชคดีที่ตรงนี้ใหญ่พอที่จะรองรับครอบครัวของพวกเขาได้
ทันทีที่หลิวจือโม่เข้ามาและเห็นเสบียงตรงมุมก็เบิกตากว้าง “เ้า… แอบมาตุนเสบียงไว้เยอะขนาดนี้เลย?” ครอบครัวของพวกเขาจะรอดจาก่ภัยแล้งแน่
“อือ ข้าใช้เงินที่บ้านหมดเลย” นางค่อยๆ แบกมาทีละนิด เหนื่อยไม่น้อยเลย “คงไม่ว่าที่ข้าใช้เงินหมดใช่ไหม”
